เขาใมาก ภาพของการค้นหาศัตรูของทั้งพระลักษณ์และอินทรชิต ยังติดตาเขาอยู่ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะยังไม่ได้ฆ่ากันจริง ๆ แต่เวลานี้เหตุการณ์ช่างน่ากลัว เขาตาเบิกโพลงมากขึ้นเมื่อสิ่งที่เขามองเห็นคือ
พระลักษณ์
ชายหนุ่มคนนั้นหันรีหันขวาง จากนั้น ชายหนุ่มที่อยู่ในสนามหญ้ากำลังเดินมาหาเขา ในสมองของเขาคิดหาคำตอบทันที พระลักษณ์เดินมาหาเขาทำไม?
อย่านะ
เขาไม่มีความคิดเห็นดีๆ หรอก ถ้าเขามี ป่านนี้เขาคงไม่ต้องเช่าบ้านเขาอยู่หรอก ไปทางอื่นเถอะพ่อหนุ่ม สายตาของหนุ่มที่กำลังซดเบียร์ค้างอยู่นั้น ค่อยๆ ละสายตาจากชายหนุ่มเบื้องล่างแล้วมองไป้า เห็นั์เขียวได้ค่อยๆ หลบไปอยู่ด้านตรงข้ามของเขาแล้ว ทำท่าจะยิงศรมาทางนี้ด้วย
หยุดเถอะ
ขอร้อง เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเลย จะฆ่าจะแกงกะนเขาไม่ว่า แต่ไปฆ่ากันไกลๆ ได้มั้ย? ในมือของอินทรชิตมีลูกศรนั่นนะ ศรนั้นไม่ธรรมดานะ มีฤทธิ์ร้ายแรงอยู่ ถ้าหากเ้าั์ตนนั้นเกิดยิงพลาดขึ้นมา เขามิตายรึ?
อย่ายิงมานะ!!!!
เขาได้แต่ภาวนาอยู่ในใจ เพราะตอนนี้เขาทั้งกลัวทั้งตื่นเต้นจนปากแข็งไปหมด อ้าปากก็อ้าไม่ได้ เสียงก็ไม่รู้ไปไหนหมด เอายังไงล่ะทีนี้เนี๊ยะ
ภาพที่เห็นพระลักษณ์ จะใช่หรือเปล่า? เขาเองก็ยังไม่รู้ ที่รู้คือเขามายืนตรงหน้าแล้ว
“จะให้เรากระทำเยี่ยงไรต่อไปดี ท่านช่วยยอกเราที” ชายหนุ่มทรงเครื่องกษัตริย์คนนั้น เขาเห็นชัดเจน รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว หล่อเหลาเอาการอยู่ แต่เื่นี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญในตอนนี้
ประเด็นสำคัญคือ เขาจะตอบคำถามของชายหนุ่มได้อย่างไร เขาคิดไม่ออกและที่สำคัญเขายังอ้าปากไม่ออกเลย
“ท่านไม่ต้องกระทำสิ่งใดมากความดอก เพียงแค่ท่านหยิบลูกศรมาแล้วอธิษฐาน เพียงเท่านั้น ลูกศรก็จะตรงเข้าตัดคอของมันจนขาดกระเด็นแล้วพะยะค่ะ” เสียงตอบกลับไป
เสียงใครตอบ
เขางง ในเมื่อเขาอ้าปากไม่ได้ แล้วเสียงใคร แต่จะว่าไปแล้ว เสียงตอบนี้ เขาคุ้นๆ อยู่นะ พอเ้าของเสียงนั้นพูดจบ เขาก็เดินมาข้าง ๆ เขา เขาจึงเห็นเต็มตา นั่นมัน ๆ
ลุงเวส
ลุงข้างห้องที่ชอบมาดื่มเบียร์กับเขานี่ วันนี้ แต่งตัวแปลกๆ นะลุง ทำตัวเขียวซะด้วย ไปหาอะไรมามาเนี่ย? เห้ย นี่ลุง ลุง ทำไมลุงถึงมีเขี้ยวด้วยละ อย่าบอกนะว่าลุงคือ คือ
พิเภก น้องชายทศกัณฐ์
บ้าไปกันใหญ่แล้ว มากันทั้งเื่เลยรึไง? สงสัยนี่เราจะซ้อมโขนมากไปจึงเกิดภาพหลอน หรือเพราะเมาเบียร์ จะอะไรก็ช่าง ตอนนี้เื่ราวตรงหน้า ชักจะไปกันใหญ่
“ดี งั้นเราจะจุดการตามนี้” พระลักษณ์พยักหน้ารับคำ จากนั้นเดินลงสนามหญ้าไปอีกครั้ง เมื่อไปถึงก็แหงนหน้ามองหาเ้าั์เขียวที่อยู่หลังก้อนเมฆ
เขาลุ้นระทึก จากนี้เขาจะยิงศรไปแล้วอินทรชิตตาย
เห้ย!!!!
ท่านลุงเวส เอ่ย… ท่านภิเพก ท่านลืมอะไรไปอย่างหนึ่ง ท่านะโบอกพระลักษณ์ด่วนเลย เร็ว ๆ
ในทุ่งหญ้า ภาพที่เขาเห็น พระลักษณ์ทรงอธิษฐานจิตขอให้ศรนี้จะสัมฤทธิ์ผลดังใจเถิด จากนั้นท่านจึงขึ้นลูกศรเตรียมยิง
เขาร้อนรน ลุงเวส ช่วยบอกพระลักษณ์ที เร็ว ๆ เือินทรชิต มันเป็เื่ไฟบรรลัยกัลป์ เผาผลาญทุกสิ่ง จะให้ตกลงถึงพื้นดินไม่ได้ ชายหนุ่มพยายามจะหันหน้าไปทางลุงเวส ชื่อที่เขารู้จัก อยากจะบอกลุงว่า มันต้องมีพานของพระพรหมด้วย
อย่างเพิ่งแผลงศรนะ
เดี๋ยวได้ตายกันหมดหรอก ไอ้เรานี่ก็เป็อะไรว่ะ วันนี้ขยับอะไรไม่ได้เลย ส่วนตาภิเพกนี้ก็ ช่างลืมง่ายเสียจริง ลืมอะไร ไม่ลืม ดันลืมเื่สำคัญ
หยุดๆ ท่านสุดหล่อหยุดยิงก่อน
ไม่ทันแล้ว ขายชาติกษัตริย์คนนั้น ได้ยิงศรขึ้นไปบนฟ้าแล้ว เขาใสุดขีด ตายแน่ๆ งานนี้ มนุษย์หมดโลกนี้แน่ๆ
แต่!!!ไม่น่าเชื่อ
พระลักษณ์ยิงพลาด เอ้า งง เขางงอีกคราวนี้ เื่จะเป็ไงต่อว่ะ ตามหนังสือแล้ว ยิงทีเดียวไม่ใช่รึ? หรือว่าฝีมือพระลักษณ์อ่อนหัด นั่นสิ ว่าแล้วทำไมพระลักษณ์ถึงโดนนั่นโดนนี่บ่อย
ฝีมือไม่เอาไหนนี่เอง
โล่งอกไปที มนุษย์โลกยังคงอยู่ต่อไป
“อ๊าก”
กรรมแท้ นั่นเสียงอะไร อยากบอกนะเสียงเ้าั์เขียวที่อยู่หลังก้อนเมฆ ไม่จริงใช่มั้ย? ฝีมือของพระลักษณ์ไม่อ่อนหรือ?
ตุ๊บ
เสียงอะไรหล่นมาเนี่ย? เขากระวนกระวายจัด แต่ด้วยความที่เขาขยับตัวไม่ได้ จึงไม่สามารถมองเห็นได้ว่าเป็อะไร จะเป็อะไรก็ช่าง ขออย่าให้เป็หัวอินทรชิตแล้วกันเป็พอ
“นั่นเป็หัวของอินทรชิต ตายสักทีนะ” คุณลุงเวสในชุดแปลกๆ พูดออกมา เสียงนั่นทำเขาขวัญผวา
เห้ย ถ้าเป็หัวของมันจริงๆ เืต้องไหลสิ แล้วเืล่ะ หาอะไรรองก่อนเร็ว ๆ
ลุงเวสหรือพญาั์ภิเพกทำท่านึกอะไรขึ้นมาได้
“กรรม ข้าลืมให้ไปเอาพานจากท้าวมหาพรหมให้มารองเืของมัน ชิบหายล่ะงานนี้”
ลุงพูดหน้าตาเฉย แต่ชายหนุ่มไม่เฉยแล้วเพราะถ้าเกิดไฟบรรลัยกัลป์จริงๆ เขาจะตายคนแรกของโลกเลย ฟังดูเหมือนจะเป็ตำแหน่งที่ดี แต่ไม่เอาดีกว่า
“ตัวใครตัวมันล่ะว่ะ ไปก่อนแล้วตรู” ลุงเวสกันหลังวิ่งก่อนเลย
หันมามองทางก้อนเมฆก้อนนั้นเริ่มมีน้ำเหลวๆ ไหลลงมา มันมีสีแดงซะด้วย เขามองเห็นอย่างชัดเจน น้ำเหลว ๆ แดง ๆ นั่นเริ่มมีควันพุ่งออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ ที่สำคัญ จองเหลวใกล้จะถึงพื้นดินแล้ว
“ไปก่อนนะ ท่านแก้ปัญหาแทนข้าด้วย”
เสียงพระลักษณ์แหวกอากาศมาเข้าหูเขา พร้อมกับร่างที่สูง หล่อ มองดูมีปัญหาและเมตตากรุณา
แต่เวลานี้ ขายชาติกษัตริย์คนนั่น เหมือนจะมีแค่ความหล่ออย่างเดียว ความเมตตาและพระสติปัญญา หามีไม่
เขาไม่เพียงแต่หนีไปเปล่า ๆ ยังทิ้งปัญหาใหญ่โต ระดับพระอินทร์ก็ยังแก้ไม่ได้ แล้วเขาล่ะ จะแก้ได้ยังไง
จะหนีก็หนีไม่ได้ ขามันไม่ขยับ แต่ไอ้ทีาขยับเข้ามาเรื่อย ๆ คือไฟบรรลัยกัลป์
เขามันแต่สนใจตัวพระลักษณ์จนไม่ทันได้ดูว่า บัดนี้ไฟได้ลุกลามไปทั่วทั้งสนามหญ้าแล้ว
จากสนามหญ้าที่เคยงดงาม เต็มไปด้วยหญ้าเขียวขจี บัดนี้ มีแต่ไฟที่แดงฉาน มองไม่น่าจะมีวันดับได้โดยง่าย
“ทำไงดี ๆ ต้องหนี ขยับสิ ขาเ้ากรรมเอ่ย ขยับสิ” เขาร้อนรนสุดขีด ความร้อนของไฟใกล้เข้ามาแล้ว อีกไม่เกินห้าเมตร มันจะไหม้เขาแล้ว
“อย่า ๆ ใครก็ได้ ช่วยที ชั้นยังไม่อยากเป็คนแรกที่ตายด้วยไฟบรรลัยกัลป์ ช่วยด้วย”