ผ่านมาสองสามวันหลังเหตุการณ์พลิกประวัติศาสตร์ของแคว้นชิงสถานการณ์ตอนนี้ของแคว้นชิงเริ่มกลับสู่สภาวะปกติ พวกที่เข้าร่วมกับสถานศึกษาต่างไม่กล้าออกจากบ้านตอนนี้พวกมันแพ้แล้ว อย่างเดียวที่พวกมันรอได้อย่างเดียวคือความเมตตาของฮ่องเต้
แม้แต่สำนักผู้แข็งแกร่งอย่างสำนักผู้กล้าไร้พ่ายก็ยังไม่กล้าพูดอะไรเื่ความตายของนายน้อยพวกมัน
ผู้ที่เหลือรอดจากเหตุการณ์ครั้งนี้มีเพียงองค์ชายรองที่ตอนนี้ถูกคุมขังอยู่ในคุกหลวง มีเื่เล่าว่าในขณะที่เขาถูกคุมตัวไปองค์ชายรองได้กล่าวกับบิดาของตนว่า‘แล้วท่านจะต้องเสียใจที่ไม่กุดหัวข้าในวันนี้ ไม่ว่าข้าจะต้องรอเท่าไรไม่ว่าจะนานแค่ไหนข้าจะต้องทำให้ท่านเสียใจที่สุดในชีวิตให้ได้’ ฮ่องเต้ไม่ได้สังหารองค์ชายรองไม่รู้ว่าเป็เพราะความสงสารหรือความรู้สึกผิดต่อโชคชะตาของบุตรชาย
“แด่แคว้นชิง!”
“แค่แคว้นชิง!”
เสียงเฉลิมฉลองดังขึ้นในพระราชวังหลังผ่านพ้นเหตุการณ์ร้ายแรง ฮ่องเต้ก็ทรงจัดงานเลี้ยงเพื่อปลอบขวัญกำลังใจทุกคนงานนี้แม้แต่พวกเว่ยเมิ่งก็เข้ามาร่วมด้วย
“มาๆทุกคนดื่ม!” บุคลคิลเ้าสำราญของตงฟางฉียนไม่เคยเปลี่ยนแปลงมันกอดคอน้องรองอย่างตงฟางโม่หลาง อีกมือชูจอกสุราขึ้น
“ดื่มๆ!” เสียงเฮฮาของฝ่ายพวกที่อยู่ข้างฮ่องเต้
ดูเหมือนว่าฮ่องเต้จะเล่าเื่ราวคร่าวๆให้พวกขุนนางฟังทุกคนมองไปที่พวกคนในหมู่บ้านน้ำตก์ด้วยสายตาที่หลากหลาย ความกลัวความตื่นเต้น ความประหลาดใจ
ในที่นี่มีเพียงตรงฟางหรงที่มีสหน้าไม่ค่อยจะมีความสุขมันกรอกสุราเข้าปาก และกรอกตามองบนเมื่อเห็นฮ่องเต้ทำหน้ายิ้มเดินมาหา
“นี่งานเลี้ยงนะไม่ใช่งานศพแสร้งทำหน้ามีความสุขให้ข้าหน่อยไม่ได้หรือท่านแม่ทัพใหญ่”
“นั้นเรียกว่าปากหรือฝ่าา?”
ตงฟางหรงถอนหายใจ มันมองหน้าฮ่องเต้ด้วยสีหน้าจริงจัง“ฝ่าา....ตอนนี้แคว้นเราไม่มีผู้แข็งแกร่งระดับปรมาจารย์อีกแล้ว สมดุลที่เคยมีมาพังทลายลงอีกทั้ง...ยังพังทลายลงมาที่เรา อีกสามแคว้นใหญ่ต้องไม่ยอมปล่อยชิ้นเนื้อนี่ไปแน่เมื่อถึงตอนนั้นหากเรายังไม่หาทางแก้ไขไม่ได้ คงไม่แคล้วถูกกลืนกินหรือโดนทำลายจนย่อยยับเป็แน่”
“นั้นก็ไม่แน่”ฮ่องเต้ยิ้มอย่างมีเลศนัย
ตงฟางหรงงุนงงมันเหลือบตามองไปยังคนของหมู่บ้าน์และหันกลับมามองฮ่องเต้ด้วยสีหน้าลำบากใจ
“ฝ่าา...”
ฮ่องเต้ยกมือขึ้นเป็การบอกให้หยุด“วางใจเถอะ ข้าไม่ทำให้เ้าต้องลำบากใจหรอก เป็ทางนั้นเองที่ยืนข้อเสนอมาเอง”ฮ่องเต้แอบชี้ไปทางเสวี่ยฟางที่ตอนนี้.......กำลังเต้นรำแบบควิกซ์วอลซ์อยู่กับเว่ยมิ่ง
“เสวี่ยฟาง?” ตงฟางหรงยิ่งงเข้าไปใหญ่
“ใช่นางเสนอให้การคุ้มครองแคว้นชิงแลกกับค่าตอบแทนเล็กน้อยๆ........อันที่จริงก็ไม่น้อยหรอกแต่ก็พอรับได้อยู่เมื่อเทียบกับการดำรงอยู่ของแคว้นชิง”
“คุ้มครอง? นางจะใช้วิธีใดกัน?”
“เื่นั้นบิดาไม่ต้องเป็ห่วง”เป็ตงฟางจวินอิ๋งที่เข้ามาตอบบิดา
“แม่นางตงฟางเสวี่ยฟางได้บอกกับข้าพเ้าว่านางไว้ว่านางได้ส่งสัตว์วิเศษระดับาาทั้งสี่ของนางเป็ราชฑูตส่งคำเตือนให้กับแคว้นที่เหลือแล้วว่าแคว้นชิงตอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่พยัคฆ์ไร้เขี้ยวเล็บและพร้อมที่บดขยี้ทุกคนที่เข้ามายุ่งย่าม”
ตอนแรกมันใสุดขีดที่เห็นญาติผู้นี้มีมีสัตว์วิเศษระดับาาถึงสี่ตน!นั้นเทียบเท่าได้กับแคว้นชิงตอนนี้แคว้นชิงมีขุมกำลังเทียบเท่ากับปรมาจารย์สี่คน!ต่อให้อีกความสามแคว้นที่เหลือร่วมมือกันก็ใช่ว่าจะต่อกรกับแคว้นชิงได้!
ตงฟางหรงหันไปมองสองพี่น้องที่ตอนนี้กำลังเต้นรำท่าแปลกๆสายตาของเข้าเต็มไปด้วยความดีใจ ความสุขใจ ความภาคภูมิใจ
“นี่ๆพี่สาวตกลงว่าท่านจะตั้งนามของพวกมันว่าอะไร?”
เว่ยเมิ่งกล่าวพลางมองสองพญางูที่กำลังเลื้อยเล่นไปมาบนแขนของชายหนุ่ม
“ในเมื่อพวกมันเป็ตัวเมียทั้งคู่อีกทั้งยังเป็ฝาแฝดกันอีก เอาเป็ แอนนากับแอนนี่เป็ไง”
“ฮาๆพี่สาวชื่อแบบนั้นมาจะไม่แปลกเกินไปหน่อยสำหรับคนที่นี่หรือ?”
“ช่างพวกสิ!นี่มันสัตว์เลี้ยงของพวกเรานะ จะไปสนใจคนอื่นทำไม” นางบ่นอุบอิบยืนมือไปประสานกับมือของน้องชายสองพญางูเลื้อยจากแขนของชายหนุ่มไปยังแขนของหญิงสาวพวกมันค่อยๆวนรอบข้อมือของเสวี่ยฟางจนกลายเป็สร้อยข้อมือไป
“พวกเ้าดูแลพี่สาวข้าดีๆละ”ชายหนุ่มกล่าวกับสองพญางูยิ้มๆ สร้อยขอมือสั่นเบาๆ เหมือนตอบรับ
“จริงสิพี่สาวไหนๆท่านก็มาแคว้นชิงแล้วไปลองเจอสหายจากต่างโลกของท่านด้วยเลยไปเป็ไง?”
“หืม....อืมก็ได้” นางยักไหล่ นางเริ่มเบื่อๆงานเลี้ยงทางการเมืองนี่พอดี ชายหนุ่มพยักหน้าเดินนำพี่สาวไปพร้อมๆกับเสียงท้องร้อง
“ดูเหมือนจะยังไม่มีใครมาน่ะ”ชายหนุ่มเข้ามาในร้านของโรสร้านอาหารมีเพียงเชฟสาวผมชมพูที่กำลังอ่านหนังสือฆ่าเวลา
“สวัสดีคุณชายเว่ยส่วนแม่นางท่านนี้?”โรสเงยหน้าขึ้นมาทักทายชายหนุ่ม ก็มองไปที่หญิงสาวข้างๆ
“นี่คือพี่สาวข้าเองนางมีนามว่าตงฟางเสวี่ยฟาง นางเป็คนที่มาจากต่างโลกเหมมือนกับท่าน”ชายหนุ่มแนะนำทั้งสองให้รู้จัก
เชฟสาวเลิกคิ้วเหมือนประหลาดใจ แต่ก็ยิ้มทักทาย
“สวัสดีคะคุณตงฟางเสวี่ยฟาง”
“สวัสดี..คุณโรส”
สองหญิงสาวผู้งดงามไม่แพ้กันจ้องตากันชั่วครู่ก่อนจะถูกเว่ยเมิ่งขัดจังหวะ“ตอนนี้ข้าพเ้าสั่งอาหารได้แล้วใช่หรือไม่?”เชฟสาวละสายตาจากเสวี่ยฟางหันไปตอบชายหนุ่ม “คะ” เว่ยเมิ่งสั่งอาหารเยอะแยะเขาเดินไปนั่งรออาหารที่โต๊ะ ชายหนุ่มที่เห็นพี่สาวยืนนิ่งก็สังสัย
“พี่สาวท่านเป็อะไร?”
“......เปล่า”
หญิงสาวส่ายหน้าแต่ก็บ่นพึมพำกับตนเอง“ไหงมีเชฟสาวสวยสุดคูลชวนเบี่ยงเบนอยู่ที่ได้ฟะเมื่อกี้ทำเอาข้าใจเต้นไปแวบหนึ่งเลย”
“พี่สาวท่านไม่สบายหรือเปล่า?” เว่ยเมิ่งเอียงคอ
“เปล่า.....แค่จะเบี่ยงเบน”
“หา?”
“ช่างเื่ข้าเถอะมาคุยเื่ของเ้าดีกว่า”
“เื่ของข้าพเ้า?”
“ข้าได้ยินเ้าถามไอ้เ้าเลเธอร์เฟซเื่หยกบ้างอย่างนี่ มีเื่อะไรหรือเปล่า”
“อ่อเื่นั้นนะหรือ? ท่านจำตอนที่หมู่บ้านของพวกเราเคยมีองค์หญิงแคว้นลู่มาพักได้หรือไม่?ข้าสังเกตเห็นว่านางมีหยกคล้ายๆกันอยู่ ก็เลยคิดว่าอาจจะได้เบาะแสอะไรบ้างนะ”ให้ตายเขาก็ไม่พูดเื่แอบลักลอบไปพบสตรีตอนกลางคืนเด็ดขาด
“หืม..”นางหรี่ตาลง
“อาหารได้แล้วคะ”เชฟสาวนำอาหารมาเสริฟ
“ขอบคุณครับ/ขอบคุณคะ”
สองพี่น้องหยุดการสนทนาหันมาขอบคุณเชฟสาวด้วยรอยยิ้มกระชากใจ สาวเชฟสาวเพียงแค่ยิ้มตอบ
“คะ”น่าเสียดายที่มันไม่ได้ผล
สองพี่น้องคอตกนั่งก้มหน้าก้มตากินอาหารอย่างเซ็งๆพี่สาวและน้องชายต่างคุยอะไรต่อมิอะไรไปเรื่อยเปื่อย
“แล้วจากนี้เ้าจะไปเที่ยวที่ไหนต่อ?” เสวี่ยฟางถามน้องชาย
“ก็......อาจจะเป็แคว้นลู่”ชายหนุ่มยักไหล่ เขาแค่อยากเดินทางไปท่องเที่ยว แต่ไม่ได้เจาะจงว่าจะไปที่ไหน
“อืมม”หญิงสาวพยักหน้าเป็เชิงรับรู้
ภาพแห่งความสุขของสองพี่น้องดำเนินไปเรื่อยๆจนกระทั้ง....
ตึกตึก
เว่ยเมิ่งสะดุงลุกพวดเช่นเดียวกับโรสที่ขมวดคิ้วนางมองขึ้นบนเพดาน ทว่าอันที่จริงนางแล้วไม่ได้มองเพดาน
บนท้องนภาอันกว้างใหญ่ตอนนี้ปรากฏร่างสองร่างขึ้นมาร่างหนึ่งเป็บุรุษวัยกลางคล้ายบัณฑิตร่างของแผ่กลิ่นอายแห่งความเก่าแก่โบราณออกมาส่วนอีกร่างเป็สิ่งที่แปลกประหลาดไปโดยสิ้นเชิง มันเป็ั์ที่มีแขนหกข้างผิวกายเป็สีแดง และ ดวงตาที่สามอยู่กลางหน้าผากที่แฝงไว้ด้วยความดุดัน
“ั์เพลิงสามตา! เ้าไม่มีสิทธิเหยียบดินแดนแห่งนี้แม้แต่ก้าวเดียว!ถอยกลับไปซะไม่เช่นนั้นข้าจะถือเ้า้าเป็ศัตรูกับผู้ฝึกตนแห่งดินแดนัฟ้า!” บัณฑิตวัยกลางคนคำราม
ั์เพลิงสามตาไม่แม้แต่จะเหลือบมองผู้ฝึกตนคนนั้นมันจ้องมองไปยังพื้นดินที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนของแคว้นชิง มันใช้มือทั้งหกทำท่าคว้าจับไปทางพื้นดินทันใดนั้นผู้คนในแคว้นชิงต่างรู้สึกสั่นสะท้าน
“ผะแผ่นดินไหว!”
“ทันต์์!”
เสียงชาวบ้านกรีดร้องไปทั่ว ั์เพลิงสามตายังคงทำท่าคว้าจับเช่นเดิมเหมือนมันพยายามดึงบางสิ่งที่ถูกฝั่งอยู่ใต้พื่นดินขึ้นมา
“เ้ากล้า!” บัณฑิตวัยกลางคนคำราม มันพุ่งเข้าใส่ั์เพลิงสามตามือขวาปรากฏพัดที่มีลวดลายดวงตะวันสามดวง พร้อมกับสะบัดไปทางั์เพลิงสามตาเมื่อพัดถูกสะบัดไปปรากฏดวงตะวันสามดวงพุ่งเข้าหาั์เพลิงสามตา มันไม่แม้แต่จะชายตามองหนึ่งในมือทั้งหกคว้าจับดวงตะวันทั้งสามมาไว้ในมือราวกับมันไม่มีค่าอะไร
“หากประมุขตระกูลเ้าอยู่นี่ข้าอาจจะถอยหนีไปทว่าเ้าที่เป็เพียงผู้ฝึกตนในขอบเขตเซียนกลับมายืนโอหังต่อหน้าข้าเช่นนี้ ชั่งใจกล้าไม่เบาจริงๆเด็กน้อย”ั์เพลิงสามตาพูดโดยไม่หันมามอง มันสะบัดดวงตะวันสามดวงคืนไปทางผู้ฝึกตนเร็วกว่าที่ดวงตะวันส่งคืนมาเสียอีก
“อ๊ากกก”ผู้ฝึกตนวัยกลางคนกลายเป็เถ้าธุลีหายไป
“ชิงหลง(ัเขียว)แห่งทิศบูรพา(ตงฟาง)เอ๋ย ในอดีตตัวเ้าซึ่งเป็หนึ่งในสัตว์เทพเ้าระดับสูงได้ละสังขารไว้ ณที่แห่งนี้ สายเืัของเ้าที่ตกทอดมา ข้า ั์เพลิงสามตาอู่ ต้าหัวจะเป็ผู้ขอรับไว้เอง”
แคว้นชิงสั่นสะเทืนคล้ายกลับวันสิ้นโลกพื้นแผ่นดินค่อยๆแตกกระจาย เผยให้เห็น หยดโลหิตหยดหนึ่งที่กำลังลอยขึ้นมา!
ั์เพลิงสามตา ต้าหัว ฉีกยิ้มอย่างดุดันมือทั้งหกคว้าไปทางหยดโลหิตที่กำลังลอยขึ้นมาต้าหัวใช้พลังทั้งหมดพยายามยกหยดโลหิตนี้ขึ้น ทว่าคล้ายหยดโลหิตนี้น้ำหนักเท่ากับโลกหนึ่งใบต้าหัวกัดฟันพยายามดึงโลหิตขึ้นมา
เว่ยเมิ่งหน้าขาวซีดมันเห็นั์ตนหนึ่งอยู่บนท้องฟ้าพยายามดึงหยดโลหิตขึ้นมาจากพื้นแผ่นดิน
“นั้นมันอะไร!?” แม่แต่เสวี่ยก็มองเห็นส่งที่อยู่บนฟ้า หน้าของนางไร้สีเื นางรู้สึกเหมือนมีบางที่เลวร้ายกำลังจะเกิดขึ้น
ในใจของเว่ยเมิ่งคล้ายกับมีความรู้สึกอัปมงคลพุ่งพล่านอยู่ตลอดเวลามันมีความรู้สึกว่าหากหยดโลหิตนั้นถูกดึงไปได้..ทุกอย่างก็จะจบสิ้น
“พี่สาว!ท่านไปกับแอนนี่รับพวกเสี่ยวซุนมาให้เร็วที่สุดข้าพเ้าจะไปรับพวกคนที่หมู่บ้านแล้วพวกเราไปเจอกันที่แคว้น-” เสียงเร่งรีบของเว่ยเมิ่งถูกขัดไว้ก่อน
“ไม่มีประโยชน์อีกสามแคว้นก็ถูกพวกั์มาดึงโลหิตไปเช่นกัน” เสียงเชฟสาวโรสดังขึ้นมา
“หากพวกเ้า้าหาที่ปลอดภัยละก็นำคนพวกนั้นมาที่นี่ซะ” เสียงของนางราบเรียบลึกลับอย่างบอกไม่ถูก เว่ยเมิ่งฟังที่นางพูดก็กัดฟันบอกกับพี่สาวไป
“ไป!”
สองพี่น้องแยกย้ายกันไปหนึ่งไปช่วยคนที่หมู่บ้านหนึ่งไปที่วังหลวงเชพสาวเดินออกมาที่นอกร้าน ผมสีชมพูของนางตัดกับแสงตะวันช่างเป็ภาพที่งดงามนางมองขึ้นไปบนฟ้าด้วยสีหน้าครุ่นคิด ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นที่เหนือหัวนางของนาง
“เ้าคิดอะไรอยู่ไนกี้ ทำไมถึงได้แทรกแซงเื่ของภพนี่กัน?”เหยี่ยวตัวหนึ่งปรากฏตัวบินอยู่เหนือหัวนาง
“................”
เทพีแห่งชัยชนะเงียบไปพักหนึ่งก่อนเอ่ยตอบ
“เพื่อ.....เปลี่ยนแปลงโชคชะตาอีกครั้งหนึ่ง”