"ความเสี่ยง 90%... อัตราการรอดชีวิต 10%"
อารินพึมพำตัวเลขที่สมองของเขาคำนวณออกมาขณะจ้องมองบัตรเชิญสีดำบนหน้าจอ
การเชิญจาก Administrator ของ Highness ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะปฏิเสธได้ เว็บไซต์นี้คือท่อหายใจเดียวของเขา ถ้าเขาทำตัวมีปัญหา Admin อาจจะลบบัญชีเขา หรือแย่กว่านั้น... ขายข้อมูลที่อยู่ของเขาให้คนที่้า
"ไปก็ตาย ไม่ไปก็ตาย..." อารินเอนหลังพิงเก้าอี้ "งั้นก็ไปแบบที่มีะเิผูกเอวไปด้วยก็แล้วกัน"
ด้วยค่า INT 12.3 อารินไม่ได้มองงานเลี้ยงนี้เป็แค่งานสังสรรค์ แต่มันคือ "สมรภูมิเจรจา" เขาต้องไปเพื่อแสดงจุดยืนว่า "ฉันมีของดี และฉันอันตรายเกินกว่าที่พวกแกจะหักหลัง"
การเตรียมตัว : อาวุธลับจากซากอสูร
อารินมีเวลา 3 วัน เขาใช้เวลา 2 วันแรกขังตัวอยู่ในห้องใต้ดิน เปลี่ยนโต๊ะชำแหละปลาให้กลายเป็โต๊ะช่างวิศวกรรม
วัตถุดิบหลักที่เขามีคือ ซากปลาไหลสายฟ้าทมิฬ
หนัง: เหนียว ทนทาน และที่สำคัญคือ "ฉนวนกันไฟฟ้าสัมบูรณ์"
เขา: ตัวเก็บประจุไฟฟ้าชีวภาพที่ยังคงส่งเสียง จี่ๆ ตลอดเวลา
อารินสั่งซื้อ "ชุดสูททักซิโดสั่งตัดพิเศษ" ราคา 2,000 เครดิต (รูดบัตรเครดิตวงเงินกู้ล่วงหน้ามา) จากนั้นเขาก็เลาะซับในออก แล้วเย็บ หนังปลาไหล เข้าไปแทนที่ งานเย็บของเขาประณีตไร้ที่ติด้วยความนิ่งของมือระดับ Surgeon
"เสื้อเกราะกันไฟฟ้า..." อารินลูบไล้เนื้อผ้าที่ดูภายนอกเหมือนสูทหรู แต่ภายในคือเกราะชีวภาพ "ต่อให้โดนปืนช็อตไฟฟ้าแรงสูง ฉันก็แค่คันๆ"
แต่ไฮไลต์ที่แท้จริงคือ "เขา" ของมัน
อารินนำเขาแหลมสีดำที่มีลายสายฟ้านั้นมาประกอบเข้ากับด้ามจับโลหะที่เขาดัดแปลงจากไฟฉายเก่า เชื่อมต่อวงจรเข้ากับไกสวิตช์ที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อสูท เมื่อกดปุ่ม เขาของปลาไหลจะปลดปล่อยประจุไฟฟ้าที่สะสมไว้ออกมาในเสี้ยววินาที
มันไม่ใช่แค่เครื่องช็อตไฟฟ้า แต่มันคือ "EMP พกพา (Electro-Magnetic Pulse)"
"ในงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยพวกไซบอร์กและคนใส่อวัยวะเทียม..." อารินแสยะยิ้มขณะประกอบอุปกรณ์ชิ้นสุดท้ายเสร็จ "ใครคุมไฟฟ้าได้... คนนั้นคือพระเ้า"
คืนวันงาน : The Velvet Bunker
สถานที่จัดงานคือ "The Velvet Bunker" (บังเกอร์กำมะหยี่) อดีตโรงบำบัดน้ำเสียใต้ดินขนาดมหึมาในเขต 1 ที่ถูกรีโนเวตใหม่ให้กลายเป็คลับสุดหรูสำหรับชนชั้นสูง ทางเข้าซ่อนอยู่ในลานจอดรถของตึกระฟ้า ต้องผ่านลิฟต์บรรทุกของลงไปลึก 50 เมตร
อารินมาถึงในชุดทักซิโดสีดำสนิท ใบหน้าสวม "หน้ากากจิ้งจอกครึ่งหน้า" (กฎของงานระบุให้แขกทุกคนปกปิดใบหน้าเพื่อความเป็ส่วนตัว)
บรรยากาศหน้างานเต็มไปด้วยรถลีมูซีนลอยฟ้าและบอดี้การ์ดติดอาวุธครบมือ แขกที่เดินเข้างานแต่ละคนดูทรงอิทธิพล รัศมีของเงินตราและความโเี้แผ่ออกมา มีทั้งคุณหญิงที่ใส่แขนกลประดับเพชร, นายพลเกษียณที่ดวงตาเป็เลนส์กล้องสีแดง, และมาเฟียที่มีรอยสักเรืองแสงเต็มตัว
อารินเดินลงจากแท็กซี่สาธารณะ (ซึ่งดูจนตรอกที่สุดในงาน) แต่เขาไม่สนใจ เขาก้าวเดินด้วยความมั่นใจ จังหวะการเดินสม่ำเสมอและเงียบกริบ Passive Skill: Low Presence (ตัวตนเจือจาง) จากปลามารกระจกทำงานเต็มประสิทธิภาพ ยามหน้าประตูแทบจะมองผ่านเขาไป จนกระทั่งเขายื่นบัตรเชิญดิจิทัลให้สแกน
ติ๊ด!
ทันทีที่ชื่อปรากฏบนจอ ยามร่างั์สองคนชะงัก หันมามองเขาเป็ตาเดียว "เชิญครับท่าน..." เสียงของยามดูนอบน้อมขึ้นทันที แต่แฝงไปด้วยความหวาดระแวง "อาวุธต้องฝากไว้นะครับ"
อารินยิ้มมุมปากใต้หน้ากาก "ผมไม่มีปืน... มีแค่สินค้าตัวอย่าง"
เขาชู "กล่องโลหะทรงยาว" ขึ้นมา ยามสแกนกล่อง ไม่พบดินะเิ ไม่พบไกปืน พบเพียงมวลชีวภาพและประจุไฟฟ้าอ่อนๆ "ผ่านได้ครับ"
อารินเดินผ่านประตูเหล็กหนา เข้าสู่โถงงานเลี้ยง
...
ข้างในเหมือนอีกโลกหนึ่ง แสงไฟสลัวสีทองส่องกระทบแก้วแชมเปญ เสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงสดโดยวงดนตรีหุ่นยนต์ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงคลุ้งไปทั่ว
แต่สิ่งที่อารินััได้ด้วย Static Sense (ััสถิต) จากค่า AGI ของเขา คือ... "อันตราย"
ทุกตารางนิ้วมีกล้องซ่อนอยู่ และใต้ชุดสูทหรูหราของแขกเกือบทุกคน มีอาวุธซ่อนอยู่ และที่สำคัญ... ทันทีที่เขาก้าวเข้ามา สายตาหลายคู่ก็จับจ้องมาที่เขา แม้สกิล Low Presence จะทำงาน แต่ชื่อเสียงของ DeepBlue นั้นดึงดูดความสนใจเกินกว่าสกิลจะกลบไหว
"นั่นไง DeepBlue..." เสียงกระซิบดังขึ้น "ดูเด็กกว่าที่คิดนะ..." "เขาพกอะไรมาในกล่องนั้น?"
อารินเดินไปที่บาร์ สั่งน้ำเปล่า (เขาจะไม่ยอมให้สติหลุดเพราะแอลกอฮอล์) จังหวะนั้นเอง ชายร่างท้วมในชุดสูทสีแดงเืนกก็เดินเข้ามาหาเขา พร้อมกับแก้วไวน์ในมือ
"ยินดีที่ได้พบตัวจริง... Baron DeepBlue" ชายคนนั้นยิ้ม แต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มด้วย "ฉันคือ RedLotus... ลูกค้าที่ซื้อหนังปลามารกระจกของคุณไป"
อารินหันไปมอง [วิเคราะห์: RedLotus (Count)] [ประเมินภัยคุกคาม: ปานกลาง - ร่างกายดัดแปลง 40%]
"ยินดีครับท่านเคานต์" อารินตอบเสียงเรียบ "หนังปลาใช้งานได้ดีไหม?"
"ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมมากจนฉันสงสัยว่า" RedLotus ขยับเข้ามาใกล้ กระซิบข้างหูอาริน "คุณไปเอามันมาจาก รอยแยก ไหนกันแน่? เพราะนักวิจัยของฉันบอกว่า DNA ของมันไม่ตรงกับสิ่งมีชีวิตใดๆ ในกาแล็กซีนี้เลย"
บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นทันที นี่คือการลองเชิง RedLotus กำลังถามทางอ้อมว่า "แกมี Back Up หนุนหลังไหม หรือแกเป็แค่เด็กฟลุกๆ"
อารินจิบน้ำเปล่า แล้วหันไปสบตา RedLotus "ความลับทางการค้าครับท่านเคานต์... เหมือนกับที่ผมไม่ถามท่านว่า ท่านเอาหนังผืนนั้นไปทำอะไร"
RedLotus หัวเราะ "ฮ่าๆๆ! ปากเก่งใช้ได้... แต่ระวังหน่อยนะ คืนนี้มี Duke มาร่วมงานด้วย ท่านอยากเห็น 'สินค้าที่ดีที่สุด' ของคุณ... หวังว่าคุณจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง"
ทันใดนั้น ไฟในฮอลล์ก็หรี่ลง สปอตไลต์ส่องไปที่เวทีกลางห้อง พิธีกรหน้ากากขาวเดินออกมา
"ยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติแห่ง Highness..." "ค่ำคืนนี้ เรามี่พิเศษ... 'The Open Showcase'" "ขอเชิญ Baron DeepBlue ขึ้นมาสาธิตสินค้าที่เขานำมาด้วยครับ!"
เสียงปรบมือดังเกรียวกราว แต่เป็เสียงปรบมือที่กดดันเหมือนเชียร์มวย นี่คือการจัดฉาก พวกเขา้าลากอารินออกมากลางแสงไฟ เพื่อชำแหละดูไส้ในต่อหน้าทุกคน
อารินวางแก้วน้ำลง เขาหยิบกล่องโลหะขึ้นมา แล้วเดินขึ้นเวทีอย่างมั่นคง
"อยากเห็นของดีนักใช่ไหม..." อารินคิดในใจ "เดี๋ยวจะจัดให้ตาบอดกันทั้งงาน"
เขาเปิดกล่องออก เผยให้เห็น แท่งสีดำที่มีสายฟ้าวิ่งวน (เขาปลาไหลที่ดัดแปลงแล้ว) เสียงฮือฮาดังขึ้น
"นี่คือ 'อัสนีบาตพกพา' (Portable Thunderbolt)" อารินประกาศผ่านไมโครโฟน "สรรพคุณของมันไม่ใช่เพื่อฆ่า... แต่เพื่อ 'ดับ'"
"ดับอะไร?" เสียงะโถามจากด้านล่าง
อารินยิ้มภายใต้หน้ากาก "ดับความโอหังของเทคโนโลยีไงครับ"
เขากดปุ่มที่ด้ามจับเบาๆ เปรี้ยง!
คลื่น EMP สีฟ้าจางๆ ะเิออกมาเป็วงกว้างรัศมี 5 เมตรบนเวที ไฟสปอตไลต์ดับวูบ ไมโครโฟนหอนวี๊ด และที่สำคัญ... บอดี้การ์ดไซบอร์ก 2 คนที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างเวที จู่ๆ ก็เข่าทรุดลงไปกองกับพื้น ขาจักรกลของพวกเขากระตุกและหยุดทำงาน!
ทั้งห้องตกตะลึง เงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์
อารินยืนอยู่ท่ามกลางความมืดสลัว มีเพียงแสงสายฟ้าจากแท่งในมือที่ส่องสว่าง เขาไม่ได้ทำลายระบบทั้งงาน (นั่นจะเป็การประกาศา) เขาแค่สาธิตในวงจำกัด แต่แค่นั้นก็เพียงพอที่จะส่งสารว่า...
"อย่ามายุ่งกับฉัน... เพราะถ้าฉันเอาจริง พวกแกทุกคนที่ใช้อวัยวะเทียม จะกลายเป็แค่ก้อนเนื้อที่เป็อัมพาต"
ในมุมมืดชั้นลอยของห้องจัดเลี้ยง ชายชราในเงามืด (TheDuke) มองภาพนั้นแล้ววางแก้วไวน์ลง "น่าสนใจ..." "ไม่ใช่แค่พ่อค้า... แต่เป็นักประดิษฐ์อาวุธด้วย" "พาตัวเขามาพบฉันหลังจบงาน... อย่าให้ใครแย่งไปได้"