พอเข้าหน้าฝนในเดือนพฤษภาคม ก็เป็ที่รู้กันว่าโรงเรียนใกล้จะเปิดเทอมแล้ว แต่ผมไม่อยากไปเลย นั่นเป็ครั้งแรกที่ผมเศร้าหมองเพราะไม่อยากไปโรงเรียน ั้แ่วันนั้นผมก็ยังไม่ลืมความน้อยใจของตัวเองที่นุ่นไม่สนใจ ที่แย่ไปกว่านั้น ผมพาลโกรธไอ้หนึ่งไปด้วยเพราะนุ่นสนใจมันมากกว่าผม ผมอยากให้โรงเรียนเปิดสักปลายปีเผื่อว่าอาการของผมจะดีขึ้น
ก่อนโรงเรียนเปิดหนึ่งสัปดาห์ ย่ายื่นเงินให้ผมและบอกให้เตรียมตัว ตอนเที่ยงอาจะมารับไปตลาดเพราะรองเท้านักเรียนเปื่อยยุ่ยหมดแล้ว พ่อไม่สนใจเื่ของผมหรอก ไม่ว่าจะผลการเรียนหรือข้าวของเครื่องใช้ที่ผมต้องซื้อ ย่าออกเงินให้ทั้งหมด ่ปิดเทอมผมไปรับจ้างคนในหมู่บ้านเก็บผัก ได้เงินมานิดหน่อย ย่าเลยให้ผมใช้เงินนั้นซื้อพวกดินสอยางลบ ผมรับจ้างเก็บผักและมัดเป็กำ ๆ ก่อนที่รถรับซื้อผักจะเข้ามารับ ได้กำละห้าสิบสตางค์และต้องรับจ้างหลาย ๆ บ้านกว่าผมจะได้มาสักยี่สิบสามสิบบาท พอได้เงินมาผมก็เอามาหยอดกระปุก ไม่ได้เอาไปซื้อขนมกินอย่างคนอื่นเขาหรอก บางทีผมก็นึกอิจฉาพวกไอ้เปียก ไอ้สิงห์ มันมารับจ้างเหมือนกัน รับเงินเสร็จแล้วพวกมันก็วิ่งเร็วจี๋ไปที่ร้านลุงเนื่องหน้าหมู่บ้าน ได้ขนมกับน้ำหวาน ๆ ไปนั่งกินกันที่ริมคลอง ส่วนผมก็กำเงินแน่นแล้ววิ่งกลับบ้าน
อาของผมเป็คนร่ำรวยเพราะอาตั้งใจเรียนและได้เป็ครู สามีของอาถึงจะเป็ชาวสวนเหมือนกับพ่อ แต่เขาก็ขยันมากซะจนซื้อที่ซื้อทางได้เป็ไร่ ๆ มีที่ปลูกผักเหลือเฟือ มีสวนทุเรียน สวนมังคุดเยอะแยะ
“ดินรีบไปกันเถอะ เดี๋ยวอาต้องไปธุระต่ออีก”
“ครับ”
ผมวิ่งขึ้นรถทันทีที่อามารับ ไม่อยากให้อาเสียเวลาเพราะเด็กที่ไม่มีใครสนใจอย่างผม……...
“ขึ้น ป.4 แล้วสิปีนี้ ของอะไรขาดบ้าง”
“ผมซื้อได้แค่รองเท้าครับ เสื้อย่าบอกให้ใส่ไปก่อน มันไม่ได้เลอะเทอะอะไรมาก แค่ออกจะเล็กไปสักหน่อยแค่นั้นครับ”
“โธ่ แล้วจะทนใส่ไปทั้งที่อึดอัดน่ะเหรอ” อายิ้ม ๆ ผมได้แต่พยักหน้าเพราะไม่รู้จะตอบว่าอะไร
ไม่นานก็มาถึงตลาด ผมแนบหน้าติดกระจกรถเพราะชอบมองว่ามีใครต่อใครมาตลาดกันบ้าง ก็พอดีกับที่รถของอาขับผ่านไอ้หนึ่งพอดิบพอดี ผมเลยหมุนกระจกรถลงตั้งใจจะะโเรียกแต่พอหันไปเห็นหน้ามันผมก็นึกโกรธขึ้นมาอีกเพราะนึกถึงวันนั้นขึ้นมา ผมเลยหมุนกระจกปิดเสีย
“เพื่อนเหรอ”
“ครับ”
อาไม่ถามอะไรต่อ แต่อาชะลอรถแล้วเข้าจอดเทียบริมทางด้านซ้าย เราหยุดตรงหน้าร้านชุดนักเรียนพอดี ผมกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก็เห็นว่ามีรองเท้านักเรียนผู้ชายตั้งอยู่ส่วนหน้าของร้าน
“ไป เข้าไปเลย”
ผมเดินตามอาไปและต้องแปลกใจเมื่ออาบอกเ้าของร้านว่าขอซื้อชุดนักเรียนด้วยหนึ่งชุด เขาประมาณขนาดตัวผมแล้วเดินไปหยิบ ก่อนจะเอาออกมาให้ผมลองทาบดู จากนั้นเขาก็เอารองเท้านักเรียนมาให้ผมลอง
“ไอ้ดิน” เสียงไอ้หนึ่งเรียกตอนที่อากำลังจ่ายเงิน ผมหันไปมอง ตั้งใจทำหน้าบึ้งใส่มันแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน แต่ไอ้หนึ่งก็คือไอ้หนึ่ง มันแทบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ มันเดินเข้ามายกมือไหว้อาจากนั้นก็เดินมากอดคอผม
“เดี๋ยวกลับเลยไหม กูไปรับที่บ้าน ไปกินมะม่วงที่สวนกู”
“ไม่ไป”
“ทำไมล่ะ”
“ี้เี” ผมพูดแล้วก็ยกมือมันออกจากไหล่ของผม
“ไปเถอะดิน เสร็จแล้ว” ผมเดินตามอาออกไปเลย คิดในใจว่าช่างหัวไอ้หนึ่งมันละกัน
พอกลับถึงบ้าน ผมก็เห็นพ่อนั่งกินข้าวอยู่ที่แคร่
“โน้น พ่อเพิ่งตื่นล่ะสิ”
“คงจะอย่างนั้นครับ” อาหัวเราะในลำคอเบา ๆ ผมคิดว่าอาไม่ได้เกลียดอะไรพ่อหรอก แต่อาคงจะกำลังคิดเหมือนกับผมว่าเื่นี้มันออกจะตลกเกินไปรึเปล่าเพราะคนเป็พ่อก็ยังอยู่แท้ ๆ แต่ทำไมคนเป็อาถึงต้องมาลำบากพาลูกคนอื่นไปซื้อของด้วย ผมไหว้ขอบคุณอาก่อนจะลงจากรถเพราะคิดว่าอาจะรีบออกไปเลย แต่อาก็ลงจากรถแล้วเดินตามผมเข้าบ้านด้วย
“เรียบร้อยดีไหม” เสียงพ่อถาม ผมแทบจะหลุดขำออกมากับท่าทีและคำถามของพ่อ พ่อทำเหมือนตัวเองเป็คนสั่งการเื่นี้โดยมีอาเป็นลูกน้อง
“อือ สร่างเมารึยังล่ะ”
พ่อไม่ตอบเพราะพ่อคงรู้ว่าอาไม่ได้อยากได้คำตอบจากพ่อ อาถามแล้วก็เดินเข้าไปในบ้าน ส่วนผมไม่อยากมองหน้าพ่อเลยสักนิด แต่ไม่มีอะไรได้ดั่งใจผมสักอย่าง
“อาซื้ออะไรให้บ้าง ถ้าอาเขาจ่ายเงินให้ ก็เอาเงินย่าคืนมา เอามาให้พ่อนี่”
ผมจำใจต้องหันไปมอง
“จะเอาไปคืนย่า เงินย่า”
“อาจ่ายให้หมดเลยเหรอ กี่อย่างน่ะ”
“หมด”
“เอาเงินมา เดี๋ยวพ่อเอาไปให้ย่าเอง” ผมส่ายหน้า
“ก็จะเข้าบ้านอยู่แล้ว เดี๋ยวเอาไปให้เอง”
พ่อไม่ฟังผมพูดเลยสักนิด พ่อเดินเข้ามาแล้วค้นตัวผมเหมือนคนบ้าคลั่ง ผมสะบัดจนถุงกระดาษใส่ของหลุดจากมือ โชคร้ายที่เงินของย่าหาง่ายเกินไปเพราะผมเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ พ่อควักเงินออกไป ผมรู้สึกเจ็บหัวใจเหมือนคนโดนปล้น แต่เจ็บกว่าเพราะคนปล้นคนนี้คือพ่อของผมเอง ผมเริ่มอยากจะร้องไห้แต่ผมกลั้นเอาไว้ แววตาคงมีน้ำตาค้างอยู่ พ่อจึงไม่หยุดแค่นั้น
“จะร้องทำไม ไปเลยไป”
และไม่รู้อะไรทำให้ผมกลายเป็คนโชคร้ายยิ่งไปกว่านั้นเพราะผมเองก็ไม่ยอมหยุดเหมือนพ่อ ผมพุ่งเข้าไปแย่งเงินจากมือพ่อ ยังไงเสียนี่ก็คือเงินของย่า ผมจะไม่ยอมให้พ่อเอาไปใช้กินเหล้า ผมไม่ยอมแน่ .....
“ทำอะไรกัน !” เสียงย่าะโมาจากหน้าประตูบ้าน และอาเป็คนที่วิ่งมาถึงก่อน อาจับแขนสองข้างของผมแล้วดึงผมไปกอดไว้
“มีอะไรดิน มีอะไร”
“พ่อเอาเงินย่าไป”
พ่อเสยผม หายใจถี่
“เอ๊ะ ก็บอกว่าจะเอาไปให้เอง ไม่ได้จะเอาไปไหน” พ่อตะคอกใส่ผม ย่าที่เพิ่งเดินมาถึงเข้ามายืนขวางระหว่างผมกับพ่อ
“เอ็งเอามา เอามาดี ๆ เลย”
ย่ายื่นมือไปแต่พ่อเก็บใส่กระเป๋าหน้าตาเฉย
“ยืมก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้คืนนะแม่”
“เอ็งจะเอาไปทำอะไร แม่จะเก็บไว้เป็ค่าขนมโรงเรียนไอ้ดิน”
“รู้แล้ว ถึงได้บอกไงว่าจะเอามาคืนพรุ่งนี้”
สิ้นคำของพ่อ ย่าก็ฟาดเข้าที่ไหล่พ่อเต็มแรง
“เอ็งนี่นะ แม่ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว”
“ช่างเถอะแม่ เข้าบ้านเถอะ ดินเข้าไปด้วย” อาจูงทั้งผมทั้งย่าเข้าบ้าน
“จบ ป.6 ก็ให้มันออกไปทำงานได้แล้ว ไม่ต้องเรียนต่อหรอก ออกไปหาเงินดีกว่า” พ่อะโตามหลังมา ตอนนั้นแหละที่ผมกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ผมร้องไห้ออกมาเสียงดัง ผมอยากรู้นักว่าจะมีพ่อคนไหนในโลกนี้อีกไหมที่ไม่อยากให้ลูกเรียนต่อเหมือนพ่อของผม และที่ทำให้ผมยิ่งปวดใจเพราะมันหมายถึงพ่อกำลังจะพรากความโชคดีเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิตนี้ไปจากผมด้วย…………