ด้านชลกรหลังจากที่แยกตัวมาจากสาวน้อยหน้าใสแล้วชายหนุ่มก็เดินตรงมายังห้องของอธิการบดีที่จัดไว้รองรับเขาในฐานะลูกเ้าของมหาวิทยาลัย
สายตาคมมองพลาสเตอร์ติดแผลลายการ์ตูนน่ารักและผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยที่อยู่ในมือ
สโรชางั้นหรือ?
นี่สินะคือที่มาของตัวอักษร S. ที่ปักลงบนผ้าเช็ดหน้าสีขาวผืนนี้พร้อมกับดอกบัวที่อยู่ในสระ คนทำคงจะมีฝีมือปราณีตไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวถึงปักรูปดอกบัวในสระได้สวยงามและละเอียดขนาดนี้
"ไง ได้ข่าวว่าวันนี้นักศึกษาเข้าฟังหลานบรรยายกันเยอะเลยนี่" ลุงชัยอธิการบดีที่มีศักดิ์เป็ญาติของชลกรเอ่ยทักทายชายหนุ่ม
"ผมเพิ่งรู้นะครับเนี่ยว่าคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ของเราจะมีสาวๆเข้ามาเรียนกันเยอะขนาดนี้"
ชลกรเอ่ยขึ้นอย่างขำๆ ความจริงชายหนุ่มเองก็รู้อยู่แล้วว่ามันไม่ใช่ สาวๆพวกนั้นชอบแฝงตัวเข้ามาดูเขาบรรยายด้วยจุดประสงค์อื่นมากกว่าที่จะตั้งใจเรียนและชายหนุ่มก็ได้รับเชิญจากผู้เป็ลุงให้มาบรรยายที่นี่ก่อนที่เขาไปเรียนต่อที่เยอรมันในวันพรุ่งนี้
.
.
.
หกปีต่อมา......
สโรชิณีได้เข้ามาทำงานในมหาวิทยาลัยที่เธอเพิ่งจะเรียนจบไปในตำแหน่งนักวิชาการโดยพี่สาวของเธอบอกว่าตัวเองเป็คนฝากฝังแฟนหนุ่มให้และเธอก็ทำงานที่นี่มาได้เกือบหนึ่งปีแล้ว
ใช่แล้วล่ะ!
ตอนนี้สโรชาคบหาอยู่กับเ้าของมหาวิทยาลัยที่เธอทำงานอยู่ในขณะนี้ ผู้ชายที่ชื่อชลกรที่เจอกับเธอในวันนั้นได้กลับกลายเป็ว่าที่พี่เขยของสโรชิณีเพราะทั้งคู่กำลังจะแต่งงานกันในอีกเกือบสองอาทิตย์ข้างหน้า
หญิงสาวได้แต่มองรถสปอร์ตเปิดประทุนคันหรูของชลกรที่ขับผ่านหน้าของเธอไปโดยมีสโรชานั่งซบไหล่ไปด้วย
ต่อให้ยืนโด่อยู่ตรงนี้พวกเขาก็ไม่สนใจเศษฝุ่นอย่างเธอหรอก แต่มันก็ดีแล้วนี่ที่ทั้งคู่ลงเอยกัน...สโรชิณีพยายามสะบัดความรู้สึกบางอย่างออกไปจากหัว
มันเจ็บแปลบๆ อยู่ข้างในหัวใจดวงนี้
สโรชิณีรู้ดีว่าเธอไม่ควรที่จะรู้สึกอะไรแบบนี้กับว่าที่พี่เขยของตัวเอง หญิงสาวตำหนิตัวเองมาแล้วนับพันครั้ง ใครเลยจะรู้ว่าเธอแอบชอบคนรักของพี่สาวมานานเท่าไรแล้ว...นานมากั้แ่ยังไม่รู้ว่าทั้งคู่คบหากันและเธอก็เ็ปมากที่สุดในวันที่สโรชาเดินเข้ามาในบ้านของแม่แล้วบอกว่ากำลังจะแต่งงานกับชลกร
เอาเถอะ.....
ถ้าหางานใหม่ได้เมื่อไหร่เธอก็จะลาออกจากที่นี่เสียเพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นชลกรกับพี่สาวให้ปวดใจอีก นั่นคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสโรชิณีแล้ว เพราะหลังจากแต่งงานแล้วสโรชาก็จะย้ายไปอยู่ที่บ้านของชลกร ในขณะที่เธอกับแม่ก็ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านสวนที่ตากับยายทิ้งไว้ให้
ความจริงแล้วครอบครัวของสโรชิณีก็ไม่ได้อบอุ่นเหมือนครอบครัวอื่นๆอย่างที่ใครคิดหรอก ถึงจะยังไม่ได้หย่ากันแต่พ่อกับแม่ก็แยกกันอยู่คนละที่เพราะพ่อไม่ยอมปล่อยแม่ไปไหนทั้งนั้น
สโรชาพี่สาวของเธอได้อยู่กับพ่อที่รักและประเคนทุกอย่างที่ลูกสาวคนโตอยากได้ สโรชาถูกเลี้ยงดูมาจากความรักของพ่อที่ตามใจลูกคนนี้ทุกอย่างและหล่อนได้ดั่งใจพ่อไปเสียทุกเื่ ดังนั้นเมื่อพี่สาวของเธอ้าสิ่งใดหล่อนก็ต้องได้ตามที่ปราถนาอยู่เสมอ
ในขณะเดียวกันสโรชิณีได้อยู่กับแม่ในบ้านอีกหลัง เธอเติบโตมาจากความรักของแม่และต้องัักับทิฐิที่แม่มีต่อพ่อของตัวเอง แม้กระทั่งตอนที่แม่ล้มป่วยลงท่านก็ไม่เคยที่จะเอ่ยปากขอความช่วยจากพ่อ มีเพียงสโรชิณีนี่แหละที่ต้องไปขอร้องพ่อให้ช่วยแม่ ลำพังตัวเธอเองจะเอาเงินมากมายขนาดนั้นมารักษาแม่ได้ทันเวลาได้อย่างไร
นอกจากหน้าตาที่เหมือนกันแล้วทั้งเธอและพี่สาวก็แต่งต่างกันโดยสิ้นเชิง พี่สาวของเธอเป็คนที่โดดเด่นมากในขณะที่สโรชิณีเปรียบเสมือนเศษฝุ่นที่หลบอยู่ใต้เงาของพี่สาว
สโรชานั้นแทบจะไม่มาดูดำดูดีแม่ของตัวเองเลยแม้แต่น้อยเช่นเดียวกับสุชินพ่อของเธอที่ส่งเงินมาให้เป็ค่าเลี้ยงดูแม่ในแต่ละเดือนและค่ารักษาพยาบาลของแม่เพียงแค่นั้น...
สำหรับเธอที่เรียนไม่เก่งแต่ก็ยังพาตัวเองจบมาได้พ่อจึงไม่อยากเอาเธอไปทำงานด้วยให้ขายหน้าคนในบริษัท แต่ก็ยังดีที่สโรชิณีไม่เคยต้องลำบากเื่เงินเพราะเธอก็คือคุณหนูคนหนึ่งของตระกูลภักดีพิสุทธิ์ รถคันหรูที่เธอขับอยู่พ่อก็เป็คนซื้อให้หลังเรียนจบโดยให้เหตุผลว่าไม่อยากถูกคนนินทาว่าปล่อยให้เมียและลูกสาวอีกคนต้องลำบาก
ในขณะที่สโรชาพี่สาวของเธอนั้นได้ไปเรียนต่อปริญญาโทที่เยอรมันในสาขาบริหารแทนสโรชิณีที่เรียนไม่ได้เื่ตามที่พ่อคาดหวังและในที่สุดหล่อนก็ได้พบกันชลกรที่เปิดบริษัทซอฟแวร์กับเพื่อนอยู่นั่นและทั้งคู่ก็คบหากันจนกระทั่งพากันกลับมาเมืองไทย
ระหว่างทางกลับบ้านสโรชิณีแวะที่ตลาดเพื่อซื้อปลาสดไปทำอาหารให้แม่ทาน แม่ของเธอชอบทานซุปปลาฝีมือของลูกสาวเป็ที่สุด
แต่ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังเลือกปลาสดๆอยู่นั้นเธอกลับพบกันหญิงชราคนหนึ่งที่ท่าทางจะเป็ลมและกำลังจะถูกพวกนักเลงในตลาดหลอกเอากระเป๋าเงินไป แน่นอนว่าสโรชิณีไม่มีทางปล่อยให้คนเลวพวกนั้นทำกับคนแก่ได้
หญิงสาวจึงเดินเข้าไปขวางและช่วยหญิงชราไว้ แต่ดูเหมือนหญิงชราผู้นั้นจะหลงๆลืมๆจนบอกเธอไม่ได้ว่าตัวเองเป็ใครและบ้านอยู่ที่ไหนแถมยังไม่พกบัตรประชาชนติดตัวมาด้วย สโรชิณีจึงต้องพาท่านไปแจ้งความที่โรงพักเผื่อจะมีญาติมาตามหาแล้วอาสาพากลับไปพักที่บ้านของเธอก่อนเพราะหญิงชราไม่ไว้ใจใครนอกจากสโรชิณี ตำรวจจึงขอให้เธอพาหญิงชราผู้หลงๆลืมๆแม้กระทั่งนามของตัวเองกลับไปที่บ้านด้วยเพราะคิดว่าน่าจะเป็คนแถวนี้ เดี๋ยวพวกญาติๆก็คงจะมาแจ้งความคนหายกัน
"นี่บ้านของฝุ่นกับแม่ค่ะ คุณยายคืนนี้คุณยายพักในห้องนี้ก่อนนะคะ"
"นี่เป็ห้องนอนคุณตาคุณยายของฝุ่นเองค่ะ แต่ว่าท่านจากไปหลายปีแล้ว แล้วพรุ่งนี้ฝุ่นจะช่วยคุณย่าตามหาญาติให้อีกทีนะคะ" เธอบอกกับท่าน
"แต่ยายไม่อยากนอนคนเดียว ยายไปนอนกับหนูได้มั้ย" คุณยายบอกเธอ
"ก็ได้ค่ะ งั้นคุณยายไปนอนห้องของฝุ่นนะคะ"
สโรชิณีพาหญิงชราเข้าไปพักในห้องนอนของตน แล้วเอาน้ำเย็นๆใส่ขันลอยดอกมะลิมาให้ เธอคิดว่าคนวัยนี้น่าจะชอบอะไรแบบนี้มากกว่า
"หนูเรียกฉันว่าย่าได้มั้ย ฉันจำได้แค่ว่ามีหลานชายอยู่สองคนเท่านั้น เื่อื่นฉันจำอะไรไม่ได้เลย" คุณยายบอกเธอ
"ค่ะคุณย่า"
สโรชิณีส่งยิ้มอบอุ่นให้หญิงชราและนึกเห็นใจไม่น้อย ทำไมหลานชายทั้งสองของท่านจึงปล่อยให้คุณย่าที่หลงๆลืมๆออกมาเดินตลาดคนเดียวแบบนี้นะ
"คุณย่าชอบดอกมะลิหรอคะ" สโรชิณีเอ่ยถามท่านเมื่อคุณย่าหยิบดอกมะลิในขันน้ำขึ้นมาสูดดม
"ใช่ ฉันจำได้ว่าชอบดอกมะลิ" ท่านบอกเธอ
"ถ้าอย่างนั้นหนูขอเรียกคุณย่าว่าคุณย่ามะลินะคะ คุณย่าชอบมั้ย" สโรชิณีตั้งชื่อให้พร้อมกับถามท่านเพราะเธอต้องถามความสมัครใจของเ้าตัวด้วย
"ชอบสิ ย่าชอบดอกมะลิ"
"ย่าก็ต้องชื่อมะลิ" คุณย่ามะลิบอกกับเธออย่างชอบใจ
................................................
ไรท์ขอฝากนิยายกากๆ เื่นี้ไว้อีกสักหนึ่งเื่ อย่าเพิ่งเบื่อและเทไรท์ไปไหนกันเด้อ