ณโรงพยาบาล
ผู้เป็แม่และน้าพร้อมน้าเขยนั่งเฝ้าชลันธรอยู่ในห้องผู้ป่วยพิเศษด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเหตุจากเมื่อ่อาหารเย็น ป้าน้อมทำแกงพะแนงของโปรดชลันธรให้แต่เธอกลับบอกว่าเหม็นและอาเจียนจนหมดแรงเป็ลมจนต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลคุณหมอได้ตรวจหลายอย่างจนได้คำตอบว่า เธอกำลังตั้งครรภ์ได้ 6 สัปดาห์และอาการที่เป็ก็คืออาการแพ้ท้องนั่นเอง
“ยัยลันได้บอกอะไรเธอบ้างมั้ยจินต์”ผู้เป็พี่สาวเอ่ยถามน้องสาว
“ไม่เลยค่ะพี่ภรณ์ ยัยลันคุยแต่เื่งานอย่างเดียวเลยค่ะจินต์ก็คิดว่าหลานคงไม่ได้เป็อะไรก็เลยไม่ได้ถามเื่ส่วนตัวด้วยค่ะ”
“เฮ่อ...ทำไมถึงเป็แบบนี้ไปได้นะ”สุภรณ์ถอนหายใจ ในใจก็ยังสับสนว่าควรจะรู้สึกยังไงดี ลูกสาวเธอไม่เคยทำตัวไม่ดีมาก่อนแล้วก็ไม่เคยมีทีท่าว่าคบหรือคุยๆอยู่กับใครเลย
“แล้วนี่พี่จะเอายังไงต่อดีคะ”
“ก็คงต้องรอลันฟื้นก่อน ค่อยๆถามกันอีกที”
“พี่ภรณ์ไม่ต้องเครียดนะคะเดี๋ยวจะไม่สบายไปอีกคน คิดซะว่านี่คือข่าวดีนะคะ บ้านเราจะมีหลานตัวน้อยๆไว้เป็ความสุขของทุกๆคนถึงแม้ความจริงจะเป็แบบไหน เราก็ต้องพร้อมยอมรับนะคะ”สุจินต์ปลอบใจไม่ให้ผู้เป็พี่คิดมาก แม้ชลันธรจะต้องเป็แม่เลี้ยงเดี่ยวก็ตาม
“แม่คะ...”เสียงแหบแห้งแ่เบานั้นทำให้ทั้งสามหันมามองและรีบลุกมาหาคนป่วยที่เตียง
“ลัน เป็ไงบ้างลูกเวียนหัวหรือเปล่า” สุภรณ์ถามลูกแล้วก็อดน้ำตาไหลไม่ได้
“แม่ร้องไห้ทำไมลันไม่ได้เป็อะไรมากค่ะ คงจะเครียดงานไปหน่อย”คำพูดของลันทำให้ทั้งสามคนมองหน้ากัน แล้วสุจินต์ก็ตัดสินใจพูดขึ้นมา
“ลัน หมอบอกเราแล้วนะ เรากำลังจะได้หลานทำไมลันไม่บอกแม่กับน้าล่ะลูก”
สิ้นคำพูดของสุจินต์ น้ำตาก็ไหลอาบแก้มชลันธร
“แม่ น้าจินต์ ลันขอโทษ..ฮือ...ฮือ”
“ไม่เป็ไรลูก ไม่เป็อะไรเลย แม่กับน้าดีใจด้วยซ้ำมันเป็เื่น่ายินดี ลันไม่ต้องขอโทษ ไม่ต้องเสียใจนะ ถึงแม้ว่าจะเป็ยังไงแม่กับน้าก็ยังรักและยินดีเสมอ”
ทั้งสามกอดกันร้องไห้ โดยมีัยืนดูอยู่ใกล้ๆ
่สายของวันต่อมาหลังจากที่ทำเื่ออกจากโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วัก็ทำหน้าที่ขับรถพาทุกคนกลับบ้าน ตอนแรกสุภรณ์คะยั้นคะยอให้ชลันธรทำเื่ฝากครรภ์ให้เรียบร้อยเลยแต่เธอยืนยันว่าขอเวลาอีกสักหน่อยแล้วจะรีบมาจัดการ ทุกคนจึงไม่ขัด
เมื่อรถแล่นเข้ามาในบ้าน ก็เห็นว่ามีรถคันใหญ่จอดอยู่
“คุณคะ มีแขกมาขอพบคุณกับหนูลันั้แ่เช้าแล้วค่ะป้าบอกว่าคุณๆติดธุระกันอยู่ แต่เขาก็ยืนยันว่าจะรอค่ะ” ป้าน้อมรีบออกมารายงาน
“ใครกันคะป้าน้อม”
“เขาบอกว่าเป็อดีตเ้านายหนูลันค่ะ”เมื่อได้ยินป้าน้อมบอกก็ทำให้ชลันธรหน้าชาไปเล็กน้อย แม้ก่อนหน้านี้ที่เขาไม่ให้เธอเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศอ้างว่าเป็ห่วงแท้จริงก็เป็อย่างที่เธอคิดเอาไว้ไม่มีผิดเขาคงไม่้าให้เธอกลับไปทำงานที่บริษัทของเขาอีก แต่ทำไมต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้ จะไลน์มาบอกก็ได้เพราะเธอก็ทำใจไว้บ้างแล้ว คิดแล้วก็หงุดหงิดขึ้นมาทันทีรีบสาวเท้าตรงไปยังห้องรับแขก
“นี่คุณ...!” ชลันธรชะงักคำต่อไปไว้ได้ทันเมื่อหันไปเห็นผู้หญิงสูงวัยท่าทางใจดีที่นั่งอยู่ข้างๆนพเก้าแต่ก็รู้สึกคุ้นหน้าเหลือเกิน
“ลัน...นี่แม่ผมเอง”นพเก้ารีบลุกแนะนำทันที พร้อมหันไปไหว้สุภรณ์ สุจินต์และัที่เดินตามลันเข้ามา
“สวัสดีค่ะ” ชลันธรยกมือไหว้แม่ของนพเก้า
“สวัสดีจ้ะหนู สวัสดีค่ะคุณ..เอ๊ะทำไมฉันคุ้นๆหน้าหนูกับแม่ของหนูจังเลย” คุณหญิงนพรินทร์ชะงักไปทำท่านึกสักพักก็จำได้
“อ๋อ ชั้นจำได้แล้วแม่หนูคนนี้ที่ช่วยแม่ไว้ตอนไปไหว้พระพุทธชินราชไงลูกทั้งครอบครัวเลยที่ช่วยดูแลแม่” นพรินทรรีบบอกลูกชายเมื่อนึกขึ้นได้
“คุณป้านั่นเอง สวัสดีค่ะแล้วนี่สบายดีไหมคะไม่ได้เจอกันเลยั้แ่วันนั้นค่ะ”สุภรณ์และคุณหญิงนพรินทร์ทักทายกันตามประสาคนที่เคยช่วยเหลือกัน
“สบายดีค่ะนี่ถ้าวันนั้นไม่ได้หนูกับคุณพ่อ คุณแม่หนูช่วยไว้ ป่านนี้ชั้นก็ไม่รู้จะเป็ยังไงเออ..แล้วนี่คุณพ่อหนูไม่อยู่เหรอคะไม่เห็นเลย”
“เอ่อคุณพ่อหนูเสียได้สักพักแล้วค่ะ”
“อ้าวตายจริงขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ทราบเื่เลย เสียใจด้วยนะคะ”
“ไม่เป็ไรค่ะพวกเราก็ทำใจกันได้สักระยะแล้วล่ะค่ะ” สุภรณ์บอกอย่างคนที่ปลงได้แล้ว
“นี่ถ้ารู้ว่าหนูลันเป็เลขาตาเก้าเราคงได้คุยกันเร็วกว่านี้แล้วล่ะค่ะ”
“จริงสิคะ..วันนี้คุณหญิงมาหายัยลันไม่ทราบว่ามีธุระอะไรกับเราหรือเปล่าคะ”
นพเก้ามองหน้าชลันธรที่แทบจะไม่สบตาเขาเลยั้แ่เดินเข้ามาพยายามจะถามเธอตอนที่ผู้ใหญ่ทั้งสองคนคุยกันเธอก็เมินหน้าไปทางอื่นทำเป็ไม่ได้ยินที่เขาถามนพเก้าที่ไม่รู้ว่าเธอเพิ่งออกจากโรงพยาบาลเพราะป้าน้อมไม่ได้บอกบอกแค่ไปธุระตามที่คนในบ้านสั่งไว้แค่นั้น แต่จากการที่เขาเห็นแผ่นปิดแผลตรงหลังมือเพราะให้น้ำเกลือก็พอจะเดาได้ว่าเธอคงไม่สบาย
"คุณแม่ครับ ผมมากราบขอขมาครับที่อาจจะทำอะไรไม่ยั้งคิดจนลันท้องผมรู้ว่าไม่เคยชัดเจนกับลันก่อนหน้านี้ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมทำผิดและรู้ตัวแล้วว่าผม..รักลันครับ ที่สำคัญผมพาคุณแม่มาวันนี้เพื่อสู่ขอลันด้วยครับ”พูดเสร็จ นพเก้าก็ก้มลงกราบเท้าคุณสุภรณ์และคุณหญิงนพรินทร์
“นี่ลัน ท้องกับคุณอย่างนั้นเหรอ”คุณสุภรณ์ยังงงๆ กับเหตุการณ์ตรงหน้า ไหนจะรับรู้เื่ลูกสาวตั้งท้องกลับมาบ้านก็เจอกับเ้านายลูกและคุณแม่ของเขาที่ครอบครัวเธอเคยช่วยเหลือเมื่อหลายปีก่อนมาสู่ขอลูกสาวพร้อมบอกว่าเป็พ่อของหลานเธออีกสุภรณ์หันไปมองหน้าลูกสาวของเธอ
“หนูลัน ป้าต้องขอโทษแทนลูกชายด้วยนะที่ทำอะไรไม่ยั้งคิดขอโทษคุณสุภรณ์ด้วยนะคะ แต่หนูลันไม่ต้องห่วงนะป้าเต็มใจและดีใจมากๆที่ลูกสะใภ้ของป้าคือหนู”คุณหญิงนพรินทร์พูดด้วยความจริงใจเพื่อยืนยันคำพูดของลูกชาย
“ถ้าคุณเก้าจริงจังกับลันและรับผิดชอบลัน ดิฉันก็ไม่ขัดข้องหรอกนะคะ”
“แม่คะ...หนูไม่ตกลงค่ะ” ชลันธรรีบหันมาบอกผู้เป็แม่
“ลัน..ทำไมล่ะ คุณท้องลูกผมนะ”นพเก้าหันไปด้วยสายตาตัดพ้อ
“นี่ลูกลันต่างหาก เขาไม่ได้เกิดเพราะความตั้งใจของคุณเพราะฉะนั้นคุณไม่จำเป็ต้องรับผิดชอบ ลันต้องกราบขอโทษคุณหญิงด้วยนะคะ แต่ลันเลี้ยงลูกคนเดียวได้จริงๆค่ะลันขอตัวนะคะ” ชลันธรพูดจบ ก็ลุกเดินหนีเข้าห้องไปทันที
“ลัน..” นพเก้าทำท่าจะลุกตามแต่แม่ของเขาดึงแขนไว้
“ตาเก้า ปล่อยน้องไปก่อนตอนนี้อารมณ์คนท้องยังไม่นิ่ง ให้น้องได้อยู่กับตัวเองก่อนสักพัก”
“แต่แม่ครับ นั่นเมียกับลูกผมนะ”
“ป้าเห็นด้วยกับคุณหญิงนะคะคุณเก้าปล่อยให้ลันได้มีเวลาคิดสักพักค่ะ เดี๋ยวป้าจะช่วยพูดให้อีกแรงถ้าคุณเก้ารักและจริงใจกับลันจริงๆ อีกหน่อยลันจะต้องเห็นค่ะ” สุภรณ์ช่วยพูด
“แต่ผมเป็ห่วงลันครับ อีกอย่างลันยังไม่ได้ฝากท้องเลย”
“เื่นั้นไม่ต้องห่วงค่ะ น้ากับแม่จะดูแลลันอย่างดีส่วนเื่ฝากท้อง จริงๆวันนี้เราก็คะยั้นคะยอจะให้แกฝากแล้วนะคะแต่ว่าลันขอเวลาอีกหน่อย ก็คงจะเป็เื่ชื่อของพ่อเด็กนั่นแหละค่ะ”
“งั้นไม่เป็ไรครับ พรุ่งนี้ผมจะมาใหม่จะทำให้ลันยอมไปฝากท้องให้ได้ครับ”
“ดีแล้วจ้ะเพราะ่นี้ลันน่าจะเริ่มแพ้ท้องเอาจริงๆที่เรากลับมานี่ก็เพราะเมื่อวานลันเหม็นอาหาร อาเจียนจนเป็ลมไปนั่นแหละเราก็เลยได้รู้จากหมอว่าลันกำลังท้องได้ 6 สัปดาห์แล้ว”
“คุณแม่กับคุณน้าไว้ใจในตัวผมนะครับ ก่อนหน้าผมอาจจะไม่จริงจังจนทำให้ลันไม่มั่นใจในตัวผมแต่ต่อไปนี้ผมจะทำให้ทุกคนมั่นใจเองครับ” นพเก้ายืนยันหนักแน่นก่อนที่จะขอตัวกลับไป