บทที่ 22 วิชาดาบเงาสิ้นสูญ
[ชื่อ: ทุ่งร้างฝังศพ]
[ความยาก: E]
[ระดับที่แนะนำให้ท้าทาย: 2]
สุดท้ายเฉินชวนก็ไม่อาจต้านทานความคิดที่อยากจะลองดูได้ เขาเปิดดันเจี้ยน
หลังจากสูดหายใจเข้าลึก ๆ เขาก็ก้าวเท้าเข้าไปในวังวนหมุนสีแดงเข้ม ด้วยประสบการณ์จากครั้งก่อน คราวนี้เฉินชวนไม่ได้หยุดเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว ทันทีที่เข้ามาในทุ่งร้างฝังศพเขาก็รีบใช้ดุจเงาตามตัวแล้ววิ่งตะบึงไปข้างหน้าไม่หยุดพัก
ตลอดทาง เหล่าทหารศพที่เพิ่งสังเกตเห็นเขายังไม่ทันได้ลงมือโจมตี ก็ถูกหมัดเดียวะเิหัวกระเด็นไปเสียแล้วมีเพียงทหารศพระดับสูงเท่านั้น ที่สามารถถ่วงฝีเท้าเขาไว้ได้บ้างแต่ต่อหน้าเฉินชวนที่ลงมือเต็มกำลัง แม้แต่ทหารศพระดับสูงก็ยื้อได้ไม่เกินสิบกว่าวินาที
ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที เฉินชวนก็มาถึงตรงหน้าขุนพลศพแล้ว
"โฮ่!"
ราวกับพบศัตรูคู่อาฆาต ทันทีที่ขุนพลศพเห็นเฉินชวน มันก็คำรามกึกก้อง ก่อนจะพุ่งลงมาจากเนินอย่างดุร้าย วิ่งตะบึงลงมาจากเนินเขา พุ่งมาหาเขาพร้อมความมุ่งมั่นที่จะฆ่า
เฉินชวนพลิ้วไหว หลบหลีกเหมือนสายลม หลีกหนีดาบเหล็กที่ขุนพลศพฟันลงมาได้ แล้วในชั่วพริบตาก็มาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังมัน
ในจังหวะถัดมา เขายืนมั่น ย่อตัวลง แล้วปล่อยหมัดออกไปหนึ่งหมัด เสียงฟาดอากาศอันน่าสะพรึงกลัวดังขึ้นทันที! พร้อม ๆ กับเสียงฟ้าผ่าแตกเปรี๊ยะ ๆ ที่ได้ยินอย่างชัดเจน
ชั่วขณะนั้น บนหมัดของเฉินชวนเกิดมีประกายไฟฟ้าสว่างวาบขึ้นอย่างจ้าจนแสบตา!
เร็วปานสายฟ้า หมัดของเขาตกลงบนแผ่นหลังของขุนพลศพ!
แม้จะเป็การโจมตีที่น่ากลัว แต่เมื่อหมัดกระแทกลงบนแผ่นหลังของขุนพลศพจริง ๆ กลับมีเพียงเสียงเบา ๆ ของหมัดที่ปะทะเนื้อ!
ในทางตรงกันข้าม คลื่นพลังไร้รูปที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่ากลับแผ่กระจายออกจากจุดปะทะ ก่อให้เกิดลมกรรโชกรุนแรง! ร่างสูงใหญ่กำยำของขุนพลศพชะงักกึกทันที วินาทีถัดมา ร่างครึ่งบนของมันะเิออกทันที เกราะเกร็ดก็ฉีกขาดราวกับกระดาษแผ่นบาง กระเด็นไปทุกทิศทุกทาง!
ตูม!
ครึ่งร่างที่เหลืออยู่โงนเงนอยู่กับที่สองสามครั้ง ก่อนจะล้มคว่ำลงข้างหน้าด้วยเสียงดังสนั่นเห็นภาพเหตุการณ์นี้ เฉินชวนถึงกับอึ้งไป แม้เขาจะคาดการณ์ไว้แล้ว ว่าพลังของท่าจินอูจะต้องทรงพลังมาก แต่พลังที่แสดงออกมาก็ยังเหนือความคาดหมายอยู่ดี
แม้แต่ศัตรูที่แข็งแกร่งอย่างขุนพลศพยังถูกสังหารภายในการโจมตีครั้งเดียว! ต้องรู้ไว้ ว่าเมื่อวานเขาต้องต่อสู้อย่างยากลำบากถึงสิบกว่านาที ถึงจะกำจัดบอสตัวนี้ได้อย่างหืดขึ้นคอ!
"เจ๋ง! สุดยอดจริง ๆ!"
เฉินชวนมองดูกำปั้นของตัวเอง ใบหน้าฉายแววปลาบปลื้มยินดีอย่างล้นพ้น หมัดอัสนีบาตระดับ จินอูนี้แข็งแกร่งจริง ๆ!
เป็ท่าไม้ตายสุดโหดชัด ๆ!
ต่อให้เป็นักรบระดับ 3 ถ้าโดนโจมตีตรง ๆ สักครั้งก็คงจะรับไม่ไหว!
ในขณะที่กำลังดีใจสุดขีด เฉินชวนก็รู้สึกถึงความอ่อนล้าถาโถมจากภายใน สีหน้าพลันเคร่งขรึม
"ท่าจินอูนี้ร้ายกาจ แต่การใช้พลังก็มหาศาล…"
"ด้วยพลังกายของฉันในตอนนี้ อย่างมากก็ใช้ได้แค่สองครั้งในระยะเวลาสั้น ๆ"
"ถ้ามากกว่านั้น คงสลบเหมือดไปเลยแน่"
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่เฉินชวนพอใจอย่างยิ่งหากสิ้นเปลืองพลังมาก ก็แค่เก็บไว้เป็ไม้ตายก็พอ
เอาไว้ใช้ใน่สำคัญ มันสามารถพลิกสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน! หลังจากพักหายใจ เฉินชวนก็ออกจากดันเจี้ยนกลับไปที่ห้องนั่งเล่น บนวังวนสีแดงเข้มปรากฏข้อความสรุปผล
[ผ่านดันเจี้ยนระดับ E 'ทุ่งร้างฝังศพ' แล้ว]
[เวลาที่ใช้: 24 นาที 19 วินาที]
[คะแนนประเมินสุดท้าย: A+]
[ได้รับหีบสมบัติทอง]
"ระดับ A+ งั้นเหรอ"
"ไม่รู้ว่ามีระดับ S หรือเปล่านะ?"
เฉินชวนคำนวณในใจ
เมื่อพลังของเขาเพิ่มขึ้นอีก และได้ฝึกฝนเทคนิคการใช้อาวุธ เขาจะสามารถสังหารทหารศพระดับสูงได้ในคราวเดียว ซึ่งน่าจะลดเวลาลงเหลือภายในยี่สิบนาที เขารู้สึกว่ายี่สิบนาทีน่าจะเป็จุดสำคัญ
"หวังว่าครั้งนี้จะได้ของดี ๆ!"
เฉินชวนกำลังจะเปิดหีบสมบัติ แต่จู่ ๆ ก็มีความคิดหนึ่งแวบเข้ามา เขาจึงหยิบลูกเต๋าโชคลาภออกมา
"ถ้าเพิ่มความโชคดี โอกาสที่จะได้ของดี ๆ น่าจะเพิ่มขึ้นด้วย!"
คิดแล้วทำทันที เฉินชวนโยนลูกเต๋าออกไปทันควัน
'4'!
เฉินชวนถอนหายใจอย่างโล่งอก
ถ้าทอยได้ 1 หรือ 2 ก็จะเสียโอกาสไปเปล่า ๆ
ลูกเต๋าโชคลาภมีความทนทานแค่ห้าจุด ทอยหนึ่งครั้งลดลงหนึ่งจุด เฉินชวนตั้งสมาธิััดู แต่ไม่พบความเปลี่ยนแปลงใด ๆ บนร่างกาย จึงเปิดหีบสมบัติทันที
[ได้รับวิชาอาวุธระดับสามดาว 'วิชาดาบเงาสิ้นสูญ'!]
"นี่มัน...วิชาดาบ!"
เฉินชวนรู้สึกดีใจขึ้นมาทันทีดูเหมือนว่าลูกเต๋าโชคลาภจะได้ผลแล้ว! สุ่มได้วิชาดาบพอดี!
คราวนี้เนตรกระดูกขาวจะได้ใช้งานเสียที!
ที่สำคัญกว่านั้นคือ นี่เป็วิชาอาวุธระดับสามดาว ดุจเงาตามตัวระดับสองดาวได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งในการต่อสู้มาหลายครั้งอย่างถ่องแท้แล้ว หากวรยุทธ์ระดับสองดาวยังยอดเยี่ยมเช่นนี้ แล้ววรยุทธ์ระดับสามดาวจะมีพลังมากแค่ไหน?
เฉินชวนไม่ลังเล เขาหลอมรวมวิชาดาบเงาสิ้นสูญทันทีชั่วพริบตา ในสมองของเขาก็มีความเข้าใจและความรู้สึกเกี่ยวกับวิชาดาบเงาสิ้นสูญมากมายปรากฏขึ้นมา
เมื่อเขาซึมซับข้อมูลในสมองเสร็จสิ้น เฉินชวนลืมตาขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความยินดี วิชาดาบเงาสิ้นสูญเน้นความเร็ว ดั่งลมไล่เงา ดาวตกไล่จันทร์
เมื่อฟันดาบออกไป ความเร็วก็เทียบเท่าได้กับสายฟ้า ศัตรูมักจะยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ถูกคมดาบพรากชีวิตไปเสียแล้ว
"นี่คือวิชาดาบที่เน้นความเร็ว!"
เฉินชวนแอบดีใจ
วรยุทธ์ในใต้หล้านี้ ความเร็วคือสิ่งที่ไม่มีใครต้านทานได้วิชาดาบเงาสิ้นสูญนี้เป็วรยุทธ์ที่แข็งแกร่งมากอย่างไม่ต้องสงสัย!
พอสงบใจได้ เฉินชวนก็หยิบเนตรกระดูกขาวออกมารูปลักษณ์ภายนอกของเนตรกระดูกขาวดูไม่แตกต่างอะไรกับดาบเหล็กธรรมดาทั่วไปเพียงแต่ทั้งเล่มถูกหลอมจากแก่นกระดูกขาว สีขาวซีดที่ทำให้ใจสั่นสะท้าน
และตรงกลางใบมีดยังมีร่องลึกขนาดเท่านิ้วชี้อยู่หนึ่งร่องตามข้อมูลในความทรงจำ เมื่อดูดซับพลังิญญา ร่องนี้จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็สีแดงเื เมื่อสีแดงเืเต็มร่อง ก็จะสามารถปลดปล่อยการโจมตีพลังอันมหาศาลได้!
เฉินชวนถือดาบและเริ่มใช้วิชาดาบเงาสิ้นสูญเสียงดาบแหลมสั้นดังก้องในห้องนั่งเล่นในชั่วพริบตาแสงคมกริบของดาบเย็นเฉียบปกคลุมไปทั่ว แทบสะท้อนให้ทั้งห้องย้อมเป็สีขาว ผ่านไปพักใหญ่เฉินชวนถึงหยุดมือ ใบหน้าของเขาเผยความพึงพอใจ
ด้วยวิชาดาบเงาสิ้นสูญ ความสามารถในการต่อสู้จริงของเขาก็ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างไม่ต้องสงสัยเฉินชวนเก็บเนตรกระดูกขาว แล้วเรียกแผงควบคุมส่วนตัวขึ้นมา
[ชื่อ]: เฉินชวน
[ระดับ]: 2
[คุณสมบัติ]: พละกำลัง 30, ร่างกาย 27, ความคล่องแคล่ว 26, จิตใจ 20
[แต้มวินัย]: 100
[วรยุทธ์]
วิชาลมปราณกลืนวาฬ (บรรลุ6/500)
หมัดอัสนีบาต (จินอู)
ดุจเงาตามตัว (เชี่ยวชาญ368/600)
ดาบเงาสิ้นสูญ (เริ่มต้น 0/500)
“แค่ขั้นเริ่มต้นก็ต้องใช้ถึง 500 ค่าความชำนาญแล้วเหรอ…”
เฉินชวนแยกเขี้ยว
ค่าความชำนาญแบบนี้ก็เทียบเท่ากับระดับบรรลุของวรยุทธ์ระดับดาวเดียวแล้ว แม้แต่วิชาลมปราณกลืนวาฬระดับบรรลุไปถึงระดับวงกลมสมบูรณ์ ยังใช้เพียง 500 ค่าความชำนาญเท่านั้น
นี่เป็วรยุทธ์ระดับสามดาว ถ้าเป็วรยุทธ์ระดับดาวที่สูงกว่านี้ ค่าความชำนาญที่้าคงน่ากลัวยิ่งกว่านี้อีก
โชคดีที่เขามีระบบวินัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็วิชาที่ต้องใช้ค่าความชำนาญมากแค่ไหน ก็สามารถอัปเลเวลได้อย่างรวดเร็ว
เนื่องจากเสียพลังกายไปมากในดันเจี้ยน เฉินชวนจึงไม่ได้ฟาร์มความสำเร็จเพิ่ม แค่ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็เข้านอน
เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินชวนตื่นนอนอย่างสดชื่นแจ่มใส รีบไปมหาวิทยาลัย แม้ว่าจะยื่นเื่ขอย้ายคณะแล้ว แต่ตราบใดที่ขั้นตอนยังไม่เสร็จสิ้น เขาก็ยังคงเป็นักศึกษาคณะทั่วไปอยู่
การขาดเรียนหนึ่งหรือสองครั้งไม่เป็ไร แต่ถ้าไม่ไปเรียนติดต่อกันหลายวัน ก็จะเป็ที่สะดุดตาไปหน่อย