บทที่ 21
บรรลุสู่ระดับถัดไป
ท่วงทำนองรักใน่ยามราตรีในขณะที่ชายหญิงกำลังบรรเลงท่วงทำนองรักอยู่ภายในกระท่อมหลังเล็กๆที่ตั้งอยู่ตรงบริเวณตีนเขาของูเากระบี่
ในยามที่ถึงจุดสุดยอดประตูการฝึกฝนและการบ่มเพาะพลังิญญาภายในร่างกายมันถูกพัฒนาขึ้นไปในระดับถัดไป
ความรู้สึกแตกซ่านน้ำรักพุ่งทะยานเข้าสู่ช่องรักของสตรีอย่างเต็มเปี่ยมพลังิญญาภายในร่างกายมันเกิดการพุ่งพล่านขึ้นมาในทันที
ความรู้สึกที่ดีอย่างบอกไม่ถูกลู่ิตระหนักรู้ได้ในทันทีว่าตอนนี้พลังภายในร่างกายมันกำลังพัฒนาไปสู่ระดับถัดไป
่จังหวะการพัฒนาของระดับพลังภายในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นในตอนนี้พลังิญญาภายในร่างกายพุ่งสูงจนถึงขีดสุด
ลู่ิตระหนักรู้ได้ในทันทีว่าตัวของมันในตอนนี้พัฒนาจนขึ้นไปอยู่ในระดับสีม่วงเรียบร้อยแล้วหลังจากที่พยายามมาหลายสิบวันทำการฝึกฝนอย่างหนักโดยใช้วิธีทุกอย่าง
ในตอนนี้ตัวของมันเองก็สามารถทะลวงระดับพลังของตนเองให้ขึ้นมาอยู่ในระดับขอบเขตเริ่มต้นสีม่วงขั้นที่หนึ่ง
มันได้ผลใน่ประมาณยามเดือนเจ็ดตอนนี้ทะลวงขอบเขตพลังของตนเองขึ้นมาอยู่ในระดับนี้ได้ในระยะเวลาเดือนนึงถือว่าอยู่เหนือความคาดหมาย
ลู่ิยกยิ้มขึ้นที่บริเวณมุมปากของตนเองในตอนนี้ระดับพลังที่พุ่งสูงขึ้นภายในร่างกายทำให้มันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
แต่มันเองก็ยังไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นระดับพลังิญญาภายในร่างกายที่เพิ่มขึ้นทำให้ตัวของมันนั้นมีอารมณ์ที่พุ่งพล่านขึ้นเช่นเดียวกัน
ราตรีนั้นชายหญิงภายในกระท่อมหลังเล็กๆที่ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาได้บรรเลงท่วงทำนองรักของกันและกันทั้งราตรี
เช้าวันถัดมา
ลู่ิเดินทางออกมาจากกระท่อมของตนเองในตอนนี้ตัวของมันสำรวจร่างกายดู มองสำรวจร่างกายของตนเองมีบางอย่างที่เปลี่ยนไปในตอนนี้พลังิญญาที่ไหลเวียนภายในร่างกายมีความเข้มข้นที่มากขึ้นจนน่าแปลกประหลาด
ลู่ิเพิ่งเคยััการทะลวงของระดับพลังในครั้งนี้เป็ครั้งแรกแน่นอนว่ามันรู้สึกดีจนบอกไม่ถูกการทะลวงระดับเพิ่มขึ้นมามีหลายอย่างที่เพิ่มมากขึ้น
การที่ระดับพลังิญญาภายในร่างกายยกสูงขึ้นมามันเองก็ทำให้ขอบเขตการรับรู้และก็คุณสมบัติของร่างกายหลายๆอย่างเพิ่มขึ้น
โดยทั่วไปแล้วถ้าอยู่ในระดับขอบเขตสีเขียวขั้นที่หนึ่งหรือขั้นที่สองแม้ว่าระดับขั้นจะแตกต่างกัน แต่ว่าพวกมันเองก็ยังอยู่ในขอบเขตสีเดียวกันซึ่งระดับพลังเองก็แตกต่างกันอาจจะหนึ่งเท่าหรือสองเท่า
แต่เมื่อไรที่สามารถทะลวงและเปลี่ยนสีของระดับขอบเขตพลังได้แล้วสิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือพลังที่เพิ่มพูนขึ้นมาอย่างมหาศาลนี่คือสิ่งที่ผู้ฝึกฝนพลังิญญาหรือว่าผู้ฝึกตนรู้ดีถึงความแตกต่าง
ตอนนี้ยกระดับจากสีเขียวขั้นก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับขอบเขตเริ่มต้นสีม่วงขั้นหนึ่งระดับที่มันเพิ่มสูงขึ้นมาเพียงแค่คันเดียวแต่สีแตกต่างกันกลับทำให้ระดับพลังภายในร่างกายพัฒนาอย่างก้าวะโ
ในตอนนี้ระดับพลังภายในร่างกายที่เพิ่มพูนขึ้นอยู่ในระดับที่น่าเหลือเชื่อการรับรู้รอบร่างกายสามารถทำได้เฉียบคมแถมยังมีรัศมีวงกว้างมากขึ้นอีกด้วย
ลู่ิราวกับว่าในรัศมีประมาณยี่สิบเมตรบริเวณรอบร่างกายมันสามารถรับรู้ได้ถึงทุกอย่างแม้ว่าจะเป็การเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กด้วยเองก็อยู่ภายในขอบเขตการรับรู้ของมัน
ลู่ิใช้ดวงตาของตนเองมองไปบริเวณรอบๆข่าวนี้เดินไปยังต้นไม้ต้นใหญ่ต้นเดิม
ใน่หลายวันที่ผ่านมาฝึกชกต้นไม้ต้นนี้จนต้นไม้ต้นนี้มันเกิดกลายเป็รูโพรงขนาดใหญ่
แน่นอนหมัดของมันทำการทะลวงต้นไม้ต้นนี้จนทะลวงเข้าไปจนถึงบริเวณครึ่งลำต้นแล้วลู่ิเคยอ่านเจอภายในตำราว่าเมื่อระดับพลังเปลี่ยนสีแล้วระดับความแข็งแกร่งของคุณสมบัติร่างกายจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโ
บางทีเ้าสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันอาจจะเป็สิ่งที่สามารถช่วยในการทดสอบเกี่ยวกับเื่นี้ได้
เพราะแบบนั้นในตอนนี้จึงเดินมาเผชิญหน้ากับต้นไม้ใหญ่บริเวณด้านหน้าของตนเองเท้าทั้งสองข้างยุติลงขาทั้งสองข้างกางออกตั้งท่าเตรียมพร้อมโจมตี
ร่างกายที่ยืนตระหง่านอยู่บริเวณด้านหน้าดุจดั่งต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งรากลึกหมัดที่ทรงพลังและเคลื่อนที่พลังิญญาออกมาห่อหุ้มมันมีพลังิญญาสีเข้มปกคลุมบริเวณหมัด
ลู่ิขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างรุนแรงก่อนที่จะใช้หมัดของตนเองโจมตีออกไปการโจมตีหนึ่งครั้งพุ่งทะลวงไปบริเวณด้านหน้ากระแทกกับต้นไม้ขนาดใหญ่
ตึก!!!เสียงดังกังวานขึ้นมาการโจมตีที่มั่นปะทะเข้าไปกับต้นไม้มีเสียงดังกึกก้องหลังจากผ่านพ้นการโจมตีนั้นไปดวงตาของลู่ิก็เบิกกว้าง
เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าต้นไม้ขนาดใหญ่พบเจอความจริงที่น่าตกตะลึงต้นไม้ต้นใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าถูกโจมตีในครั้งเดียวจนล้มลงไป
มันค่อยๆเอนอย่างช้าๆก่อนที่จะโค่นล้มไปด้านหลังเกิดกลายเป็เสียงดังปั้ง!!! เสียงต้นไม้ล้มดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งผืนป่า
ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้โดนทำร้ายได้โดยหมัดเดียวแม้ว่าก่อนหน้านี้เนื้อไม้จะถูกทะลวงเข้าไปจนกลายเป็รู้ประมาณครึ่งหนึ่ง
แต่ผู้ใดจะคิดว่าการยกระดับหนึ่งระดับในการเปลี่ยนสีจะทำให้ความรุนแรงในการโจมตีทำให้หมัดเดียวสามารถทะลวงตนไม่ได้ถึงครึ่งลำต้น
นี่เป็พลังที่น่าเหลือเชื่อลู่ิเกิดมาในตอนนี้อายุประมาณสิบเจ็ดปีสิบเจ็ดปีที่มันลืมตาดูโลกมันแทบจะไม่ได้ััประตูแห่งการฝึกฝนเลย
ใน่เวลาประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมาได้ัักับประตูแห่งการฝึกฝนจนทำให้ตอนนี้ล่วงรู้ว่าความแข็งแกร่งของประตูแห่งการฝึกฝนมันมีมากขนาดไหน
เพียงหมัดเดียวการยกระดับสีสีหนึ่งสามารถเพิ่มพูลกำลังได้มากขนาดนี้ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าผู้ฝึกฝนวรยุทธ์ที่มีระดับสูงกว่านี้จะสามารถทำได้ขนาดไหน
แต่หลังจากที่ทำการโจมตีและมองเห็นพลังของตนเองมันก็ทำให้ลู่ิแสยะยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
การที่มันแสดงรอยยิ้มออกมาจากใบหน้าของตนเองมันก็เพราะว่าในตอนนี้ตัวของมันพร้อมที่จะเข้าร่วมแล้ว
การทดสอบที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้าตัวของมันพร้อมที่จะเข้าร่วมการทดสอบนั้นแล้ว
หลังจากที่ขึ้นมาสู่ระดับขอบเขตฝึกฝนเริ่มต้นสีม่วงขั้นหนึ่งได้เรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นอีกประมาณสองวันมันเองก็มีจดหมายเรียกตัวจากสำนักขึ้นมาบริเวณ้า
ในตอนนี้การทดสอบของลูกศิษย์รุ่นเยาว์ภายในสำนักมันกำลังจะเริ่มขึ้นการทดสอบในครั้งนี้รวบรวมพวกลูกศิษย์ภายในสำนักที่มีอายุไม่เกินสิบแปดปีเข้าร่วมการทดสอบ
พวกลูกศิษย์ภายในสำนักมากมายหลายสังกัดทำการเดินทางกลับมาภายในสำนักเพื่อร่วมการทดสอบในครั้งนี้
ลู่ิเองก็เช่นเดียวกันตัวของมันเดินทางขึ้นไปบริเวณ้าสำนักเพื่อที่จะไปร่วมทดสอบในกาลทดสอบความสามารถของลูกศิษย์รุ่นเยาว์ในครั้ง
ณ บริเวณ้าสำนักหุบเขากระบี่
พื้นที่ขว้างขวางบริเวณใจกลางสำนักลูกศิษย์มากมายมารวมตัวที่สถานที่แห่งนี้ตามคำนัดหมาย ลู่ิเป็หนึ่งในลูกศิษย์ที่มารวมตัวภายในสถานที่แห่งนี้
ดวงอาทิตย์บริเวณ้าส่องแสงสว่างไสวลงมาบริเวณด้านล่างแสงจากดวงอาทิตย์ส่องผ่านม่านเมฆลงมากระทบกับเหล่าลูกศิษย์จำนวนมากที่กำลังยืนอยู่บริเวณลานกว้างของสำนักเหล่าลูกศิษย์นับร้อยรวมตัวอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ลู่ิสวมใส่ชุดของลูกศิษย์สำนักหุบเขากระบี่เดินทางเข้ามาร่วมแถว
บรรยากาศบริเวณรอบๆเต็มไปด้วยความตึงเครียดเหล่าลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่ที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ไม่มีผู้ใดเผยรอยยิ้มเลยแม้แต่คนเดียวนั่นเป็สิ่งที่สามารถบ่งบอกได้ว่าการทดสอบในครั้งนี้มันเคร่งเครียดขนาดไหน
การทดสอบครั้งใหญ่ในรอบปีมีเพียงแค่ครั้งเดียวในแต่ละปีพวกลูกศิษย์ภายในสำนักไม่ว่าผู้ใดก็อยากจะได้ชื่อว่าเป็อัจฉริยะรุ่นเยาว์ทั้งสิ้น
เพราะแบบนั้นการทดสอบในครั้งนี้เป็การแข่งขันของพวกมันพวกมันยอมทุ่มสุดตัวในการแข่งขันในครั้งนี้
จบทบ