ตอนที่ 1
เธอเขา เรามองกันเงียบเงียบ
“ขอบคุณนะคะ พริมให้เมสเซนเจอร์ส่งเอกสารไปที่บริษัทแล้ว ถ้าไม่ติดว่าเ้านายคุณเมย์ต้องบินด่วน คงไปส่งให้ด้วยตัวเองแล้วค่ะ ลูกค้ารายใหญ่ของเราทั้งที”
“ถ้าเมย์ได้ใบเสร็จแล้วจะแจ้งคุณพริมอีกทีนะคะ คุณริทฝากขอโทษที่นัดเจอกันไม่ทันค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ คุณเมย์”
พริม หรือ พริมา เบญญาพร วางสายลงพร้อมยืดแขนบิดี้เีไปมา
“เฮ้อ..โปรเจกต์นี้เสร็จเสียที” หลังจากที่เธออดหลับอดนอนมาเกือบ 3 เดือน แต่ถึงจะเพลียแค่ไหน การที่ได้เห็นตัวเลขเงินที่ปิดโปรเจกต์ก็ทำให้หายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้ง พริมาถือเอกสารไปที่ห้องสนชัยทันที
“คุณอาชัยขา.. เอกสารปิดโปรเจกต์ค่ะ”
“ต๊ายย บอกให้เรียก ‘อาสนนี่’ ไง มาๆนั่งก่อนพริม” สนชัย อาแท้ๆ แต่ไม่ใช่ชายแท้ของพริมา รูปร่างยังดูดี หล่อเหลาเพราะดูแลตัวเองตลอดเวลา ไม่เหมือนคนอายุใกล้ 50 พ่อแม่ของพริมาที่จากไปจากอุบัติเหตุกะทันหัน สนชัยจึงได้ดูแลพริมาั้แ่เด็ก ตัวเขาเองก็ไม่มีครอบครัว จึงให้ความรักความเอ็นดูเต็มที่เหมือนลูกแท้ๆ ของตัวเองถึงบางครั้งจะดุบ้าง แต่ทุกอย่างเขาหวังดีกับหลานสาวคนนี้เสมอ
หลังจากที่พริมาเรียนจบ สนชัยก็ให้มาช่วยงานที่โรงงานผลิตเม็ดพลาสติกของเขาทันที พริมาทำได้ดีมากในฐานะมือขวาของเขา แม้ว่า่แรกพนักงานจะมองว่าเป็เด็กเส้น ไม่เหมาะสมมาเป็หัวหน้างาน แต่ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา อุปสรรคต่างๆ พริมาก็ผ่านมาหมด และสามารถทำให้พนักงานทุกคนไว้วางใจ
สนชัยมองหลานสาวแล้วนึกถึงพี่ชายและพี่สะใภ้ของเขาว่าคงจะมองลงมาจากบนฟ้าอย่างภาคภูมิใจในตัวพริมาแน่นอน
“เอกสารวางไว้ตรงนั้นแหละ พริมเหนื่อยไหม” สนชัยถามพริมา พร้อมคิดถึงเื่สำคัญที่จะถามพริมา
“ตอนแรกก็ว่าจะเหนื่อยค่ะ พอโปรเจกต์จบก็หายเหนื่อยเลยค่ะ”
“พริม ั้แ่ทำงานมาตั้งกี่ปี ไม่ได้หยุดพักร้อนไปไหนเลย อยากหยุดบ้างไหม”
“พริมชอบทำงานค่ะอาชัย มันรู้สึกได้ใช้สมอง ก็เหมือนเป็การพักผ่อนสำหรับพริมมั้งคะ” พริมากล่าว ทั้งคิดว่าตัวเธอชอบทำงานมาก เวลาได้คิด ได้จัดการแก้ปัญหาต่างๆ เหมือนได้เจอความท้าทายใหม่ๆ เสมอ
“ปีนี้เธอก็ 26 แล้วนะ มองตัวเองในอนาคตอย่างไรบ้างละ” สนชัยมองหลานสาวสุดที่รัก แล้วเหนื่อยใจปนสงสารกับการรักการทำงานจนไม่ได้ใช้ชีวิต่วัยรุ่น ยิ่งตอนนี้ควรจะอยู่ใน่ที่ความรักน่าจะเร่าร้อนที่สุดเลยก็ว่าได้ สนชัยมองพริมาอย่างละเอียด สาวสวยวัย 26 แต่ยังไม่คิดจะมีแฟนหรือมีเพื่อนผู้ชายด้วยซ้ำ พริมาถือว่าเป็ผู้หญิงสวย เธอผมสีน้ำตาลเข้มธรรมชาติเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอ หุ่นกำลังดีมีน้ำมีนวล ไม่ผอมแห้ง เอาจริงๆ สนชัยรู้ว่าพนักงานผู้ชายหลายคนที่นี่ ชื่นชมพริมาเยอะ แต่ทุกคนก็ถอยกันหมดเพราะสาวไม่สนไม่เล่นด้วยเลย เอางานเข้าว่าตลอด สนชัยเคยคิดว่าถ้าจะหาแฟนจริงๆ คงมีหนุ่มมาต่อคิวรอยาวแน่นอน เขาจะได้คอยสแกนคัดหนุ่มๆ ที่เหมาะสมให้เธอ แค่คิดก็สนุกแล้วและคงเป็ไปไม่ได้
“พริมก็คงทำงานไปเรื่อยๆ จนกว่าอาชัยจะผมหงอกเต็มหัวไปเลยค่ะ” พริมาพูดทีเล่นแต่ก็คิดจริง เธอก็คงทำงานไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดอยากพักร้อนอะไรเลยสักนิด เธอรักงานที่ทำมาก พอยิ่งอายุเยอะขึ้น เพื่อนก็ห่างหายกันไปจนไม่สนิท เหลืออยู่ไม่กี่คนที่พอได้ทักทายผ่านไลน์ หรือนัดไปทานข้าว่กลางวันกันบ้าง
“ไม่ต้องมาว่าฉันหัวหงอกเลยนะ แก่ไปฉันก็ทำสีผมได้ เฮ้อ..พริมไม่คิดไปเจอเพื่อนใหม่ๆ หาคนรู้จักใหม่ๆ มีแฟนหรือคิดแต่งงานเลยหรอ” สนชัยถามพริมา
“ไม่เอาหรอกค่ะ อาชัยก็รู้พริมชอบอยู่คนเดียว ชอบอยู่บ้าน แล้วเื่มีแฟนนี่รอพริมอายุ 40 ไหมคะค่อยคิดจะแต่งงานไปเลย ฮ่ะฮ่า” พริมาหัวเราะร่วน ให้เธอไปหาเพื่อนใหม่ รู้จักคนใหม่ๆ เนี่ยนะ แค่คิดก็น่าเบื่อแล้ว เธอพอใจกับสังคมที่เธออยู่ เพื่อนที่เธอมีแล้ว ถ้าให้ไปหาแฟน เธอขออดหลับอดนอนทำงานยังดีกว่า
“พริม เธอควรพักร้อน ฉันจะให้เธอหยุดสัก 1 เดือนดีไหม” สนชัยเสนอ
“โห..ไม่เอานะอาชัย”
“เดี๋ยว ยังฟังฉันไม่จบเลย ฉันจะให้เธอไปดูงานแฟร์ที่จีนอีก 2 อาทิตย์ข้างหน้ากับทีมที่จะต้องไปอยู่แล้ว จะอยู่เที่ยวต่อหลังงานก็ตามสบายเลย ก็ไปดูอะไรใหม่ๆ ในงาน ถ้าสนใจอะไรก็ลองเลือกแล้วดีลมาด้วยตัวเองเลย ปรึกษาคนในทีมกันเอง เื่งบก็ทำเอกสารมาเสนอ ว่าไง” สนชัยมองพริมา เขาอยากลองให้พริมาพัฒนาไปอีกขั้น ไปดูนวัตกรรมใหม่ๆ ดีลงานเอง เปิดและจบโปรเจกต์เอง สิ่งสำคัญคือได้เที่ยวเปิดหูเปิดตาด้วย
“ไปค่ะ พริมสนใจค่ะ” พริมาได้ฟังก็ตื่นเต้นคล้อยตามสนชัย ในใจไม่ได้คิดเื่ไปเที่ยวเลย คิดแต่ว่างานแฟร์จะมีอะไรบ้าง เธอไม่เคยไป แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว
“โอเค เดี๋ยวฉันแจ้งเลขาไปบอกกับทีมที่จะไปเองละกัน เื่วีซ่า ตั๋วเครื่องบินก็ด้วย เดี๋ยวฉันจัดการทั้งหมด โอเคนะ?” สนชัยถามแล้วแอบยิ้มนึกถึงแผนการที่ตัวเองวางไว้
“งั้นก็ตามนั้นเลยค่ะอาชัย ขอบคุณนะคะที่ให้โอกาสนี้กับพริม” พริมาไหว้ขอบคุณ แล้วเดินออกมาจากห้องสนชัยอย่างดีใจ เหลือบไปเห็นนาฬิกาบอกใกล้บ่ายสอง ก็นึกได้ว่าตัวเธอยังไม่ได้กินข้าว จึงรีบเดินไปที่โรงอาหารที่เป็สวัสดิการของพนักงาน
โรงอาหารที่นี่ไม่ได้ฟรีแต่คิดราคาถูกมาก เพียงจานละ 20 บาทเท่านั้น และให้ปริมาณเยอะจุใจ สนชัยเคยบอกว่าหากอาหารทุกอย่างฟรี พนักงานจะไม่เห็นคุณค่า กินทิ้งกินขว้าง หรืออาจจะเหลือเยอะ แต่ถ้าได้เสียเงินนิดหน่อย การกินทิ้งกินขว้างก็จะน้อยลงเพราะรู้สึกว่าเสียเงินไปแล้วนะ ส่วนรายได้ของโรงอาหารทั้งหมด ทุกคนทราบกันดีว่าสนชัยนำไปเป็ทุนค่าอาหารให้บ้านเด็กกำพร้าทุกๆ เดือน เหมือนกินข้าวไปด้วย พนักงานก็ได้บุญไปด้วย เป็ความคิดที่ดีมาก
“ขอข้าวราดพะแนงหมูกับกุนเชียงค่ะ อ้อ..ขอไข่ต้มด้วย ขอบคุณค่ะ” พริมาสั่งข้าวแกงเมนูโปรดของเธอ หลังจากได้จานข้าวมา ก็เดินไปที่โต๊ะนั่งประจำของเธอ
“สวัสดีค่ะคุณพริม จูนขอนั่งด้วยได้ไหมคะ”
“เชิญนั่งเลยค่ะพี่จูน” พริมาเงยหน้าตามเสียงเรียก มองไปที่พี่จูน เลขาอีกคนของสนชัย พี่จูนเป็สาวอวบใส่แว่นอารมณ์ดี อายุห่างกับเธอประมาณ 3-4ปี พี่จูนเป็เลขาที่ต้องออกไปทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ จึงไม่ค่อยได้เจอกัน แต่เธอกับพี่จูนอายุห่างกันไม่มาก เลยคุยถูกคอกันเสมอ
“คุณพริม คุณสนชัยแจ้งพี่แล้วนะคะเื่ที่จะไปงานแฟร์ที่จีน งานนี้คุณพริมไปกับพี่นะคะ” พี่จูนกล่าว
“อ๋อ..โอเคเลยค่ะพี่จูน ได้คนเก่งอย่างพี่จูนพริมพร้อมเรียนรู้งานเลยค่ะ”
“พี่เสียอีกดีใจได้คุณพริมไปช่วย ได้คนรุ่นใหม่อย่างคุณพริม คงได้ดูงานแฟร์กันสนุกแน่เลยค่ะ” พี่จูนกล่าว เธอชื่นชมพริมาจากใจจริงั้แ่ครั้งแรกที่เจอ พริมาเป็ผู้หญิงสวย เก่งแต่ถ่อมตัว พริมามองมองการณ์ไกลกับสิ่งที่เจอ แก้ปัญหาได้ดีเสมอ จูนรู้สึกทึ่งทุกครั้งเวลาที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพริมา
“แหม..ขอบคุณค่ะพี่จูน ฮ่ะฮ่า” พริมาหัวเราะชอบใจ ทั้งสองคุยกันต่อจนทานข้าวกันเสร็จ
ผ่านไป 2 อาทิตย์ ที่สนามบินฝั่งขาออก
“คุณพริม ไม่ลืมอะไรแล้วนะคะ เดี๋ยวอีก 2 วัน พี่กับลูกทีมจะตามไปเจอกันที่โรงแรมนะคะ” พี่จูนเช็กตั๋วเครื่องบินกับเกตที่จะต้องไปให้พริมาอีกครั้ง
“โถ่ พริมก็นึกว่าจะได้ไปพร้อมกัน พี่จูนติดงานเฉยเลย” พริมาแอบเซ็ง ถึงเธอจะชอบทำอะไรคนเดียว แต่เธอไม่ได้ขึ้นเครื่องบินบ่อยขนาดนั้น แถมแอบรู้สึกกลัวนิดหน่อยกับการนั่งเครื่องบินและอาจจะเจอตกหลุมอากาศด้วย แค่นึกถึงก็ใจหายไปนิดนึงแล้ว ยังดีที่บินแค่ไม่กี่ชั่วโมง
“ถือว่าได้ไปเที่ยวรอบๆ ก่อนก็ได้ค่ะ อ้อ..เดี๋ยวคุณพริมเดินไปที่แถวนั้นเลยค่ะ มองหาช่องบิสสิเนสคลาสนะคะ” หลังจากร่ำลากันและผ่านเข้าไปด้านใน พริมาก็ไปนั่งรอที่เกตเลย เธอหาที่นั่งใกล้ประตูขึ้นเครื่อง หยิบเอกสารรายการงานที่ควรทำมานั่งสรุปอีกรอบ
“...”
พริมาคิ้วขมวดรู้สึกเหมือนมีคนจ้อง เธอเงยหน้ามองรอบๆ แต่ไม่เห็นใครจ้องมา จากนั้นเธอก็ก้มลงอ่านเอกสารต่อโดยไม่สนใจรอบข้างอีก
ประกาศผู้โดยสารเตรียมขึ้นเครื่องก็ดังขึ้น จนกระทั่งถึงประกาศของพริมา “...ท่านผู้โดยสาร ชั้นบิสสิเนสคลาส สามารถขึ้นเครื่องได้ ณ ประตูทางออกช่อง A ได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ” พริมาเก็บเอกสาร แล้วลากกระเป๋าขึ้นเครื่องไปที่ชั้นบิสสิเนสคลาสตามป้ายบอก
พนักงานลากกระเป๋าของเธอไปเก็บให้ พริมาก็พบว่าเธอได้ที่นั่งบิสสิเนสคลาสคู่ตรงกลาง เฮ้อ..เครื่องขึ้นเมื่อไหร่จะรีบปิดที่กั้นเลยนะ เธอคิดคนเดียว
หลังจากที่นั่งลงสักพัก เธอก็ได้ยินเสียงคนนั่งข้างๆ เธอ พอหันไปก็สบตากับผู้ชายคนหนึ่ง อายุน่าจะแก่กว่าเธอไม่มาก
หน้าตาดีอยู่นะ พริมาคิดในใจ พอมองรวมๆ แต่งตัวก็ดี เสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวๆ นั้น ทำให้เห็นหุ่นแน่นๆ ของผู้ชายข้างๆ ตายละ..นี่เธอคิดอะไรเนี่ย สงสัยไม่ได้เจอคนหล่อๆ มานาน คิดแล้วพริมาก็ส่ายหน้าขำตัวเอง
ดวงตาดำสนิทของผู้ชายคนนั้นสบตาเธอ เขายิ้มและพยักหน้าให้เล็กน้อย ก่อนจะหันไปหยิบนิตยสารข้างหน้ามาอ่านโดยไม่ได้สนใจพริมาอีก พริมาเหวอเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้อะไร แค่คิดว่าผู้ชายคนนี้หน้าตาดี หุ่นก็ดี ถือเป็การเริ่มต้นทริปไปทำงานที่ดี พริมาหันมาดูที่หน้าจอแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คิดอะไรไปคนเดียว
หลังจากที่เครื่องขึ้นแล้ว ไรวิน ภาณุพงศ์ หรือ วิน ก็ยังเปิดนิตยสารตรงหน้าได้ไม่กี่หน้า ก็มัวแอบหันไปมองสาวนั่งข้างๆ เขาอีกหลายรอบ เธอสวยน่ารักดี เขาเผลอจ้องเธอั้แ่ตอนนั่งรอหน้าประตูก่อนขึ้นเครื่อง แล้วก็เกือบโดนจับได้ด้วยซ้ำ
ใครจะไปคิดว่าจะได้มานั่งข้างๆกันแบบนี้ แต่พอได้มานั่งมองใกล้ๆแบบนี้ยิ่งเห็นความสวย ใจเขาก็ตื่นเต้น เต้นรัวๆไปเลย ต้องมาเก๊กหล่ออ่านนิตยสาร ทั้งที่จับใจความไม่ได้เลย แถมเมื่อสักครู่สบตากัน เขาก็เผลอพยักหน้ายิ้มให้เบาๆ เห็นเธอหน้าเหวอไปสงสัยคงคิดว่าเขาแปลกแล้วมั้ง
จะให้ทักทายหรือ ก็ไม่รู้จักกันนี่ เฮ้อ.. ไรวินคิดวกไปวนมาอยู่เงียบๆคนเดียว
***************************
9/2/2023 : REWRITED