วีรดาดูตื่นเต้นและดีใจมากที่เย็นนี้จะได้ทานอาหารร่วมโต๊ะกับผู้เป็แม่ครั้งแรกในชีวิต
“วีพร้อมไปทานข้าวยังคะ”
“วีพร้อมแล้วค่ะคุณพ่อ”
“วีจำที่พ่อบอกได้ไหมครับว่าห้ามรบกวนคุณริน”
“เข้าใจไหมครับ”
“เข้าใจค่ะคุณพ่อ”
“เก่งมากครับงั้นเราไปกันเถอะ”
ภายในห้องอาหารซึ่งตอนนี้มีรินรดานั่งอยู่หัวโต๊ะและนันธิดาลูกสาวของ
นินนาราพี่สาวของเธออายุห้าขวบนั่งอยู่ขวามือของรินรดาพร้อมกับจานข้าวและแก้วน้ำของเด็กซึ่งนั่งทานข้าว
อย่างเรียบร้อยเมื่องธีร์ภพและลูกเดินเข้ามาในห้องอาหารเสียงตะหวาดของรินรดาก็ดังขึ้น
“ใครอนุญาตให้นายกับเด็กมารสกปรกนี่เข้ามา”
“พี่เองยัยริน”
“พี่ชวนตาธีร์กับลูกมาเองพี่คิดถึงหลานไม่ได้เจอกันนานอีกอย่างน้องนัน
จะได้มีเพื่อนกินข้าวไงเดี๋ยวจะเหงาเอา”
“ตามใจพี่นินท์เถอะค่ะ”
ถึงรินรดาจะไม่พอใจในสิ่งที่พี่สาวตัดสินใจออกไปแต่เธอก็ไม่กล้าขัดใจพี่สาวที่แสนดีอ่อนโยนเพียง
คนเดียวของเธอหลังจากมื้ออาหารเย็นจบลงนินนาราก็ชวนธีร์ภพคุยตามประสาไปเรื่อยด้วยความคิดถึง
ั้แ่คุณหญิงอำภาผู้เป็ยายรับชายหนุ่มมาอุปการะั้แ่เด็กเธอก็เอ็นดูและรักชายหนุ่มเหมือนน้องแท้ๆ
ไม่ต่างจากที่เธอรักรินรดาผู้เป็น้องสาวแท้ๆเพียงคนเดียวส่วนรินรดาก็พูดคุยกับนันท์ธิดาเกี่ยวกับสถาน
ที่ท่องเที่ยวอย่างสนุกสนานโดยวีรดาได้แต่นั่งมองดูผู้เป็นั่งพูดคุยกับคนอื่นอย่างสนุกสนานไม่แม้แต่จะสนใจเธอ
“น้องนันอยากไปเที่ยวที่ไหนค่ะ”
รินรดาเอ่ยถามหลานสาวด้วยความเอ็นดู
“น้องนันอยากไปญี่ปุ่นค่ะคุณแม่สัญญาว่าจะพาไปค่ะ”
“วีก็อยากไปให้วีไปด้วยนะคะ”
วีรดาพูดแทรกขณะเธอพูดสนทนากับหลานสาวทำให้เธอไม่พอใจ
“นายควรจะหัดให้เด็กนี่รู้จัดมารยาทบ้างอ๋อฉันลืมไปเด็กมานี่ไม่มี
แม่คอยสั่งสอนนิก็อย่างว่าล่ะน้าก็แค่เด็กมารที่เกิดจาดความผิดพลาด”
เธอตั้งใจเน้นคำว่าเด็กมารที่เกิดจากความผิดพลาดวีรดาที่นั่งมองผู้เป็แม่อยู่ก็มีน้ำตางคลอเต็มหน่วย
ด้วยความเสียใจ
“พอได้แล้วยัยรินพูดอะไรไปสงสารวีบ้างเด็กไม่รู้เื่อะไรด้วยอย่าเอาความเกลียดไปลงที่เด็ก”
นินนาราทนเห็นน้องสาวพูดว่าไม่ดีใส่ลูกสาวตัวเองออกไปก็ต้องตะหวาดผู้เป็น้องสาวเพื่อให้หยุดพูดในสิ่งที่จะทำร้ายจิตใจของหลานสาว
“วีอิ่มยังครับ”
“อิ่มแล้วค่ะคุณพ่อ”
“ถ้างั้นพ่อว่าวีไปอาบน้ำกับพ่อก่อนดีกว่าครับเดี๋ยวจะหนาวเอา”
“ค่ะคุณพ่อ”
“ผมขอตัวพาลูกไปอาบน้ำก่อนนะครับคุณนิน”
“จ๊ะ”
“นี่รินทำไมถึงพูดกับลูกแบบนั้นวีรดาไม่รู้เื่อะไรเลยนะรินรินรู้ไหมว่า
การที่รินทำแบบนี้มันเป็การสร้างาแในใจให้กับเด็ก
“มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับรินนิคะรินไม่ได้ตั้งใจจะมีเด็กคนนี้อยู่แล้ว”
“รินคิดอย่างนั้นจริงๆเหรอเื่ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นพี่ว่ามันก็ไม่ใช่ความผิด
ของตาธีร์คนเดียวนะรินเองก็ผิด”
“ยังไงนายธีร์ก็ผิดค่ะที่เข้าไปห้องรินไม่งั้นคงไม่เกิดเื่นั้นขึ้นหรอกค่ะ”
“คนใฝ่สูงอย่างงั้นรินไม่มีทางชอบรินเกลียด”
“เอาเถอะพี่พูดอะไรไปคงไม่มีประโยชน์เพราะรินเอาแต่โทษคนอื่น
ไม่เคยโทษตัวเอง”
“พี่เตือนอะไรไว้อย่างนะรินอย่าปล่อยอะไรให้มันผ่านไปเฉยๆเพราะถ้ามันผ่านไปแล้วเราจะไม่สามารถ
กลับไปแก้ไขอะไรได้และคนที่จะเจ็บที่สุดก็คือตัวของพิมพ์เองรินจำสิ่งที่พี่พูดไว้ให้ดี”
“ดึกมากแล้วพี่ไปนอนก่อนนะพรุ่งนี้ต้องเดินทาง”
“ค่ะพี่นินท์ฝันดีนะคะ”
“จ๊ะรินเองก็ไปผักผ่อนเถอะดึกมากแล้ว”
นินนาราลุกเดินขึ้นห้องไปทิ้งให้รินรดานั่งคิดในสิ่งที่เธอพูดออกไปเพียงลำพัง
เช้าวันต่อมา ณ บ้านพาณิชน์ชกร
“สวัสดีตอนเช้าค่ะน้องน้องวี”
นินนาราเอ่ยทักทายเด็กหญิงวีรดาออกไปหลังจากเธอเห็นเด็กน้อยรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านอยู่ครู่ใหญ่
เธออดชื่นชมในตัวธีร์ภพไม่ได้เขาเป็พ่อที่ดีให้กับวีรดาทำให้วีรดาเป็เด็กน่ารักฉลาดชั่งพูดจาทำไม
รินรดาน้องสาวของเธอถึงมองไม่เห็นความน่ารักของผู้เป็ลูกอย่างวีรดาแม้แต่น้อย
“สวัสดีค่ะคุณนินท์มีอะไรให้วีรับใช้ไหมคะ”
เด็กหญิงยิ้มให้นินนาราอย่างน่ารักเธอรู้สึกดีใจมีมีนินท์นาราคอยมาเยี่ยมและทักทายเธออยู่เสมอและใจดีกับ
เธอที่สุด
“เปล่าจ๊ะฉันแค่เล่นผ่านมาเห็นวีรดน้ำต้นไม้อยู่เลยมาทักทายแล้วจะมาลาวีด้วย”
“ฉันกับน้องนันท์จะกลับอังกฤษเย็นนี้แล้วนะวีต้องเป็เด็กดีนะสักวันฉันเชื่อว่าคุณรินจะต้องรักวีอย่างที่ทุกคนรัก”
“ค่ะคุณนินท์วีจะเด็กดีให้คุณรินรักค่ะ”
เธอรู้สึกสงสารวีรดาทุกครั้งที่เด็กหญิงพูดถึงผู้เป็แม่อย่างน้องสาวเธอ
ด้วยในตาเศร้าหมองเธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมรินรดาถึงเกลียดลูกสาว
แท้ๆที่ตัวเองคลอดออกมาได้อย่างไร