ตอนที่ 19
กลิ่นรัญจวนในป่าลึก
อวี้เยี่ยนเคยขบคิดไปถึง่ชีวิตที่นางเคยโดนสั่งเนรเทศไปยังชายแดนเนื่องจากทำความผิดที่ใส่ร้ายน้องสาวผู้เป็ที่รักของผู้คน
ว่าถ้าหากในกาลนั้นนางไม่ถูกอาการหมดแรงและความเสียใจอย่างมากล้นทั่วดวงจิต ทำให้เสียสติและตื่นกลัว
ยามเมื่อนางถูกมือสังหารตวัดคมดาบใส่บั่นคอนางจะสามารถตั้งตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ในตอนนั้นได้หรือไม่
อวี้เยี่ยนละมือออกจากหน้าผากของชินอ๋องมองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตของมือสังหารคิดในใจว่าสมกับเป็ชายหนุ่มที่ในกาลก่อนนางมอบให้ทั้งดวงใจโลหิตพวกนั้นหาได้ทำให้ความองอาจของเขาด้อยไปหากมองข้ามใบหน้าตื่นตะลึงที่เขาใช้มองมานั่นล่ะก็
มือสังหารยังคงหลงเหลืออยู่
หันไปมองร่างงามที่ถูกย้อมไปด้วยโลหิตเช่นกันกำลังถูกเฉินโจวฉีประคับประคองเฉินชิงเหลียนมาตรด้วยถูกมือสังหารผลักกระเด็นใส่ลำต้นไม้ใหญ่ทำให้ภายในาเ็ไม่น้อย
“พี่โจวฉีเ้าคะ...”เฉินชิงเหลียนเอ่ยเรียกชายตรงหน้าเสียงแ่ใบหน้าสดใสหม่นหมองพลางร้องไห้ครางสะอื้น
เฉินโจวฉีคิ้วกระตุกอย่างไม่คุ้นชินแต่เดิมเขาเคยมีน้องสาวแค่สองคน มาตอนนี้เพิ่มมาอีกหนึ่งอีกทั้งยังดูช่างพูดช่างเจรจา จะอย่างไรเขาก็ไม่คุ้นชิน
“อย่าเพิ่งพูดอันใดหลบอยู่ตรงนี้ก่อน”
เมื่อพูดจบชายร่างกำยำก็หันกลับไปเพื่อเข้าร่วมการต่อสู้ไม่ใช่เขาทิ้งอวี้เอ๋อร์ไว้คนเดียวท่ามกลางมือสังหารพวกนั้นหรอกหรือ!?
ทันใดนั้นก็รู้สึกถึงแรงดึงจากตรงชายเสื้อเฉินโจวฉีก้มมองลง พบเห็นมือเรียวเล็กบอบบางดึงรั้งเขาไว้อยู่
เฉินชิงเหลียนมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาใสกระจ่างใบหน้าขาวนวลเปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลน ชวนให้คนมองรู้สึกสงสารไม่อยากพรากจากและทิ้งนางไปไหน
ข้างๆ ของเฉินโจวฉีและเฉินชิงเหลียนปรากฏศพของมือสังหารที่ก่อนหน้านี้มันได้ใช้ร่างของสาวงามเป็ตัวประกันก่อนมันจะสิ้นใจภายใต้คมกระบี่ของรองแม่ทัพแห่งสกุลเฉิน
ให้ชั่งน้ำหนักความสำคัญในใจของเฉินโจวฉีอย่างไรอวี้เอ๋อร์ของเขาย่อมสำคัญและสถานการณ์น่าเป็ห่วงมากกว่า
“อย่าส่งเสียงอันใดเมื่อมือสังหารถูกกำจัดหมดแล้ว ข้าจะมารับเ้า”เขาไม่มองไปยังดวงตาสดใสน่าดึงดูดดวงนั้นแล้ว รีบหันมองไปยังทิศทางที่เสียงกระบี่ยังคงมีเสียงกระทบให้ได้ยินก่อนจะเร่งติดตามไป
เฉินชิงเหลียนสะอื้นอีกครานางเพิ่งผ่านพ้นความเป็ความตายมา ใน่เวลาที่้าคำปลอบประโลมกลับไม่มีใครมองมายังนางแม้แต่คนเดียว เด็กสาวร้องไห้จนตัวโยนไหล่บอบบางสั่นสะท้าน
หากมีคนมองมาย่อมรู้สึกสงสารแต่กลับกัน หากไม่มีผู้คนเห็น ก็ไร้ซึ่งสายตาความเห็นใจ
ความรู้สึกอันน่าขยะแขยงที่ถูกมือสังหารจับตัวคล้ายยังคงถูกประทับตราอยู่นางฝืนน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอมาอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ก้มตัวให้พ้นรัศมีการมองเห็นมองผ่านพุ่มไม้ ไปยังกลุ่มคนที่กำลังสาดวิชากระบี่ใส่กันอยู่
แท้จริงแล้วพี่สาวของนางก็มีวรยุทธที่มากพอใช้สังหารคนและปกป้องคนได้เช่นกัน
มือสังหารคล้ายยังเหลืออีกสามคน
พวกมันรวมตัวกันแล้วในตอนนี้ชวี่ซื่อจื่อและชินอ๋องกำลังาเ็ ผู้ที่เป็กำลังหลักกลับเป็สองพี่น้องสกุลเฉิน
เฉินอวี้เยี่ยนหมดสิ้นซึ่งใบหน้าเรียบเฉยเฉกเช่นปกติดวงหน้าที่เคยเกลี้ยงเกลาหมดจด ถูกชโลมย้อมไปด้วยโลหิตสีแดงฉานตัดกับดวงตาเรียวหงส์สีขาวที่หรี่ลงสังเกตการเคลื่อนไหวของมือสังหารสลัดคราบคุณหนูผู้งดงามอ่อนแอ
ปรากฏเป็มือสังหารสาวผู้เยือกเย็น
แท้จริงแล้วอวี้เยี่ยนเกลียดการร่ายรำกระบี่ยิ่งกว่าสิ่งใดแม้นตัวนางจะเป็ถึงคุณหนูคนโตแห่งจวนแม่ทัพ กระนั้นก็ไม่ได้หมายความตัวนางจำเป็ที่จะต้องร่ายรำกระบี่ให้เป็
เพียงแค่เรียนศาสตร์สี่แขนงแต่งงานกับบุรุษที่คู่ควร และเป็ฮูหยินที่มากไปด้วยอำนาจเท่านั้นก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ นางไม่เห็นถึงความจำเป็ที่สตรีจำเป็ต้องจับดาบเพื่อนำมาฟาดฟัน
และเพราะความคิดเช่นนั้นในกาลก่อน ถึงแม้อวี้เยี่ยนจะได้ฝึกวรยุทธจากเฉินโจวฉีมาบ้าง กลับไม่ได้ใส่ใจเรียนมากพอและพร้อมทุ่มเทกับสิ่งที่นางถนัดและคิดว่าบุรุษจะชื่นชอบมากกว่า เช่นการเขียนภาพ หรือการเล่นพิณที่นางได้ใช้สิ่งนี้มาเกี้ยวพาชินอ๋องอยู่บ่อยครั้ง
จวบจนตัวนางถูกทัณฑ์เนรเทศขับไล่และถูกเหล่ามือสังหารไม่ทราบที่มาบั่นคอจนสิ้นใจในกาลนี้กลับได้รู้ซึ้งถึงความสำคัญของสิ่งที่เรียกว่าวรยุทธบ้างแล้ว
อาจไม่ได้จริงจังถึงขนาดเก่งกาจทว่าเมื่อได้โอกาสกลับมาอีกครั้ง สิ่งที่นางขยันฝึกในเพิ่มเติมในทุกวัน คือการทบทวนวิชาร่ายรำกระบี่ที่พี่ชายได้เคยสั่งสอน
คิดไม่ถึงว่าจะมีประโยชน์อย่างมากใน่เวลาเช่นนี้ถึงแม้เื่ราวจะไม่เป็เหมือนในกาลก่อน กระนั้นเมื่อเกิดเื่ขึ้นสิ่งที่สามารถทำได้ย่อมต้องควักมันออกมาใช้ประโยชน์ให้เต็มประสิทธิภาพ
เฉินอวี้เยี่ยนเคยสังหารผู้ใดมาก่อนหรือไม่?
ไม่มีสตรีคนใดอยากจับกระบี่สังหารคนหากนั่นไม่ใช่ยามคับขันจนถึงที่สุด
ทุกการเคลื่อนไหวของร่างดงามชโลมโลหิตสีแดงฉานน่ามองชมขนาดนี้ั้แ่เมื่อใดชินอ๋องไม่อาจทราบได้
แต่เขารับรู้เพียงแค่ว่าในยามนี้ เขาไม่สามารถละสายตาออกจากเฉินอวี้เยี่ยนได้
มือสังหารรวมกลุ่มกันเพื่อกำจัดสองพี่น้องสกุลเฉินโดยมีชวี่ฮุ่ยิที่กำลังาเ็ ทว่ายังถือว่ามีเรี่ยวแรงมากกว่าเขาที่ถูกพิษจนไม่สามารถยับเขยื้อนตัวได้ร่วมต่อสู้กับมือสังหารด้วย
เฉินโจวฉีสมกับเป็รองแม่ทัพฝีมือของเขาย่อมไม่ด้อย เมื่อมีแม่ทัพหนุ่มร่างกำยำเช่นนี้มาเป็กองเสริม สถานการณ์จึงดูพลิกผันขึ้นมาทันทีจากที่พวกเขากำลังตกเป็รอง ก็คล้ายจะได้เปรียบขึ้นมา
ชวี่ฮุ่ยิผู้นั้นหากตัดเื่อาการาเ็ออกไป นับว่าวรยุทธของเขานั้นกลับอยู่ในขั้นที่เหนือกว่าบัณฑิตทั่วไปให้มองข้ามอาการาเ็ตรงขาที่เขากำลังฝืนทน มือของเขาที่กำลังจับกระบี่ตวัดผ่านอากาศเพื่อสังหารคนดูหนักแน่นราวกับคนที่ไร้ซึ่งาแ
เฉินอวี้เยี่ยนเหลือบมองมาทางร่างของชินอ๋องที่กำลังนอนอย่างแน่นิ่งมีเพียงดวงตาเรียวคมที่เลื่อนมองสบผ่าน และคล้ายคนที่กำลังจะหลับได้ทุกเมื่อ
“ชิงเหลียนมารักษาให้ท่านอ๋องก่อน เอาตัวเขาไปไว้ในที่ปลอดภัย เร็วเข้า!” อวี้เยี่ยนกัดฟันบอกเสียงเครียด
“จะ...เ้าค่ะ!” เฉินชิงเหลียนสะดุ้งโหยง นางค่อยๆยอบกายอย่างแ่เบา ร่างกายบอบบางสองร่างช่วยกันลากตัวชายหนุ่มร่างสูงเข้าไปซ่อนในพุ่มไม้หน้าที่ลับตาคนก่อนอวี้เยี่ยนจะฝากฝังร่างแน่นิ่งของชินอ๋องไว้กับเฉินชิงเหลียนและหันกายไปสมทบของเฉินโจวฉีและชวี่ฮุ่ยิ
ใบหน้างดงามเด็ดเดี่ยวของอวี้เยี่ยนไม่มองไปที่ผู้ใดจ้องเขม็งไปเพียงแค่มือสังหารบัดซบพวกนั้น
ภาพพวกนั้นสะท้อนเข้าสู่ดวงตาเรียวคมของชินอ๋องทั้งสิ้น
ราวกับนี่คือภาพที่ไม่คุ้นชิน
“ซ่งหลิวหยางท่านสามารถพูดได้หรือไม่?” เฉินชิงเหลียนเอ่ยถามอย่างกังวลใจ ชินอ๋องหาได้ตอบกลับเพียงมองนางด้วยสายตาอ่อนแรงเป็คำตอบ
ในยามนี้เขาไม่สามารถขยับส่วนใดได้นอกจากดวงตาเฉินชิงเหลียนพยายามสังเกตอาการ ว่านี่คือพิษชนิดใดน่ากลัวว่ายาถอนพิษนั้นจะหายากในสถานการณ์เช่นนี้
“อาจจะเป็พิษจากอสรพิษสีเงิน...ข้าพอมีวิชาที่รู้ความติดตัวอยู่บ้างแต่ว่ายาแก้ถอนพิษนี้ค่อนข้างที่จะต้องใช้สมุนไพรที่อยู่อุณภูมิที่อุ่นและคงที่ อีกทั้งผลข้างเคียงของพิษชนิดนี้นั้น...”ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ใบหน้าของเฉินชิงเหลียนจึงขึ้นสีแดงระเรื่อ
ทันใดนั้นอุณภูมิในตัวของชินอ๋องกลับสูงขึ้นเฉียบพลัน ใบหน้าของชายหนุ่มเริ่มค่อยๆ ซีดเซียวดวงตาที่มองเห็นเป็ปกติเริ่มพล่ามัว สติคล้ายเลือนราง ท่ามกลางหมอกควันสีขาว ใบหน้าขาวนวลและเืสีแดงฉานของใครบางคนกลับเริ่มเด่นชัดอย่างน่าประหลาด
ริมฝีปากหนักลึกของชายหนุ่มแห้งผากคล้ายสูญเสียความชุ่มชื้นและ้าบางอย่างมาเติมเต็มมือแข็งแกร่งกำยำของชินอ๋องกระตุกปัดป่ายไปทั่ว นี่คือผลของพิษจากอสรพิษสีเงิน
อุณภูมิของร่างกายสูงขึ้นผู้ถูกพิษจะเริ่มเห็นภาพหลอน
และในบางครั้งมันก็ขุดความ้าของส่วนลึกในหัวใจออกมา
“ท่านเป็อย่างไรบ้าง...”เสียงใสกระจ่างราวกับสายลมพัดผ่านกระทบธารน้ำยามเหมันตฤดูเอ่ยเรียกเขา
เขาคล้ายว่ากำลังอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้กลิ่นหอมรัญจวนใจนี่มาจากที่ใด เขาไม่รับรู้
สิ่งที่รู้สึกได้คือเขา้ามัน เขา้าสิ่งนี้ อารมณ์ของชินอ๋องกระเพื่อมเพราะกลิ่นหอมรัญจวนตรงหน้าหัวใจที่สงบนิ่งมาตลอดกลับเต้นระรัวโดยพัล
เขา้ามัน...้าสิ่งนี้เหลือเกิน
ยามเมื่อคว้ากลิ่นหอมตรงหน้าได้เขาก็กระชากเ้าของกลิ่นรัญจวนนี้ให้เข้ามาอยู่ภายใต้อ้อมอก กลิ่นนี้คุ้นเคยนัก คล้ายเหมือนจะเคยสูดดมมันมาแล้วนับครังไม่ถ้วน
เมื่อมีเ้าของกลิ่นหอมอยู่ในอ้อมแขนความ้าของชินอ๋องกลับมากขึ้นน่าประหลาด ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นคือล้วนเพราะสัญชาตญาณนำพา
และส่วนหนึ่งคือเขาไม่คิดที่จะฝืนสัญชาตญาณที่ว่านี่เลยแม้แต่น้อยปลดปล่อยให้ตัวเองดื่มด่ำกับมัน ไม่คิดยับยั้งชั่งใจใดๆ ทั้งสิ้น
เ้าของกลิ่นนี้คือของเขาล้วนคือของเขา ล้วนคือกลิ่นที่วนเวียนอยู่ใกล้เขามาโดยตลอด ยิ่งสูดดมนานเข้าชินอ๋องก็เริ่มมัวเมาเสพติดมัน
เ้าของกลิ่นหอมขยับขยิกคล้ายต่อต้านแต่อาจเพราะไม่สามารถต้านแรงของเขาไว้ได้ สุดท้ายจึงนิ่งงันภายใต้อ้อมอกแข็งแกร่ง
และท้ายที่สุดแล้วเขาก็ทนไม่ไหวราวกับรับรู้ว่าจะสามารถลิ้มรสความหวานนี้ได้จากที่ใด ยามเมื่อไม่สามารถต้านทานอันใดได้อีกต่อไปชินอ๋องก็ก้มลง่ชิงความหวานล้ำจากริมฝีปากบาง เ้าของร่างผู้ซึ่งหอมอบอวลไปด้วยกลิ่นรัญจวนน่าพิศมัย
ร่างบอบบางภายใต้อ้อมอกของเขาสะดุ้งเฮือกสั่นสะท้านมือแข็งแกร่งยิ่งโอบร่างบอบบางแแ่ ไม่้าจากถอยแม้เพียงเสี้ยว
คล้ายกับปะทุซึ่งความปรารถนาที่เก็บซ่อนริมฝีปากหนาตระกละตะกลามในการดูดชิมความหวานล้ำนี้ยิ่งลมหายใจของทั้งสองหอบกระเส่า ยิ่งได้ดูดดึงความหอมหวานภายใต้ริมฝีปากบาง ชินอ๋องยิ่งแทรกลิ้นร้อนตักตวงความความหวานฉ่ำอย่างโหยหา
และก่อนที่เขาจะขาดซึ่งความยับยั้งชั่งใจ
ของแข็งบางอย่างก็ฟาดเข้ามาตรงคอของเขา
บวกกับร่างกายที่อ่อนแอลงเพราะพิษจากอรพิษสีเงิน
ช่วยไม่ได้ที่ทำให้ชินอ๋องสลบลงในทันที
-----------------------------------------------
เฉินอวี้เยี่ยน: นักเขียนบัดซบ เมื่อไหร่จะขยันเหมือนไรท์คนอื่นเขากัน?
บักซิน: พยายามแล้ว แต่มือมันแข็ง เขียนไม่ไป...
เฉินอวี้เยี่ยน: แมวของเ้ารอค่าอาหารอยู่นะ เ้าจะใรอห้มันอดตายเพราะความี้เีของตัวเองก่อนงั้นหรือ!?
บักซิน: บักซินผิดไปแล้ว! จะขยันให้มากกว่านี้นะ!
แว่วเสียงบักซิน: จะพยายามเร่งเขียนให้จบแล้ว หลังอาทิตย์นี้ไปคิดว่าบักซินน่าจะขยันมากขึ้นพล็อตอื่นเต็มหัว แต่เื่เก่ายังไม่จบ ไม่สามารถไปไถเื่ใหม่ได้ 555