ภายใต้ร่มเงาของแมกไม้ั์ที่กิ่งก้านสาขาถักทอจนบดบังผืนฟ้าหลินหยวนก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยความสุขุมทว่าแฝงด้วยความอ่อนแรง
าแที่เนตรขวาถูกปิดไว้ด้วยผ้าป่านเก่าๆที่เขาฉีกจากชายเสื้อ แววตาข้างซ้ายที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวจดจ้องมองฝ่าละอองแสงสีฟ้าที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศดุจหิ่งห้อยิญญา
[สถานะเนตรวิวัฒนาการ:โหมดประหยัดพลังงาน (ความสมบูรณ์ 12%)]
[การแจ้งเตือน:ตรวจพบความหนาแน่นของปราณธรรมชาติสูงกว่าสำนักเมฆาคล้อย 5เท่า]
[คำเตือน: ร่างกายของโฮสต์ไม่สามารถรองรับการดูดซับปราณปริมาณมากได้เนื่องจากรากฐานแตกร้าว—เสี่ยงต่อการเกิดสภาวะ'ปราณย้อนกลับ' จนร่างกายะเิ]
หลินหยวนแค่นยิ้มแห้งผากพลังที่เคยใฝ่ฝันถึงบัดนี้กลับกลายเป็ยาพิษที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้องเขาใช้ไม้เท้าที่หักจากกิ่งไม้พยุงร่างผ่านพุ่มหนามที่ส่งกลิ่นหอมประหลาดทันใดนั้น หูของเขาที่ว่องไวขึ้นจากการสูญเสียการมองเห็นด้านขวาพลันได้ยินเสียงโลหะกระทบกันและเสียงกรีดร้องแหลมเล็กที่ดังมาจากทิศตะวันตก
"เสียงต่อสู้...และกลิ่นคาวเืที่สดใหม่"
เขาลอดเร้นกายเข้าสู่พุ่มไม้อย่างแเีแม้ปราณจะเหือดแห้ง แต่สัญชาตญาณนักฆ่าและ 'วิชาเร้นเงา'ยังคงสลักลึกอยู่ในกระดูก
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าในลานกว้างกลางป่าคือกลุ่มสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ทว่ามีหูแหลมและผิวสีเขียวอ่อนราวกับใบไม้พวกเขากำลังถูกล้อมโดยกลุ่มนักรบในชุดเกราะสีดำทมิฬที่มีสัญลักษณ์ 'หัวกะโหลกคาบดาบ'
"พวกเอลฟ์พฤกษา...ขยะพวกนี้มีค่าแค่เอาไปทำปุ๋ยบำรุงโอสถเท่านั้น! ฆ่าพวกผู้ชายให้หมดส่วนผู้หญิงเก็บไว้ส่งโรงประมูล!"หัวหน้านักรบชุดดำคำรามพลางเหวี่ยงขวานั์จามลงบนโล่ไม้ของนักรบเผ่าพฤกษาจนแตกกระจาย
หลินหยวนจ้องมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนความทรงจำที่เขาเคยถูกปฏิบัติราวกับปศุสัตว์ในสำนักเมฆาคล้อยแล่นเข้ามาในมโนสำนึกประกายสายฟ้าสีม่วงจางๆ เริ่มประทุขึ้นที่ปลายนิ้วที่เหี่ยวหย่น
'ข้าเกลียดพวกที่ชอบมองว่าชีวิตผู้อื่นเป็เพียงสิ่งของ...'
แม้ร่างกายจะพังทลายแต่ดวงตาข้างเดียวของหลินหยวนกลับทอประกายสังหารที่เยือกเย็นเขารู้ดีว่าการสอดมือเข้าไปยุ่งในยามนี้คือความบ้าบิ่น
ทว่าหากเขา้าฟื้นฟูรากฐานและหาที่พักพิงในดินแดนนิรนามแห่งนี้การช่วยเหลือ 'เ้าบ้าน' อาจเป็โอกาสเดียวที่เขามี
เขากระชับไม้เท้าในมือพลังความว่างเปล่าเริ่มหมุนวนรอบกายอย่างเงียบเชียบเตรียมพร้อมที่จะสั่งสอนให้พวกนักรบชุดดำได้รู้ซึ้งว่า แม้แต่พยัคฆ์ที่าเ็...ก็ยังสามารถปลิดชีพสุนัขรับใช้ได้ในพริบตา!
เสียงแผดคำรามของหัวหน้านักรบชุดดำยังไม่ทันจางหายหลินหยวนพลันเคลื่อนกายออกจากพุ่มไม้ประดุจเงาปีศาจที่หลุดรอดจากรอยแยกมิติ
แม้ร่างกายจะกะโผลกกะเผลกและมีเพียงดวงตาข้างซ้ายที่ฉายแววเยือกเย็นทว่ากลิ่นอายสังหารที่เขาพกติดตัวมาจากสมรภูมิสำนักเมฆาคล้อยกลับเข้มข้นจนทำให้อากาศรอบด้านดูคล้ายจะจับตัวเป็น้ำแข็ง
"ใครกัน!"หนึ่งในนักรบชุดดำที่ทำหน้าที่ระวังหลังะโลั่นพร้อมกับตวัดดาบพุ่งเข้าใส่ชายชราในคราบขอทานตรงหน้า
หลินหยวนไม่ได้หลบเลี่ยงด้วยท่าร่างที่หวือหวาแต่เขากลับก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเรียบง่าย ในจังหวะที่คมดาบจะถึงตัว
เขาเพียงแค่เบี่ยงไหล่เล็กน้อยพร้อมกับสอดนิ้วที่เหี่ยวหย่นเข้าััใบดาบพลัง 'วิชาสลายิญญา' ที่แม้จะเหลือเพียงน้อยนิดแต่เมื่อหลอมรวมกับความแค้นที่สลักลึก กลับทรงพลังยิ่งกว่าเดิม
เคร้ง!
ดาบเหล็กกล้าชั้นดีพลันปริแตกและสลายกลายเป็ผุยผงเมื่อัักับปลายนิ้วของหลินหยวน
นักรบผู้นั้นเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงทว่ายังไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง ฝ่ามือที่อาบด้วยประกายสายฟ้าม่วงจางๆก็ประทับเข้าที่กลางอก
[เปิดใช้งาน:อัสนีม่วง—สลายชีพจร]
[สถานะ:รีดเค้นปราณแท้จริง 5%—กระแสไฟฟ้าทำลายระบบประสาทสั่งการทันที]
ร่างของนักรบชุดดำสั่นกระตุกก่อนจะล้มตึงลงโดยไร้าแภายนอกทว่าภายในกลับถูกแผดเผาจนกลายเป็เถ้าถ่าน
หลินหยวนไม่หยุดเพียงเท่านั้นเขาทะยานเข้าสู่ใจกลางวงล้อมดุจพยัคฆ์ร้ายที่หลุดกรงไม้เท้าในมือขวาถูกใช้แทนกระบี่ทะลวงผ่านช่องโหว่ของชุดเกราะอย่างแม่นยำทุกครั้งที่ลงมือ
"เ้าแก่โสโครก!แกบังอาจฆ่าคนของข้า!" หัวหน้านักรบชุดดำคำรามด้วยความโกรธแค้นมันเหวี่ยงขวานั์ที่อาบด้วยปราณสีแดงฉานเข้าใส่หลินหยวนด้วยแรงมหาศาล
หลินหยวนหรี่ตาข้างซ้ายลงเนตรวิวัฒนาการที่แม้จะอยู่ในโหมดประหยัดพลังงานแต่ก็ยังฉายภาพเส้นทางการโจมตีที่เป็จุดตายออกมาเป็เส้นสีแดงรางๆเขาไม่ได้ใช้กำลังปะทะโดยตรง
แต่กลับใช้ไม้เท้าแตะที่สันขวานเบาๆเพื่อ 'เบี่ยงทิศทาง' พร้อมกับรีดเค้นอัสนีม่วงเส้นสุดท้ายพุ่งเข้าสู่ดวงตาของหัวหน้านักรบ
เปรี้ยง!
"อ๊ากกกก!ตาของข้า!" หัวหน้านักรบชุดดำทิ้งขวานลงแล้วกุมใบหน้าที่ไหม้เกรียม
เหล่าเอลฟ์พฤกษาที่เหลือรอดต่างพากันมองภาพเบื้องหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาชายแก่ตาเดียวที่ดูเหมือนจะสิ้นลมได้ทุกเมื่อ กลับล้มกลุ่มนักรบฝีมือดีลงได้ภายในไม่กี่อึดใจ
หลินหยวนยืนหอบหายใจอย่างหนักหน่วงเืสีคล้ำเริ่มซึมออกจากผ้าพันแผลที่ตาขวาทว่าความนิ่งสงบของเขากลับทำให้นักรบชุดดำที่เหลือไม่กล้าก้าวเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว
"ไสหัวไป...ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนพวกเ้าให้กลายเป็ปุ๋ยของป่าแห่งนี้จริงๆ"หลินหยวนเอ่ยเสียงเรียบทว่าทรงพลังอำนาจจนพวกนักรบต้องแบกร่างหัวหน้าที่าเ็ล่าถอยไปอย่างลนลาน
เมื่อความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้งหลินหยวนพลันกระอักเืออกมาคำโต ร่างของเขาทรุดลงนั่งกับพื้นหญ้าอย่างหมดแรงแสงสีฟ้าจากต้นไม้ั์เริ่มสว่างขึ้นรอบตัวเขา
พร้อมกับร่างของหญิงสาวเอลฟ์พฤกษาคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาหาเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและกังวลใจ
สติของหลินหยวนพร่าเลือนประดุจเปลวเทียนที่ต้องลมแรงแรงกดดันจากการฝืนใช้พลังในขณะที่รากฐานพังทลายทำให้ความเ็ปแล่นพล่านไปทุกอณูขุมขน
ท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามาเขาได้รับการพยุงจากมือนุ่มนวลที่ส่งผ่านกลิ่นอายของใบไม้สดและความอบอุ่นอย่างประหลาด
หญิงสาวเอลฟ์พฤกษาผู้มีดวงตาสีมรกตประคองร่างของเขาไว้อย่างระมัดระวังพร้อมกับป้อนของเหลวสีใสที่มีรสหวานล้ำและเย็นฉ่ำลงสู่ลำคอที่แห้งผากของเขา
[วิเคราะห์สารประกอบ:น้ำอมฤตพฤกษาเทวะ]
[สถานะ:กำลังระงับการแตกสลายของจุดชีพจร—ฟื้นฟูปราณแท้จริง 2%]
[คำแนะนำ:ปล่อยให้พลังงานสีเขียวไหลเวียนไปตามเส้นเอ็นเพื่อเยียวยาาแฉกรรจ์ชั่วคราว]
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งหลินหยวนพบว่าตนเองไม่ได้อยู่บนพื้นดินที่ชื้นแฉะอีกต่อไปแต่เขากลับนอนอยู่บนเปลญวนที่ถักทอจากเถาวัลย์นุ่มนวลภายในบ้านไม้ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตภายในลำต้นของต้นไม้ั์ที่กว้างขวางปานูเาขนาดย่อมแสงสว่างภายในห้องมาจากมอสเรืองแสงที่เกาะอยู่ตามผนังให้ความรู้สึกสงบเงียบอย่างที่ไม่เคยััมาก่อนในสำนักเมฆาคล้อย
"ท่านตื่นแล้ว..."เสียงใสราวกับกระดิ่งลมดังขึ้นข้างกายหญิงสาวเอลฟ์คนเดิมกำลังบดสมุนไพรสีม่วงอ่อนในชามไม้
"ท่านาเ็หนักมาก...นักบวชของเผ่าเรากล่าวว่าดวงตาขวาของท่านถูกทำลายด้วยพลังสายฟ้าที่รุนแรงเกินกว่าร่างกายมนุษย์จะรับไหวและอายุขัยของท่าน..."
เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยหลินหยวนพยุงกายลุกขึ้นนั่งช้าๆ ััได้ว่าผ้าพันแผลที่ดวงตาขวาถูกเปลี่ยนใหม่และมันอัดแน่นไปด้วยสมุนไพรที่เย็นสบาย
"ข้าพอดูออกว่าท่านไม่ใช่คนธรรมดา"ชายชราเอลฟ์ผู้หนึ่งเดินเข้ามาในห้อง มือถือไม้เท้าที่ทำจากกิ่งไม้ศักดิ์สิทธิ์กลิ่นอายของเขาดูลึกซึ้งและเปี่ยมไปด้วยเมตตา
"ข้าคือหัวหน้าเผ่าพฤกษา...ข้าต้องขอบคุณท่านที่ช่วยชีวิตลูกหลานของเราจากพวก 'กลุ่มล่าิญญา'แต่ข้าต้องบอกตามตรงว่าร่างกายของท่านตอนนี้เปรียบเสมือนแจกันหยกที่แตกร้าวไปทั้งใบ"
หลินหยวนขยับยิ้มขมขื่น"ข้าทราบดี... ข้าแลกมันมาเพื่อทำลายปีศาจ"
"ในหมู่บ้านของเรามี'บ่อน้ำพุแห่งพงไพร' ซึ่งอาจจะช่วยรักษาอาการาเ็ภายในของท่านได้บ้าง"หัวหน้าเผ่ากล่าวต่อ
"แต่มันมิอาจคืนอายุขัยหรือดวงตาที่สูญเสียไป...เว้นเสียแต่ว่าท่านจะกล้าเข้าไปในส่วนลึกของ 'หุบเขาอัสนีหมื่นปี'เพื่อตามหา 'ผลึกเนตรัสายฟ้า' มาหลอมรวมใหม่"
หลินหยวนหรี่ตาข้างซ้ายลงประกายสีม่วงวูบผ่านั์ตาเพียงครู่เดียวแต่กลับแฝงด้วยความหวังที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
[ข้อมูลใหม่:ผลึกเนตรัสายฟ้า]
[ความเกี่ยวข้อง:มีคุณสมบัติในการสร้างดวงตาใหม่และขยายขีดจำกัดของวิชาอัสนีสลายิญญา]
[ระดับความอันตราย:ระดับ 9- พื้นที่ต้องห้ามของผู้ฝึกตน]
"หุบเขาอัสนีหมื่นปีงั้นรึ..."หลินหยวนพึมพำ น้ำเสียงกลับมาหนักแน่นอีกครั้ง
"ต่อให้มันคือประตูนรกข้าก็จะไปเพื่อชิงชีวิตของข้าคืนมา!"
เสียงกระซิบของใบไม้ที่ไหวเอนตามสายลมคล้ายกับการร่วมสวดส่งิญญาให้กับอดีตที่แตกสลายของหลินหยวนเขานั่งอยู่ริมขอบบ่อน้ำพุแห่งพงไพร
แสงสีเขียวมรกตจากผิวน้ำสะท้อนเข้ากับใบหน้าซีกซ้ายที่ยังคงความคมคายทว่าซีกขวาที่ถูกปิดด้วยผ้าพันแผลกลับดูเคร่งขรึมและลึกลับ
หลินหยวนหย่อนเท้าลงในน้ำพุความอบอุ่นจากพลังงานธรรมชาติไหลซึมผ่านรูขุมขนเข้าไปโอบอุ้มรากฐานปราณที่ร้าวรานประดุจดินที่แห้งผากได้รับหยาดฝน
แม้มันจะไม่สามารถซ่อมแซมความเสียหายทั้งหมดได้ในทันทีแต่เขาก็ััได้ว่า 'ความตาย' ที่เคยกัดกินใจเริ่มทุเลาลง
[สถานะการซ่อมแซม:รากฐานปราณฟื้นตัว 15%]
[การวิเคราะห์พิเศษ:พลังงานพฤกษาได้ทำการ 'ผนึก' รอยร้าวเพื่อป้องกันการรั่วไหลของปราณ]
[ข้อเสนอแนะ:ในระหว่างการเดินทางสู่หุบเขาอัสนี โฮสต์สามารถใช้ 'น้ำค้างพฤกษา'เพื่อพยุงชีพจรได้ชั่วคราว]
หัวหน้าเผ่าเอลฟ์เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับห่อผ้าสีน้ำตาลเรียบง่ายเมื่อเปิดออก หลินหยวนพบกับขวดแก้วใบเล็กที่บรรจุของเหลวสีเขียวเข้ม และ 'แผนที่หนังสัตว์โบราณ' ที่ระบุเส้นทางลับสู่หุบเขาอัสนีหมื่นปี
"นี่คือ 'น้ำตาแห่งพฤกษา' มันจะช่วยให้ท่านคงสติได้ในยามที่ร่างกายถึงขีดจำกัด"ชายชรากล่าวด้วยเสียงต่ำ
"และแผนที่นี้...มันจะนำท่านไปสู่รอยแยกที่ปลอดภัยที่สุดในการเข้าสู่หุบเขา แต่จงจำไว้สายฟ้าที่นั่นไม่เคยปรานีใครโดยเฉพาะผู้ที่พลังความว่างเปล่าเช่นท่าน"
หลินหยวนรับของเ่าั้มาซ่อนไว้ในอกเสื้อเขาหยัดกายขึ้นยืนกลิ่นอายความโรยราที่เคยปกคลุมร่างกายเริ่มถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นที่ลุ่มลึกกว่าเดิม
เขาเดินไปที่ระเบียงไม้ของบ้านต้นไม้มองออกไปไกลถึงเทือกเขาสีดำทะมึนที่มีสายฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่บนยอดเขาตลอดเวลา
"ข้าเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง...ความเ็ปจากสายฟ้าพวกนั้นจึงเป็เพียงแค่การย้ำเตือนว่าข้ายังคงมีชีวิตอยู่"
เขาหันไปมองหญิงสาวเอลฟ์ที่ยืนส่งยิ้มให้ด้วยความห่วงใยก่อนจะก้าวลงจากหมู่บ้านบนยอดพฤกษาทะยานร่างหายไปในเงามืดของป่าดิบชื้นอย่างรวดเร็วบัดนี้เป้าหมายของเขาชัดเจนกว่าครั้งไหนๆ
เขาไม่ได้้าเพียงแค่การรอดชีวิตแต่เขา้า 'ดวงตา' ที่จะมองเห็นจุดจบของศัตรูและ 'พลัง' ที่จะทวงคืนทุกสิ่งที่โชคชะตาพรากไป!
*********************************
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ (และฉบับเพิ่มเติม)
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือเผยแพร่เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายเื่ "เนตรวิวัฒนาการพลิกวิถีลวง์"
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็ลายลักษณ์อักษรจากเ้าของลิขสิทธิ์หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด
ลิขสิทธิ์เป็ของ : พิมภัสสร