ตอนที่52 เป็นไปได้ไง!
บาสตื่นขึ้นมาตอนหกโมงเช้า แสงจากดวงอาทิตย์ลอดผ่านระเบียงเข้ามาในห้อง เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาที่ระเบียง มองไปยังระเบียงข้างๆด้วยใบหน้าแดงซ่าน เมื่อคืนนี้แทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ อยู่กับเอิงสองต่อสองแถมยังสวมชุดนอนสั้นๆเสน่ห์ของเด็กสาววัย15-16 ปียากเกินจะห้ามใจ ทว่าบาสก็ฝืนอารมณ์ไว้ได้ สุดท้ายเป็นแค่กอดจากด้านหลังเท่านั้น ทว่าถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นแต่เอิงกลับคิดไปไกล ตื่นเช้ามาขอบตายังดำเหมือนกับหมีแพนด้า มองไปยังระเบียงแล้วเอามือแตะริมฝีปาก คิดถึงความรู้สึกที่เขามอบให้ เมื่อคืนนี้ใจหายจริงๆนะ คิดว่าจะเสียครั้งแรกให้เขาซะอีก ในใจแอบเสียใจอยู่หน่อยๆ ทว่าพอนึกขึ้นได้ว่าเขาเองก็อยู่ตึกข้างๆจึงอารมณ์ดีขึ้นหน่อยนึง “ตอนนี้เขาตื่นยังนะ...” เอิงมองนาฬิกาที่หัวเตียงก่อนจะเบนสายตาไปยังราวระเบียง เธอไม่ได้เดินออกไป สำหรับผู้หญิงการที่ให้คนที่ชอบเห็นหน้าตอนยังไม่อาบน้ำมันเป็นอะไรที่แย่มาก เพียงมองหลังผ้าม่าน ดูดวงอาทิตย์สาดส่อง จากนั้นหาวหวอดๆแล้วหาผ้าขนหนูอาบน้ำ บาสเองก็ไม่ต่างกัน เขามีขอบตาเหมือนหมีแพนด้า ตอนอาบน้ำก็ยังหาวหวอดๆเหมือนกับเอิงอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ลงมาชั้นล่าง ได้ยินเสียงคนทำอาหารในครัวฉ่าๆจึงเดินเข้าไปดู “ทำอะไรอยู่เหรอพี่น้ำ”คนที่กำลังควงตะหลิวคือพี่น้ำ เธอสวมผ้ากันเปื้อนสีดำเสื้อสีขาวกางเกงกีฬาใส่สบาย กำลังทำกับข้าวแล้วฮัมเพลงไปด้วย“ตื่นแล้วเหรอบาส พี่กำลังทำผัดกระเพราน่ะ” “เอ่อ....อีกแล้วเหรอ?” บาสยืนเกาหัวแกรกๆ ไม่ใช่ว่าฝีมือพี่น้ำไม่อร่อยแต่ว่าเธอทำมันบ่อยเกินไป ผัดกระเพราคืออาหารที่ทำง่าย และพี่น้ำก็มักจะทำแบบนี้เสมอเมื่อย้ายมาอยู่ที่นี่ “เห้ย...ไม่น่ารักเลยนะ ทำไมอาหารที่พี่ทำไม่อร่อยเหรอ? ถึงได้พูดแบบนี้” พี่น้ำหันมาถลึงตาใส่ บาสรู้สึกขบขัน นานๆครั้งจะเห็นเธอโกรธ แต่เขาไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า ไม่อย่างนั้นแล้วคงโดนพี่น้ำบอกให้ไปกินกับข้าวข้างนอก“เปล่า กับข้าวที่พี่ทำอร่อยที่สุดในโลกเลย แต่ว่ายังสู้แม่ไม่ได้” “ย่ะ!! ใครล่ะจะสู้แม่ได้” พี่น้ำบุ้ยปาก ท่าทางที่เธอกำลังทำดูคล่องแคล่ว ไม่นานผัดกระเพาหมูสับร้อนๆหนึ่งจานก็ขึ้นโต๊ะ ตามมาด้วยไข่ยางมะตูมสามฟอง พี่เมย์เองก็ตื่นแล้ว ลงมาแล้วเปิดตู้เย็นหาน้ำดื่มกิน นี่เป็นตู้เย็นที่บาสซื้อตอนเปิดร้าน ไปซื้อในเมืองให้เขาเอามาส่ง ราคาหมื่นกว่าเป็นตู้เย็นกระจกประตูเดียว ข้างในมีน้ำเปล่า น้ำอัดลม เบียร์ สปาย ฯลฯ ถึงแม้จะเป็นคนในบ้านกินยังไงก็ต้องจ่ายตังค์ การทำแบบนี้จะช่วยให้รู้ว่าได้กำไรเท่าไหร่ จ่ายไปเท่าไหร่ เปิดทีวีตอนเช้า นั่งดูละครจักรๆวงๆ ละครก็ไม่มีอะไรมาก เหมือนเดิม ซีจีห่วยๆเหมือนสมัยยี่สิบปีก่อน หรือแม้แต่ปี 2028 มันก็ยังห่วยเหมือนเดิม บาสเหม่อมองทีวีแล้วนึกถึงยูทูปเบอร์ อาชีพนี้ได้รับความนิยมจากใครหลายคน แม้แต่เด็กเล็กๆยังรีวิวของเล่นได้เงินหลายล้าน สร้างรายได้ให้คนจำนวนไม่น้อย แต่การแข่งขันก็สูงเหมือนกัน มีคนหลายคนได้ดีและใครอีกหลายคนที่ต้องกลับไปทำงานประจำ ส่วนช่องยูทูปที่ได้รับความนิยมขึ้นมาง่ายๆล้วนเป็นผู้หญิงสวยๆ ข้อนี้เป็นเพราะอะไรไม่ต้องบอกก็รู้ และนั่นทำให้ทีวีที่ดูอยู่ตอนนี้ค่อยๆหายไปตามช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยบาสถอนหายใจแล้วกินข้าวต่อ นึกถึงนนท์ หมอนี่จนถึงวันนี้ก็ยังขายหนูนาอยู่ จากที่เขาทราบมาจากพ่อรุ้งเห็นว่ามันพยายามจะตั้งเพิงง่ายๆเพื่อเลี้ยงหนูนา ครั้งแรกที่บาสได้ยินถึงกับหลุดขำ เพราะถึงอย่างไรซะคิดทำน่ะมันก็ง่าย ใครๆก็ทำได้ทั้งนั้น แต่ว่าต่อจากนี้ต่างหากที่ยาก ต้องมีเวลาดูแล ไหนจะค่าอาหารยารักษาโรค มันไม่ใช่ง่ายๆสำหรับนนท์ที่ต้องเลี้ยงเมียที่กำลังท้อง สุดท้ายไปไม่รอดก็ต้องล้มเลิก กลับไปดักหนูขายเหมือนเดิม บาสไม่แปลกใจที่ได้ยินอย่างนั้น เรื่องนี้อยู่ในการคาดการณ์ของเขาตั้งแต่ต้น เพราะถึงอย่างไรนนท์ก็ไม่ใช่คนโง่โดยกำเนิด มันฉลาดทว่ากลับคิดว่าตัวเองทำได้เหมือนสอบในโรงเรียน
ผ่านไปอีกหลายวันจิ้มจุ่มก็ยังขายดีเหมือนเดิม รายได้เข้ามาไม่ขาดสาย ส่วนพ่อรุ่งเองก็เช่นกัน บาสดูเงินในบัญชีแล้วยิ้ม ที่มันมีกำไรแบบนี้เป็นเพราะยังไม่มีร้านค้ามากอย่างอนาคต อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะร้านเนื้อย่างที่อยู่ในตลาดไม่อร่อย คนจึงแห่มากินจิ้มจุ่มราคาถูกกว่า หมูเกรดดีน้ำจิ้มอร่อย อีกอย่างหนึ่งเป็นเพราะร้านของบาสตกแต่งทันสมัย บรรยากาศน่านั่งชิวแล้วกินเบียร์เย็นๆกับจิ้มจุ่ม
แล้วมาก็มาถึงวันปฐมนิเทศโรงเรียนโนนเหล็ก บาสยืนดูตัวเองกระจก มองกางเกงนักเรียนขาสั้นสีดำด้วยความรู้สึกแปลกๆ เพราะปกติแล้วชีวิตก่อนเขาเคยใส่แต่สีกากี เวลานี้ใส่สีดำจึงดูแปลกตาไม่น้อย สวมถุงเท้านักเรียนแล้วมาจากชั้นบน ใส่รองเท้านักเรียนนันยางแล้วเดินออกไปหน้าร้าน ข้างหลังโรงเรียนโนนเหล็กที่เงียบเหงาเพราะปิดเทอมกลับมาคึกคักอีกครั้งวันนี้เป็นวันปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ พ่อแม่พี่น้องจึงมาส่งลูกๆหลานๆที่โรงเรียน และยังมีอีกไม่น้อยที่เดินทางด้วยรถไฟ พูดถึงรถไฟปี 2008 มันน่าขำชะมัด เพราะจนแล้วจนรอดปี 2028 ก็ยังมีรถไฟที่เหมือนกับสังกะสีวิ่งได้บนราง อันที่จริงพวกเขาน่าจะเอาไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของเก่าได้แล้ว ไม่ใช่ยังเอามาใช้ให้อายเพื่อนบ้านที่ใช้รถไฟฟ้าความเร็วสูงกันหมด
“บาส...” เสียงใสน่ารักๆทำให้บาสเลิกคิดถึงรถไฟเห่ยๆ แล้วหันมาตะลึงกับเด็กสาวที่เดินออกมาจากร้าน พ.ร.บ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเอิงแต่งชุดนักเรียน ชุดนักม.ปลายสีขาวกับกระโปรงสีดำยาว...ผมสีดำขลับถูกรวบไว้ด้วยริบบิ้นสีน้ำเงิน โชว์คอขาวระหงส์ยั่วยวนบาดใจ ริมฝีปากน่ารักยกขึ้นสูง รอยยิ้มของเอิงทำให้บาสคอแห้งผาก“ดีเอิง...นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่เห็นเอิงแต่งชุดนักเรียน” “อื้ม...แล้วเป็นไง...เข้ากับเราหรือเปล่า” เอิงบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย จากเรื่องคราวก่อนบนระเบียงทำให้ความสัมพันธ์ทั้งสองเปลี่ยนไป...จากนายจ้าลูกจ้างเป็นลึกซึ้งขึ้น อาจจะพูดไม่เต็มปากว่าแฟนทว่าในความคิดของเอิงคงอีกไม่นานหรอก....ทุกอย่างขึ้นกับเวลาเท่านั้น“น่ารักมากเลยล่ะ”“เราถามว่าเข้ากันหรือเปล่าไม่ใช่น่ารักมั้ย โธ่!” ถึงแม้เอิงจะทำเหมือนไม่ชอบทว่าความจริงแล้วเธอกลับดีใจมากต่างหาก“ฮ่าฮ่า ดูดีมากเลยล่ะครับคุณผู้หญิง” บาสยื่นมือออกมาคว้ามือนุ่มๆของเอิง เอิงไม่ได้ปฏิเสธแถมยังพยักหน้า มีนักเรียนหลายร้อยคนในโรงเรียนโนนเหล็ก แต่ละคนมาจากโรงเรียนที่ต่างกันทั้งนั้น แต่ยังมีบางส่วนที่ขึ้นมาจากชั้นม.ต้นของที่นี่ พวกเขาจึงจับกลุ่มคุยกันเป็นกลุ่มใหญ่ แต่อย่างใดก็ตามถึงแม้บาสจะย้ายมาใหม่แต่ก็พอรู้จักเด็กนักเรียนหลายคนเหมือนกัน เพราะแต่ละคนล้วนเป็นลูกค้าร้านจิ้มจุ่มกันทั้งนั้น โรงอาหารยังไม่เปิดให้บริการ จะมีก็แต่ร้านขายน้ำแก้วละห้าบาท นั่นเพราะว่าวันนี้เป็นวันปฐมนิเทศนักเรียนใหม่เท่านั้น อยู่ครึ่งวันก็ปล่อยเด็กๆกลับบ้านแล้วบาสกับเอิงไปที่หอประชุมโรงเรียน ซึ่งต้องเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง สำหรับชั้นล่างจะเป็นชั้นกิจกรรม ตอนนี้ปิดอยู่ไม่ให้เข้า“หาที่นั่งเถอะ”“อื้ม...แล้วเจอกันนะ”“แล้วเจอกัน” บาสปล่อยมือเอิงแล้วหาที่นั่ง การกระทำของเขาทำให้นักเรียนชายหลายคนอิจฉา ถึงขั้นขบเขี้ยวเคี้ยวฟันถลึงตาใส่ แต่ยังมีส่วนหนึ่งที่จำบาสได้ พวกเขาเคยไปกินร้านจิ้มจุ่มจึงไม่แปลกใจกับความสัมพันธ์ของทั้งสองนัก เพลิง อี๊ด หม่าว กันต์ พวกมันทั้งสี่คนนั่งอยู่ข้างกัน สำหรับหม่าวเด็กหนุ่มตัวเล็กหน้าขาวตี๋ตอนนี้ กำลังนั่งข้างๆกันต์ด้วยใบหน้าแปลกๆ ช่วงปิดเทอมมีหลายเรื่องที่หม่าวได้ทำไปกับกันต์ ตอนนี้จึงทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองเปลี่ยนไป ทว่ายังไม่มีใครรู้เรื่องนั้น แม้แต่เพลิงกับอี๊ดที่สนิทก็ยังไม่รู้ แต่บาสเห็นอยู่ไกลๆสามารถบอกได้เลยว่าทั้งสองเข้ากันได้ดี...และคงเข้ากันบ่อยๆด้วยล่ะ
“จบซักที” บาสยืดเส้นยืดสาย กว่าจะปล่อยนักเรียนกลับบ้านก็ปาไปบ่ายหนึ่ง แต่ละคนต่างรีบเดินไปที่ประตูทางออก แต่บาสไม่ได้รีบนัก เพราะถึงอย่างไรเขาก็พักอยู่แค่หลังโรงเรียน จะออกคนสุดท้ายก็ไม่เป็นไรหรอก“นี่คนนั้นใช่แฟนหรือเปล่า”“ฉันว่าใช่แน่เลย”“ใช่ม๊าม๊า”“ร้ายไม่เบานะเอิง”เอิงน่ารักและเข้ากับคนอื่นได้ง่ายต่างจากบาส แผล็บเดียวก็ได้เพื่อนแล้ว เอิงหน้าแดงก่ำ ท่าทางของเธอที่แสดงออกมาทำให้สาวๆพวกนั้นหัวเราะน้อยๆ ที่พวกเธอคิดแบบนั้นก็ไม่ผิดนัก เพราะตอนเข้ามาเห็นเอิงจับมือกับหนุ่มๆ ดูท่าทางแล้วไม่ธรรมดาเลย แถมยังไม่ปฏิเสธนั่นทำให้เด็กสาวกลุ่มนี้คิดไปไกลถึงเรื่องอย่างว่า แถมยังถามอีกว่าจูบเป็นยังไงเอิงจะรู้ได้อย่างไร เพราะตั้งแต่รู้จักกับบาสก็ยังไม่มีเลยสักครั้งที่จูบกัน มากสุดคงจะตอนเขาจู่โจมจากด้านหลัง พอนึกเป้าตุงๆที่โดนก้นตัวเองหัวใจยิ่งเต้นระส่ำ นั่นทำให้กลุ่มเพื่อนของเธอคิดว่าเอิงเคยจูบอย่างเร่าร้อน อดที่จะแสดงสายตาตำหนิไม่ได้ ในใจคงคิดว่ายายเด็กนี่ร่านจังเลย อยู่แค่ม.4 ก็มีผัวแล้ว ทว่าพวกเธอก็ไม่ได้พูดออกมา กลับยิ้มเสแสร้งเหมือนเพื่อนรัก
บาสไม่ได้เข้าไปกวนเอิง สังคมของผู้หญิงเป็นอะไรที่ซับซ้อน จึงเลือกยืนมองห่างๆจะดีกว่า เมื่อเห็นว่านักเรียนออกไปหมดแล้วบาสจึงออกไปบ้างเช่นกัน บาสยังไม่ได้เดินลงบันไดแต่เลือกเดินข้างบนเล่นก่อน จากจุดนี้สามารถมองเห็นสนามกีฬาได้ สนามกีฬาเป็นปูซีเมนต์ ไม่เหมือนกับโรงเรียนดอนมดที่เป็นสนามหญ้า ถัดจากสนามกีฬาก็เป็นทางวิ่งรถที่ราดปูนเหมือนกัน มีเด็กนักเรียนและผู้ปกครองจอดรถมอเตอร์ไซค์ไว้แถวนั้น และตอนนั้นเองหัวใจของบาสถึงกับหลุ่นลงไปที่ตาตุ่ม เขาขยี้ตาตัวเองมองคนที่ขึ้นรถมอเตอร์ไซค์มีโออย่างไม่เชื่อสายตา“มันจะเป็นจะเป็นไปได้ยังไง....เพลิงซ้อนท้ายพี่ทราย มันเกิดอะไรขึ้น?”