หลินกั๋วผิงแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ลำพังเหอโส่วอูหัวเดียวจะขายได้ตั้งสิบหยวน! ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากตอบรับ เสียวเสวี่ยก็กระตุกแขนเสื้อเขายิกๆ
หลังจากส่งสัญญาณห้ามพ่อแล้ว เธอก็หันไปฉีกยิ้มหวานให้ชายชราคนรับซื้อสมุนไพร “คุณปู่คะ หนูเคยได้ยินคุณย่าบอกว่าเหอโส่วอูที่หนักสองชั่ง อายุสามสิบปีขึ้นไป สมัยก่อนขายได้ตั้งหลายสิบหยวนเลยนะคะ เ้าหัวนี้ของบ้านหนูอายุตั้งสามสิบกว่าปี น้ำหนักก็น่าจะถึงสองชั่ง ราคามันก็น่าจะหลายสิบหยวนเหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ? หนูอาจจะไม่เคยเห็นเหรียญเงินมาก่อนก็จริง แต่หนูเดาว่ามันต้องได้เงินเยอะกว่านี้แน่ๆ ถ้าคุณปู่ให้แค่สิบหยวน หนูต้องขอโทษด้วยนะคะ หัวนี้พวกเราคงขายให้ไม่ได้ แต่สมุนไพรอย่างอื่นขายให้คุณปู่ได้ค่ะ”
ชายชราคนรับซื้อสมุนไพร ชะงักกึก ตอนแรกเห็นสองพ่อลูกคู่นี้ท่าทางบ้านนอกคอกนา โดยเฉพาะคนพ่อที่ดูซื่อบื้อหัวอ่อน กะว่าฟันกำไรเละแน่ๆ คิดว่าแค่เสนอเงินสิบหยวนไป อีกฝ่ายคงรีบประเคนเหอโส่วอูให้ด้วยความดีใจจนเนื้อเต้น ใครจะไปนึกว่าเด็กผู้หญิงตัวแค่นี้จะเขี้ยวลากดินขนาดนี้
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ชายชราก็หัวเราะแก้เก้อ “แม่หนูน้อยเอ๊ย ฉลาดจริงๆ! โตไปอนาคตไกลแน่ๆ เอางี้แล้วกัน หัวนี้ฉันให้หกสิบหยวนนี่สุดๆ แล้วนะ มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว”
“หนึ่งร้อยหยวนค่ะ ขาดไปสลึงเดียวก็ไม่ขาย” เสียวเสวี่ยกอดเหอโส่วอูไว้ในอ้อมแขนแน่น เธอรู้มูลค่าที่แท้จริงของมันดี เพราะชาติก่อนเคยคลุกคลีอยู่ในบ้านหมอจีนมานานถึงสามปีกว่า ถึงชีวิตจะลำบากตรากตรำ แต่เธอก็แอบครูพักลักจำ วิชาความรู้ติดตัวมาได้ไม่น้อย
เหอโส่วอูป่ามีสรรพคุณทางยาสูงส่ง ยิ่งอายุมากราคายิ่งพุ่ง ยิ่งรูปร่างสวยสมบูรณ์ก็ยิ่งแพงระยับ เ้าหัวนี้แม้อายุจะแค่สามสิบกว่าปี แต่รูปร่างสวยงาม รากฝอยดกหนา เรียกราคาหนึ่งร้อยหยวนยังไงก็ไม่ขาดทุน และเธอก็รู้ดีว่านี่คือเพดานราคาสูงสุดที่พ่อค้าคนนี้จะจ่ายไหว
ชายชราคาดไม่ถึงว่าเด็กตัวกะเปี๊ยกจะกล้าเรียกราคาโหดขนาดนี้ ใจหนึ่งอยากจะสะบัดหน้าหนี แต่พอเหลือบเห็นเหอโส่วอูในอ้อมกอดเด็กหญิง ของดีแบบนี้มันหายากจริงๆ พับผ่าสิ!
หลังจากชั่งใจอยู่นาน ชายชราก็เอ่ยปากต่อรองอีกครั้ง “หนึ่งร้อยหยวนมันเป็ไปไม่ได้หรอกแม่หนู รู้ไหมเงินร้อยหยวนซื้อของได้ตั้งเยอะแยะ หัวนี้ฉันให้ได้อย่างมากก็ แปดสิบหยวน! รับรองว่าไปหาที่ไหนก็ไม่มีใครให้ราคาสูงกว่านี้แล้ว”
เสียวเสวี่ยวางเหอโส่วอูลงตรงหน้าชายชรา แล้วแสร้งทำหน้าเสียดาย “ก็ได้ค่ะ แปดสิบก็แปดสิบ ใครใช้ให้หนูเห็นว่าคุณปู่หน้าตาใจดี ไม่เหมือนพวกพ่อค้าหน้าเืที่คอยจ้องจะเอาเปรียบคนบ้านนอกอย่างพวกเราล่ะคะ”
ชายชรา “...” ให้ตายเถอะ! โลดแล่นในวงการค้าขายมาค่อนชีวิต เพิ่งเคยเจอเด็กที่ปากคอเราะร้ายและรู้ทันคนขนาดนี้เป็ครั้งแรก!
สรุปราคาเหอโส่วอูจบที่แปดสิบหยวน ส่วนพวกสมุนไพรอื่นๆ อย่างโกฐจุฬาลัมพา ตานเซิน คิดตามราคาตลาดทั่วไป โกฐจุฬาลัมพาสามเฟินต่อชั่ง ตานเซินหนึ่งเหมาห้าเฟิน รากเจี๋ยเกิ่งหนึ่งเหมา และรากตังกุยห้าเหมา
เบ็ดเสร็จรวมกันทั้งหมดขายได้ เก้าสิบหยวน
ถึงแม้หลินกั๋วผิงจะรับเงินยัดใส่กระเป๋าเรียบร้อยแล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกเหมือนฝันไป ไม่น่าเชื่อว่าไอ้พวกหญ้าแห้งรากไม้พวกนี้จะขายได้ตั้งเก้าสิบหยวน! เก้าสิบหยวนเชียวนะ! เขาต้องก้มหน้าก้มตาทำงานหนักแค่ไหนกว่าจะหาเงินได้ขนาดนี้?
หลินกั๋วผิงจูงมือเสียวเสวี่ยเดินออกจากแผงสมุนไพร ตรงดิ่งไปยังร้านขายผลไม้ เขารู้ว่าลูกสาวชอบกินส้มกับกล้วย จึงจัดมาอย่างละสองชั่ง พอเดินผ่านคนหาบขายถังหูลู่ เขากำลังจะล้วงเงินซื้อให้ แต่กลับถูกมือเล็กๆ ห้ามไว้ “พ่อคะ หนูไม่อยากกินถังหูลู่แล้วค่ะ เราเก็บเงินไปซื้อกับข้าวกับเนื้อสัตว์ดีกว่า”
หลินกั๋วผิงรู้ทันทีว่าลูกสาวพยายามช่วยเขาประหยัด ความรู้ความของลูกสาวทำให้เขารู้สึกอบอุ่นใจ และในขณะเดียวกันก็นึกสงสารลูกจับใจ
ไม่นานสองพ่อลูกก็ซื้อเสบียงอาหารเสร็จสรรพ ข้างหน้ามีร้านขายซาลาเปา หลินกั๋วผิงมองดูดวงอาทิตย์ก็รู้ว่าถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว ลูกสาวคงหิวแย่ เขาซื้อซาลาเปามาสี่ลูก ไส้เนื้อสองลูก ไส้ผักสองลูก ราคารวมเก้าเหมา ไส้เนื้อยกให้ลูกสาวกิน ส่วนตัวเองกินไส้ผัก
เพราะชาติก่อนเสียวเสวี่ยทำซาลาเปาขายมาหลายปี ลิ้นของเธอจึงยกระดับขึ้นมาก แม้ซาลาเปาร้อนๆ ในมือจะรสชาติดี แต่เธอก็ยังรู้สึกว่ามันขาดความกลมกล่อมไปบ้าง
อิ่มท้องแล้ว สองพ่อลูกก็ยังไม่รีบกลับ แต่แวะไปดูมหรสพ ่ใกล้สิ้นปีแบบนี้ ตามตลาดนัดใหญ่ๆ มักจะมีการแสดงรื่นเริง ทั้งกายกรรมและงิ้ว ทางทิศตะวันออกของตลาด ผู้คนกำลังมุงดูงิ้วเื่ “เปาบุ้นจิ้นปะาราชบุตรเขย” กันอย่างเนืองแน่น นักแสดงบนเวทีชั่วคราวทุ่มเทเล่นสุดฝีมือ เรียกเสียงปรบมือเกรียวกราว
แม้จะผ่านยุคปฏิรูปและเปิดประเทศมาสิบกว่าปีแล้ว แต่สำหรับชาวบ้านในเมืองเล็กๆ การได้ดูหนังกลางแปลงหรือดูงิ้ว ยังถือเป็ความบันเทิงราคาแพงที่หาดูได้ยากยิ่ง
ขณะที่เสียวเสวี่ยกับพ่อกำลังเดินเบียดเสียดผู้คนเข้าไป ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงแหลมๆ ะโเรียก “เสียวเสวี่ย! เสียวเสวี่ย!”
เสียวเสวี่ยหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ นึกไม่ถึงว่าจะเป็พวกเขาจริงๆ แม่ตัวแสบกับน้องสาวตัวร้าย แถมยังมีเฉินฮ่าว พี่ชายต่างพ่อของน้องสาวตัวร้ายติดสอยห้อยตามมาด้วย
เมื่อหลิวกุ้ยหลานเห็นชัดว่าเป็ลูกสาวกับอดีตสามีแน่แล้ว เธอก็รีบจูงมือลูกสาวคนเล็กเฉินเหยาเหยาปรี่เข้ามาหาทันที “เหยาเหยา รีบเรียกพี่สาวสิลูก”
เฉินเหยาเหยาในชุดกระโปรงสีชมพูกุหลาบ ดูน่ารักราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ เธอยิ้มหวานหยดย้อยให้เสียวเสวี่ย แล้วเอ่ยเรียก “พี่สาว” ด้วยน้ำเสียงใสซื่อ
“เสียวเสวี่ย น้องทักทายแล้ว ทำไมไม่ตอบล่ะ?” หลิวกุ้ยหลานเห็นลูกสาวคนโตทำเมินใส่ลูกรัก ก็ชักสีหน้าไม่พอใจทันที พร้อมกับตวัดสายตาตำหนิไปทางหลินกั๋วผิง ประมาณว่านี่คุณสอนลูกยังไงหะ?
เสียวเสวี่ยคาดไม่ถึงว่าจะต้องมาเจอ น้องสาวตัวแสบเร็วขนาดนี้ เฉินเหยาเหยาตรงหน้าช่างดูไร้เดียงสา น่ารักน่าเอ็นดู และไม่มีพิษมีภัยเสียเหลือเกิน!
ในชาติก่อน หลังจากที่เธอถูกแม่ตัวดีหลอกไปอยู่ด้วย เฉินเหยาเหยาก็เอาอกเอาใจ ดูแลเธอผู้เป็พี่สาวอย่างดิบดี ตัวเธอที่เป็เด็กบ้านนอกซื่อๆ พอมาเจอเด็กในเมืองที่เพียบพร้อมอย่างอีกฝ่าย ก็รู้สึกต่ำต้อยด้อยค่าไปโดยปริยาย
แม่น้องสาวคนดีคนนี้ มักจะยกเสื้อผ้าสวยๆ ขนมและผลไม้อร่อยๆ ให้เธอจนหมด ทั้งที่เสียวเสวี่ยเป็พี่สาวแท้ๆ แต่ในสายตาคนนอก กลับดูเหมือนเฉินเหยาเหยาเป็พี่สาวที่คอยดูแลน้องสาวบ้านนอก ทุกครั้งที่พาเธอลงไปเล่นข้างล่าง เฉินเหยาเหยาก็มักจะได้รับคำชมเปาะจากเพื่อนบ้าน แน่นอนว่าไม่ใช่ชมเสียวเสวี่ยว่าน่ารัก แต่เป็การชมเฉินเหยาเหยาว่าช่างเป็เด็กดี มีน้ำใจ และรู้ความอะไรอย่างนี้
เฉินเหยาเหยาคือภาพลักษณ์ของลูกคนอื่น ที่พ่อแม่ทุกคนชอบเอามาเปรียบเทียบ ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือข้างนอก เธอคือเด็กที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติเสมอ
เพราะเฉินเหยาเหยาดีกับเธอมากเหลือเกิน ดังนั้นตอนที่ถูกแม่ตัวแสบกับพ่อเลี้ยงใจร้ายพาไปโรงพยาบาลเพื่อบริจาคเืให้น้องสาว เสียวเสวี่ยจึงเต็มใจทำด้วยความรัก ตลอดเวลาสามเดือนกว่าที่อยู่บ้านนั้น เฉินเหยาเหยาเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชโลมใจเธอมาตลอด แม้กระทั่งตอนที่ถูกแม่ใจร้ายขายทิ้งไปแล้ว ในความทรงจำของเธอ น้องสาวคนนี้ก็ยังคงเป็คนดีเสมอมา
จนกระทั่งได้กลับมาพบกันอีกครั้งในอีกสามสิบปีต่อมา เธอถึงได้ตาสว่างและเห็นธาตุแท้ของเฉินเหยาเหยาอย่างถ่องแท้ เป็เธอเองที่โง่เง่าและไร้เดียงสาเกินไป
เฉินเหยาเหยาไม่เคยเป็คนจิตใจดีงามมาั้แ่ต้นแล้ว นังเด็กคนนี้รู้จักการเสแสร้งแกล้งทำมาั้แ่อ้อนแต่ออก เป็นักแสดงมืออาชีพั้แ่ยังไม่หย่านมด้วยซ้ำ!
เมื่อเห็นใบหน้าอวบอิ่มอมชมพูของเฉินเหยาเหยาในตอนนี้ ภาพความทรงจำอันเลวร้ายและใบหน้าเย่อหยิ่งจองหองที่อีกฝ่ายเคยแสดงใส่เธอในชาติก่อน ก็ผุดขึ้นมาซ้อนทับทันที
“หลินทิงเสวี่ย! ถ้าแกกล้าแพร่งพรายเื่ในอดีตออกไป จนทำลายอนาคตฉันล่ะก็ ฉันจะจ้างคนมาเก็บแกซะ! ไม่เชื่อก็ลองดู!”