ตอนที่ 3: เพื่อนเก่าผู้เคยตายแทนข้า
แม้ฤดูใบไม้ผลิจะเพิ่งเริ่มต้น แต่ลมเช้าวันนี้กลับเย็นเฉียบจนน่าขนลุก
เหยียนซือหรงยืนอยู่ริมระเบียง มือบางถือพัดหยกเบา ๆ แต่ดวงตาจับจ้องไปยังทางเดินหน้าจวนอย่างรอคอยบางสิ่ง
“วันนี้…คือวันที่เขาถูกจับข้อหาฏในชาติที่แล้ว”
“ข้าเคยนิ่งเฉย…ปล่อยให้เขาตายเพื่อข้า”
“แต่ชาตินี้ จะไม่มีวันปล่อยให้คนเช่นเขาต้องตายเปล่าอีก”
…
ไม่กี่อึดใจต่อมา กลุ่มทหารวังเดินลากชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ถูกมัดมือมาอย่างหยาบคาย
เสื้อผ้าเปื้อนดิน รอยฟกช้ำบนใบหน้าเต็มไปหมด แต่แววตาเขายังเปล่งประกายอย่างดุดัน
“เสี่ยวหาน…” นางพึมพำเบา ๆ
ชายหนุ่มผู้นั้นคือ “เสิ่นเสี่ยวหาน”
ผู้เดียวในชีวิตที่เคยเสี่ยงชีวิตช่วยนางหนีออกจากวังในชาติที่แล้ว
ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็สายลับฏและถูกปะาแทนนาง…โดยไม่มีแม้คำขอบคุณ
คราวนี้เขาถูกจับในข้อหาเดิม—แต่แตกต่างที่นางยังมีโอกาสช่วยเขา
“หยุดเดี๋ยวนี้!” เหยียนซือหรงตวาดก้อง เสียงนางชัดเจนกังวานจนเหล่าทหารชะงัก
หัวหน้าทหารรีบคุกเข่า “ขออภัยคุณหนู แต่เรามีคำสั่งจากวังหลวง นำตัวนักโทษไปสอบสวนโดยด่วน”
นางเดินลงมาช้า ๆ อย่างสง่างาม ใบหน้าหาได้หวาดหวั่น
“นักโทษที่เ้าว่า เป็ข้าเองต่างหาก”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที
“ข้าเป็ผู้ว่าจ้างเขาส่งของไปต่างเมือง แต่ทหารวังกลับกล่าวหาว่าเขาเป็สายลับ?”
“หากอยากจับ ก็จับข้าด้วย”
เสิ่นเสี่ยวหานหันมองนางเต็มตา
นางยิ้มให้เขา—ยิ้มที่เขาไม่เคยได้รับในชาติที่แล้ว
“ครั้งนี้…ข้าจะปกป้องเ้าให้ถึงที่สุด”
…
ในวังหลวง ข่าวเื่ “คุณหนูเหยียนขัดคำสั่งวังและช่วยนักโทษ” ถูกส่งถึงหูองค์ชายเฉิงในเวลาไม่ถึงครึ่งวัน
เขาหยุดเขียนฎีกา พลางถามเสียงเย็น
“…ผู้ใดคือชายผู้นั้น?”
…
ตัดภาพกลับมายังจวนเหยียน
เสิ่นเสี่ยวหานถูกปล่อยตัวในวันนั้นโดยไม่มีข้อกล่าวหา
ตอนนี้เขานั่งอยู่ตรงข้ามเหยียนซือหรง จ้องมองนางราวกับไม่อยากเชื่อสายตา
“เ้า…ไม่เหมือนเดิม” เขาเอ่ยช้า ๆ
เหยียนซือหรงจิบชาแล้วกล่าวเสียงเรียบ
“เ้าก็เช่นกัน ในชาตินี้…เ้าจะไม่ใช่เงาที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังอีกต่อไป”
“ข้า้าพันธมิตร และเ้าคือคนแรก”