เมื่อเงาปีกแห่งความทรยศคืบคลานเข้าปกคลุมอาวุธสังหารที่เคยเ็าจึงตระหนักว่าตนเป็เพียงเบี้ยที่ไร้ค่าในกระดานแห่งความมืด
ค่ำคืนนั้นสายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งลมพายุพัดหอบเอาไอหนาวเหน็บจากเทือกเขาขั้วโลกทางเหนือมาปะทะแนวป่าทึบรินนั่งกอดเข่าอยู่ในโพรงไม้เดิมของเธอ คอยจับตามองแผนที่ในสมุดจดแต่อินทรีส่งสารจากสภามืดกลับไม่ร่อนลงมาตามกำหนดการ คลื่นลมที่ปั่นป่วนและเสียงฟ้าร้องะเืฟ้าะเืดินเป็ฉากหลังให้แก่ลางสังหรณ์อันเลวร้ายในใจของเธอ
รินััได้ถึงแรงสั่นะเืที่ผิดปกติจากผืนดินเบื้องล่างมันไม่ใช่แรงสั่นะเืจากฝีเท้าของชาวบ้านพฤกษาศิลาแต่เป็คลื่นพลังหนาหนักและเยือกเย็นของเวทอัญมณีทมิฬที่คุ้นเคย
"พวกมันรู้แล้ว..."รินกระซิบเสียงแ่เบา แววตาสีเทาหม่นประกายแสงระแวดระวังภัย
เธอรีบเก็บข้าวของใส่กระเป๋าสลิงธนูออบซิเดียนขึ้นบ่า และกระซิบสั่งเ้าหยกให้ตื่นตัวทว่ายังไม่ทันที่พวกเธอจะปีนป่ายออกจากโพรงไม้กิ่งก้านสาขาของต้นสนซีดาร์ด้านนอกก็ถูกบดขยี้ด้วยพละกำลังเวทมนตร์ทมิฬจนขาดสะบั้นเงาร่างสี่ร่างในเกราะโลหะสีดำทะมึนก้าวฝ่าสายฝนเข้ามาล้อมรอบตัวพวกเธอไว้บนกิ่งก้านไม้ใหญ่
ผู้ที่นำกองกำลังย่อยนี้คือกัปตันคาร์ลอส หัวหน้าหน่วยล่าสังหารฝีมือฉกาจผู้โเี้ของสภามืดใบหน้าของเขาครึ่งซีกเต็มไปด้วยรอยแผลเป็ไหม้จากการฝึกและดวงตาสีแดงก่ำเรืองแสงอัญมณีทมิฬจดจ้องมองรินดั่งมองเหยื่อทรยศ
"การรายงานข้อมูลล่าช้าเกินไปนะริน... มาสเตอร์ซีลอนเริ่มหมดความอดทนแล้ว"คาร์ลอสเอ่ยเสียงทุ้มต่ำและเ็าฝ่าสายเสียงพายุฝน"ส่งสมุดแผนผังค่ายกลและเส้นทางลาดตระเวนทั้งหมดมาเดี๋ยวนี้"
รินกระชับมีดสั้นลอบสังหารออบซิเดียนแน่นแสร้งตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท "ฉันยังสแกนจุดบอดค่ายกลพฤกษาไม่ครบคาถาอาคมพรีไนท์ของหมู่บ้านนี้มีความแปรปรวนสูงหากรีบร้อนบุกจะทำให้พวกมันรู้ตัว"
คาร์ลอสแสยะยิ้มชวนขนลุกแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "โกหก...อาวุธที่สมบูรณ์แบบไม่มีวันทำงานพลาดแบบนี้เ้ากำลังหวั่นไหวกับยัยแม่มดพฤกษาคนนั้นล่ะสิมาสเตอร์ซีลอนรู้ดีว่าเครื่องจักรสังหารที่เปื้อนรอยร้าวอย่างเ้าไม่มีวันส่งข้อมูลที่แท้จริงให้พวกเราอีกแล้ว"
คาร์ลอสสะบัดมือสั่งการทันที"ฆ่ามันซะ! เอาสมุดจดนั่นกลับไปให้มาสเตอร์!"
---
ทหารเกราะอัญมณีดำสามนายพุ่งเข้าใส่รินพร้อมกันด้วยดาบั์สีดำรินหมุนตัวหลบคมดาบอย่างรวดเร็วดีดตัวหลบไปตามกิ่งไม้หนาและสวนกลับด้วยมีดสั้นคู่กายเสียงโลหะปะทะกันดังกังวานก้องป่าลัดเลาะไปตามแนวหน้าผาเ้าหยกกระโจนเข้าตะปบกรงเล็บมาลาไคต์บดขยี้เกราะของทหารนายหนึ่งจนแตกกระจายและร่วงหล่นลงไปในพุหน้าผาด้านล่าง
ทว่าการต่อสู้ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำโคลนตมหนาทำให้รินเคลื่อนไหวได้ยากลำบากในจังหวะที่เธอเบี่ยงตัวหลบคมดาบของทหารคนที่สองคาร์ลอสที่ซุ่มสังเกตการณ์อยู่ด้านหลังก็ยกหน้าไม้ั์ขึ้นและยิงลูกศรกลไกออกไปทันที
ฉึ่ก!
ลูกศรโลหะปะทุพลังสีม่วงเข้มปักเข้าที่แผ่นอกซ้ายของรินอย่างจังคมลูกศรไม่ได้ลึกถึงจุดตาย ทว่าหัวลูกศรนั้นเคลือบด้วย"พิษอัญมณีทมิฬแฝงเร้น" สูตรเข้มข้นเขียวคล้ำ
"อึก...!"
รินทรุดเข่าลงกับกิ่งไม้ทันทีความรู้สึกเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกแล่นพล่านสาดเข้าสู่เส้นเืและแนวกระดูกของเธอทันทีพลังเวทธรณีที่เคยหมุนเวียนไหลลื่นพลันติดขัดและชาหนาร่างกายซีกซ้ายของเธออ่อนแรงจนไม่อาจยกแขนกุมมีดสั้นได้คาร์ลอสหัวเราะเหี้ยมเตรียมก้าวเข้ามาปลิดชีพ
รินเค้นพลังเฮือกสุดท้าย Slamฝ่ามือขวาลงกับกิ่งซีดาร์ใหญ่ โคจรเวทมนตร์ดินะเิพลังศิลาบดขยี้กิ่งไม้หนาะเิกระจายกลายเป็เศษหินเศษไม้พุ่งเข้าใส่คาร์ลอสและทหารยามจนต้องะโหลบถอยร่นไป
เ้าหยกไม่รอช้ามันคาบคอเสื้อหนังของรินกึ่งลากกึ่งอุ้มร่างสะบักสะบอมของเ้านายดีดตัวหลบหนีไปตามแนวป่าทึบท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองที่กระหน่ำลงมาช่วยพรางรอยเท้าของพวกเธอ
---
พายุฝนช่วยบดบังทัศนวิสัยและการติดตามของหน่วยล่าสังหารสภามืดเ้าหยกพารินหนีเตลิดมาจนถึงถ้ำศิลาร้างลับตาคนแห่งหนึ่งใกล้ชายแดนป่าซึ่งเป็เพียงโพรงหินลึกแคบมีน้ำหยดตามซอกเพดาน
เ้าหยกวางร่างของรินลงบนพื้นทรายชื้นแฉะในถ้ำอย่างนุ่มนวลรินหายใจรัวสั่นระริกผิวเนื้อตามแก้มและริมฝีปากของเธอกลายเป็สีม่วงซีดเนื่องจากพิษอัญมณีทมิฬแล่นเข้าใกล้ขั้วหัวใจร่างกายของเธอเย็นเยียบดุจก้อนหินหนาวสั่นอย่างรุนแรง
"เ้าหยก... หนีไป..."รินเอ่ยกระซิบเสียงขาดห้วงดวงตาที่เคยคมกล้าบัดนี้หรี่ปรือไร้แสงประสานสบดวงตาของแมวั์คู่ใจ"ไปซ่อนตัวซะ... ฉันไม่ไหวแล้ว..."
เ้าหยกส่งเสียงร้องครางเครือประท้วงในลำคอมันซุกหัวปุกปุยเข้ากับซอกคอของเ้านายเพื่อแบ่งปันความอบอุ่นแต่ขนของมันเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนและน้ำแข็ง ยิ่งทำให้รินสั่นสะท้านหนักขึ้นเ้าหยกรู้ดีว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้ หัวใจของรินจะหยุดเต้นก่อนที่แสงรุ่งอรุณจะมาเยือน
มันเหลือบดวงตาสีเขียวจ้องมองออกไปนอกปากถ้ำฝ่าสายฝนทมิฬมุ่งตรงไปยังทิศทางของหมู่บ้านพฤกษาศิลา...ที่ซึ่งแสงไฟอุ่นของเรือนยาตั้งอยู่
เ้าหยกตัดสินใจทันทีมันเลียแก้มซีดเผือดของรินเป็การร่ำลาครั้งสุดท้ายก่อนจะดีดตัววิ่งฝ่าสายฝนฟ้าร้องออกไปอย่างรวดเร็วปานพายุพัด
---
ที่เรือนยาของหมู่บ้านพฤกษาท่ามกลางเสียงพายุฝนฟ้าคะนองที่สาดซัดหน้าต่างกระดาษเสียงดังครืนครั่นเอวากำลังล้างทำความสะอาดถ้วยยาและจัดเตรียมผ้าพันแผลเพิ่มเติมโดยมีลูกศรสีดำของรินตั้งวางเด่นอยู่บน Desk ทำงานของเธอ
ทันใดนั้นเสียงกระแทกประตูดังลั่นพร้อมกับร่างเปียกโชกของแมวั์ลิงก์สีเงินที่พุ่งพรวดเข้ามาในห้องรักษาทหารยามสองคนรีบก้าวเข้ามาขวางพร้อมเงื้อหอกไม้พฤกษาเตรียมโจมตี
"หยุดก่อนค่ะทุกคน!นั่นสัตว์คู่ใจของคนผู้นั้น!" เอวาะโห้ามปรามทันที
เ้าหยกก้าวเท้าเข้ามาหาเอวาอย่างรวดเร็วมันไม่สนใจหอกของทหารยาม เสียงครางเครือด้วยความร้อนรนและหวาดกลัวสั่นไหวในลำคอมันอ้าปากคาบชายกระโปรงผ้าฝ้ายสีขาวของเอวาไว้แน่นออกแรงดึงรั้งตัวเธอให้ก้าวเดินออกไปตามมันฝ่าพายุฝน
เอวาจ้องมองแววตาสั่นระริกเปี่ยมความหวังของเ้าหยกสลับกับลูกศรบนโต๊ะเธอเข้าใจสถานการณ์ในทันที
"คุณผู้นั้น...กำลังตกอยู่ในอันตรายใช่ไหม?" เอวาถามเสียงสั่น
เ้าหยกส่งเสียงครางรับคำและขยับตัวนำทางเอวาไม่รีรออีกต่อไป เธอกระชับกระเป๋ายาเวทมนตร์และดึงลูกศรออบซิเดียนติดตัวไปด้วยก่อนจะวิ่งตามแมวั์ฝ่าพายุสายฝนและฟ้าแลบออกไปในความมืดทันทีท่ามกลางเสียงร้องห้ามของทหารยามด้านหลังที่ดังสู้เสียงฟ้าร้องไม่ได้