#คอนโดTuch
"กึ๊ก~" พี่ทัชเปิดประตูห้องแล้วยืนรอให้ผมเดินเข้าไป ก่อนจะปิดประตูและกดล็อค
"เข้าไปสิคับ" ผมยืนนิ่งหันไปมองคนพูดที่ยืนบังประตูทางออกไว้ นี่เป็ครั้งแรกที่ผมได้มาห้องพี่เขา ผมค่อยๆกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ดูสะอาดเป็ระเบียบ ต่างจากห้องผมที่ชอบทำรกให้คุณแม่เข้ามาเก็บอยู่บ่อยครั้ง
"มานั่งนี่สิคับ อยู่ไกลขนาดนั้นจะทำแผลให้พี่ได้ยังไง" พี่ทัชเดินไปนั่งที่โซฟาแล้วส่งเสียงเรียกผม ในขณะที่ผมยังไม่ได้ก้าวขาไปจากหน้าประตูเลยแม้แต่ก้าวเดียว
"คับ" ผมเดินถือถุงยาที่เพิ่งแวะซื้อมา ไปนั่งลงข้างๆพี่ทัชอย่างกล้าๆกลัวๆ
"ถอดออกสิคับ ไม่งั้นผมจะทำแผลได้ยังไง" พอผมพูดจบก็ก้มหน้าหยิบเตรียมหาน้ำเกลือกับสำลีที่จะใช้ล้างแผล พอเงยหน้ามาก็เจอพ่อคนเจ็บกำลังแกะกระดุมกางเกง แต่เสื้อก็ยังอยู่ดีเฉย
"เสื้อ ถอดเสื้อไม่ใช่กางเกง" นี่ขนาดเจ็บอยู่ยังจะมีอารมณ์เล่นอยู่อีกจนผมต้องดุใส่ เ้าคนเจ็บก็ขำแล้วก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ด
"ครับๆ อย่าดุสิครับ" พี่ทัชค่อยๆ เปิดเสื้อ่ไหล่ออกจนเผยให้เห็นไหล่กว้างและแผ่นอกแน่น เหมือนคนที่ออกกำลังกายเป็ประจำ
ไม่รู้พี่เขาจะรู้ตัวหรือเปล่า ว่าั้แ่ปลดกระดุมเม็ดแรกจนถึงตอนนี้ ผมแทบจะยังไม่ได้กระพริบตาเลย เพราะมัวแต่ไล่มองลำตัวท่อนบนของพี่เขาอยู่
"หันหลังมาสิครับ" ผมพูดให้พี่ทัชหันหลังมาให้ผมทำแผล แต่จริงๆคือตอนนี้ผมไม่อยากให้พี่เขามองมาเห็นใบหน้าของผม ที่ไม่ว่าจะพยายามทำหน้านิ่งยังไง แต่เวลาเขินมันก็จะเปลี่ยนเป็สีชมพูอ่อนๆอยู่ดี
"เจ็บหน่อยนะครับ" ผมพูดบอกให้คนเจ็บรู้ตัวก่อนว่ากำลังจะเริ่มเช็ดแผลด้วยน้ำเกลือและแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจจะทำให้แสบนิดหน่อย ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะกดสำลีลงบนแผลอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ซื๊ดดส์..." เสียงพี่ทัชซีดส์ปากทำให้ผมต้องดึงมือออก
"เจ็บไหม"ผมถามชายที่นั่งหันหลังอยู่
"เจ็บครับ" พี่ทัชหันมามองตาผม ตอบว่าเจ็บด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ไหวไหม" ผมถามต่อเพราะไม่รู้ว่าพี่เขาเจ็บมากแค่ไหนจากสีหน้านิ่งๆนั้น
"ไหวครับ" คราวนี้พี่ทัชหันตัวกลับมามองหน้าผมใกล้ๆแล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ จะให้ผมตีความคำพูดกับสายตาแบบนั้นยังไง ตอนนี้ใจผมมันสั่นไปหมดพี่เขาจะฆ่าผมให้ตายด้วยสายตาคู่นี้เลยหรือไง พอสักทีเถอะ
"พี่ทัช" ผมยกมือขึ้นมาดันอกพี่ทัชที่นั่งอยู่ตรงหน้าไม่ให้ขยับใกล้เข้ามาอีก
"ครับ" น้ำเสียงอ่อนโยนที่พี่ทัชตอบกลับมาแค่สั้นๆ มันทำให้เส้นบางๆที่กั้นผมกับพี่เขาไว้ ที่แต่เดิมก็ถูกกัดกร่อนจนบางลงเรื่อยๆอยู่แล้ว ขาดลงในที่สุด
"จ๊วบบ..." ผมเอื้อมมือสองข้างดึงคอคนที่ตัวสูงกว่าลงมาจุบ พี่เขาก็ตอบสนองเป็อย่างดี เขาจูบตอบผมพลางถกเสื้อที่ยังคาอยู่ที่แขนตัวเองออก แล้วใช้สองแขนนั้นกอดผมไว้
"อื้อ..." พี่ทัชค่อยๆสอดลิ้นเข้ามาในโพรงปากของผม ซึ่งครั้งนี้ผมก็ยอมเปิดปากให้อย่างง่ายดาย แล้วลองให้ลิ้นของตัวเองได้ััหยอกล้อกับลิ้นของพี่เขาอยู่นาน พี่เขาจูบผมซ้ำๆ ปากของผมก็ตอบรับทุกครั้ง
"อ้าาส์..." ผมเผลอใช้มือขยำผมที่ท้ายทอยพี่เขาจนพี่เขาร้องครางออกมา ยิ่งกระตุ้นให้ผม้ารสััของพี่เขามากขึ้นไปอีก
พี่ทัชกดริมฝีปากจูบผม สลับกับร้องครางอื้ออ้าในลำคอไม่หยุด จนผมต้องเอนหลังไปพิงกับโซฟาให้พี่เขาขึ้นคร่อมตัวผมไว้ เพื่อจะได้จูบถนัดขึ้น ผมอยากได้ยินเสียงแ่เบานั้นมากขึ้นอีก
"ซี๊ดสส์...อื้มมม..." ผมรู้สึกถึงมืออุ่นๆที่เริ่มลูบไล้ั้แ่แผ่นหลัง ไล่ไปหน้าท้อง แล้วค่อยๆล้วงเข้าไปลูบข้างในเสื้อของผม ตัวผมกระตุกเกร็งเล็กน้อย และตอบสนองทุกััโดยอัตโนมัต
"พี่ทัช อื้มม" ผมผละริมฝีปากออกเอ่ยเรียกชื่อพี่เขาเบาๆ แล้วเอียงคอเล็กน้อยเชิดหน้าขึ้นปล่อยให้พี่ทัชได้ทำตามใจ สูดดมกลิ่นกายที่เขาเคยบอกว่าหอม ตอนที่อยู่ที่ร้านเหล้า ซึ่งกลิ่นซอกคอและใหล่ของพี่เขาก็หอมไม่แพ้กัน เป็กลิ่นที่ผมอยากจะลองดมซักครั้งมานานแล้ว ในที่สุดผมก็เผลอกดปากจูบลงไปที่คอและบริเวณใหล่เขาอย่างห้ามไม่ได้
"โอ๊ย!" ผมเผลอใช้มือลูบไปโดนแผลที่ไหล่ของพี่ทัช จนเ้าตัวร้องออกมา ทำให้ผมเองก็ผงะใ
"ฮาร์ปครับ" พี่ทัชหายใจหอบ เงยหน้าขึ้นมาจากซอกคอผม มองตาผมแปบหนึ่ง แล้วทำท่าจะก้มลงมาจูบผมต่อ
"แผล" ผมพูดขึ้นพร้อมยกมือปิดปากคนข้างบนไว้ คนเจ็บก็ไม่ยอมหยุดง่ายๆ จูบมาที่ฝ่ามือผมก่อนจะจับมือผมออก แล้วยื่นหน้าเข้ามาอีก
"พอได้แล้ว นี่พี่เจ็บอยู่นะ" ผมต้องจับคนข้างบนตัวเหวี่ยงลงมานั่งบนโซฟาดีๆ เ้าตัวก็ทำท่าอิดออดเหมือนไม่อยากลงไป
"ทำแผลก่อน อย่าดื้อสิครับ" ผมที่ต้องข่มอารมณ์ไว้มากพอๆกัน จับพี่ทัชหันหน้าไปทางอื่นแล้วทำแผลให้จนเสร็จ
"อ้าปาก" ผมหยิบยาขึ้นมาป้อนพี่ทัชก็กินอย่างว่าง่าย แล้วกระดกน้ำตาม
"อาบน้ำให้พี่หน่อยสิครับ" พี่ทัชยืนขึ้นดึงแขนผมจะให้ลุกไปอาบน้ำให้ สายตาออดอ้อน
"ไม่ต้องมาทะลึ่งเลย พี่ก็ไปอาบเอง แค่ไม่ต้องราดน้ำตรงแผลก็ได้แล้วป่ะ" ผมรีบผลักพี่ทัชเข้าไปในห้องน้ำ ไม่ไหวหรอกครับ ขนาดแค่จูบผมยังหยุดตัวเองไว้แทบไม่ได้ แล้วถ้าผมเข้าไปอาบน้ำเห็นพี่เขาแก้ผ้า ไม่ไหวครับ ยังไงก็ไม่ไหว
"อย่าเพิ่งกลับนะครับ นอนนี่กับพี่นะ" พี่ทัชดึงแขนผมไว้ทำหน้าตาอ้อนผมเหมือนเด็กๆ
"อื้อ" พอผมพยักหน้าถึงยอมปล่อยแขนแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
พอพวกเราอาบน้ำเสร็จผมก็ขึ้นมานั่งอยู่บนเตียง และไม่ลืมที่จะเช็คแผลให้พี่เขาอีกครั้งหนึ่งก่อนจะนอน
"ไหนดูซิแผลเปียกหรือเปล่า" พี่ทัชเอี้ยวตัวให้ผมดูว่ามันปลอดภัยดี ผมก็กำลังจะล้มตัวลงนอน
"ชอบนะครับ" เสียงพี่ทัชพูดขึ้นทั้งๆที่ยังหันหลังอยู่
"หึ" ชอบที่เจ็บตัวเนี่ยนะ! ผมนึกในใจ
"พี่ชอบฮาร์ปนะครับ ชอบมาั้แ่วันนั้น" พี่ทัชหันตัวกลับมามองหน้าผม พูดย้ำชัดๆอีกครั้ง ผมนั่งทำหน้าอึ้งกับสิ่งที่เขาพูดเมื่อครู่
"ั้แ่วันนั้น?" ผมขมวดคิ้วถาม วันนั้นหมายถึงวันไหน
"ก็วันนั้น ที่พี่เอาเสื้อให้เรา" ผมนั่งนึกย้อนถึงสิ่งที่พี่เขาทำกับผม ไม่ว่าจะเป็การชอบหยอกชอบแซว ดูแลผม จับมือ จูบ มันก็เริ่มชัดเจนขึ้นมาทุกอย่าง ว่าเขาดีกับผมมาั้แ่ตอนนั้นจริงๆ แล้วหน้ากับหูผมก็เริ่มแดงขึ้นอีกครั้ง
"อื้ม" ผมมองพี่เขาได้ไม่นานก็ต้องหลบสายตาด้วยความเขิน
"คบกับพี่นะ" พี่ทัชพูดแล้วยื่นมือมาลูบหัวผมเบาๆ
"น้องฮาร์ป คบกับพี่นะคับ" พี่เขาก้มมากระซิบข้างหูถามย้ำอีกครั้ง เพราะผมยังเงียบไม่ตอบอะไรออกไป
"อื้ม" ผมก็พยักหน้ารับ แต่ก็ไม่กล้าเงยหน้ามองอีกฝ่ายเพราะเขิลมากจนทำตัวไม่ถูก แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าจะต้องพูดอะไรต่อ รู้แค่ว่าใจมันเต้นแรง แรงมากกว่าทุกๆครั้ง ผมใช้อัตตราการเต้นของหัวใจเปลืองมากจริงๆวันนี้
จริงๆผมน่าจะรู้ตัวเองนานแล้ว ั้แ่ที่ทำบททดสอบ ผมใจเต้นแรงก็เพราะเขา ยอมให้เขาจับมือ ยอมให้กอดง่ายๆ แล้วก็ที่ชัดเจนที่สุดเมื่อกี้ผมจูบพี่เขาก่อน!
ผมนอนมองคนตรงหน้า ไล่ั้แ่ผม ลงมาเรื่อยๆ หรือว่าจะชอบพี่เขาเพราะคิ้มเข้ม หรืออาจจะเป็ดวงตาคมที่กำลังจ้องผมอยู่ ผมคิดหาเหตุผลอยู่นาน แต่ก็ไม่ได้คำตอบหรอกคับ ผมแค่รู้สึกดีกับทุกๆอย่างของเขา การกระทำ จูบ......
ั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เราทั้งคู่เผลอหลับไป ทั้งๆที่มือของเราสองคนก็ผสานกันไว้อย่างนั้น
----------------
#ห้องซ้อมดนตรี
#ฮาร์ป
วันนี้ผมก็มาซ้อมดนตรีหลังจากเลิกเรียนเหมือนปกติแหละครับ แต่่หลังๆมานี้มีบางอย่างเพิ่มเติมเข้ามาคือ ผมมีแฟนแล้วครับ หลังจากคืนนั้นที่ผมไปทำแผลให้พี่ทัชที่คอนโด เราก็ตกลงว่าจะคบกัน นั่นไงครับแฟนผมเดินมาโน่นแล้ว
"อะไรยังไงกันคะ 2 คนนี้อัพเดทหน่อยค่าาา" ไอ้เกวหันไปพูดกับแฟนผม ทั้งที่พวกผมยังไม่ทันได้ทักกันเลยด้วยซ้ำ เพราะผมมัวแต่ยืนเขินบิดไปบิดมาอยู่นี่
"พี่มาดูแฟนพี่ซ้อมดนตรีอ่ะครับ" โอ๊ยหัดอายคนอื่นเขาซะบ้างเถอะไอ้พี่ทัช พูดออกไปตรงๆแบบนั้นได้ยังไง ผมนี่ยังไม่กล้าพูดบอกกับเพื่อนผมตรงๆแบบที่พี่เขาทำเลย
"กูว่าแล้ว ่นี้ทำไมสนิทกันแปลกๆไปรับไปส่งตลอด" แม้แต่กับไอ้อาร์ผมก็ยังไม่กล้าบอกว่าคบกับพี่เขาแล้ว
"ออกไปรอข้างนอกเลย แข่งรอบสุดท้ายแล้วผมไม่ให้พี่ดูตอนซ้อมหรอก" ผมพยายามดันตัวพี่ทัชออกไปข้างนอกห้องซ้อม
"ถึงพี่จะดูไปพี่ก็ไม่ก็อปเพลงหนูไปเล่นหรอกครับ" พี่ทัชจับมือผมแล้วตอบกลับมาแบบหวานๆจนผมนี่อยากจะอ้วก แต่ก็ไม่ได้ไม่ชอบหรอกครับ มันแค่เขินๆ
"หุย...มีหนูซะด้วยว่ะ หนูนาหรือหนูบ้านครับพี่" ไอ้อาร์พูดแซวผมแล้วหันไปทางพี่ทัช
"พลั๊วะ ไอ้พี่ทัชพูดอะไรเนี่ย ผมเด็กกว่าพี่แค่ปีเดียวเองนะ" ผมตีแขนพี่ทัชแล้วต่อว่า อายุเราก็ไม่ได้ห่างกันมาก
"ก็ใช่ เราเด็กกว่าพี่แค่ปีเดียวแต่เราตัวเล็กกว่า เป็แฟนกันแล้วอ่ะ ให้พี่เรียกแบบนี้ไม่ได้หรอครับน่ารักดีออก" ทำไมพี่เขาเก่งเื่ทำให้ผมหน้าแดงจัง ั้แ่เดินเข้ามาจนถึงตอนนี้ ผมนี่อายจนอยากจะหนีไปจากตรงนี้เร็วๆ
"ไอ้อาร์ ไอ้เจ พากูไปโรงพยาบาลหน่อย" เกวว่า
"ทำไมวะ" ไอ้อาร์ถามกลับ
"เบาหวานกูขึ้นว่ะ" เสียงพวกมันแซวผมกันดังลั่นหนักกว่าเดิม
พอซ้อมเสร็จผมก็หยิบกระเป๋าเดินตามที่เขาไปที่รถ
"น้องฮาร์ป ไปซื้อของเป็เพื่อนพี่หน่อยได้ไหมครับก่อนกลับ" พี่ทัชสตาร์ทรถแล้วหันมาถามผมที่นั่งข้างๆ
"ได้สิครับแล้วพี่จะไปซื้ออะไรล่ะ" ผมถามกลับ
"พี่จะไปซื้อปิ๊กกีตาร์อันใหม่แล้วก็สายจะเอาไว้ใช้วันแข่งด้วย" พี่ทัชตอบ
"ไปซื้อร้านพี่ไอ้อาร์สิคับ พี่ชายมันเปิดร้านขายเครื่องดนตรีอยู่" ผมบอกให้พี่เขาไปร้านพี่แอลพี่ชายไอ้อาร์มัน เพราะยังไงก็ต้องผ่านทางนั้นอยู่แล้ว
"ครับงั้นหนูพาพี่ไปนะ" พอสักทีเถอะครับ พาไปน่ะไปได้แต่ใช้คำว่าหนูเนี่ย ผมได้แต่ก้มหน้าแอบยิ้มไม่ให้พี่ทัชมันเห็น
พอมาถึงที่ห้างผมก็เดินนำทางพี่ทัชขึ้นไปชั้นบน ตรงโซนที่ขายพวกเครื่องดนตรี
"ฮาร์ปครับพี่ขอจับมือได้ไหมครับ" พี่ทัชพูดขึ้นจนผมต้องหันกลับไปมองพี่เขาที่เดินตามหลังผมมา พอเห็นแววตาแบบนั้นแล้วใครจะปฏิเสธลง
"อื้อ" ผมยื่นมือข้างหนึ่งออกไป แล้วพี่เขาก็จับมือไว้แล้วก้าวขึ้นมาเดินคู่กับผม
"อายหรอคับที่เดินจับมือกับพี่" ผมไม่ได้อายที่เดินจับมือกับผู้ชายหรอกครับ ถึงนี่จะเป็ครั้งแรกที่ผมเดินจูงมือกับผู้ชายกลางห้างก็ตาม แต่ที่ผมเดินหน้าแดงอยู่นี่เพราะเขินคนข้างๆนี่ต่างหาก
"เปล่า ผมไม่ได้อายใครทั้งนั้นแหละ" ผมสอดนิ้วเข้าผสานกับมือพี่เขาแล้วเดินไปพร้อมๆกัน จนมาหยุดอยู่หน้าร้านพี่แอล
"แอ๊ะแอ่ม" ใครบางคนส่งเสียงอยู่ข้างหลัง เราสองคนจึงรีบหันไปมอง
"เอ้าไอ้อาร์ จะมาร้านก็ไม่บอก" เป็ไอ้อาร์นี่เอง มันเองพอซ้อมเสร็จก็ขับรถตรงมาที่ร้านเหมือนกัน
"กูเนี่ยนะทำไมต้องบอก ทีมึงพาแฟนมาจู๋จี๋กันกลางห้างมึงยังไม่บอกกูเลย" มันมองหน้าผมกับพี่ทัช แล้วก้มไปมองมือที่ยังผสานกันอยู่ ผมเลยรีบชักมือออก
"จู๋จี๋อะไรล่ะ กูพาพี่เขามาซื้อสายกีตาร์" พูดจบผมก็เดินทำเนียนเข้าไปในร้านมันจะได้ไม่ต้องแซวผมต่อ
"อ้าวพี่ตุลย์/อ้าวไอ้ตุลย์" ผมกับพี่ทัชเดินเข้ามาก็เจอพี่ตุลย์ยืนดูสายกีต้าร์อยู่
"ไอ้ทัช น้องฮาร์ปมาได้ไงเนี่ย" พี่ตุลย์เอ่ยทักพวกเราสองคน
"ผมพาพี่เขามาซื้อสายกีตาร์ครับ นี่ร้านพี่ชายไอ้อาร์มัน" ไม่รู้ทำไมพอพี่ตุลย์เห็นไอ้อาร์เดินเข้ามาในร้านเขาก็วางสายกีต้าร์ที่กำลังเลือกอยู่ แล้วเดินออกไปเลย ส่วนไอ้อาร์ก็วิ่งตามพี่ตุลย์ไป
"มาๆเลือกของดีกว่าอย่าไปสนใจมันเลย" พอเลือกซื้อของจนเสร็จ พี่ทัชก็ขับรถพาผมไปกินข้าวแล้วก็มาส่งที่บ้าน
#บ้านวชิรวัตร
#ฮาร์ป
"น้องฮาร์ป รู้หรือเปล่าครับว่าวันอาทิตย์หน้าเป็วันอะไร" พอจอดรถปุ๊บพี่เขาก็หันมาถามผม นี่มันเป็ปัญหาเชาว์ป่ะเนี่ย หรือจะเป็แบบพวกวันครบรอบที่ สาวๆชอบถามกัน
"ก็วันปีใหม่ไงครับ" ผมตอบไปตรงๆ ก็มันใกล้จะปีใหม่แล้วจริงๆ
"มันก็ใช่คับมันเป็วันปีใหม่ แล้วก็เป็วันเกิดพี่ด้วย" ผมไม่เคยรู้มาก่อน แล้วก็ไม่เคยคิดจะถาม ผมลืมเื่นั้นไปสนิทเลย
"พี่ทัชเกิดวันที่เท่าไหร่หรอครับ" ผมถามกลับ
"วันที่ 1 มกราคมครับ" จะมีสักกี่คนที่เกิดวันปีใหม่พอดี ใกล้จะถึงวันแล้วด้วยอีกแค่อาทิตย์เดียวเองผมคงต้องรีบเตรียมหาของขวัญให้พี่ทัชให้ทันวันเกิดซะแล้ว
"แล้วพี่ทัชมีอะไรที่อยากได้ไหมครับ" ผมถามถึงของขวัญวันเกิดเผื่อจะหาซื้อได้ถูกใจพี่เขา
"มีครับ ที่พี่อยากได้...." พี่เขาพูดแล้วมองผมด้วยสายตาที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไอ้ที่อยากได้คงไม่ใช่แค่พวกเค้กหรือของทั่วๆไป
"อยากได้อะไร" ผมพูดทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้
"จะให้พี่พูดออกมาจริงๆหรอครับ" พี่ทัชพูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มแหบเหมือนอย่างกับว่าเขาอยากจะได้มันจะตอนนี้เดี๋ยวนี้
"จ๊วบ" เขาจูบที่ริมฝีปากผม เหมือนกับทุกๆครั้งที่ทำเวลาขับรถมาส่งผม
"ไอ้พี่ทัช มันไม่เร็วไปหรอ" ผมตีเข้าที่ไหล่ของพี่เขาเบาๆ ผมก็ไม่รู้หรอกนะครับ ว่าคบกันนานแค่ไหนถึงจะไม่เร็วหรือช้าไป ผมแค่ตื่นเต้น แล้วทำไมผมถึงคิดว่าตัวเองจะต้องมาเป็ฝ่ายรับด้วยก็ไม่รู้ ใครเป็คนกำหนด? หรือเป็เพราะผมเป็ฝ่ายที่ถูกพี่เขาตามจีบ
"ก็นี่ไงครับพี่ให้เวลาเตรียมตัวตั้ง 1 อาทิตย์เดี๋ยววันเสาร์พี่มารับไปคอนโดพี่นะครับ"
#บ้านวชิรวัตร
#ฮาร์ป
ผมนอนพลิกไปพลิกมา กดดูโทรสัพท์หาข้อมูลเื่ผู้ชายกับผู้ชายว่าเขาทำกันยังไง ซักพักก็กด Search หาคลิปวีดีโอ มาดู พอดูจบก็เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเลือกชุดที่จะใส่ ผมทำแบบนี้ซ้ำๆไปมาตลอดทั้งอาทิตย์
เย็นนี้แล้วที่พี่เขาจะมารับผมไปที่คอนโด เห้อ ผมตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูก แถมเมื่อคืนก็นอนแทบจะไม่หลับเลยด้วย ตอนผมมีอะไรกับผู้หญิงครั้งแรกยังไม่เห็นตื่นเต้นขนาดนี้เลย
พอนอนคิดเื่โน้นเื่นี้อยู่นานก็หันไปเห็นนาฬิกา 17.00 ผมเลยลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว
"เอี๊ยด.." เสียงรถพี่ทัชมาจอดหน้าบ้านตรงเวลาเป๊ะ ผมหยิบกระเป๋าเดินลงมาจากห้องนอนที่อยู่ชั้นสอง
"จะออกไปไหนนะลูกแต่งตัวซะหล่อเชียว" คุณแม่ทักผมที่กำลังใส่รองเท้าอยู่หน้าประตู
"ไปวันเกิดเพื่อนคับคุณแม่" ผมตอบกลับ
"เพื่อนคนไหน ดูสิถึงกับไม่ยอมอยู่เค้าท์ดาวน์กับพ่อกับแม่เนี้ยห่ะ" คุณแม่กับคุณพ่อที่นั่งดูทีวีอยู่ตรงโซฟาทำท่าจะลุกเดินออกมาดูคนที่จอดรถอยู่หน้าบ้าน
"ก็เพื่อนแหละคับคุณแม่ ที่ผมเคยบอกว่าเป็นักดนตรีนั่นแหละคับ" ผมดึงคุณแม่เข้ามากอดก่อนที่ท่านจะเดินออกไปข้างนอก
"คนที่เป็คู่จิ้นลูกนะหรอ ก็ได้แม่จะยอมให้ไปก็ได้แต่มีข้อแม้นะ วันหลังเราต้องพาเค้ามากินข้าวที่บ้าน ให้พ่อกับแม่เห็นหน้าเห็นตาบ้าง" ไม่รู้คุณแม่ผมไปรู้มาจากไหนเื่คู่จิ้นของผม ท่านก็ไม่ได้ว่า แต่ถ้ารู้ว่าตอนนี้กลายเป็คู่จริงไปแล้ว ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านจะว่ายังไง ผมยังไม่กล้าบอกพวกท่านเลย
"ค๊าบบ ค๊าบบบ งั้นผมไปก่อนนะคับ" ผมหันไปจุ๊บแก้มคุณพ่อคุณแม่แล้วก็เดินไปขึ้นรถที่จอดรออยู่
#สู้ๆนะน้องฮาร์ป พี่เป็กำลังใจให้ อร้ายยยย