“ได้ค่ะคุณผู้หญิง แม่นุชไหนล่ะเด็กของแม่นุชนะ”
“นั่งรออยู่ที่ม้าหินอ่อนตรงโรงรถค่ะป้าน้อย”
“งั้นตามฉันมา มาคุยรายละเอียดกัน” คล้อยหลังทั้งสองคนคงเหลือแต่คุณหญิงกับบุตรชายที่นั่งอยู่ที่เดิม
“ตาใหญ่ วันนี้...”
“วันนี้ผมตั้งใจมาทานข้าวเป็เพื่อนคุณแม่นะครับบอกให้เด็กๆตั้งโต๊ะได้เลยเพราะผมมีงานที่ต้องสะสางรออยู่” เมื่อได้รับผลลัพธ์ที่น่าพอใจเขาต้องทำอะไรตอบเเทนสักหน่อย
“จ้ะ จ้ะ เด็กๆอยู่ไหนกันหมด” คุณหญิงรีบกุลีกุจอเข้าครัวออกคำสั่งด้วยตัวเองนานๆลูกชายจะมาทานข้าวด้วยทั้งทีต้องทำทุกอย่างออกมาให้ดีที่สุดสักหน่อย
ธนบดียกยิ้มขึ้นมุมปากจะว่าไปเขาก็ทิ้งมารดาให้เหงาอยู่ที่บ้านคนเดียวมานานมากแล้วก่อนใบหน้าหล่อคมจะหันไปมองนอกหน้าต่าง ผู้หญิงต่างวัย 3คนกำลังนั่งคุยกันอยู่ข้างๆโรงรถ
เด็กคนนั้น...หน้าตาบวมช้ำ จนเขาแทบจำไม่ได้
จำได้แค่ใบหน้าหวานๆที่นอนสลบนิ่งหน้าตา ลำตัวมีเืเกาะติดกรัง เมื่อวานเ้าหล่อนเพิ่งรอดพ้นจากการถูกข่มขืนโดนทำร้ายหลักฐานยังทิ้งร่องรอยไว้บนใบหน้าแต่วันนี้ตอนเย็นก็วิ่งโร่มาหางานทำเสียแล้ว...ผู้หญิงอะไรกันเหลือเชื่อจริงๆแม่คุณ
เขาเห็นเธอตั้งเเต่รถเลี้ยวเข้ามาในตัวบ้านเเล้วยิ่งพอมารู้ความว่าเธอจะมาสมัครงานที่นี่สมองปราดเปรื้องก็สั่งการให้รับไว้ทันที...มาอยู่ด้วยกันเเบบนี้ก็ดีนะสิ
เด็กน้อยจะได้ไม่โดนใครทำร้ายอีก
“เริ่มงานพรุ่งนี้เช้าเลยนะหนูม่าน เงินเดือนก็ 10,000 บาท กินอยู่ที่นี่เสร็จสรรพรู้จักใช้สอยประหยัดจะได้เหลือส่งเงินกลับที่บ้านเยอะๆ” นางสัมภาษณ์แล้วเวทนาสงสารเหลือเกิน
“ขอบคุณมากค่ะป้าน้อย” ม่านฟ้าน้ำตาไหลซึมทุกอย่างเหนือกว่าที่เธอคาดคิดเอาไว้เสียอีก
เอี๊ยดดด...
สายตา3คู่หันไปมองตามเสียงเบรกที่ดังะเื
“หวัดสีครับ ป้าน้อยทำอะไรอยู่เหรอครับ?” คุณชายหมาดกวนที่ดูดีั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าก้าวลงมาจากรถสปอร์ตคู่กายของตน
“คุณเล็ก ป้าใหมดเลยค่ะ ขับรถหวาดเสียวเหลือเกิน”
“วัยรุ่นเขาก็ขับกันแบบนี้ทั้งนั้นล่ะครับ ว่าแต่ทำอะไรกันอยู่ครับ?เอ๊ะ! นั่นเธอหน้าตาไปโดนอะไรมานะ” ธนาทิปจ้องมองเด็กสาวที่หน้าตายับยู้ยี้แก้มขาวๆปูดบวม
“โดนทำร้ายค่ะ” ตอบแล้วม่านฟ้ารีบหลบสายตาลงต่ำ
“เด็กเพิ่งมาจากต่างจังหวัดนะคะ โดนพวกกุ้ยจะฉุดแต่โชคดีรอดมาได้จะมาสมัครเป็สาวใช้คนใหม่ค่ะคุณเล็กขา” นางน้อยสอบถามหมดสิ้นกระบวนความ
“ดีๆครับ ป้าน้อยรับเธอเข้ามาทำงานเลยนะ มาอยู่ที่นี่ด้วยกันนะ...ที่นี่ปลอดภัย”มองดูดีๆ ก็เห็นอยู่หรอกว่าเป็ผู้หญิงที่หน้าตาดีมากคนหนึ่งใสซื่อๆอีกต่างหาก คนที่พบเจอเคราะห์ร้ายมาหนักหนาสาหัสสากรรจ์จะไม่ช่วยเหลือเลยก็จะดูใจร้ายเกินไปหน่อย
ม่านฟ้าพนมมือไหว้ชายหนุ่มตัวโยน
มาอยู่ที่นี่ด้วยกันนะ...ที่นี่ปลอดภัย
คำพูดของเขาช่างอบอุ่นเหลือเกินคำบอกเล่าจากน้านุชนาถและแม่บ้านของที่นี่ ที่บอกว่าเ้านายจิตใจดีมีเมตตาทุกคนเห็นจะไม่เกินจริง
โชคดีจังเลยม่านฟ้าต่อไปเธอหวังแค่ได้พึ่งใบบุญของบ้านหลังนี้เท่านั้นแหละ
ขอบคุณขอบคุณจริงๆค่ะ
“อ้าว! ตาเล็กวันนี้กลับบ้านไม่ดึกก็เป็เหมือนกันรึเรา” ประมุขของบ้านกล่าวแซวบุตรคนเล็ก แต่น้ำเสียงแกมไปด้วยความดีใจ
“สวัสดีครับคุณแม่ พี่ใหญ่ มีอะไรทานบ้างครับ เล็กหิ้วหิวไส้จะขาด ฟอด ฟอด ฟอด” คนชอบทำดีประจบกลบเกลื้อนความผิดของตัวเองหอมแก้มมารดาไปมาหลายครั้ง
“พอๆ ไปนั่งเลยไป แก้มคนแก่อย่างแม่จะไปสู้เเก้มสาวๆของลูกได้อย่างไงกัน”ต้องมีค่อนขอดกันบ้าง ธนาทิปเล่นมีข่าวกับดารานางแบบไม่ซ้ำกันในแต่ละเดือน นางทั้งปวดหัว ทั้งกลุ้มใจ เวลาคุณหญิงคุณนายถามถึงลูกๆยังดีที่มีธนบดีนี่แหละเป็จุดขาย ภาพพจน์เขาดีจนแทบไม่มีที่ติ
“โธ่! คุณแม่ก็...เออ จริงสิ!เมื่อกี้ผมอนุญาตให้ป้าน้อยรับคนรับใช้คนใหม่ด้วยนะครับแต่ถ้าคุณแม่มีปัญหาก็ให้เด็กมันรับใช้ผมส่วนตัวก็ได้”
“ไม่ได้!” คนที่ทานอาหารอย่างเงียบๆอยู่ๆก็ขัดขึ้นมาทันควัน ธนบดีสูดลมหายใจเข้าปอดเบาๆเขาไม่ควรแสดงอาการวิตกร้อนใจเหมือนเมื่อสักครู่เป็ครั้งที่ 2
“อะไรกันครับพี่ใหญ่ ผมก็แค่แสดงความคิดเห็นเฉยๆนี่” จอมคุยพยายามเพ่งดูพิรุธแต่ก็ไม่เห็นสิ่งนั้นจากพี่ชาย
“แม่เห็นด้วยกับตาใหญ่ เราน่ะมันไวไฟเป็ที่หนึ่งล่ะเด็กเขาหนีร้อนมาเพิ่งเย็นให้เขาดูแลรับใช้พี่ใหญ่แทนสายพิณที่แม่เพิ่งไล่ออกไปก็แล้วกัน”คุณหญิงธารารัตน์ไม่ไว้ใจบุตรคนเล็ก หากแต่เป็คนโตนางมั่นใจทะลุ 100เปอร์เซนต์จะไม่เกิดเื่ราวเสียหายขึ้นกับธนบดีเป็อันขาด
“แม่ไล่สายพิณออกแล้วเหรอครับ?”
“ทำไมลูกถามแบบนั้นล่ะตาเล็ก” นางข้องใจในคำถามแปลกๆธนาทิปราวกับรู้ว่าไม่นานนางต้องไล่เด็กมารยา ทำหัวสูงคนนั้นออกสักวัน
“ผมเดานะคุณแม่” แฮ่ร แฮร่หนุ่มจอมทะเล้นหัวเราะกลบเกลื้อน เขารู้อย่างแน่นอนเพราะเมื่อหลายคืนก่อนตนที่กลับมาอย่างเมามายก็เกือบโดนสาวใช้นางนั้นเขมือบลงท้อง โชคดีที่กินอาหาร ดื่มทั้งเหล้า ทั้งเบียร์ทั้งโค้กมาแน่นท้อง สายพิณเจอเขาอ้วกใส่หน้าเต็มๆเลยรอดพ้นวิกฤตมาได้แบบหวุดหวิด...เห้อ!เกือบไปแล้วนะมึงไอ้เล็ก
“หว่า...เสียดายจัง อดมีคนสวยดูแลเลยเ้าเล็กเอ้ย” บ่นพรึมพรำกับตัวเองพี่ชายที่นั่งฝั่งตรงข้ามทานเงียบๆ ไม่สนใจคำจากน้องชาย
“ให้ป้าน้อยดูแลลูกนั้นแหละดีแล้ว ป้าน้อยทำได้ทุกอย่าง” คุณหญิงธารารัตน์ขำออกมาสรุปว่ามื้อเย็นวันนี้นางเจริญอาหารเป็พิเศษเพราะครอบครัวทานข้าวด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาไม่ได้มีเเค่นางที่โดดเดี่ยวเดียวดายเหมือนทุกๆวัน
เวลาไม่ถึง3ทุ่มธนบดีกำลังพิจารณาสัญญาจัดซื้อจัดจ้างเครื่องจักรตัวใหม่จากประเทศจีน แต่กลับมีเสียงเอะอะด้านล่างส่งเสียงเข้ามารบกวน
“อ้าวดีๆ ยกตู้ออกมาก่อน ขนให้มันดีๆล่ะ” นางน้อยเป็แม่งานครั้งนี้
“มีอะไรครับป้าน้อย ย้ายข้าวของห้องนอนเล็กทำไม?” ชายหนุ่มหน้าเข้มในชุดนอนเดินลงมาจากชั้น2 ของตัวเรือนหลังเล็ก
“ขอโทษที่เสียงดังรบกวนค่ะคุณใหญ่ ป้าจะขนข้าวของพวกนี้ไปไว้ห้องคนงานที่บ้านหลังใหญ่นะคะ”ต้องรีบดำเนินการให้เสร็จภายในคืนนี้ ทุกคนจะได้พักผ่อนกันเสียที
“แล้วเด็กใหม่ที่รับมาวันนี้ล่ะครับ จะนอนยังไง ถ้าขนตู้เตียงพวกนี้ไปหมด”
“นี่ล่ะค่ะ ป้าจะขนข้าวของไปจัดห้องให้หนูม่านมันที่เรือนใหญ่ พรุ่งนี้คงขนข้าวของมาเริ่มงานแต่เช้า”หากขาดเหลืออะไรค่อยจัดหาให้ในภายหลัง
“แล้วทำไมไม่ให้นอนห้องนี้เหมือนเดิมล่ะครับ สาวใช้คนก่อนๆก็พักที่นี่นี่น่า”คนไม่เคยถามซอกแซก แต่บัดนี้ถามโน้นนี้ไปมา
“ป้าบอกตรงๆว่าไม่อยากให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอยแล้วอีกอย่างคือเกรงใจคุณใหญ่กลัวเด็กมันจะทำให้รำคาญ” แม่บ้านเก่าแก่เข็ดไปอีกนาน
“คนละคนกันไม่มีวันซ้ำรอยหรอกครับแล้วอีกอย่างที่ส่งเสียงดังกันต่างหากที่ทำให้ผมรำคาญ รบกวนขนมันกลับไปไว้ที่เดิมเด็กใหม่ที่จะมาทำงานพรุ่งนี้ก็ให้รับใช้ผมเป็หลักตามเดิมนะครับไม่ต้องเปลี่ยนแปลงให้ยุ่งยาก...ผมไม่ชอบ” สิ้นสุดคำพูด ทุกคนได้แต่อ้าปากค้างมองตามแผ่นหลังของเ้านายหน้าเเละเสียงเข้มๆ ที่เดินกลับขึ้น้าไปตามเดิม
“เอาเด็กๆ เอากลับไว้ที่เดิมตามคำสั่ง ยกกันเบาๆล่ะ” มีแค่ตู้ตัวใหญ่ตัวเดียวเท่านั้นที่ขนออกมาคนงาน 2 คนยกมันกลับไว้ที่เดิม ก่อนทุกคนจะแยกย้ายกลับไปพักผ่อน
คนเป็พ่อแม่เมื่อเห็นลูกมีความสุขไม่ว่าจะเป็ความสุขเล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่พวกเขาก็พลอยมีความสุขไปด้วยทั้งนั้น
“ไปอยู่บ้านเขาก็ทำตัวดีๆ ให้เ้านายรักให้เ้านายเมตตานะลูกนะ แค่ก แค่ก”นายมนตรีซึ่งป่วยอยู่ปล่อยจามผ่านโทรศัพท์ไปจนได้ ทั้งที่ตั้งใจพยายามไม่ให้ลูกรับรู้เเล้วเเท้ๆ
“พ่อ ไม่สบายเหรอคะ” ปลายสายสอบถามทันที
“พ่อเขาแค่จามลูก ไม่ได้ปงป่วยหรอก” แสงสร้อยตอบเสียแทนทั้งๆมือของตนนั้นกำลังหาหยูกยาให้สามีที่นอนซมเพราะพิษไข้อยู่ข้างๆรับประทานก่อนนอน
“ถ้าอย่างนั้นม่านไม่กวนแล้วนะคะ สิ้นเดือนนี้ทันทีที่ได้รับเงินเดือนก้อนแรกม่านจะโอนเข้าบัญชีให้แม่ทั้งหมด”ในเมื่อบ้านก็ไม่ต้องเช่าข้าวก็ไม่ต้องซื้อม่านฟ้าไม่มีความจำเป็อะไรต้องใช้เงิน เท่าที่มีติดตัวตอนนี้ 1000กว่าบาทก็มากเกินพอแล้ว
“เก็บเอาไว้กับตัวบ้างเ้าม่าน ไปอยู่ต่างเมืองตัวคนเดียวส่งมาให้พ่อกับแม่แค่ 4-5 พันก็มากมายแล้วลูก?” ได้ยินคำบอกกล่าวจากบุตรสาวคนโตก็อดภูมิใจไม่ได้ ม่านฟ้าเป็เด็กดี ขยันเรียนเก่งแล้วยังกตัญญูถ้าได้เกิดมาเป็ลูกคนมีตังค์คงเติบโตได้ไกลกว่านี้...มีความรู้ประดับไม่ต้องมาทนทำงานเป็คนรับใช้บ้านเศรษฐีแบบนี้หรอก
พ่อกับแม่ขอโทษนะม่านขอโทษที่พวกเราไม่ดีพอ...
“พ่อกับแม่เอาไปเถอะจ๊ะ ไหนจะหนี้ป้าเขียวอีกถ้าม่านใช้ไม่พอม่านค่อยขอพ่อกับแม่คืนก็ได้”
“ก็ได้ม่าน ก็ได้ลูก” แสงสร้อยปาดน้ำตาด้วยรู้ดีว่าม่านฟ้าพูดไปให้นางและสามีสบายใจก็เท่านั้น ไม่ได้คิดจะขอเงินคืนกลับแต่อย่างใด
หลังวางสายม่านฟ้าตรวจสอบข้าวของสำหรับวันพรุ่งนี้อีกครั้ง...ไม่มีอะไรมากหรอกเธอมีเเค่เสื้อผ้าเเละข้าวของเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นเด็กสาวล้มตัวลงนอนใกล้ๆกับนางนิตย์เบาๆ ไม่อยากรบกวนคนที่หลับไปเเล้วใบหน้าหวานสวยร้อนผ้าวเมื่อย้อนคิดไปถึงใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตรของเขาคนนั้นเขาทั้งหล่อทั้งดูเท่ห์ดูดีกว่าพระเอกคนโปรดของเธอเสียอีก...เเค่เห็นหน้ากันครั้งเดียวเธอยังหน้าเเดงเเก้มเเดงขนาดนี้ หากต้องไปอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน เห็นหน้ากันทุกวัน
จะไม่เเย่เอาเหรอยัยม่านฟ้า
"ขอบคุณนะคะคุณเล็ก ขอบคุณที่เมตตารับม่านเข้าทำงาน"ม่านฟ้าซึ้งในบุญคุณนั้นท่วมหัว นอกจากเขาเเจ้งให้เเม่บ้านรับเธอเข้าทำงานแล้วเขายังสอบถามอาการาเ็ของเธออย่างเป็ห่วงเป็ใยอีกด้วย
หัวใจดวงน้อยเ้ากรรมยิ่งคิดถึงก็ยิ่งเต้นสั่นเเรงไม่มีหยุด
6โมงเช้าม่านฟ้าเดินทางมาทำงานด้วยตัวเองเนื่องจากเมื่อวานเธอจดจำเส้นทางจากตลาดมายังบ้านหลังใหญ่ได้อย่างแม่นยำจริงๆแล้วที่นี่อยู่ห่างออกไปเพียง 2 ป้ายรถเมย์แล้วเดินเข้าซอยมาอีกไม่กี่ร้อยเมตร...แบบนี้ค่อยสบายใจหน่อยจะได้อยู่ไม่ไกลกับน้านิตย์และน้านุชคนบ้านเดียวกัน
“สวัสดีค่ะหนูมาเริ่มงานใหม่ค่ะ”
“อ๋อ! จำได้แล้วคนที่มาเมื่อวานตอนเย็นๆใช่ไหม” รปภ.กุลีกุจอเปิดประตูรั้วให้
“ขอบคุณมากค่ะลุง”