ตอนที่ 9 ใไปทั่วบริเวณ
หลีเหล่าเอ้อร์ที่รอฟังคำชมของอวี๋ซิ่งเหวินรู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมา ทว่าทันใดนั้นเขาก็ถึงกับต้องคุกเข่าก้มหัวลงอยู่กับพื้น พัดในมือของอวี๋ซิ่งเหวินหักครึ่ง กลางหน้าผากของหลีเหล่าเอ้อร์มีรอยเืปรากฏออกมาเลือนราง
“ผู้หญิงของข้า เ้ากล้าแตะต้องรึ!”
ร่างกายของหลีเหล่าเอ้อร์สั่นสะท้านด้วยความใพลางก้มหัวกระแทกพื้นไม่หยุด “คุณชายรองข้าผิดไปแล้ว ข้ามิควรไปหาเื่นาง ข้าจะให้พวกพี่ ๆ ไปสั่งสอนไอ้ซิ่วไฉไส้แห้งคนนั้น!”
อวี๋ซิ่งเหวินเตะหลีเหล่าเอ้อร์จนคว่ำ แล้วกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "คนเล่าเรียนหาใช่คนที่ต่ำต้อยอย่างพวกเ้าจะรังแกได้? ไม่ต้องไปสร้างปัญหาแล้ว ข้าอยากจะให้ทุกคนในตำบลรู้ว่าแม้ข้าจะไม่เคลื่อนไหวอะไร ฉาจื่ออันก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า!”
เส้นตายใกล้จะถึงแล้ว แม้จะขายหมั่นโถวได้เงินมาหลายตำลึง ทว่าก็ยังห่างจากเงินห้าร้อยตำลึงอยู่ไม่น้อย
ในยามนี้ฉาจื่ออันยังคงมีความคิดที่ไปจะตายเพราะไม่อาจเห็นแก่ตัวอยู่แล้ว เพราะเขารู้ว่า คุณชายรองกำลังเดินทางมา
ดังนั้น เพื่อที่จะตายอย่างมีเกียรติยศ ตอนเช้าตรู่เขาจึงเปลี่ยนไปสวมเสื้อคลุมสีหินที่ทำให้เขาภาคภูมิใจที่สุด ซึ่งเป็ชุดที่เขาสวมระหว่างสอบในปีที่ผ่าน ๆ มา
แต่เวลานี้หลิงซานฉิงทำเหมือนกับว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ลืมไปแล้วว่าวันนี้เป็วันสำคัญอะไร และยังคงนอนหลับอยู่ในห้อง
ความโกลาหลเกิดขึ้นนอกห้อง และคนนับสิบที่แต่งตัวเป็ข้ารับใช้ก็เดินตามใครบางคนเข้าไปในบ้านตระกูลฉา
เวลานี้สีหน้าของฉาจื่ออันขาวซีด “อาอาอา” ส่วนเจี่ยนเจี่ยนก็มาถึงหัวเตียงและกอดแขนของหลิงซานฉิงไว้ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
หลิงซานฉิงตบหลังเขาอย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องกลัว แม่จะไปดูเอง”
จากนั้นนางก็ก้าวข้ามประตูออกมา เห็นฉาซื่อกำลังคุกเข่าอ้อนวอนอยู่บนพื้นกลางลานบ้าน
ฉาซื่อกอดขาทั้งสองของอวี๋ซิ่งเหวินไว้ และอ้อนวอนไม่หยุดด้วยน้ำตาคลอเบ้า “คุณชายรอง พวกเราไม่สามารถหาเงินห้าร้อยตำลึงมาคืนได้ ขอแค่ท่านปล่อยลูกคนที่สามของข้าไป ท่านก็เอาซานฉิงไปได้เลย”
คนรับใช้ถือเชือกไว้ในมือและกำลังจะเอาไปมัดมือมัดเท้าของฉาจื่ออันตามคำสั่ง แต่ไม่มีผู้ใดกล้าลงมือเป็คนแรก
แม้ว่ารูปร่างของฉาจื่ออันจะไม่สูงใหญ่มากนัก แต่บรรยากาศที่อยู่บนร่างนั้นกลับบีบรัดจนพวกเขาไม่กล้าเข้าใกล้
ครั้นอวี๋ซิ่งเหวินเห็นหลิงซานฉิงเดินออกมา รูม่านตาของเขาพลันหดลง และเอ่ยกับนางว่า “ตราบใดที่เ้าเต็มใจไปกับข้า ฉาจื่ออันก็ไม่จำเป็ต้องติดคุก”
เมื่อฉาซื่อเห็นหลิงซานฉิง นางก็เหมือนกับได้พบความหวังสุดท้าย
นางคลายมือและคลานกับพื้นไปหาหลิงซานฉิง เสียงร้องไห้ของนางดังกึกก้องไปทั่วทั้งหมู่บ้าน “สะใภ้สาม เ้ารีบตอบตกลงไปสิ เหตุใดเ้าถึงเห็นแก่ตัวถึงเพียงนี้ แม้แต่ชีวิตของจื่ออันเ้าก็ยังไม่สนใจ?”
หลิงซานฉิงมองไปทางฉาจื่ออัน นางเห็นเพียงรอยยิ้มที่ขมขื่นของเขา และยังส่ายหัวเบา ๆ ให้นาง
เขาขยับปากเล็กน้อย หลิงซานฉิงอ่านรูปปากเขาและรู้ว่าเขา้าจะบอกอะไร “ดูแลเจี่ยนเจี่ยนให้ดี”
แววตาหลิงซานฉิงสั่นไหวเล็กน้อย นางก้มหน้าลงแล้วเงยหน้าขึ้นทันที ก่อนจะมองไปยังฉาซื่อและกล่าวว่า “ต่อให้ข้าตาย ข้าก็ไม่มีวันย่างเข้าประตูบ้านตระกูลอวี๋”
ฉาซื่อตกตะลึง สองมือนางคว้ากระโปรงของหลิงซานฉิงเอาไว้ แล้วทุบไปที่ขาของอีกฝ่ายอย่างเอาเป็เอาตายคล้ายกับคนบ้า “นังตัวซวย เหตุใดตระกูลฉาของข้าถึงมีลูกสะใภ้อย่างเ้า ข้า…”
ใครจะทนความเอะอะโวยวายนี้ได้ หลิงซานฉิงจึงเตะฉาซื่อออกไป จากนั้นก็เดินไปหาอวี๋ซิ่งเหวินช้า ๆ และเอ่ยด้วยความหนักแน่น “ก็แค่เงินห้าร้อยตำลึงเองไม่ใช่รึ? ข้าจะเอาให้”
ลานบ้านตระกูลฉามีขนาดเล็กมาก ภายในลานมีคนยืนอยู่เกือบยี่สิบคน แต่กลับได้ยินเสียงหายใจของผู้คนอย่างชัดเจน
คนรับใช้ได้นำม้านั่งไม้มาให้อวี๋ซิ่งเหวินนั่งนานแล้ว
อวี๋ซิ่งเหวินสะบัดเสื้อผ้าพลางนั่งลงบนเก้าอี้ เขาเอ่ยอย่างมั่นใจว่า “ก่อนที่ราคาแป้งสาลีจะสูงขึ้น หมั่นโถวของตระกูลฉาหนึ่งวันสามารถขายได้ห้าตำลึง หลังจากที่ราคาขึ้นแล้วอย่างมากที่สุดก็ขายได้แค่สามตำลึง สามสิบวันก็ยังขายได้ไม่เกินหนึ่งร้อยตำลึง แล้วเ้าจะเอาอะไรมาคืนข้า?”
ช่างดูถูกคนอื่นเหลือเกิน หลิงซานฉิงโยนถุงเงินไปให้ทันที พลางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย “น่าเสียดายที่คุณชายรองตระกูลอวี๋คำนวณมาเป็อย่างดีก็ยังคำนวณผิด ในนั้นมีหนึ่งร้อยเจ็ดสิบตำลึง”
อวี๋ซิ่งเหวินที่รับถุงเงินไปก็ใเล็กน้อย เขาคลำถุงเงินอยู่ครู่หนึ่งก่อนนำมันไปให้เหล่าจ้างฝางที่มาด้วยกัน
หลังจากที่เขาคำนวณอย่างรวดเร็วแล้วก็พยักหน้าไปทางอวี๋ซิ่งเหวิน
อวี๋ซิ่งเหวินเพ่งมองหลิงซานฉิง แววตายิ่งฉายความสนใจต่อนางมากขึ้น “ดูเหมือนว่าวิธีการของพวกเ้าจะใช้ได้ผลจริง ๆ แต่แม้ว่าข้าจะคำนวณผิดพลาด เ้าก็ยังขาดไปอีกสามร้อยสามสิบตำลึง อย่างไรฉาจื่ออันก็ต้องถูกพาตัวไป”
ฉาจื่ออันยิ้มอย่างขมขื่น เขารู้นานแล้วว่าเงินที่ได้จากการขายหมั่นโถวนั้นยังไม่พอ และสิ่งที่หลิงซานฉิงกำลังทำในตอนนี้ก็ทำได้แค่ถ่วงเวลาเท่านั้น
เมื่อเห็นว่ามีคนกำลังจะพาฉาจื่ออันไป หลิงซานฉิงก็ล้วงถุงผ้าขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากแขนเสื้อนาง
ความสนใจของทุกคนอยู่ที่ถุงผ้า บางคนก็ชะเง้อคอออกมาเพียงเพื่อให้ได้เห็นของในถุงได้ชัดเจนขึ้น
แสงแดดจ้าสะท้อนเข้าไปในดวงตาของอวี๋ซิ่งเหวิน เพียงเสี้ยววิก็มีความรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็เห็นกระจกที่ห่อด้วยด้ายไหมสีขาวอยู่ในมือของหลิงซานฉิง ด้ายไหมที่ทักทอเช่นนั้นเป็สิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
มันมีลวดลายกลวง ลายที่ซับซ้อนคดเคี้ยวไปมานั้นจะว่าเหมือนดอกไม้ทว่าก็ไม่ใช่ดอกไม้ และขอบด้านข้างก็ยังเป็ลวดลายคลื่นน้ำ
ด้ายไหมที่โปร่งแสงห่อหุ้มกระจกขนาดเท่าฝ่ามือเอาไว้แน่น และแสงก็สะท้อนมาจากกระจกบานนี้
สิ่งเหล่านี้คือความคิดในการเริ่มประดิษฐ์หลังจากที่หลิงซานฉิงเห็นกระจกในหอขุมทรัพย์
นางไปหาช่างตีเหล็กเพื่อเอาทรายแก้วมา แล้วก็ไปที่โรงงานทอผ้าเพื่อซื้อผงย้อมผ้า เมื่อทั้งสองสิ่งรวมเข้าด้วยกันก็จะกลายเป็แก้ว และรวมเข้ากับผงโลหะก็จะสร้างออกมาเป็กระจกในตอนนี้
เพียงแต่มีแค่กระจกอย่างเดียวไม่พอ นางนึกถึงลายลูกไม้ที่พวกผู้หญิงชอบที่สุดในชาติก่อนขึ้นมาได้ จึงใช้ประโยชน์ระหว่างที่นึ่งหมั่นโถวในห้องครัวมาทำเป็ลวดลายลูกไม้ไว้บนกระจก
ตราบใดที่เป็ผู้หญิง นางไม่อาจหนีจากแรงดึงดูดของลูกไม้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือฝีมืออันเป็เอกลักษณ์ของนาง
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ได้ทำลับหลังฉาจื่ออัน ดังนั้นเขาย่อมไม่รู้เื่นี้แน่นอน
หลิงซานฉิงพอใจกับสายตาประหลาดใจของผู้คนที่อยู่โดยรอบ “ไม่ทราบว่ากระจกบานนี้ คุณชายรองจะให้กี่ตำลึง?” ยังมีเื่ที่รอให้ประหลาดใจอีกมากมายเลยนะ นี่มันแค่เรียกน้ำย่อยเท่านั้น
ฉาจื่ออันมอบกระจกให้เหล่าจ้างฝาง
“วิธีทักถอเช่นนี้ ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน ทว่าแม้กระจกจะหายาก…”
เหล่าจ้างฝางผู้นั้นมองลวดลายลูกไม้ท่ามกลางแสงแดด และเอื้อมมือไปลูบเบา ๆ สองสามครั้งพลางเอ่ยชื่นชม “ในหอขุมทรัพย์แห่งอำเภอหรงอินก็มีหลายแบบ มีราคาสูง และคนที่ซื้อได้กลับมีไม่มาก อีกอย่างเมื่อเทียบกระจกของหอขุมทรัพย์แล้ว คุณภาพของกระจกบานนี้ยังไม่ดีพอ ทว่าลวดลายที่หาได้ยากนี้ พวกหญิงสาวก็ยังเต็มใจที่จะเสียเงินหนึ่งร้อยตำลึงเพื่อซื้อมัน”
สีหน้าของฉาซื่อเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อได้ยินเหล่าจ้างฝางบอกว่ามีค่าเพียงร้อยตำลึง ร่างของนางล้มลงกับพื้น ชายเสื้อเปื้อนไปด้วยฝุ่นละออง “ลูกชายข้า จะทำอย่างไรดี!”
ฉาจื่ออันฟื้นสติกลับมาจากอาการใอย่างรวดเร็ว เดิมทีเขาคิดว่าหลิงซานฉิงสำรวจกระจกในหอขุมทรัพย์เป็เพราะนางชอบมัน ไม่นึกเลยว่านางจะทำมันออกมาด้วยตัวเอง แถมยังดูเนียนและประณีตอีกด้วย
เขาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ เมื่อเป็เช่นนี้เขาก็ไม่ต้องกังวลกับชีวิตความเป็อยู่ของสองแม่ลูกหลังจากที่เขาไปแล้ว
เมื่อเผชิญหน้ากับผู้หญิงที่ทำให้เขาประหลาดใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า อวี๋ซิ่งเหวินก็ไม่คิดจะมองหลิงซานฉิงเป็ผู้หญิงธรรมดาอีกต่อไป เขาเลิกคิ้วขึ้นแล้วถามว่า “หนึ่งร้อยตำลึงตามที่เขาคำนวณ เ้ายังขาดอีกสองร้อยกว่าตำลึง เ้าจะหามาได้หรือไม่?”