เมื่อเดินผ่านร้านขายไก่ จู่ๆซินหยางเฟิ่งก็นึกถึงเมนูหนึ่งได้ นางหยุดคิดเล็กน้อยจากนั้นก็ซื้อวัตถุดิบทั้งหมดทันที โชคดีจริงๆ ที่วัตถุดิบหลักๆที่นาง้ามีครบ
“เ้าจะซื้อของพวกนี้ไปจะทำอะไรหรือ”ซินลี่ถังถามเมื่อเห็นซินหยางเฟิ่งซื้อของเพิ่มของบางอย่างนางต้องเดินกลับไปซื้อที่ร้านเดิม ที่เคยเข้าไปซื้อมาแล้วครั้งหนึ่ง
“ข้าวมันไก่” ซินหยางเฟิ่งตอบสั้นๆ
“ข้าวมันไก่คืออะไรหรือ” ซินลี่ถังถามนางไม่เคยได้ยินชื่ออาหารนี้มาก่อน ซินกังก็อยากรู้เช่นกันจึงรอฟังคำตอบจากซินหยางเฟิ่งด้วย
ซินหยางเฟิ่งไม่แน่ใจว่าอาหารจานนี้คนที่นี่ไม่รู้จักหรือเพราะครอบครัวซินยากจนเกินไป จนไม่รู้จักและไม่เคยกิน จึงตอบสั้นๆว่า“เดี๋ยวข้าทำให้กิน เ้าก็จะรู้เอง”
“ในถุงเฉียนคุณของเ้าก็มีวัตถุดิบอาหารมากมายทำไมเ้ายังต้องซื้ออีกด้วยเล่า” ซินกังถาม
เขาไม่เข้าใจเพราะตอนนี้ข้าวของที่ซื้อมาเต็มตะกร้าสะพายหลังเขาแล้วที่ตะกร้าของซินลี่ถังก็มีของเช่นกันแต่เบากว่าของเขา ส่วนซินหยางเฟิ่งมาตัวเปล่าหากนางซื้ออะไรนางก็จะใส่ลงในตะกร้าของซินกัง อยากขอมาด้วยดีนักรับหน้าที่แบกของไปเสียเถอะ
“แม้ว่าในถุงเฉียนคุณของข้าจะมีของเยอะ แต่มันก็มีจำกัดตลอดเดือนที่ผ่านมา เ้าก็เห็นว่าข้าหยิบของในนั้นมาใช้ตลอดตอนนี้มันยังไม่หมดแต่ก็ร่อยหรอแล้ว หากไม่ซื้อของมาเพิ่มมันต้องหมดแน่นอน”ซินหยางเฟิ่งตอบ เื่นี้นางพูดจริง ไม่ได้โกหกสักนิด
“หากไม่มีเงินก็ช่างเถอะ แต่ตอนนี้ต่างออกไปเรามีเงินแล้ว เงินมีไว้ใช้อำนวยความสะดวกสบายให้เราถ้ามีเงินแล้วไม่ใช้จะหาเงินไปเพื่ออะไร ถูกไหม”ซินหยางเฟิ่งเห็นสายตาเสียดายอาลัยอาวรณ์เวลาจ่ายเงินของซินกังนางจึงพูดเพื่อไม่ให้เขาคิดมากเื่เงิน
ซินกังคิดตาม จากนั้นเขาพยักหน้ายอมรับและหน้าแดงเล็กน้อย เพราะเขาคิดน้อยเกินไป ได้อาหารมาง่ายๆไม่ขาดจนลืมคิดไปว่าอาหารนี้ไม่ได้ลอยมาตามลม กินใช้ทุกวันเดี๋ยวมันจะต้องหมดไป ที่สำคัญนั่นคืออาหารของซินหยางเฟิ่งที่นางซื้อเก็บสะสมไว้ แล้วต้องมาหมดไปในครอบครัวใหม่ที่นางเพิ่งเข้ามาอาศัยแม้ว่าตอนนี้นางก็เป็สมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวก็เถอะ
เมื่อเห็นว่าซินกังเข้าใจแล้วซินหยางเฟิ่งจึงไม่พูดเื่ข้าวของในถุงเฉียนคุนอีก
“เอาละ พอได้แล้วกระมัง”ซินหยางเฟิ่งกล่าวเมื่อเห็นว่าตะกร้าของซินลี่ถังก็เกือบจะเต็มตามซินกังไปอีกคนแล้ว
“อือ ถ้าเช่นนั้นก็กลับกันเถอะ” ซินกังพยักหน้าเห็นด้วย
แล้วทั้งสามคนก็เดินออกจากร้านสุดท้ายที่คิดว่า ‘พอแล้ว’แต่พอเดินผ่านไปอีกสองร้าน ซินหยางเฟิ่งก็เห็นหญิงชราคนหนึ่งนั่งขายไข่เป็ดดูท่าทางของนางช่างห่อเหี่ยวเหลือเกินสงสัยว่าวันนี้หญิงชราคนนี้คงยังขายไข่ไม่ได้เลยกระมัง
ซินหยางเฟิ่งหยุดยืนนิ่งที่หน้าร้านของหญิงชราไม่ขยับทำให้ซินกังถอนหายใจ คิดในใจว่า ‘นี่คือพอแล้วของเ้าหรือ’
ในสมองของซินหยางเฟิ่งกำลังนึกถึงอาหารชนิดหนึ่งนางเคยลองทำแค่ครั้งเดียวด้วยความอยากรู้อยากเห็นใจจริงนางไม่ได้อยากทำถึงขนาดต้นตอของที่มาของอาหารแต่ที่ทำเพราะความอยากลองด้วยความสงสัยล้วนๆ พอทำออกมาแล้วมันสำเร็จจริงๆด้วยนางก็เลิกทำ เพราะนางชอบทำอาหารด้วยวัตถุดิบที่พร้อมกินมากกว่าโชคยังดีที่ตอนนั้นแม้จะไม่ได้สนใจมากขนาดนั้น แต่ก็เคยศึกษาและลองทำมาบ้างตอนนี้นางจึงรู้วิธีการทำ
ซินหยางเฟิ่งถามราคา จากนั้นก็เหมาไข่เป็ดมาหมดร้านเลยมีทั้งหมดหนึ่งร้อยสามฟอง หญิงชราดีใจมาก ขายในราคาฟองละหนึ่งอีแปะแต่เนื่องจากซินหยางเฟิ่งเหมาหมด นางจึงคิดราคาหนึ่งร้อยอีแปะถ้วน
“เดี๋ยวข้าขอไปซื้ออะไรเพิ่มอีกนิดนะ”ซินหยางเฟิ่งหันไปกล่าวกับซินกังเมื่อเห็นสายตาของเขา ราวกับจะถามว่า‘พอได้แล้วหรือยัง’
ซินหยางเฟิ่งไปเดินหาซื้อของเพิ่มอีกสามสี่อย่างแล้วจึงพยักหน้าบอกกับซินกังว่าได้ของครบแล้ว
ทั้งสามคนตกลงกันว่าจะไปหาที่ลับตาคนเพื่อเก็บของในตะกร้าใส่ถุงเฉียนคุน จะได้ไม่ต้องแบกของหนักกลับบ้าน
เมื่อหาสถานที่ได้แล้ว ซินหยางเฟิ่งก็เปิดปากถุงผ้าแล้วยกมือแตะของในตะกร้า หลังจากนั้นตะกร้าทั้งสองใบก็ว่างเปล่าที่นางไม่เก็บตะกร้าเข้ามิติไปด้วย ก็เพื่อไม่ให้เป็ที่น่าสงสัยแก่คนอื่นๆ
เมื่อจัดการเก็บของใส่ชิปมิติแล้วทั้งสามคนก็เดินออกจากตรอกที่ไร้ผู้คนแห่งนั้น แล้วคุยกันว่าจะนั่งเกวียนกลับบ้าน
“ปล่อยนะ ข้าบอกให้ปล่อย โอ๊ย”
เมื่อเด็กหนุ่มสาวทั้งสามคนเดินออกจากซอยเข้าสู่ตรอกหนึ่ง ก็เห็นชายหนุ่มสวมชุดสีฟ้าซีดๆคนหนึ่งถูกยึดแขนไว้ทั้งสองข้างจากทางด้านหลัง โดยชายร่างผอมสูงคนหนึ่ง ตรงหน้าของชายหนุ่มชุดสีฟ้ามีผู้ชายอีกคนที่เพียงมองแวบเดียวก็รู้ว่าเขาคือผู้ลงมือต่อยหน้าของชายหนุ่มชุดสีฟ้าจนปากของชายหนุ่มคนนั้นแตกมีเืไหลซึม ด้านข้าง มีผู้ชายไว้หนวดเขาดูมีอายุมากกว่าทั้งสามคน ในมือของเขามีถุงใส่เงินใบเล็กทำจากผ้าดิบเขากำลังหมุนถุงเงินในมือเล่น
“ปล่อยเหรอ เ้าคิดว่าเ้าเป็ใครถึงกล้ามาสั่งข้า”
ผลัวะ! ตุ๊บ!
ชายบี ผู้ทำหน้าที่ต่อย เมื่อพูดจบก็ต่อยชายหนุ่มที่ใบหน้าและลิ้นปี่ชายหนุ่มจุกจนตัวงอ
ชายเอ ผู้ที่จับแขนของชายหนุ่มไว้ ได้ปล่อยมือของเขาออก ทำให้ชายหนุ่มทรุดตัวงอลงกับพื้น
“อย่า..อย่าเอา..เงินข้าไป คืนให้..ข้า..เถอะ ท่านแม่ของ..ข้า..ไม่สบาย”ชายหนุ่มที่ถูกทำร้ายแม้จะเจ็บและจุกจนหน้าซีด แต่ก็พยายามพูดขอร้องอย่างยากลำบาก
“ถุย แม่เ้าไม่สบายแล้วเกี่ยวอะไรกับข้าข้ารู้แต่ว่าเ้าไปทำให้คนขุ่นเคือง ไม่รู้จักที่ของตัวเองเ้าก็ต้องจ่ายค่าความไม่เจียมของเ้า เฮ้ย!จัดการให้มันนอนยาวบนเตียงสักสามเดือนซิ”
ชายซี ผู้คอยสั่งการ สั่งสมาชิกอีกสองคนให้รุมแล้วตัวเองก็ยกเท้าเตะนำเป็ตัวอย่างก่อนหนึ่งที
ซินหยางเฟิ่งขมวดคิ้ว จริงๆแล้วนางก็ไม่ได้เป็คนดีขนาดนั้น แม้จะเคยเป็ทหารก็เถอะแต่นั่นมันก็ั้แ่ชาติที่แล้วโน่น ตอนนี้นางแค่คิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้อดตายก็พอแล้วไหมแต่นางดันเกิดจินตนาการภาพในหัว เป็ภาพหญิงสูงวัย นอนไอหน้าซีดอยู่บนเตียงเฝ้ารอยาจากลูกชาย แต่สุดท้ายลูกชายกลับไปมือเปล่า สภาพถูกซ้อมปางตายคลานขาลากไปหาแม่ แค่คิดก็ทำให้นางนึกสังเวชอีกทั้งอันธพาลหน้ากะหลั่วทั้งสามก็ดูขัดตานางเหลือเกินนางจึงอดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าแทรก
ซินลี่ถังมีสีหน้าหวาดกลัวยกสองมือดึงแขนเสื้อของซินกังแน่น และหลบอยู่ด้านหลังของเขาเพื่อความปลอดภัย
ซินกังเดินมาขวางหน้าหญิงสาวทั้งสองเพื่อไม่ให้คนเ่าั้เห็นพวกนาง
ซินหยางเฟิ่งยกมือดันร่างของซินกังให้ถอยไปด้านข้างแล้วนางก็ะโ “หยุดนะ!”
กล่าวจบ ไม่รอการตอบกลับจากชายทั้งสามนางก็วิ่งเข้าไปแล้วะโถีบชายคนหนึ่งที่ยกขาขึ้นกำลังจะกระทืบเท้าลงบนร่างของชายหนุ่มชุดสีฟ้าจนเขากระเด็นล้มเพราะไม่ทันตั้งตัว
โดยไม่รอให้ใครมีปฏิกิริยาการต่อยเตะอย่างต่อเนื่องของซินหยางเฟิ่งก็ดำเนินต่อไป
สำหรับกลุ่มอันธพาลที่ไม่เคยผ่านการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ใดๆชั่วเวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งเค่อ ชายทั้งสามก็เริ่มสงสัยในชีวิตเสียแล้วตอนนี้พวกเขาหน้าบวมหัวปูด แขนขาและลำตัวเ็ปเพราะถูกหญิงสาวทำร้ายอย่างหนักชายซีไม่แน่ใจว่ากระดูกซี่โครงของเขาจะร้าวไหม รู้สึกเจ็บเหลือเกินชายบีกุมหน้าอกแล้วกระอักเืคำโต ชายเอเป็คนแรกที่โดนถีบเจ็บน้อยกว่าคนอื่นหน่อยแต่ตอนนี้เขาแขนชาไปแล้ว
ชายทั้งสามคิดว่าหากยังรั้งอยู่ที่นี่ต่อไปพวกเขาอาจจะถูกซ้อมจนต้องนอนยาวบนเตียง โดยไม่ต้องนัดหมาย เพียงสบตากันนิดเดียวต่างก็เห็นความตื่นตระหนกในแววตาของกันและกัน พวกเขาตัดสินใจทันทีต่างก็ลุกขึ้นวิ่งหนีโดยไม่หันหลังกลับมามอง ทิ้งไว้เพียงถุงเงินของชายหนุ่มและรอยเืบนพื้นอีกเล็กน้อย
ชายหนุ่มชุดสีฟ้าค่อยๆโซเซลุกขึ้นยืนซินกังและซินลี่ถังรีบวิ่งเข้ามารวมกลุ่ม
ซินกังช่วยพยุงร่างของชายหนุ่มคนนั้นจนเขายืนได้อย่างมั่นคง แต่มือของเขายังคงกุมท้องอยู่
ซินหยางเฟิ่งยื่นถุงเงินให้เขาแล้วถาม“นี่ของเ้าใช่หรือไม่”
ชายหนุ่มผงะเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของนางชัดๆแววตาไหววูบเก็บอาการใ
ชายหนุ่มยื่นมือมารับ “ใช่ ของข้าเอง ข้าขอบใจแม่นางมากหากไม่ได้เ้าช่วยข้าต้องแย่กว่านี้แน่”
“ไม่เป็ไร” ซินหยางเฟิ่งกล่าวเสียงเรียบ
“จากที่ข้าได้ยินพวกนั้นพูดแสดงว่าเ้าไปทำให้ใครขุ่นเคืองเข้าละสิ ถ้าให้ข้าเดาคงมีคนสั่งพวกมันให้มาทำร้ายเ้า คราวหน้าเ้าควรระวังให้มากกว่านี้หน่อยโชคเ้ายังดีที่วันนี้เ้าเจอน้องสาวข้า” ซินกังกล่าวหลังจากมองสภาพของชายหนุ่มตรงหน้าซึ่งดูแล้วน่าจะมีอายุมากกว่าเขาประมาณสองสามปี
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว “ข้า ข้าไม่เคยทำร้ายใครข้าแค่ไปเรียนในสำนักศึกษา ข้าแน่ใจว่าข้าไม่เคยไปหาเื่ใครข้าไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึง้าทำร้ายข้า อาจเป็ความเข้าใจผิด”
“เอาเถอะ เ้าก็ระวังๆ ให้มากกว่านี้ก็แล้วกัน ข้าไปละ”ซินหยางเฟิ่งพูดตัดบท นางไม่อยากรู้เื่อะไรของเขามากไปกว่านี้นางคิดว่านางได้ช่วยเหลือเขามากพอแล้ว
“ขอบใจแม่นางที่ให้ความช่วยเหลือ” ชายหนุ่มยกมือคารวะและก้มหัวให้หญิงสาวแม้นางจะดูมีอายุน้อยกว่าเขา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากนางไม่ช่วยเขาวันนี้ตัวเขาต้องเจ็บหนัก เงินของเขาต้องถูกคนชั่วเ่าั้เอาไปและแม่ของเขาที่นอนป่วยอยู่ก็จะไม่ได้รับยาไปรักษา เขาจึงเต็มใจก้มหัวขอบคุณนาง
หากซูเข่อซิงเห็นชายหนุ่มคนนี้นางต้องจำได้ไม่ลืมเลือนแน่นอนว่าเขาคือ ‘เจียงหลิวเหว่ย’ บัณฑิตซิ่วไฉอดีตสามีของนางเมื่อชาติที่แล้ว
เมื่อออกจากตรอกนั้นเด็กหนุ่มสาวทั้งสามคนก็ไปนั่งเกวียนวัวเพื่อกลับบ้านตอนนี้พวกเขาสามารถใช้เงินหกอีแปะจ่ายค่านั่งเกวียนโดยไม่ต้องคิดมากได้แล้ว