เสียงอึกทึกคึกโครมหน้าประตูบ้านทำให้จ้าวลู่ชิงหลุดจากภวังค์ “เกิดอันใดขึ้น”
จ้าวลู่ชิงกับจ้าวหนิงเอ๋อมุ่งตรงไปยังหน้าประตู
“คุณหนูเ้าคะ พวกเรากลับมาแล้วเ้าค่ะ”
เสียงที่ได้ยินนี่มันเป็เสียงของสาวใช้ข้างกายนางมิใช่หรือ
บานประตูถูกเปิดออก สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือรถม้าจำนวนห้าคัน บ่าวรับใช้ยืนเรียงรายกันอยู่ประมาณยี่สิบคน
“ซูเจิน”
“บ่าวเองเ้าค่ะ บ่าวทำงานที่คุณหนูมอบหมายให้สำเร็จแล้วนะเ้าคะ คุณหนูดูสิบ่าวพวกนี้คือคนที่ติดตามมารับใช้เ้านายถึงที่นี่”
ซูเจินยืนเช็ดน้ำตาส่งยิ้มให้กับคุณหนูของนาง เสียงร่ำไห้ของบ่าวรับใช้ยี่สิบชีวิตทำให้คนในหมู่บ้านแตกตื่นอีกครั้ง
พ่อบ้านหลิวมาพร้อมภรรยาและลูกชาย บ่าวรับใช้ข้างกายเ้านายแต่ละคนยืนร้องไห้ราวกับเด็ก หน้าตามอมแมมเหมือนหลีกหนีจากา
จ้าวลู่ชิงก็ร้องไห้เช่นเดียวกัน ที่นางร้องไห้ส่วนหนึ่งดีใจที่บ่าวรับใช้ปลอดภัยอีกส่วนเพราะเครียด สกุลจ้าวไม่ได้ร่ำรวยดังเดิมแค่เพียงปากท้องคนในครอบครัวหกชีวิตยังต้องได้รับการสงเคราะห์จากหัวหน้าหมู่บ้าน นางจะเอาเงินจากไหนมาเลี้ยงบ่าวยี่สิบชีวิต
สกุลจ้าวช่างเลี้ยงบ่าวได้ภักดียิ่งนัก!
“คุณหนู”
อี้หมัวมัวให้คนช่วยพยุงลงจากรถม้า สภาพเหมือนผู้ประสบภัยของหมัวมัวทำให้จ้าวลู่ชิงน้ำตาไหลอาบแก้ม นางไม่ได้อยากร้องไห้แต่เป็เพราะจิตใต้สำนึกของร่างเดิมที่หลั่งน้ำตากับสภาพของบ่าวแต่ละคน
“ทุกคนเข้ามาด้านในกันก่อน”
เห็นชาวบ้านแตกตื่นจึงต้องรีบนำทุกคนเข้ามาด้านใน
เรือนนอนของจ้าวลู่ชิงบัดนี้มีสาวใช้ข้างกายอย่างซูเจิน ซูเซียงและอี้หมัวมัวนั่งอยู่ หลังจากจัดหาที่พักให้กับบ่าวยี่สิบชีวิตเรียบร้อยก็ถึงเวลาที่นางจะคุยถึงความเป็มาว่าเพราะเหตุใดทุกคนถึงมุ่งหน้ามาที่หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้
“ข้าบอกเ้าแล้วมิใช่รึ ว่าให้นำของมีค่าไปขายแล้วนำเงินที่ได้ไปไถ่ตัวบ่าวทุกคน จากนั้นก็แบ่งเงินให้บ่าวทุกคนเท่า ๆ กันแล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่”
“บ่าวทำตามที่คุณหนูบอกแล้วเ้าค่ะ แต่ว่าไม่มีใครจากไปเลยสักคน พวกเขาต่างคิดอยากกลับมารับใช้เ้านายสกุลจ้าว”
“พวกเ้าเดินทางเอิกเกริกเช่นนี้ไม่เป็ที่จับตามองของเ้าหน้าที่ทางการหรอกหรือ”
“ข้างนอกมีชาวบ้านอพยพหนีภัยจากถิ่นฐานบ้านเกิดกันเต็มไปหมดเลยเ้าค่ะ” ซูเจินรีบบอกคุณหนู กลัวว่าพวกตนจะถูกไล่ไปอยู่ที่อื่น
“ไฉนเ้าถึงสามารถซื้อตัวบ่าวได้เร็วเพียงนี้ ข้าเพิ่งเดินทางถึงหมู่บ้านได้เพียงสองวัน พวกเ้าก็ตามมา แล้วบ่าวที่เหลือล่ะ ไปอยู่ที่ใดกันบ้าง” จวนฝู่กั๋วกงมีบ่าวรับใช้ร้อยกว่าชีวิต มาที่หมู่บ้านยี่สิบชีวิต พวกที่เหลือไปอยู่ที่ใดกัน ปลอดภัยดีหรือไม่
ซูเจินเริ่มเล่าให้จ้าวลู่ชิงฟังว่าขณะที่นางหลบหนีจากคนของทางการ นางถูกชายชุดดำสองคนจับตัวไป วรยุทธ์ที่นางมีอ่อนด้อยกว่าชายฉกรรจ์สองคนนั้นนักจึงทำให้เพลี่ยงพล่ำ รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ในเรือนที่ไหนสักแห่ง ต่อมานางจึงรู้ว่าคนพวกนั้นเป็คนของฉีอ๋อง
วันต่อมาบ่าวรับใช้ที่ทุกคนรู้ว่าได้กลายเป็ทาสหลวงถูกไถ่ตัวออกมาจนครบทุกคน นางนำของมีค่าที่คุณหนูให้มาไปขายแล้วแบ่งเงินให้ทุกคนกลับไปหาครอบครัว ถ้าหากบ่าวคนใดไม่มีครอบครัวเหลืออยู่ก็ให้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่
เมื่อทุกคนรู้ว่านางจะเดินทางมาหาคุณหนูที่หมูบ้านซานเป่ยจึงปฏิเสธเงินจำนวนมากโขขอติดตามมาด้วย ทว่านางมิยอมให้คนร้อยกว่าชีวิตเดินทางมาที่หมู่บ้านพร้อมกัน
เ้านายถูกยึดทรัพย์ไปจนหมดจะเอาเงินจากไหนมาเลี้ยงบ่าวจำนวนมาก ประจวบกับคนที่จับตัวนางไปเข้ามาบอกว่าฉีอ๋องจะรับบ่าวที่เหลือให้ทำงานอยู่ในจวนอ๋อง นางจึงปรึกษาหารือกับบ่าวทุกคน แต่ทว่ามีบ่าวจำนวนหนึ่งเป็ตายร้ายดีอย่างไรก็จะตามไปรับใช้เ้านายที่หมู่บ้านซานเป่ยให้ได้ทั้งที่รู้ว่าตัวเองจะต้องอดอยากก็หาสนใจไม่
พอตกลงกันได้ ก่อนจะเดินทางมาที่หมู่บ้านซานเป่ย นางนำเงินจำนวนหนึ่งวานให้คนของจวนอ๋องไปซื้อรถม้าห้าคันเพื่อขนคนจำนวนยี่สิบชีวิตเดินทางมุ่งตรงสู่ทางเหนือของแคว้นถัง
“เ้าขายของมีค่าพวกนั้นได้เงินเท่าไหร่” จ้าวลู่ชิงตาลุกวาว
“หนึ่งหมื่นก้วนเ้าค่ะ”
“แล้วตอนนี้เหลือเท่าไหร่” หนึ่งหมื่นก้วนไม่ใช่น้อย ๆ หลังจากใช้จ่ายไปนางคิดว่าคงน่าจะเหลือไม่ต่ำกว่าเจ็ดพันก้วน
“ไม่เหลือสักเหวินเลยเ้าค่ะ” ซูเจินหน้าซีด ระหว่างเดินทางพวกนางเจอกับชาวบ้านที่ประสบภัยพิบัติ ร่อนเร่อยู่ตามทาง ก่อนจะเข้าเขตอำเภอชิงเหอขบวนรถม้าของพวกนางถูกดักปล้น เพื่อรักษาชีวิตของทุกคนนางจำต้องโปรยเงินให้กับผู้ประสบภัยที่รอนแรมอยู่บริเวณนั้นเพื่อให้เกิดความชุลมุน ขบวนรถม้าห้าคันจึงหนีมาได้
โจรที่ดักปล้นเป็แค่ชาวบ้านที่อดอยากจนต้องผลันตัวมาเป็โจร เพียงแค่โปรยเงินคนพวกนั้นก็วิ่งเข้าใส่ ไม่สนใจขบวนรถม้าอีกต่อไป
“เ้าทำถูกแล้วที่รักษาชีวิตคน” กัดฟันกล่าวชื่นชม “เ้าโปรยหมดเลยหรือ”
“เ้าค่ะ บ่าวให้ขบวนรถม้ารีบวิ่งไปก่อน จากนั้นบ่าวสองพี่น้องใช้วิชาตัวเบาขึ้นไปยืนโปรยเงินอยู่บนปลายต้นไม้ บ่าวจำต้องโปรยเงินจนหมดเพื่อยื้อเวลาให้ขบวนรถม้าไปได้ไกลมากที่สุด หลังจากเงินหมดบ่าวก็รีบใช้วิชาตัวเบาวิ่งตามรถม้าไปทันทีเ้าค่ะ บ่าวฉลาดหรือไม่เ้าคะ”
“เ้าฉลาดมาก” ถึงอย่างไรคนตรงหน้าก็อายุแค่สิบสาม นึกถึงชีวิตคนก่อนเงินก็ถือว่าเป็พระโพธิสัตว์คนหนึ่ง มีเด็กเช่นนี้อยู่ข้างกายไม่เสียหลาย
“หมัวมัวท่านเป็เช่นไรบ้าง” ยื่นมือไปจับชีพจรให้กับหญิงชรา “ท่านไปพักผ่อนเถอะ นั่งรถม้ามาไกลคงลำบากแย่” พอรู้ว่าหญิงชราแค่เหนื่อยจากการเดินทางก็สบายใจ
“คุณหนูเ้าคะ นายท่านให้บ่าวมาเรียกคุณหนูไปพบที่เรือนเ้าค่ะ”
“ขอบใจมาก” บ่าวรับใช้แต่ละคนเพิ่งมาถึงก็ทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง เรือนที่เงียบเหงากลับมาคึกคักกว่าเดิม
จ้าวลู่ชิงเห็นพี่ชายนั่งอยู่ในห้องกับท่านพ่อ ใบหน้าของทั้งสองเคร่งเครียดทำให้นางเกร็งตาม
“ท่านพ่อเรียกลูกมาเพราะเหตุใดเ้าคะ”
“เ้านั่งก่อนเถิด วันนี้ที่พ่อเรียกพวกเ้าสองพี่น้องมาเพราะมีเื่อยากบอกพวกเ้า”
“เื่อันใดเ้าคะ เกี่ยวข้องกับเื่ที่ข้าถูกปองร้ายหรือไม่” จ้าวลู่ชิงคนเดิมกับสาวใช้ข้างกายถูกวางยาทำให้ร่างกายอ่อนแรง ่นั้นม้าเกิดพยศพอดี ถ้ามองไม่ออกว่าถูกปองร้ายนางก็โง่เต็มที คนที่ปองร้ายคงอยากให้นางตายแล้วทำเหมือนว่าเป็อุบัติเหตุ
“ใช่ พ่อยังสืบไม่ได้ว่าใครเป็คนปองร้ายเ้า จวนฝู่กั๋วกงก็ตกอับเสียก่อน เ้าพอจะจำอะไรอีกหรือไม่”
“ข้าจำได้เพียงว่าก่อนกลับจากหมู่บ้านชานเมือง ข้าดื่มน้ำชาที่หัวหน้าหมู่บ้านรินให้ ข้าบอกท่านพ่อไปแล้วมิใช่หรือเ้าคะ”
นางแค่เพียงเดินทางไปดูผืนนาข้าวบนที่ดินที่ได้รับพระราชทานเมื่อครั้งท่านปู่ถูกแต่งตั้งเป็ฝู่กั๋วกง ผืนนาแห่งนั้นมีชาวบ้านอาศัยอยู่สามสิบครัวเรือน ทุกครอบครัวล้วนทำงานให้ตระกูลพวกนางมานับสิบปี
ก่อนกลับนางไปนั่งพักเหนื่อยที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านแล้วถามถึงปัญหาที่เจอในการเพาะปลูก จากนั้นเขาก็รินน้ำชาต้อนรับนางกับสาวใช้ข้างกายด้วยความกระหายพวกนางก็ดื่มจนหมดถ้วย
นั่งรถม้ามาประมาณสองเค่อร่างกายพวกนางก็รู้สึกไร้เรี่ยวแรงกอปรกับม้าเริ่มพยศเหวี่ยงคนขับจนตกแล้วห้อตะบึงไปยังปากเหว พวกนางเรียนวิทยายุทธ์กับท่านอาจารย์เผยจนร่างกายแข็งแรงจึงสามารถต่อสู้กับพิษที่ได้รับเข้าไปในชั่วระยะเวลาสั้น ๆ ถ้านางเป็หญิงสาวอ่อนปวกเปียกขี้โรคดั่งที่ใครเขาลือกัน ป่านนี้คงไปนอนเป็ศพให้สัตว์ป่ารุมทึ้งอยู่ใต้เหวลึก
“หัวหน้าหมู่บ้านตายแล้ว” จ้าวหยางบอกบุตรี
“ตายเพราะสาเหตุใดเ้าคะ”
“ถูกฆ่าตาย ตอนคนของเราไปถึงหัวหน้าหมู่บ้านและครอบครัวทั้งหมดหกชีวิตล้วนนอนจมกองเือยู่ภายในบ้าน”
“เื่พวกนี้มันเชื่อมโยงไปถึงการล่มสลายของจวนฝู่กั๋วกงหรือเปล่าขอรับ” จ้าวลู่เสียนเชื่อมโยงสิ่งที่เกิดขึ้น
“เื่ยังไม่แน่ชัด”
“เหตุใดท่านพ่อถึงยอมเอาจวนฝู่กั๋วกงเข้าแลกกับชีวิตของคนในจวนเหยียโหวล่ะเ้าคะ” นางไม่อยากจะเชื่อว่าในสมัยนี้ยังมีคนแบบท่านพ่อ เห็นชีวิตคนตระกูลอื่นสำคัญกว่ายศถาบรรดาศักดิ์ของตระกูลตนเอง
“ท่านปู่เป็คน้าให้ทำเช่นนี้”
“เหยียโหวซื่อจื่อยักยอกเงินภาษีจริงหรือไม่เ้าคะ” นางรู้สึกว่าเื่นี้มันซับซ้อนเกินไป
“พวกเ้าไม่ต้องเข้าไปยุ่งเื่นี้ รู้แค่ว่าที่ท่านปู่กับพ่อตัดสินใจทำเช่นนี้เพื่อรักษาชีวิตคนในตระกูลจ้าวเอาไว้ก็พอ
“แล้วพี่ใหญ่ล่ะเ้าคะ จะโดนปลดเหมือนท่านพ่อหรือไม่” นางมีพี่ชายคนโตเป็รองแม่ทัพรักษาดินแดนอยู่ที่โยวโจว
“อย่าได้กังวล พี่ชายของพวกเ้าทำงานรับใช้ข้างกายฉีอ๋อง”
จ้าวลู่ชิงเดินคิ้วขมวดออกมาจากเรือนของบิดา นางเคยดูละครโทรทัศน์เกี่ยวกับเื่การแย่งชิงอำนาจในราชสำนัก เนื้อเื่ที่ถ่ายทอดตัวละครแต่ละตัวช่างมีอุบายที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ถ้าผู้ใดพลาดพลั้งคงรักษาคอที่อยู่บนบ่าของตนเองและคนในตระกูลเอาไว้ไม่ได้
ถ้าให้นางคาดเดาคงเป็การแย่งชิงอำนาจกันระหว่างฉีอ๋องกับฮ่องเต้ หรือว่าจะเป็การล้มอำนาจระหว่างขุนนางด้วยกันเอง จ้าวลู่ชิงเชื่อมโยงถึงสิ่งที่เป็ไปได้จนออกทางสีหน้า
ตามประวัติศาสตร์โลกเดิมหลี่ซือหมินคือฮ่องเต้ที่โดดเด่น ผู้คนต่างกล่าวขานว่าเป็ฮ่องเต้เหนือฮ่องเต้ ค้นความทรงจำร่างเดิมจึงรู้ว่าตามพงศาวดารฮ่องเต้แต่ละรัชสมัยคือคนเดียวกับโลกที่นางจากมา ถ้าเช่นนั้นพี่ชายคนโตของนางก็ตกอยู่ในอันตรายน่ะสิ
ตระกูลนางควรเลือกอยู่ข้างหลี่ซื่อหมินสิ มิใช่เลือกข้างอ๋องฉี ตามประวัติศาสตร์ฉีอ๋องได้ถูกสังหารที่ประตูเสวียนอู่พร้อมรัชทายาทหลี่เจี้ยนเฉิง นางควรทำอย่างไรดีทำไมเื่ราวถึงได้ตาลปัตรเช่นนี้
“คุณหนูเป็อันใดไปเ้าคะ ทำไมถึงดูสีหน้ามิสู้ดี” ซูเซียงเห็นคุณหนูของนางมีสีหน้าไม่ดีั้แ่ออกมาจากห้องนายท่าน
“ข้ามิได้เป็อันใด” ยื่นมือออกไปจับไหล่สาวใช้ทั้งสอง “ต่อไปนี้พวกเราจะเดินในเส้นทางคหบดีผู้มั่งคั่ง” ยุคโบราณต่างวางอาชีพพ่อค้าวาณิชไว้ในระดับต่ำต้อยไร้ซึ่งอำนาจ แต่สำหรับนางกลับมองว่าอาชีพนี้มีอำนาจไม่น้อย แค่เพียงมีเงินก็สามารถจ้างผีโม่แป้งได้ มิเช่นนั้นพวกขุนนางจะคดโกงกันไปเพื่อเหตุใดถ้าความมั่งคั่งไม่มีความหมาย