เข้าเป้า!
ซูลั่วเก็บเป้าเคลื่อนที่ไปได้อีกหนึ่ง!
โอเค...ยังพอไหว ถึงร่างกายจะอ่อนแอไปหน่อย แต่ความคล่องตัวของเธอยังเหมือนเดิม
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องควบคุมส่วนกลาง เหล่าอาจารย์และครูฝึกต่างก็กำลังเฝ้าดูสถานการณ์และตารางคะแนนแบบเรียลไทม์
และก็เป็นไปตามคาด มู่หรงซ่งฉือนำเป็นอันดับหนึ่งด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างไปแล้วกว่าสองร้อยแต้ม นำโด่งเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่น ๆ แบบไม่เห็นฝุ่น
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคนอื่นเลี่ยงที่จะปะทะกับเขา หรือเพราะเขาสามารถหลบหลีกการโจมตีได้ทั้งหมด ตอนนี้จึงยังไม่มีใครยิงเขาได้เลยสักนัด และเขาก็ยังไม่เคยโดนเป้าเคลื่อนที่ยิงเลยสักครั้ง
“นักศึกษามู่หรงสุดยอดจริง ๆ! เขาต้องเป็นนักศึกษาที่เก่งที่สุดในรุ่นนี้แน่นอน!”
“ก็แน่ล่ะ เขาเป็นถึงลูกพี่ลูกน้องขององค์รัชทายาทนี่นา”
หลังจากนั้นก็มีแต่เสียงชื่นชมตามมา เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่ามู่หรงซ่งฉือนั้นเก่งกาจมากจริง ๆ
แต่ตอนนั้นเอง ก็มีอาจารย์คนหนึ่งมองไปที่ตารางคะแนนแล้วร้องขึ้น “เอ๊ะ? นักศึกษาหมายเลขสิบที่ชื่อซูลั่วนี่ ทำไมคะแนนถึงพุ่งขึ้นเร็วขนาดนี้?”
อาจารย์อีกคนร้องขึ้นด้วยความตกใจยิ่งกว่า “มู่หรงซ่งฉือถูกยิง! โดน...หมายเลขสิบยิงเหรอ?”
เมื่อไม่กี่วินาทีก่อน เหล่าอาจารย์เพิ่งจะยกย่องมู่หรงซ่งฉือให้เป็นดาวรุ่งแห่งอนาคตของจักรวรรดิอยู่เลย
ผลคือวินาทีต่อมาก็เหมือนโดนตบหน้าเข้าอย่างจัง!
บรรยากาศในห้องสังเกตการณ์เงียบไปชั่วขณะ
เหลยหย่วนเดินเข้ามา มองไปรอบ ๆ “พวกเธอเป็นอะไรกันไปหมด?”
“ท่านคณบดีครับ ท่านดูตารางคะแนนนี่สิครับ...เชี่ย! ซูลั่วคนนี้พุ่งขึ้นมาอยู่อันดับสามได้ยังไง!” อาจารย์คนหนึ่งพูดไปได้ครึ่งทาง พอหันไปมองอันดับอีกครั้ง ก็ถึงกับสบถออกมา!
แม้ว่านักศึกษาคณะการทหารจะต้องยิงปืนและขับเมคคาเป็น แต่ถ้าพูดถึงความชำนาญ แน่นอนว่าหน่วยรบเดี่ยวต้องเก่งที่สุด รองลงมาคือสายบัญชาการ และที่อ่อนที่สุดคือนักบินเมคคา
ก่อนหน้านี้ในการวิ่งวิบาก สิบอันดับแรกมีหน่วยรบเดี่ยวถึงเจ็ดคน สายบัญชาการหนึ่งคน และนักบินเมคคาสองคน ส่วนการยิงปืนในครั้งนี้ที่แทบจะเป็นการแข่งขันเดี่ยว เหล่าอาจารย์ต่างก็คิดว่าสามสิบอันดับแรกน่าจะเป็นหน่วยรบเดี่ยวเกือบทั้งหมด!
และสิบอันดับแรก นอกจากมู่หรงซ่งฉือที่เป็นกรณียกเว้นแล้ว ที่เหลือก็คงจะเป็นหน่วยรบเดี่ยวล้วน ๆ
แต่ใครจะไปคิดว่าซูลั่วจากภาควิชาเมคคา จะพุ่งขึ้นมาถึงอันดับสามได้?!
ไม่เพียงเท่านั้น คะแนนของเธอยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้ห่างจากอันดับสองแค่ยี่สิบคะแนนแล้ว!
เหลยหย่วนมองไปที่ตารางคะแนน เขารู้ว่าหลังจากที่ซูลั่วยิงมู่หรงซ่งฉือโดน คะแนนของเธอก็เพิ่มขึ้นมารวดเดียวหนึ่งร้อยแต้ม นั่นหมายความว่า ถ้าหากเธอยิงมู่หรงซ่งฉือโดนอีกครั้ง ก็อาจจะแซงเขาไปได้เลย!
“นักศึกษาคนนี้มีพรสวรรค์ด้านการยิงปืนมาก ทำไมถึงไปเรียนภาควิชาเมคคาล่ะ?”
พอถามออกไป เขาก็นึกขึ้นได้ว่านักศึกษาคนนี้ดูเหมือนจะเป็นคนแรกที่มาถึงสนามฝึกตอนเริ่มการฝึกทหาร
แล้วทำไมทั้งที่มีพรสวรรค์ดีเยี่ยม ระดับการกลายร่างก็สูง แต่กลับเลือกเรียนภาควิชาเมคคา?
กู้ซีถึงกับพูดไม่ออก แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
กลับเป็นอาจารย์อีกคนที่อยู่ข้าง ๆ ที่พูดขึ้น “ผมได้ยินมาว่า ตอนที่นักศึกษาซูลั่วเพิ่งจะสอบติดมหาวิทยาลัยจักรวรรดิ ตอนแรกเธอลงทะเบียนเรียนภาควิชาการบัญชาการแต่ไม่รู้ว่าทำไม ถึงได้ถูกใครบางคนเปลี่ยนภาควิชาที่เธอเลือก กลายเป็นภาควิชาเมคคาไปครับ”
ที่มหาวิทยาลัยจักรวรรดิ การเปลี่ยนภาควิชาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สำหรับนักศึกษาที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ก็จะมีโอกาสได้รับการพิจารณา
เหลยหย่วนพูด “หลังการฝึกยิงปืนจบลง ให้โอกาสนักศึกษาคนนี้อีกครั้ง ถามเธอว่าอยากจะย้ายภาควิชาหรือไม่”
“ครับ”
กู้ซีอ้าปาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน ก็พบว่าอัตราการทำคะแนนของซูลั่วเริ่มช้าลง อาจารย์หลายคนคิดว่านี่ต่างหากคือเรื่องปกติ นักศึกษาคนนี้ต่อให้จะเก่งแค่ไหน ก็คงไม่สามารถเอาชนะมู่หรงซ่งฉือได้หรอก
ที่เมื่อกี๊ยิงนักศึกษามู่หรงโดน ก็คงจะเป็นแค่โชคช่วยเท่านั้น
จริง ๆ แล้วซูลั่วไม่ได้โชคไม่ดี เธอแค่หมดแรงต่างหาก เธอนั่งพิงอยู่ในมุมตึกร้างที่ไม่มีใครเห็น หอบหายใจอย่างหนัก
คะแนนตอนนี้ก็น่าจะโอเคแล้ว
เวลาที่เหลือหลังจากนี้ ขอแค่เธอหลบเป้าเคลื่อนที่กับนักศึกษาคนอื่น ๆ ให้ได้ก็พอ
ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เพราะเธอเพิ่งจะพักได้ไม่ถึงนาที ก็มีคนปรากฏตัวขึ้นในระยะสายตา
“ซูลั่ว?”
คนที่โผล่มาคือจินแอนนี่ เธอเข้ามาหลังจากซูลั่วเล็กน้อย แต่ดูเหมือนจะโชคไม่ค่อยดีนัก เพราะเจอเป้าเคลื่อนที่เยอะมาก
แต่โชคดีที่เธอไวเป็นพิเศษ ความเร็วในการหลบหลีกสูง จึงไม่ถูกยิงโดนเลยสักครั้ง
ตอนนี้คะแนนก็ยังถือว่าใช้ได้ อยู่ในอันดับที่สามสิบกว่า ๆ
ซูลั่วเงยหน้ามองเธอ “ถ้าคะแนนเธอไม่พอ จะยิงฉันสักสองสามนัดก็ได้นะ”
“เธอเห็นฉันเป็นคนยังไงกัน? ถึงคะแนนจะไม่ท็อปฟอร์ม แต่ก็ไม่ได้แย่แน่นอน ส่วนเธอน่ะ เสียดายที่ยิงแล้วได้คะแนนน้อยไปหน่อย”
“ฉันก็ยังพอไหวอยู่ แค่...หมดแรงแล้ว”
จินแอนนี่เห็นท่าทางพูดจาไม่มีแรงของเธอ ก็เลยไม่ไปไหน นั่งลงข้าง ๆ พิงกำแพงไปด้วยกัน
ซูลั่วประหลาดใจเล็กน้อย “เธอจะทำอะไรน่ะ?”
“ถ้ามีคนเห็นเธออ่อนแอ ก็ต้องอยากจะมาเก็บแต้มแน่ ๆ ฉันจะได้ถือโอกาสซิวแต้มสบาย ๆ ไง! ไม่ต้องมาซึ้งใจล่ะ ฉันไม่ได้ทำเพื่อปกป้องเธอสักหน่อย!”
ซูลั่วไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
ยัยแมวปากแข็งใจอ่อนเอ๊ย...
จะว่าไป นักศึกษาที่อยากจะได้คะแนน ก็คิดแบบนั้นกันจริง ๆ
ไม่นานนัก ก็มีคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น พอเห็นใบหน้าของซูลั่วที่ซีดขาวราวกับกระดาษ ก็คิดจะฉวยโอกาสเก็บแต้ม
แต่เขายังไม่ทันได้เหนี่ยวไก ก็มีอะไรบางอย่างแวบผ่านหน้าไป วินาทีต่อมาก็ถูกยิงเข้าอย่างจัง
นักศึกษาที่ถูกยิง จะถูกบังคับให้กลับไปยังจุดเริ่มต้นทันที
เมื่อเห็นเด็กหนุ่มคนนั้นหายวับไปกับตา จินแอนนี่ก็พ่นลมออกจากจมูก “เฮอะ ได้เพิ่มมาแค่ศูนย์จุดห้าคะแนนเอง อันดับของหมอนี่ต้องอยู่ท้าย ๆ แน่เลย”
“เพราะอย่างนั้นเขาถึงได้อยากจะมาลอบยิงฉันไง ถึงจะเสี่ยงไปหน่อย แต่ถ้ายิงฉันโดน อย่างน้อยอันดับของเขาก็ขยับขึ้นไปได้หลายสิบอันดับ”
ซูลั่วเพิ่งจะพูดจบ จู่ ๆ สมองกลบนข้อมือของเธอก็สว่างขึ้นมา
เธอแปลกใจเล็กน้อย หรือว่าครูฝึกจะส่งข้อความกลุ่มมา?
แต่พอกดเปิดดู กลับเป็นข้อความที่ฉู่ซิงหลานส่งมา!
[ฉู่ซิงหลาน: เปิดช่องสัญญาณพิเศษให้เธอแล้ว มีอะไรก็ติดต่อเข้ามาได้]
องค์ชายคนนี้ แม้แต่ข้อความที่ส่งมา ก็ยังแฝงไปด้วยท่าทีที่เหนือกว่าเหมือนเคย
ซูลั่วก้มหน้าลงมอง แววตาของเธอดูว่างเปล่า
ต้องหาทางอะไรสักอย่าง...หย่ากับองค์ชายเก้าคนนี้ให้เร็วที่สุด!
ตอนนั้นเอง ก็มีข้อความอีกฉบับหนึ่งเด้งเข้ามา ตอนแรกเธอนึกว่าเป็นของฉู่ซิงหลานอีก แต่กลับเป็นข้อความจากท่านอาจารย์ที่ไม่ได้ติดต่อกันมากว่าสองปี!
[ซูเฉิง: เสี่ยวลั่วลั่ว ทำอะไรอยู่จ๊ะ? สอบติดมหาวิทยาลัยจักรวรรดิแล้วใช่ไหมเอ่ย? อาจารย์ส่งของขวัญไปให้ชิ้นหนึ่งนะ ส่งไปที่บ้านตระกูลซูแล้ว อย่าลืมไปรับล่ะ จุ๊บ! (╯3╰)*]
ซูลั่วตกตะลึง!
สมองกลของเธอน่าจะยังถูกจำกัดสัญญาณอยู่ นอกจากข้อความกลุ่มของครูฝึกแล้ว ก็น่าจะรับได้แค่ข้อความของฉู่ซิงหลานไม่ใช่เหรอ!
ขณะที่เธอกำลังจะถามท่านอาจารย์ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบที่ต้นคอ!
ซูลั่วตวัดมือซ้ายสวนกลับไปทันที ถุงมือกลไกเปลี่ยนเป็นเถาวัลย์ในพริบตา พุ่งออกไปพันรอบข้อมือของคนที่พยายามจะลอบโจมตี แล้วกระชากเข้ามาใกล้ ๆ!
อ้อ ที่แท้ก็คือหมายเลขเก้า...เหมิงซาน