“เจ้าควรใส่ใจชื่อเสียงของตนเองบ้าง” กู้ตงหลิงกล่าวอย่างไม่เต็มใจใบหน้าที่ถูกตบบวมเป่ง พอนางเอ่ยปากจึงดึงรั้งแก้มจนเจ็บปวดสิ่งนี้ทำให้ความเกลียดชังในใจของนางเพิ่มพูนยิ่งขึ้น
“ข้ายังมีชื่อเสียงอีกหรือ?” กู้ชิงเฉิงแค่นเสียงเย็น“ในตอนนั้นพวกเจ้าสองแม่ลูกวางแผนการร้ายกาจมากมายจนชื่อเสียงของข้าพังพินาศสิ้นตอนนี้ยังมากล่าวถึงเรื่องชื่อเสียงอีก ไม่รู้สึกว่าน่าหัวร่อหรอกหรือ?”
พวกนางทั้งสองวางแผนการชั่วร้ายจนทำให้นางถูกตราหน้าเป็นปีศาจฆ่ามารดาและยังวางแผนให้นางกลายเป็นสุนัขรับใช้ที่ขายตระกูลไป๋ทำให้นางมีชื่อเสียงที่เลวร้ายไปทั่วหล้า จนผู้คนทั่วใต้หล้าต่างพากันเกลียดชัง
หากนางออกไปข้างนอกโดยไร้องค์รัชทายาทอยู่เคียงข้างและเมื่อกล่าวว่านางเป็นพระชายาแล้วไซร้ชาวบ้านต้องพากันรุมทุบตีสังหารนางเป็นแน่แท้ เพราะแม้แต่ในตำหนักองค์รัชทายาทพวกเขาก็ยังกล้าบุกเข้ามาทำร้ายคนได้ แล้วนับประสาอะไรกับบนท้องถนน
กู้ตงหลิงหันไปมองถังเชี่ยวอย่างไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี
“พวกเราช่วยเจ้ากอบกู้ชื่อเสียงได้” ถังเชี่ยวพยุงกู้ตงหลิงพลางจ้องเขม็งใส่กู้ชิงเฉิงด้วยแววตาหวาดระแวงเพราะนางยังคงหวาดกลัวความเก่งกาจของสตรีโง่งมผู้นี้ด้วยตำแหน่งพระชายาของกู้ชิงเฉิงหากพวกนางคิดจะลงมือกระทำการใดก็จำต้องกระทำอย่างลับๆสิ่งที่เคยกระทำไปก่อนหน้านี้ก็ล้วนเป็นแผนการที่แอบซ่อนเร้นไว้เบื้องหลังทั้งสิ้น
กู้ชิงเฉิงเลิกคิ้ว“กอบกู้ชื่อเสียงอย่างไร? กล่าวว่าข้าไม่ได้ขายตระกูลไป๋ไม่ได้สังหารมารดา ไม่ได้วางแผนร้ายต่อองค์รัชทายาทหรือ?”
“สิ่งเหล่านี้ล้วนสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมาได้ทั้งสิ้น” กู้ตงหลิงหรี่ตาลงพลางลองหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง
“โอ้?” กู้ชิงเฉิงทำทีเป็นสนใจ “ดี! มีเงื่อนไขอันใดเล่า?”
“เพียงเจ้าจากองค์รัชทายาท จากตำหนักบูรพาและลงนามในหนังสือฉบับนี้ก็สิ้นเรื่อง” กู้ตงหลิงชักชวนอย่างอ่อนโยนทั้งยังรู้สึกประหลาดใจนัก ในคราแรกนางคิดว่าจากท่าทีของกู้ชิงเฉิงแล้วคงเป็นเรื่องยากที่จะจัดการเรื่องนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปได้
แต่เมื่อพิจารณาในตอนนี้นางโง่งมนี่ก็ยังคงเป็นนางโง่งมอยู่วันยังค่ำแม้จะไม่โง่เขลาเบาปัญญาเช่นเมื่อก่อน ก็ยังคงหลอกลวงได้ง่ายดายเช่นเดิมยามนี้อารมณ์ของกู้ตงหลิงจึงดีขึ้นหลายส่วนนางไม่ได้ใส่ใจกับฝ่ามือที่ถูกตบไปก่อนหน้านี้อีกแล้ว
เมื่อเห็นเอกสารที่ระบุให้นางจากตำหนักบูรพาตลอดกาลกู้ชิงเฉิงก็ยิ้มออกมา ที่แท้ก็เพื่อสิ่งนี้เองพวกเขาต้องการให้โม่อวี้เฉินผิดหวังในตัวกู้ชิงเฉิงสินะถึงกับใช้สองแผนการในคราวเดียว วันนี้จะต้องไม่สงบสุขอย่างแน่นอนนางเตรียมใจไว้ตั้งแต่ตอนที่มาแล้ว
“พวกเจ้าจะรักษาสัญญาหรือไม่?” กู้ชิงเฉิงทำท่าทีคล้ายสนใจ
กู้จิ่งเซวียนที่อยู่ข้างกายก็ร้อนใจ“ท่านแม่ ท่านอย่าได้ทำเรื่องโง่ๆ นะขอรับ”
“เซวียนเอ๋อร์อย่าได้เป็นกังวลเลย แม่รู้ดีว่าสิ่งใดควรไม่ควรสิ่งที่แม่ทำไปล้วนเพื่อเจ้าทั้งสิ้น ชื่อเสียงของแม่ในยามนี้หากเจ้าออกไปไหนมาไหน ก็จะถูกเกี่ยวโยงไปด้วย” กู้ชิงเฉิงหันหน้าไปมองกู้จิ่งเซวียนพลางกล่าวด้วยท่าทางจนใจ
กู้จิ่งเซวียนกะพริบตา“ท่านแม่ไม่ต้องการเซวียนเอ๋อร์แล้วหรือขอรับ?”
“เจ้าเป็นถึงซือจื่อ เจ้าต้องอยู่ตำหนักบูรพาเจ้าอยู่ข้างกายองค์รัชทายาทถึงจะมีอนาคตได้!” กู้ชิงเฉิงกล่าวด้วยท่าทางที่ตัดสินใจแล้วอีกทั้งยังพยายามโน้มน้าวกู้จิ่งเซวียนอย่างเอาอกเอาใจ
เมื่อได้ยินคำว่า‘เซวียนเอ๋อร์’ กู้ตงหลิงก็เหลือบมองกู้จิ่งเซวียนอีกหลายคราใบหน้าของเขาไม่เหมือนกับเด็กน้อยผู้น่าชิงชังที่นางรู้จักในอันหยวนถังเลยแม้แต่น้อยแต่กระนั้นนางก็ยังรู้สึกว่าทั้งสองคนนี้ช่างคล้ายคลึงกันเสียจริง
“ท่านแม่ไม่ต้องการเซวียนเอ๋อร์แล้ว!” กู้จิ่งเซวียนเริ่มร้องไห้โฮเสียงดัง
กู้ชิงเฉิงจึงทำท่าทางจนใจพลางหันไปมองถังเชี่ยวและกู้ตงหลิง“เช่นนั้นข้าคงต้องเกลี้ยกล่อมซือจื่อก่อน”
จากนั้นนางก็อุ้มกู้จิ่งเซวียนออกไปพอออกไปข้างนอก กู้จิ่งเซวียนก็หยุดร้องไห้ ดวงตาก็กลอกไปมา“ท่านแม่ขอรับ ท่านว่าพวกเราจะเล่นสนุกกันอย่างไรดีขอรับ?”
เขารู้ดีว่ามารดาของเขาไม่เคยทำสิ่งใดที่ไร้ผลประโยชน์แม่เฒ่าร้ายกาจสองคนที่นี่ช่างไร้ยางอายเกินไปแล้ว
“เจ้าไปสร้างเรื่องวุ่นวายที่สวนหลังบ้านเถอะ ยิ่งวุ่นวายมากเท่าไรยิ่งดีแม่เชื่อใจเจ้า” กู้ชิงเฉิงวางกู้จิ่งเซวียนลงพลางตบไหล่เล็กๆของเขา แล้วปล่อยให้เขาไปตามเรื่องตามราว
จากนั้นนางจึงไปหาเฟิงเจ๋อและเฟิงฮ่วน“ดูแลซือจื่อให้ดี หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นพวกเจ้าย่อมรู้ว่าผลจะเป็นเช่นไร”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทำให้เฟิงเจ๋อและเฟิงฮ่วนไม่อาจประมาทได้ ใช่แล้วผลที่ตามมาน่ะพวกเขารู้ดีอยู่แล้วเพียงแต่ไม่เข้าใจว่ากู้ชิงเฉิงคิดจะทำสิ่งใดกันแน่
เมื่อเห็นกู้ชิงเฉิงกลับมากู้ตงหลิงที่ยังคงมีความสงสัยอยู่บ้างก็เชื่ออย่างสนิทใจทันทีว่าสตรีผู้นี้เป็นคนโง่เง่าจริงๆและเรื่องราวต่อไปก็คงจะน่าชมยิ่งนัก
ถังเชี่ยวเองก็มีไหวพริบอยู่ไม่น้อยนางเองก็สงสัยในตัวกู้ชิงเฉิงทว่าเมื่อกู้ชิงเฉิงได้เอ่ยถ้อยคำเหล่านั้นกับกู้จิ่งเซวียนนางจึงครุ่นคิดว่าตนทำทุกสิ่งเพื่อบุตรสาวและเชื่อว่ากู้ชิงเฉิงจะยอมรับเงื่อนไขเพื่อกู้จิ่งเซวียน ด้วยเหตุนี้แม้จะยังคงมีความคลางแคลงใจอยู่บ้าง ทว่าก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพื่อลูกแล้วการสละทุกสิ่งถือเป็นเรื่องปกติ
“เด็กยังเล็กนัก เมื่อเติบโตขึ้นก็จะเข้าใจเอง” ถังเชี่ยวเห็นนัยน์ตาของกู้ชิงเฉิงแดงก่ำจึงเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชาว่า “ซือจื่อมีมารดาเช่นเจ้าก็นับว่าถูกทำลายเสียแล้ว”
กู้ชิงเฉิงเพียงแค่ก้มหน้าลงไม่ตอบคำใด ราวกับกำลังเสียใจและเป็นทุกข์อย่างยิ่ง
“ช่างเถิด ตอนนี้พูดไปก็ไร้ประโยชน์!” ถังเชี่ยวเห็นนางเป็นเช่นนั้นจึงตั้งใจจะปล่อยเรื่องนี้ผ่านไป แล้วคลี่ยิ้มเล็กน้อย “เพียงแค่ทำให้เจ้าได้ตำแหน่งที่คู่ควรก็พอแล้ว”
“ขอบคุณ” ท่าทีของกู้ชิงเฉิงผ่อนคลายลงเล็กน้อยทว่าก็ยังคงไม่เรียกถังเชี่ยวว่ามารดา เดิมทีร่างเดิมนั้นโง่งมยิ่งนักนางคิดว่าแม่ลูกคู่นี้เป็นญาติสนิท ทว่าพวกนางกลับทำร้ายนางอย่างสาหัสถึงเพียงนี้
“ชิงเฉิง เจ้าตำหนิแม่รึ? เดิมทีกู้ตงหลิงยังเยาว์วัยไม่รู้จักความ แม่ไม่อาจยับยั้งนางได้ บัดนี้นางก็ได้รับบทเรียนแล้ว” ถังเชี่ยวเริ่มใช้กลอุบายอันอ่อนโยน ซึ่งเป็นสิ่งที่นางใช้มาโดยตลอด
และด้วยวิธีนี้นางก็ได้หลอกล่อไป๋ซินให้หลงเชื่อมาโดยตลอด ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไป๋ซินก็ช่วยเหลือตระกูลถังเป็นอย่างมาก ไม่เช่นนั้นตระกูลถังในตอนนี้ก็คงไม่สามารถมีอิทธิพลในเมืองหลวงต้าฉินได้ถึงเพียงนี้แม้จะอยู่รองจากสี่ตระกูลใหญ่เท่านั้น ซึ่งทำให้กู้ชิงเฉิงไม่กล้าเผชิญหน้าอย่างตรงไปตรงมา
กู้ชิงเฉิงหัวเราะเย็นชาแผ่วเบารอยแผลเป็นบนใบหน้าดูดุร้ายยิ่งนัก
“ขาของข้า...” ในยามที่กู้ชิงเฉิงกับองค์รัชทายาทประสบเหตุกู้ตงหลิงก็เกลียดชังกู้ชิงเฉิงยิ่งนัก อยากจะฉีกร่างนางออกเป็นชิ้นๆท่าทีของนางในตอนนี้จึงย่ำแย่มาก
เมื่อเห็นนางเป็นเช่นนั้นถังเชี่ยวก็ส่งสายตาให้นาง เรื่องนี้ไม่มีความหมายใดๆ อีกแล้ว
ถังเชี่ยวเป็นคนโหดเหี้ยมเสมอมาหากนางลงมือแล้วก็ต้องบรรลุเป้าหมายเท่านั้น สิ่งใดที่ไร้ประโยชน์นางก็ไม่เคยใส่ใจในความเห็นของนางการสูญเสียบางสิ่งบางอย่างเพื่อแลกกับสิ่งที่ต้องการก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
อีกทั้งขาของกู้ตงหลิงก็หายดีเป็นปกติแล้วการกล่าวถึงเรื่องนี้ก็ไร้ประโยชน์ สู้กำจัดกู้ชิงเฉิงให้ตายเสียตรงนี้ ให้มันจบๆไป ทุกความแค้นก็จะได้ถูกชำระสะสาง
แน่นอนว่ากู้ชิงเฉิงไม่พลาดการโต้ตอบของแม่ลูกคู่นั้นทว่านางกลับก้มหน้าลง ทำเป็นไม่เห็น นางย่อมรู้ดีถึงเล่ห์เหลี่ยมของคนทั้งสองจึงไม่ใส่ใจ
“พอแล้ว” ถังเชี่ยวเอ่ยแทรกคำพูดของกู้ตงหลิงแล้วยกมือขึ้นประคองกู้ชิงเฉิง “การสร้างหลักฐานเท็จนั้นง่ายดายเช่นนี้แล้ว อีกเดี๋ยวแม่จะพาเจ้าไปพบผู้หนึ่ง เขาย่อมจะช่วยเจ้าเอง” นางพยายามล่อลวงกู้ชิงเฉิงให้ตกหลุมพรางทีละก้าวนำพานางเข้าสู่กับดักที่พวกนางวางแผนไว้
กู้ชิงเฉิงหัวเราะเยาะในใจเป็นเช่นนี้จริงๆ ด้วย นี่คือกลอุบายสกปรกที่ใช้ได้ผลดีเสมอมา
“ท่านแม่ ได้โปรดอย่าบอกองค์รัชทายาทเลยเจ้าคะ” กู้ชิงเฉิงแสดงท่าทีอาลัยอาวรณ์เล็กน้อยตำแหน่งพระชายานี้ ย่อมไม่อาจละทิ้งได้ หากนางทำตัวง่ายเกินไป ก็อาจจะถูกสงสัยได้
“วางใจเถอะ มารดาเข้าใจความรู้สึกของเจ้า เพื่อซือจื่อแล้วเรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับจริงๆ” ถังเชี่ยวเอ่ยอย่างอ่อนโยนราวกับเป็นมารดาผู้แสนดี “อย่างไรก็ตามหากชื่อเสียงของเจ้าดีขึ้น ก็ย่อมเป็นผลดีต่อองค์รัชทายาทด้วย”
พวกเขาย่อมรู้ดีว่ากู้ชิงเฉิงรักองค์รัชทายาทใครเล่าจะไม่หลงใหลบุรุษผู้สูงส่งดุจเทพเซียนเช่นโม่อวี้เฉินได้เล่าทั้งสถานะและตำแหน่งล้วนทำให้สตรีทั่วหล้าคลั่งไคล้หลงใหล
เมื่อเห็นทุกอย่างราบรื่นถึงเพียงนี้กู้ตงหลิงก็ระงับความไม่พอใจในใจไว้ ไม่สร้างปัญหาให้กู้ชิงเฉิงอีกต่อไปเพียงแต่จินตนาการถึงความน่าสังเวชของกู้ชิงเฉิงในภายภาคหน้า!
กู้ชิงเฉิงยิ่งน่าสังเวชเพียงใดนางก็ยิ่งมีความสุขเพียงนั้น ครั้งนี้ นางจะต้องทำให้กู้ชิงเฉิงตายอย่างอนาถไม่มีแม้แต่ที่ฝังศพ