ท่านชายไม่ได้ทรงตอบกลับพี่จ้อย แต่พูดอยู่ในคอพึมพำอยู่ผู้เดียว แต่สายตานั้นกลับจ้องไปที่หญิงสาวผู้หนึ่งที่เดินชนกันไปที่ตลาดท่านชายไม่มีทางลืมหญิงสาวผู้นี้เป็แน่แท้
หญิงสาวผู้นี้ยังสวยโดดเด่นด้วยท่าฟ้อนรำที่อ่อนช้อยสะดุดตาด้วยลายผ้าซิ่นจกไหมเงินแท้คล้ายในแบบราชสำนักล้านนาที่นุ่งอยู่ สวมเสื้อแขนกระบอกพอดีตัวลายดอกไม้สีชมพูอ่อน ห่มผ้าสไบกรองสีเขียวตอง สอดเงินแล่ง ก้าวมวยผมสีดำเงางามไว้ด้านหลัง ปักปิ่นเงินปิ่นทองและดอกไม้ไหวน้อยใหญ่สลับกันอย่างส่วนงามคล้ายๆตามแบบฉบับราชสำนักล้านนา ทัดกับใบหน้ารูปไข่สีขาวนวลแก้มอมชมพูที่กำลังยิ้มแย้มดูสดใส ยิ่งดึงดูสายตาทุกคู่ในลานพิธีนี้ต้องจ้องมองไปที่หญิงสาวผู้นี้เพียงผู้เดียว
“เมื่อครู่ท่านชายตรัสว่าอะไร”
เ้าหลวงทรงถามเ้าชาย เพราะได้ยินพูดพึมพำอยู่ผู้เดียว แต่เมื่อเ้าชายได้ยินเสียงของเ้าหลวงที่ถามมา จึงต้องหลุดออกจากภวังค์ในขณะนั้น แล้วทรงตอบกลับไปว่า
“หม่อมฉันชื่นชมขบวนว่างามมากพ่ะย่ะค่ะ”
แล้วเหมือนกำลังจะตั้งใจทรงถามต่อไปว่าผู้ที่ฟ้อนนำหน้าขบวนอยู่นั้นคือผู้ใดกันแต่ทว่าขบวนบายศรีมาถึงในพลับพลาพอดี ผู้เฒ่าผู้แก่ของเมืองเจียงแก้ว จึงได้มาทำพิธีบายศรีทูลพระขวัญให้แก่ เ้าชายวรเมธ แห่งเมืองกรุงนคร เลยไม่ทันได้ถามว่าแม่หญิงผู้นั้นคือใคร
หลังจากทำพิธีเสร็จเรียบร้อยแล้ว ณ พลับพลาข้างลานท่าน้ำคุ้มหลวง เ้าหลวงได้เสด็จไปส่งท่านชายจนถึงคุ้มรับรองแขกบ้านแขกเมืองของเมืองเจียงแก้ว ซึ่งเป็คุ้มไม้สองชั้นมีบันไดขึ้นทางหน้าเรือนสองข้างแยกเป็ปีกซ้ายปีกขวาห้องรับรองเ้าชายอยู่ทางด้านปีกขวาส่วนปีกซ้ายเอาไว้รับแขกและยังเอาไว้ทรงงานส่วนด้านล่างเรือนมีลานสนามหญ้าและสวนดอกไม้หอมที่ปลูกเรียกกันอย่างสวยงาม โดยเ้าหลวงสั่งให้มีทหารของเมืองเจียงแก้วคอยดูแลเปลี่ยนกะเวรอยู่เสมอ และยังมีทหารและบ่าวรับใช้ของท่านชายที่ตามจากเมืองกรุงนครอยู่บางส่วนผลัดเปลี่ยนกัน ที่คุ้มรับรองแขกนี้เช่นกัน และมีเรือนของบ่าวรับใช้ที่ตามมาแต่แยกอยู่เรือนด้านหลังของคุ้มใกล้โรงครัว
“ท่านชายเดินทางมาเหนื่อยมากแล้ว ตอนนี้ทรงพักผ่อนก่อนเถิด ส่วนค่ำนี้่ทางเมืองเจียงแก้ว มีงานเลี้ยงต้อนรับท่านชายที่ในคุ้มหลวงพ่ะย่ะค่ะ”
พี่จ้อยรายงานภารกิจให้ท่านชายทราบ
“แม่หญิงสาวผู้นั้นที่เดินชนท่านชาย วันนี้นางฟ้อนที่ขบวนบายศรี ดูงดงามมากเลยว่าไหมพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเห็นพระองค์จ้องมองแม่หญิงผู้นั้นไม่กะพริบตาเลยพ่ะย่ะค่ะ”
พี่จ้อยพูดด้วยน้ำเสียงเคอะเขินแล้วอมยิ้มหน้าแดงแทนผู้เป็นายเสียอีก ^^
“ข้าไม่ได้จ้องแม่หญิงผู้นั้นสักหน่อย เพียงแต่ข้าสนใจในงานพิธีที่ดูแปลกตานี้มากกว่าข้าจึงสนใจเป็พิเศษเท่านั้นเอง ว่าแต่หญิงสาวที่ชนข้า เ้าพอจะทราบไหมว่าเป็ผู้ใดกัน แล้วทำไมถึงได้ฟ้อนนำขบวนบายศรีได้?”
เ้าชายแก้ต่างไปกับพี่จ้อยว่าไม่ได้จ้องมองไปที่แม่หญิง แต่กลับถามว่าแม่หญิงผู้นั้นเป็ผู้ใดกัน ยิ่งทำให้พี่จ้องที่นั้งแก้มแดงอยู่แล้ว เขินแทนผู้เป็นายมากไปอีก
“กระหม่อมไม่ทราบได้พ่ะย่ะค่ะ ว่าแม่หญิงผู้นั้นเป็ใคร แต่น่าจะเป็บุตรหลานของเ้านายคุ้มใดสักคุ้มหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”
“อื่มมมมมมมม ข้าก็คิดเช่นนั้น”
เ้าชายรูปงามพูดเสร็จก็ทรงเดินเข้าไปในห้องเพื่อพักผ่อนเอนกาย แล้วตรัสต่อด้วยน้ำเสียแ่เบา เหมือนคุยกับตัวเองอยู่ว่า
พี่จ้อยนั้นได้ยินเ้าชายพึมพำแต่ไม่ชัดเจนมากพอ แต่ก็พอจะจับใจความได้ว่าตรัสอะไร จากที่พี่จ้อยนั้งก้มหน้าเขินอยู่รีบแหงนหน้ามองไปที่ผู้เป็นายใบหน้าแดงก่ำมีน้ำตาคลอ เพราะด้วยมีความรู้สึก ทั้งดีใจและใที่ว่าเ้าชายเหมือนมีความรักเข้าแล้วสินะ!
“ท่านหญิงเ้าคะ วันนี้ฟ้อนงามมากเ้าคะ ทุกคนในลานพิธีมองมาที่ท่านหญิงกันหมดเลยนะเ้าคะ”
พี่ปิ่นบอกท่านหญิงด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นดีใจ และค่อยๆ นำปิ่นออกจากมวยผม ส่วนพี่ดำก็กำลังเอากำไรที่แขนออก
“จริงๆ เ้าคะท่านหญิง อย่างที่อีปิ่นมันพูด ทุกคนในลายพิธีมองมาที่ท่านหญิงผู้เดียว โดยเฉพาะ .........”
พี่ดำพูดจบแล้วก็หันไปอมยิ้มกับพี่ปิ่นสองคน
“โดยเฉพาะใครหือออออออ!”
ท่านหญิงหันกลับมานั้งลงเก้าอี้ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
“ถ้าจะโดยเฉพาะ เ้าชายที่มาจากเมืองกรุงนครแล้วละก็ อย่าคิดเลยยยยยยยย คนอะไรเดินชนข้าปลิวขนาดนั้น แถมยังมาจับเอวข้า กระชากข้าเข้าไปอีก ยังไม่คิดจะขอโทษข้าเลยสักคำเดียวววววววว”
แล้วท่าหญิงก็ทำหน้าโมโหใส่พี่ปิ่นกับพี่ดำ พี่ปิ่นเลยพูดต่อไปว่า
“ท่านหญิงเดินชนเ้าชายเองนะเ้าคะ แถมท่านหญิงพูดมาเป็ฉากๆ ได้ขนาดนี้เลยแสดงท่านหญิงทรงโมโหจริงหรือเปล่าเ้าคะ”
พี่ปิ่นพูดจบแล้วก็หันไปอมยิ้ม หัวเราะเบาๆ กับพี่ดำสองคน
“ข้าไม่พูดกับพี่สองคนแล้ว ว่าแต่ปิ่นรูปกุหลาบหล่นที่ตลาดเมื่อเช้าหาไม่เจอจริงๆ หรอพี่”
ท่านหญิงทำหน้าเสียดายปิ่นดอกกุหลาบชิ้นนั้น
“ไม่เจอเ้าคะ บ่าวให้อ้ายเหินไปช่วยหาก็ไม่เจอเ้าคะ แต่ว่าตอนนี้ท่านหญิงเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วไปอาบน้ำก่อนนะเ้าคะ เดียวจะตามเสด็จเ้าอินทร์ไปคุ้มหลวงไม่ทันนะเ้าคะ”
พี่ดำบอกท่านหญิง พร้อมกับให้พี่ปิ่นพาท่านหญิงไปอาบน้ำที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
"ไปทำไมอีกหรอพี่ ข้าไม่ไปได้ไหมคนเยอะข้าไม่ชอบเลย"
ท่านหญิงพูดออดอ้อนพี่ปิ่นพี่ดำ ด้วยความไม่ชอบออกงานสังคมจึงไม่อยากไป
"ไม่ได้เ้าค่ะ งานใหญ่แบบนี้ไม่ไปไม่ได้เ้าค่ะ เดียววันนี้อีดำจะแต่งตัวให้แม่หญิงงามที่สุด งามกว่าท่านหญิงคุ้มอื่นๆอีกเ้าค่ะ"
พี่ปิ่นจับมือท่านหญิงไว้สองข้างแล้วพูดต่อว่า
"ป่ะ ! ไปอาบน้ำกันเ้าค่ะ"