บทที่ 11 มองเป็เพียงมดปลวก
เขาห้วงัวิลล่าหมายเลข 1
เฉินอวี่เพิ่งมาถึงหน้าประตูบ้าน ก็ได้ยินเสียงเบรกรถดังขึ้น
รถตู้สองคันจอดตรงหน้าเฉินอวี่จากนั้นบอดี้การ์ดกว่าสิบคนก็ลงมายืนเรียงอยู่ตรงหน้าเขา
เฉินอวี่สีหน้าสงบนิ่ง กวาดสายตามองคนเ่าั้ แล้วมุมปากก็ยกยิ้มขึ้น "ดูเหมือนตระกูลถังจะใช้กำลังแล้วสินะ"
“ไม่ต้องพูดมากความ คุณท่านถังสั่งให้พวกเรามาเชิญตัวคุณไปที่โรงพยาบาล” บอดี้การ์ดหัวหน้าทีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า ในน้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยคำสั่งอย่างชัดเจน
“ไม่ว่าง” เฉินอวี่ตอบกลับอย่างไร้เยื่อใยและเตรียมจะเดินเข้าบ้าน
ทว่า บอดี้การ์ดคนนั้นกลับก้าวออกมาขวางหน้าเฉินอวี่ไว้ทันที “คุณท่านถังกำชับไว้ว่า ต่อให้ต้องมัดตัวไป ก็ต้องพาตัวคุณไปให้ได้ อย่าได้สงสัยในคำพูดของผม ถ้าไม่อยากเจ็บตัว ก็จงขึ้นรถไปกับพวกเราดี ๆ”
บอดี้การ์ดคนอื่น ๆ ได้ยินดังนั้นก็พากันหักนิ้วเตรียมพร้อมล้อมเฉินอวี่ไว้เป็วงกลม ดูเหมือนว่าถ้าเฉินอวี่หลุดคำว่า “ไม่” ออกมาแม้แต่คำเดียว พวกเขาจะพุ่งเข้ามารุมจับมัดทันที
เฉินอวี่มีสายตาที่สงบนิ่ง เอ่ยออกมาอย่างเ็า “แค่พวกแกน่ะเหรอ... คู่ควรแล้วรึ?”
แววตาของหัวหน้าบอดี้การ์ดวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด เขาอุตส่าห์ไว้หน้าเฉินอวี่แล้ว แต่ไอ้เด็กนี่กลับไม่รู้ที่ต่ำที่สูง แถมยังปากดี เขาจึงแค่นยิ้มเหี้ยม “ในเมื่อพูดดี ๆ ไม่ฟัง ก็ต้องใช้กำลังกันหน่อยแล้ว”
พูดจบ เขาก็ปล่อยหมัดพุ่งเข้าใส่เฉินอวี่ทันที
เฉินอวี่ไม่ได้มีสีหน้ายินดียินร้าย เขาเพียงแค่สะบัดฝ่ามือตบเข้าที่หน้าของบอดี้การ์ดคนนั้นจัง ๆ
‘เพียะ!’
แรงปะทะที่มหาศาลพุ่งเข้าใส่จนบอดี้การ์ดคนนั้นอดไม่ได้ที่จะร้องลั่นด้วยความเ็ป ร่างของเขาลอยละลิ่วไปไกลกว่าห้าหกเมตร ก่อนจะร่วงลงพื้นและสลบเหมือดไปทันที
นี่ขนาดเฉินอวี่ออมมือให้แล้วนะ ถ้าเขาลงแรงมากกว่านี้อีกนิด บอดี้การ์ดคนนี้คงแหลกเป็เศษเนื้อไปนานแล้ว
บอดี้การ์ดคนที่เหลือเห็นเหตุการณ์ก็หน้าเปลี่ยนสี ทันใดนั้นก็มีคนะโขึ้นมา “รุมมันพร้อมกันเลย!”
ชั่วพริบตา บอดี้การ์ดที่เหลือก็เคลื่อนพลเข้าจู่โจมเฉินอวี่พร้อมกันอย่างดุดัน
เฉินอวี่นิ่งสงบ ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวราวกับภูตผีพุ่งเข้าใส่กลุ่มคน
ตุ้บ! ตั้บ! พลั่ก!
เพียงอึดใจเดียว บอดี้การ์ดที่เคยดูน่าเกรงขามต่างลงไปนอนกลิ้งอยู่บนพื้น ร้องโอดครวญด้วยความเ็ปแสนสาหัส
เฉินอวี่หลุบตามองกลุ่มคนที่นอนร้องโหยหวนเ่าั้ราวกับกำลังมองดูมดปลวก
ห่างออกไปในรถตู้ธุรกิจ ถังหัวเฉียงและถังรั่วเซวียนต่างนั่งอึ้งจนตัวแข็งทื่อด้วยความไม่อยากจะเชื่อ สายตาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
“เขา... ทำไมเขาถึงสู้เก่งขนาดนี้?” ถังรั่วเซวียนอุทานออกมาด้วยความใพลางรีบเอามือปิดปาก
ส่วนถังหัวเฉียงถึงกับใบหน้าตายด้าน สติหลุดลอยไปชั่วขณะ คนกลุ่มนี้คืออดีตทหารหน่วยรบพิเศษเชียวนะ ทุกคนฝีมือไม่ธรรมดา ในนั้นยังมีระดับที่ได้ชื่อว่าเป็ ‘ราชันย์ทหาร’ * [1] อยู่ด้วยซ้ำ! แต่ผลลัพธ์คือ... บอดี้การ์ดพวกนี้กลับถูกเฉินอวี่กำจัดจนราบคาบภายในพริบตา!
เฉินอวี่ล้วงกระเป๋ากางเกง สายตาหันไปจ้องมองที่รถตู้คันนั้น
“ดูพอหรือยัง?”
เสียงของเฉินอวี่ราบเรียบดั่งสายลมพัดผ่าน แต่กลับหนาวเหน็บยิ่งกว่าลมหนาวจากขั้วโลกเหนือ ทั้งคู่รู้สึกเย็นะเืไปถึงกระดูกราวกับตกอยู่ในบ่อน้ำแข็ง
จากนั้น
เฉินอวี่ก็หันหลังจะเดินเข้าบ้าน
จังหวะนั้นเอง ถังรั่วเซวียนก็ถอดรองเท้าส้นสูงออก ยอมวิ่งด้วยเท้าเปล่าที่สวมเพียงถุงน่องสีดำเข้ามารับหน้าเฉินอวี่แล้วะโว่า “เฉินอวี่! ขอแค่คุณยอมช่วยคุณปู่ ตระกูลถังจะตอบแทนคุณอย่างงามแน่นอน!”
ถังรั่วเซวียนรู้ซึ้งถึงความเก่งกาจของเฉินอวี่แล้ว เธอจึงเปลี่ยนมาใช้วิธีการที่นุ่มนวลเพื่อหวังจะรั้งเขาไว้และขอให้ช่วยรักษา
“ฉันมีเหตุผลอะไรที่ต้องช่วยเธอล่ะ?” เฉินอวี่เอ่ยเสียงเรียบ
‘ตุ้บ!’
ถังรั่วเซวียนคุกเข่าลงกับพื้นทันทีพลางอ้อนวอน “เฉินอวี่ ฉันขอร้องล่ะ ช่วยคุณปู่ฉันด้วย คุณ้าอะไร ตระกูลถังหามาให้คุณได้ทุกอย่าง!”
ตอนนี้ ถังหัวเฉียงเองก็เดินลงมาจากรถ เมื่อรู้ว่าใช้กำลังไม่ได้ผล เขาก็ยอมคุกเข่าลงไปพร้อมกัน “คุณเฉิน ขอเพียงคุณช่วยชีวิตพ่อผมได้ ไม่ว่าคุณจะ้าอะไร ตราบใดที่ตระกูลถังมี เรายินดีมอบให้ทุกอย่าง”
ภาพของทั้งคู่ที่คุกเข่าอ้อนวอนอยู่แทบเท้าเฉินอวี่ ทำเอาเหล่าบอดี้การ์ดที่นอนร้องโอดครวญอยู่รอบ ๆ ถึงกับช็อกจนลืมเจ็บ
นั่นคือ ถังรั่วเซวียน และ ถังหัวเฉียง แห่งตระกูลถังที่ยิ่งใหญ่ในเสาโจวเชียวนะ! ตระกูลที่มีเครือข่ายกว้างขวางทั้งในวงการทหาร การเมือง และธุรกิจ แต่วันนี้กลับต้องมาคุกเข่าขอความเมตตาจากไอ้หนุ่มที่ไม่มีใครรู้จัก หากเื่นี้แพร่ออกไป รับรองว่าจะเป็ข่าวดังที่ะเืไปทั้งเสาโจวแน่นอน!
สองพ่อลูกตระกูลถังเองก็ััได้ถึงสายตาแปลก ๆ จากคนรอบข้าง ในใจของพวกเขาทั้งรู้สึกอับอายและขุ่นเคืองอย่างถึงที่สุด
แต่พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น ในเวลานี้มีเพียงเฉินอวี่เท่านั้นที่มีความสามารถพอจะรักษาถังเต๋อจงได้ ถ้าไม่ยอมก้มหัวขอร้องเขา อีกสองเดือนให้หลังถังเต๋อจงก็ต้องตาย!
เฉินอวี่หลุบตามองทั้งสองคนราวกับมองมดปลวก
“หืม!” จู่ ๆ เฉินอวี่ก็ส่งเสียงประหลาดใจออกมา สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่บริเวณหน้าอกของถังรั่วเซวียน
ถังรั่วเซวียนััได้ถึงสายตานั้นทันที เธอรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว ภายใต้สายตาของเฉินอวี่ เธอรู้สึกราวกับถูกเปลื้องผ้าจนล่อนจ้อนต่อหน้าสาธารณชน ความรู้สึกมันรุนแรงขนาดที่ว่า แม้แต่ ‘ไฝเม็ดเล็ก’ บนหน้าอก เธอก็รู้สึกเหมือนเขาจะมองเห็นมันทะลุปรุโปร่ง
ในใจเธอเริ่มมีโทสะพลุ่งพล่าน แต่เพื่อช่วยชีวิตคุณปู่... เธอต้องทน!
จังหวะนั้นเอง เฉินอวี่เริ่มเดินเข้าหาถังรั่วเซวียน เธอรีบยกมือขึ้นกุมหน้าอกตัวเองไว้พลางระวังตัวสุดขีด “เฉินอวี่ นายจะทำอะไร? อย่าทำอะไรบ้า ๆ นะ ระหว่างเรามันเป็ไปไม่ได้หรอก!”
ถังหัวเฉียงโกรธจัดอยู่ในใจ แต่ก็ได้แต่นิ่งเงียบทำอะไรไม่ได้
เฉินอวี่ยื่นมือใหญ่พุ่งตรงไปยังหน้าอกของเธอ ถังรั่วเซวียนใจนหน้าถอดสี “อย่า... อย่าเข้ามานะ ไม่ได้นะ คุณ...”
ยังไม่ทันขาดคำ เฉินอวี่ก็กระชากสร้อยคอของถังรั่วเซวียนออกมาอย่างดุดัน
เขามองดูจี้หยกบนสร้อยคอที่ยังคงมีไออุ่นจากร่างกายและกลิ่นหอมจาง ๆ ของหญิงสาวติดอยู่ ในตอนนี้ เฉินอวี่รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย: ‘นึกไม่ถึงเลยว่าบนโลกที่พลังปราณแห้งขอดแบบนี้ จะยังมี หยกิญญา* [2] หลงเหลืออยู่’
เขาััได้ชัดเจนว่าที่หน้าอกของถังรั่วเซวียนมีกระแสพลังปราณบาง ๆ ไหลเวียนอยู่ จี้หยกที่แขวนอยู่บนคอของเธอนั้นคือ หยกิญญา ซึ่งเป็หยกที่ก่อตัวขึ้นจากฟ้าดิน สามารถดูดซับพลังปราณจากธรรมชาติได้เอง
หยกประเภทนี้ บางชิ้นช่วยกล่อมประสาท ทำให้ร่างกายแข็งแรงไร้โรคภัย อายุยืนยาว บางชิ้นช่วยเสริมโชคลาภ ปัดเป่าเคราะห์ร้าย ที่สำคัญที่สุด... ผู้บำเพ็ญเพียรสามารถดูดซับพลังจากมันมาใช้ในการฝึกตนได้
“ตกลง ฉันจะยอมช่วยรักษาให้” เฉินอวี่เอ่ยอย่างพอใจ
ทุกคนถึงกับอึ้งไปตาม ๆ กัน! ใครจะไปคิดว่าที่เฉินอวี่เดินดุ่ม ๆ เข้าไปหาเหมือนจะทำมิดีมิร้าย ที่แท้เขา้าเพียงแค่จี้หยกของเธอเท่านั้น
ในวินาทีนั้นเอง ไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไร ในใจของถังรั่วเซวียนกลับผุดความรู้สึกวูบโหวงอย่างบอกไม่ถูก ‘นี่ตัวฉัน... ยังมีค่าน้อยกว่าหยกก้อนเดียวอีกเหรอ...’
...
กว่าจะถึงโรงพยาบาลก็เข้าสู่่ดึกสงัด ทันทีที่เข้าห้องผู้ป่วย เฉินอวี่ก็เห็นถังเต๋อจงนอนนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายเต็มไปด้วยสายระโยงรยางค์
ทั้งสามคนรีบเปลี่ยนชุดปลอดเชื้อเข้าห้องไป ที่นั่นพวกเขาพบกับชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำ ท่าทางน่าเกรงขามยืนอยู่พร้อมกับชาวต่างชาติคนหนึ่งที่กำลังทำท่าครุ่นคิด
เมื่อทั้งสามเข้ามาถังหัวหลงก็หันมามองทันที
“รั่วเซวียน หัวเฉียง พวกเธอมาแล้วเหรอ” ถังหัวหลงทักทายเสร็จก็ขมวดคิ้วจ้องไปที่เฉินอวี่ “หมอนี่เป็ใคร?”
“คุณลุงใหญ่คะ เขาคือคนที่พวกเราเชิญมาช่วยรักษาคุณปู่ค่ะ” ถังรั่วเซวียนรีบชิงตอบ
ถังหัวกวาดสายตามองเฉินอวี่ั้แ่หัวจรดเท้า เมื่อเห็นว่ายังหนุ่มมากเขาก็เริ่มสงสัย “ไอ้หนู เอาใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมมาให้ฉันดูซิ” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจขัดขืนได้
เฉินอวี่ตอบอย่างเ็า “ผมไม่มีใบอนุญาต แต่ผมช่วยให้เขาหายได้”
เขามองดูอาการของถังเต๋อจงั้แ่ก้าวเข้ามา และรู้ว่ามันเข้าขั้นวิกิิต แต่สำหรับเฉินอวี่แล้ว เื่นี้ไม่ใช่ปัญหาเลย ระดับเซียนจุนลงมือเองต่อให้ยมทูตมาคอยรับิญญาก็ยังไม่กล้าเอาตัวไป!
“ไม่มีใบอนุญาตแต่อยากจะรักษางานเนี่ยนะ แกรรู้ไหมว่ามันผิดกฎหมาย? เชื่อไหมว่าฉันสั่งคำเดียว ก็ส่งแกเข้าคุกไปนอนเล่นสักหลายปีได้เลย?” ถังหัวหลงหรี่ตามองเฉินอวี่อย่างกดดัน
เฉินอวี่ไม่ได้สนใจคำขู่ เขาเอ่ยเรียบ ๆ “แค่รักษาให้หายได้ เื่ใบอนุญาตมันสำคัญนักหรือไง?”
ถังหัวหลงหันไปตวาดใส่สองพ่อลูก “ถังหัวเฉียง นายคิดอะไรอยู่? กล้าพาคนไม่มีใบอนุญาตมารักษาพ่อ นายอยากให้พ่อตายไวขึ้นหรือไง!”
“คุณลุงใหญ่คะ มันไม่ใช่อย่างนั้น...”
ถังหัวหลงตัดบททันที “ไม่ต้องมาพูดพล่าม ฉันมีหมอผู้เชี่ยวชาญที่เชิญมาจากต่างประเทศแล้ว พวกเธอไม่ต้องมายุ่ง”
“รั่วเซวียน พอเถอะ ฟังลุงเขา” ถังหัวเฉียงรั้งลูกสาวไว้ ถังรั่วเซวียนลังเล ปกติพ่อของเธอจะดูยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่พออยู่ต่อหน้าถังหัวหลง กลับกลายเป็เหมือนหนูเจอแมว* [3] ถังหัวหลงเด็ดขาดและเผด็จการมาก แม้แต่พวกเขาก็ไม่กล้าขัดใจ
ถังรั่วเซวียนทำหน้าลำบากใจ “เฉินอวี่ นายออกไปก่อนเถอะ คุณลุงใหญ่เขาก็เป็คนแบบนี้แหละ”
เฉินอวี่ไม่ได้ใส่ใจ เขาไม่ใช่ประเภทที่ชอบเอาหน้าไปแนบก้นเย็น ๆ ของใคร* [4] เขาจึงเตรียมหันหลังกลับ
‘ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด…’
แต่ในจังหวะนั้นเอง เครื่องมือแพทย์ก็ส่งเสียงเตือนดังระงม ถังเต๋อจงที่นอนอยู่บนเตียงจู่ ๆ ก็เกิดอาการชักกระตุกไปทั้งตัว!
“คุณหมอคอนเนอร์! รีบดูพ่อผมเร็ว ท่านเป็อะไรไป!” ถังหัวหลงะโเรียกหมอชาวต่างชาติด้วยความร้อนรน
เฉินอวี่ที่กำลังจะเดินจากไปพลันหยุดชะงัก แล้วหันกลับมามอง
* [1] ราชันย์ทหาร (兵王) ทหารที่เก่งที่สุด
* [2] หยกิญญา (灵玉) หยกที่มีพลังธรรมชาติสถิตอยู่
* [3] หนูเจอแมว (老鼠见了猫) สำนวน: กลัวจนตัวสั่น/ไม่กล้าหือ
* [4] เอาหน้าไปแนบก้นเย็น ๆ ของใคร (热脸贴冷屁股) สำนวน: พยายามทำดีกับคนที่เมินเฉยใส่/ตื๊อในคนที่ไม่สนใจ