ตอนที่สี่ ไอ้เจิดเที่ยวชมตลาด
ตลาดตาขาว ทางเทคนิคตาขาวคือคหบดีผู้หนึ่งในสมัยก่อนที่เป็เ้าขจองที่ดินจำนวนมากในแถบนี้หากเราย้อนกลับไปสังเกตจริงๆคนที่มีที่ดินต้นตระกูลจะเป็ขุนนางหรือเ้าพระยาอะไรมาก่อนทั้งนั้น คนธรรมดาไม่สามารถถือครองที่ดินได้แม้แต่น้อย
และด้วยกฎหมายการแบ่งปันทรัพย์มรดกทำให้มรดกกระจายไปในเลห่าฐญาติพี่น้องหลายสิบคนทรัพย์สมบัติแตกกระจายไปเป็เสี่ยงๆ จนตระกูลกลายเป็ครอบครัวนิวเคลียร์และอะตอมและสูญสลายเป็ควากซ์ไปในที่สุด
จุดสิ้นสุดของการอยู่แบบกงสีครอบครัวใหย่จุดเริ่มต้นของสังคมทุนนิยมสมัยใหม่
แต่แน่นอน ในยุคสมัยนี้การเดินทางยากลำบากแต่ละคนยังต้องอยู่ติดกับที่ดินอยู่
การขี่ม้าไปมาทั่วหมู่บ้านได้ก็ถือว่าเป็คนยิ่งใหญ่แล้วนั่นเอง
“แม่ชะม้อย ดอกเบี้ยยี่สิบบาท “
ผมนั่งในหน้าร้านค้าร้านหนึ่งที่มีคนมาจ่ายค่าดอกเบี้ยที่สูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและในยุคสมัยที่ศาลยังตัดสินว่าการเอาบุตรของคนที่เป็หนี้มาไว้ในบ้านเ้าหนี้เพื่อจูงใจให้ชำระหนี้นั้นยังไม่ใช่การข่มขู่แต่ประการใด
กฎหมายยังคงเข้าข้างเ้าหนี้อยู่และยังไม่เกิดกฎหมายเื่การทวงหนี้ที่กำหนดระยะการทวงหนี้และข้อสัญาไม่เป็ธรรม
ทำให้พ่อกำนันและผมสามารถกำหนดดอกเบี้ยอัตราเท่าไหนก็ได้
“จ่ายเร็วๆอย่าชักช้าตอนกู้หนี้แทบจะมากราบกราน ตอนจะใช้ยังสำออย”
ไอ้ห้อยไอ้โหนทำหน้าที่กดขี่ข่มเหงชาวบ้านอย่างลูกน้องที่ดี
“เจ๊กฮงยี่สิบห้าบาท”
พ่อค้าร่างอ้วนคนหนึ่งก็มาจ่าย
แต่ไอ้ห้อยไอ้โหนก็หยุดไป
ผมเงยหน้าจากบัญชีมาพวกนี้ก็มากระซิบที่หูของผมว่า
“เ้านายๆนงพะงากับผกากรองมาลิบๆโน่นแล้ว”
ผมยิ้มอย่างอ่อนโยนและถีบไอ้ห้อยไอ้โหนจนหน้าคะมำไปคนละที
“ประกาศเก็บเงินต่อไปอย่าไปสนใจเื่ที่ไม่เกี่ยวกับพวกเอ็ง”
“อูยเ้านายนี่ส้นตี—หนักเหมือนเคย”
ไอ้ห้อยไอ้โหนปัดก้นจากการที่หน้าคะมำไปที่พื้นแต่ก็กลับมาประกาศรายชื่อคนเป็หนี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เจ็กฮงยี่สิบห้าบาท”
“อั๊วให้ไปแล้วน่อ อย่ามาโกงอั๊วซี้ซั้วต่า” เจ็กฮงกล่าวอย่างโมโหที่จะโดนเก็บดอกเบี้ยซ้ำ
“เจ็กฮงเดี๋ยวเก็บดอกเบี้ยแล้วมีเื่ที่จะคุยด้วยหน่อย”ผมกล่าวกับเจ็กฮงที่กำลังจะหันหลังไป เจ็กฮงก็ไมได้ว่าอะไรแม้จะไม่พอใจผมก็ตาม
...
นงพะงากับผกากรอง พี่สาวน้องสาวดอกไม้งามแห่งคลองตาขาวลูกสาวผู้ใหญ่มั่น ดอกไม้งามประจำตลาดคลองตาขาว แม่แต่ไอ้หนุ่มต่างบางนายอำเภอหน้าขาว และมีคำกล่าวว่าแม้แต่คนในเมือง ก็หลงเสน่ห์แม่นงพะงากับผกากรองผู้นี้จนมาติดพันพวกเธอ
“พี่นงพี่นงดูสิไอ้เจิดมันมองมาทางพวกเราอีกแล้ว”
ผกากรองชี้ให้ดูไอ้เจิดที่มองมาที่พวกเธอท่าทางคิดร้าย
“”รีบๆซื้อของและรีบๆกลับกันเถอะเสียอารมณ์หมดเลย มันต้องเข้ามากวนพวกเราแน่ๆ” สองสาวพยายามซื้อของด้วยความรวดเร็วแต่หลังจากซื้อของเสร็จไอ้เจิดก็ไมได้มาหาพวกนางแต่อย่างใด
แต่กลับเรียกเก็บดอกเบี้ยจนเรียบร้อยและจัดการจดชื่อคนที่ขอกู้ยืมเงินเอาไว้ที่ต้องรอหลังจากที่จัดการเื่เก็บดอกเบี้ยคนที่เป็หนี้พ่อกนันเรียบร้อยแล้ว
“เจ็กฮง ขนมหวานถ้วยนี้ชั้นเลี้ยงเองจ๊ะ”
สาวน้อยที่ขายขนมหวานทำหน้าไม่ดีที่เห็นพวกไอ้เจิดมากินขนมหลายถ้วยทำท่าจะเบ่งกินฟรี
แต่แปลกใจที่ไอ้เจิดกลับควักเงินจากชายห่อผ้าและจ่ายให้อย่างครบถ้วน
“นี่คือเงินค่าขนม “
ไอ้เจิดหันกลับไปหาคนที่เป็หนี้ทุกคน
“ฟังให้ดี มีหนี้สินต้องชดใช้นี่คือสามัญสำนึกของความเป็คน เป็หนี้ไม่ใช่ต้องตกนรกหมกไหม้ชาติหน้ากลายเป็วัวควายและข้าทาสบริวารเ้าหนี้ เพื่อทำการชดใช้หนี้ที่ติดค้างเอาไว้”
ศาสนาและความเชื่อที่ทำให้คนที่เป็หนี้กินไม่ได้นอนไม่หลับต่างกับคนที่สามารถล้มบนฟูกได้อย่างเชี่ยวชาญทั้งที่เป็หนี้พันหรือหมื่นล้านอย่างสมัยปัจจุบัน
ไอ้เจิดยิ้มอย่างพอใจที่ทุกคนที่พยายามจะขอกู้ก้มหน้าด้วยความอับอาย