บทที่ 2 ตอนที่ 8 คนที่คาดไม่ถึง
ภายในหอคอยที่กว้างใหญ่ เมื่อมองไปรอบตัวก็เหมือนกับเป็นโลกใบหนึ่ง ในขณะที่เคนจิกำลังรอพวกมามอนรักษาตัว เขาก็เหลือบมองลงไปที่ท้องทะเล ซึ่งปรากฏระลอกคลื่นถาโถมเข้าชายฝั่ง แสงที่กระทบกับพื้นทะเลส่องประกายระยิบระยับ ทำให้เคนจินึกถึงช่วงเวลาหนึ่งที่อยู่ในความทรงจำ ในขณะนั้นเองที่เจนก็เดินมายืนเคียงข้าง
“สวยจังเลยนะ ถึงจะไม่สวยเท่ากับตอนที่เคนจังพาเจนไปดูก็เถอะ”
“พวกเราต้องกลับไปกันให้ได้ แล้วฉันจะพาเจนไปดูที่นั่นอีก ตามที่เคยสัญญานะ”
“อื้ม~!!”
"เคนจิ ! ฉันตรวจดูรอบๆ แล้วไม่เจอชั้นต่อไปเลย พวกเราควรทำยังไงดี”
ในขณะที่เคนจิกำลังยืนพูคุยกับเจน มามอนก็ปรากฏกายขึ้น ทำให้เจนถอยห่างออกมาจากเคนจิ เคนจิชี้ไปในท้องทะเลที่กำลังเปล่งประกาย ท่ามกลางความสงสัยของมามอนที่เหลือบมองไปยังทิศที่เคนจิชี้
“มันอยู่ที่นั่นใต้ท้องทะเล ในตอนที่ฉันช่วยเจนขึ้นมา ฉันเห็นมันอยู่ที่นั่น”
เมื่อเคนจิกล่าวจบ มามอนก็พุ่งทะยานลงไปในน้ำทันที ไม่นานเขาก็กลับขึ้นมาพร้อมกับลมหายใจที่หนักหน่วง
“อืม! ถ้าเป็นอย่างนั้นคงลำบากแน่ๆ แม้ขนาดฉันเองก็ยังไปไม่ถึงครึ่งทางเลย พวกเราคงหมดลมหายใจก่อนถึงทางเข้า และยิ่งเจนว่ายน้ำไม่เป็นก็เป็นปัญหาใหญ่”
เคนจิยื่นมือเข้าไปในช่องมิติเก็บของ พร้อมกับหยิบยาเม็ดสีใสออกมาเป็นจำนวนมาก ก่อนจะส่งให้กับมามอน เมื่อมามอนตรวจสอบดูก็ทำให้ดวงตาของมามอน เกิดเป็นประกายไฟที่ลุกโชน
“เม็ดยาวารี ! ยาที่ช่วยให้ทำหายใจในน้ำได้ช่วงเวลาหนึ่ง หากมีมากขนาดนี้ล่ะก็ ต้องไปถึงประตูแน่ๆ ...แต่ว่าเจ้าพวกนั้นล่ะ”
ดวงตาของมามอนจ้องมองไปยังผู้เล่นคนอื่นๆ ที่ติดตามพวกเคนจิมาเป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังมีผู้เล่นอีกหลายคนที่เสียชีวิตกับเหตุการณ์ครั้งนี้
“ฉันไม่มียามากขนาดนั้น”
“ตูมม!!!”
ในขณะที่เคนจิกำลังถกเรื่องผู้เล่นคนอื่นๆ หัวหน้าฝูงฉลามตนหนึ่งก็พุ่งทะยานขึ้นมาบนผิวน้ำ ซึ่งไม่ห่างจากยูริ สามง่ามที่แหลมคมพุ่งทะยานมาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด ดวงตาของยูริสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว เคนจิกระทืบฝ่าเท้าเบาก็มาปรากฏกายที่หน้ายูริ
“ฉับบ!!”
รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ปรากฏแค่เส้นแสงที่ผ่านร่างของหัวหน้าฉลาม ไม่นานหัวกับตัวของมันก็แยกจากกันก่อนตกถึงพื้น และสลายหายไปและทิ้งเม็ดยาให้ดูต่างหน้า เคนจิก้มหยิบมันขึ้นมาดูก็พบว่ามันคือเม็ดยาวารี
“เม็ดยาวารีสามารถหาได้จากหัวหน้าของกลุ่มฉลาม ใครจะได้ไปต่อก็ขึ้นอยู่กับความสามารถพวกนายแล้ว”
เมื่อกล่าวจบเคนจิก็พุ่งทะยานลงสู่ท้องทะเลทันที มามอนแจกจ่ายยาให้แก่คนในกลุ่ม แล้วตามไปติดๆ เมื่อกลุ่มของเคนจิจากไปพวกผู้เล่นก็เข้าห้ำหั่น กับพวกหัวหน้ากลุ่มฉลามทันที แม้กระทั่งยังแย่งชิงกันเอง
[ยาเม็ดวารีเจ้าก็มีจำนวนมาก เพียงต่อคนอื่นๆ ทำไมเจ้าถึงไม่แบ่งให้กับพวกมัน] เสียงของเจ้าชายปรากฏขึ้น
“หากข้าแบ่งให้พวกมัน ครั้งต่อไปพวกมันก็จะหวังพึ่งแต่ข้าจนไม่ช่วยเหลือตนเอง มัวแต่งอมืองอเท้ารอโอกาส และบางทีอาจเป็นไปได้ที่พวกมันจะรวมกลุ่มกันแย่งชิงก้อนมณี”
[ก็จริงอย่างที่เจ้าว่า หากเจ้ายื่นมือช่วยเหลือครั้งนี้ย่อมมีครั้งต่อไป แล้วพวกมันก็จะไม่ช่วยเหลือตนเอง]
ประตูมิติปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้าพวกเคนจิ พวกเขาก็พุ่งทะยานเข้าไปในประตูทันที มิติภายในประเกิดบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ส่งพวกเคนจิมาปรากฏตัวขึ้นที่ท้องทะเลทรายที่กว้างขวาง ภาพความทรงจำต่างๆ ไหลเข้ามาในห้วงความทรงจำของเคนจิ ทำให้ใบหน้าของเขาปรากฏหยาดน้ำตาไหลรินเป็นสาย สถานที่แห่งนี้คือที่ที่เขาและเกนบุร่ำลากันด้วยความโศกเศร้า
“ลุงเกน...” เคนจิพูดพึมพำออกมา
“ครืนน~~~!!!”
ในขณะที่ทุกคนกำลังเหลือบมองทะเลทรายที่กว้างใหญ่ไพศาล อยู่ดีๆ พื้นทะเลทรายก็เกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง หากสังเกตดีๆ จะพบว่ามีบางอย่างที่กำลังเคลื่อนที่อยู่ใต้ทะเลทราย
“หนอนทะเลทราย ! ทุกคนระวังตัวด้วย”
เคนจิตะโกนเสียงดังสนั่น ก่อนจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับปีกมังกรที่ปรากฏอยู่เบื้องหลัง ก่อนจะรวบรวมพลังเปลวเพลิงในฝ่ามือทั้งสองข้าง เปลวเพลิงสีดำทมิฬพุ่งทะยานลงสู่พื้นทรายไม่ขาดสาย ปรากฏเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว หนอนทะเลทรายจำนวนมากขึ้นมาดิ้นอย่างทุรนทุราย ก่อนจะสิ้นลมหายใจในเวลาถัดมา
“เจ้าพวกมนุษย์ผู้ต่ำต้อย บังอาจมาบุกรุกในเขตของข้า โทษเพียงอย่างเดียวที่พวกเจ้าจะได้รับ มีเพียงความตายเท่านั้นที่สาสม”
อนูบิสปรากฏกายขึ้น พร้อมกับเสียงที่มาตามสายลม ทำให้มุมปากของเคนจิยกขึ้น ราวกับรู้ว่าต้องเจอมัน ร่างของนูบิสปรากฏขึ้นใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง ไม้เท้าในมือของมันชี้ไปทิศทางที่เคนจิยืนอยู่ หากสังเกตที่อาวุธของอนูบิสจะเห็นก้อนมณี ที่ประดับอยู่ที่ด้ามของมัน
“เจ้ามนุษย์ผู้โง่เง่า ! เจ้าขำสิ่งใดกัน หรือว่าเจ้ามีความสุขที่จะได้รับความตายจากข้าผู้นี้ ฮ่าฮ่าฮ่า”
เคนจิดีดตัวจากพื้นทรายปรากฏหลุมลึกขนาดใหญ่ ก่อนจะประจันหน้ากับอนูบิสอย่างรวดเร็ว จนมันต้องกระโดดถอยด้วยความตื่นตะลึง มันชูไม้เท้าของมันพื้นทะเลทรายก็ปั่นป่วนอีกครั้ง หนอนทะเลทรายจำนวนมหาศาลก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดิน
“ฮี่ฮี่ฮี่! ด้วยพลังของเทพมังกรทอง บัดนี้หนอนทะเลทรายต่างตกเป็นบริวารของข้า เตรียมตัวเป็นอาหารของพวกมันซะ!”
“พวกนายจัดการกับพวกหนอนนั่นนะ”
“ยี้~!!! ฉันเกลียดหนอนที่สุดเลย”
ทากีร่าตัวสั่นไปทั้งตัวเมื่อเจอกับหนอนตัวยักษ์ ไม่ทันจะได้ทำอะไรหนอนทะเลทรายจำนวนมากก็พุ่งโจมตีใส่พวกเคนจิทันที แม้พลังโจมตีของมันจะไม่เท่าไร แต่ด้วยจำนวนมหาศาลพวกเขาจึงรับมือได้ลำบาก หนอนทะเลทรายตกตายเป็นจำนวนมาก กลิ่นคาวเลือดของมันฟุ้งไปทั่ว ท้องทะเลทรายเวลานี้กลายเป็นสีแดงฉานด้วยเลือดของมัน ด้วยจำนวนที่มีนับไม่ถ้วน เคนจิไม่สามารถปลีกตัวไปจัดการอนูบิสได้เลย เสียงหอบหายใจพรรคพวกเคนจิหนักหน่วงจนฟังได้ชัด เลือดหนอนที่ปกคลุมร่างของทากีร่า ทำให้เธออาเจียนหลายต่อหลายรอบ
“เคนจิ!! เมื่อไรนายจะใช้ทักษะหยาดโลหิตซะที ฉันจะทนไม่ไหวแล้วนะ”
“ยังใช้ไม่ได้ ฉันใช้ตอนที่จัดการเจ้าดันเต้ไปแล้ว จนพลังเวทเกือบจะหมด ขืนใช้ไปละก็ฉันได้หมดแรงแน่ๆ และยิ่งเจอกับพวกหนอนทะเลทรายด้วยแล้ว พลังเวทของฉันก็ลดลงเรื่อยๆ”
[อ่อนหัดจริงๆ ฉันจะแนะ...ระวัง! มีบางอย่างกำลังมา]
เจ้าชายกำลังจะแนะนำถึงการใช้ทักษะหยาดโลหิต แต่เมื่อจับสัมผัสได้บางอย่างก็บอกให้เคนริระวังตัวทันที
“ฮ่าฮ่าฮ่า ถึงเวลาตายของแกแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า”
อนูบิสหัวเราะดังสนั่น คลื่นพลังของมันทำให้พื้นทะเลทรายปั่นป่วน ดวงตาของพวกเคนจิสั่นไหวอย่างรุนแรง แม้แต่เคนจิเองยังจ้องมองตาค้าง แต่ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวหรือหวั่นไหวในพลังของอนูบิส สิ่งที่พวกเคนจิจ้องมองนั้นคือสัตว์อสูรขนาดใหญ่ที่ปรากฏตัวมาที่ด้านหลังของมัน
เงาดำบดบังขนาดใหญ่ทับร่างของอนูบิส มันจึงหันกลับไปมองทิศทางเดียวกับพวกเคนจิ ดวงตาของมันเบิกโพลงแทบถลนออกมานอกเบ้า ไม่ทันจะพูดสิ่งใดสัตว์อสูรขนาดยักษ์ก็อ้าปากกัดมันจนขาดครึ่ง แล้วกลืนลงท้องไปทันที ดวงตาที่แดงฉานเหลือบมองไปทางพรรคพวกของเคนจิ เม็ดเหงื่อที่หลั่งเย็นปกคลุมไปทั่วเรือนร่าง ดวงตาของเคนจิสั่นไหวอีกครั้งก่อนจะหลั่งน้ำตาออกมา
“ลุงเกน!”
“โฮกกก~~~!!!”
เงาดำขนาดใหญ่เริ่มปรากฏรูปร่างให้เห็นได้ชัด มันคือเต่ายักษ์เกนบุ ผู้เป็นหนึ่งในสี่สัตว์เทพ ขาที่ใหญ่โตของมันยกขึ้นสู่ฟากฟ้า ตั้งใจจะเหยียบพวกเคนจิให้จมลงดิน ในจังหวะนั้นเองที่ยูริก็พุ่งทะยานเข้ามา โฉบเอาร่างเคนจิที่จ้องมองตาค้างออกไปจึงรอดพ้นได้อย่างหวุดหวิด
“ตูมมม!!!!!!!”
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดของมันทำให้พื้นทรายกระจายไปทั่วท้องฟ้า มันจ้องมังไปยังพวกทากีร่าและมามอน พร้อมกับปลดปล่อยเสาน้ำขนาดใหญ่จากปากของมัน
“ฮูมม!!!”
“บรึ้มม!!!”
“กรี๊ดด~~~!!”
ทากีร่าปลิวทะยานราวกับว่าวที่ขาดสาย เจนรีบจับไม้กวาดพร้อมกับขึ้นขี่ไปรับร่างของทากีร่า ส่วนมามอนกลิ้งไถลไปกับพื้นจนปรากฏเส้นทางยาว ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งชันเข่า พร้อมกับกระอักเลือดออกมาคำโต เคนจิยังจ้องมองเต่าเกนบุโดยไม่เคลื่อนไหว ราวกับไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรต่อ ในขณะนั้นเองที่ยูริก็สั่นร่างกายของเคนจิอย่างต่อเนื่อง
“เคนจิ!! เคนจิ!! นายเป็นอะไร พวกเรากำลังจะแย่แล้วนะ เคนจิ!!!”
“ลุงเกน...ลุงเกน..ลุงจำผมได้หรือเปล่า ลุงเกน”
เคนจิพูดพึมพำพร้อมกับดวงตาที่เหม่อลอย แม้ยูริจะเรียกยังไงก็ไม่มีเสียงตอบรับจากเคนจิ ยูริจ้องมองไปในตาเคนจิที่เหม่อลอย ก่อนจะรวบรวมความกล้าและทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
“เพลี๊ยะ!!!!!!”
ร่างของเคนจิหมุนวนในกลางอากาศ ก่อนจะกลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ รอยนิ้วทั้งห้าปรากฏขึ้นบนใบหน้าเคนจิอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงแค่นั้นที่มุมปากของเขายังมีเลือดที่ไหลรินออกมา
[แปะ แปะ แปะ ตบได้ดี!!]
เจ้าชายตบมือเสียงดังลั่นในห้องมิติ ใครจะคาดคิดได้เห็นฉากที่จอมปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ถูกหญิงสาวตบจนหน้าหงาย ยูริหลั่งน้ำตาจ้องมองที่มือของตนเอง ก่อนจะพูดออกไปเสียงดังลั่น
“นายเป็นบ้าหรือไง!! ตั้งสติหน่อยซิ ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายมีอดีตอะไรกับเจ้าเต่านั่น แต่ตอนนี้พรรคพวกของเรา กำลังจะตายเพราะความไม่ได้สติของนาย”