ตอนที่ 5.4
เ้าของรอยสัก
ทางด้านห้องพักผู้ป่วย
“คิดว่าพวกมันเป็ใคร” หลังจากครอบครัวของเพลงขวัญออกไปแล้ว น้องชายคนกลางที่เหมือนจะไม่สนใจใยดีพี่ชายก็ถามขึ้น ศศิกรสังเกตใบหน้าศรัณย์ไม่ได้เครียดเท่าที่ควรจึงเดาว่าเขาน่าจะรู้อะไรมาบ้าง
“ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป็ใคร รอให้ออกไปได้ก่อนจะถามจากมันให้ได้” เขาหมายถึงคนร้ายที่บุกมาแทงเขาถึงโรงพยาบาล ตอนนี้ทุกคนเข้าใจว่ามันยังมีชีวิตอยู่
“เอามันไปไว้ที่ผับใช่มั้ย เดี๋ยวฉันจะให้คนไปเค้นมันเอง” ศศิกรอาสา
“ไม่คิดเลยนะว่านายจะใจดีกับพี่ชายขนาดนั้น” ปกติแล้วนอกจากเื่งาน สองพี่น้องก็แทบจะไม่พูดคุยกัน ศรัณย์จึงอดแปลกใจไม่ได้
“เพราะถ้ายังตามหาคนที่ฆ่านายไม่ได้ มันจะส่งผลเสียต่อบริษัท นายคงไม่รู้หรอกว่าข่าวลือที่นายถูกทำร้ายมันทำให้หุ้นเราตกไปแค่ไหน”
“ตกได้ก็ขึ้นได้ จะไปกลัวอะไร”
“นี่จะพูดเื่งานกันอีกนานมั้ยคะ จะไม่มีใครถามอาการรัณย์เลยสักคนเหรอ เขาเพิ่งถูกแทงมานะ” วดีทนไม่ได้ที่ทั้งคู่สนใจแต่งาน
“เป็ห่วงมันจังนะ มันไม่ใช่ผัวคุณแล้ว ลืมหรือไง”
“กร ให้เกียรติวดีด้วย” ศรัณย์ปราม
“ถ้าเขาทำตัวดี ผมจะให้เกียรติเขา แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เขาไม่เห็นแก่หน้าผม เขาก็จะไม่มีเกียรติอะไรสำหรับผม” ชายหนุ่มเตือนภรรยา เขารู้ดีว่าเธอไม่ได้อยากแต่งงานกับเขาเพราะหัวใจของเธอเป็ของคนอื่น แต่ก็ช่างปะไร ในเมื่อเขาไม่ได้อยากได้หัวใจ ขอแค่ตัวเธอวางตัวดีในฐานะภรรยาเขาก็พอ
“พอได้แล้วทั้งสามคน วินพากรกับวดีกลับบ้านไปเลย ยิ่งอยู่คนป่วยยิ่งอาการหนัก” ศวิตาทนเห็นพี่น้องทะเลาะกันเพราะผู้หญิงอีกต่อไปไม่ได้ เธอสั่งให้วินช่วยจับแยกออกไป
“กลับบ้านกันเถอะพี่กร พี่วดี ให้พี่รัณย์ได้พักผ่อน” วินดันหลังพี่ชายและพี่สะใภ้รองออกจากห้อง เขาเองก็กลัวจะเกิดมวยกลางโรงพยาบาลเหมือนกัน
“จะกลับกันแล้วเหรอคะ” เพลงขวัญกำลังจะเปิดประตูเข้าไปพอดีแต่เห็นคนทั้งสามพากันออกมาก่อน เซ้นต์บางอย่างบอกว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นในห้องแน่ ๆ
“ใช่ครับ นี่ก็ใกล้เย็นแล้วผมจะพาพี่ ๆ ไปทานข้าวนอกบ้าน” วินตอบพี่สะใภ้ใหญ่ เขานึกขึ้นได้ว่าศวิตาทำอาหารมาเผื่อสองสามีภรรยาจึงเอ่ย “ส่วนของพี่เพลงกับพี่รัณย์ไม่ต้องห่วงครับ พี่วิเธอขนอาหารมาเพียบเลยน่ากินทั้งนั้น”
“งั้นเหรอคะ ถ้าอย่างนั้นเดินทางกลับบ้านกันดี ๆ นะคะ”
“ครับพี่เพลง หายไว ๆ นะพี่รัณย์” ศราวินหันไปะโบอกพี่ชาย และยิ้มลาเพลงขวัญ จากนั้นก็รีบพาอีกคู่ไปหาอะไรกินดับความร้อนทันที
ทางด้านศวิตาเมื่อเห็นเพลงขวัญกลับมาแล้วก็ทำตัวปกติราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอชวนให้เพลงขวัญไปช่วยจัดสำรับอาหารของคนป่วยด้วยกัน ขณะที่ศรัณย์คุยธุระกับเด่นภูมิ
“ขนาดอยู่โรงพยาบาลก็ยังไม่เลิกสูบอีก” ศวิตาแอบบ่นเมื่อได้กลิ่นบุหรี่ลอยมาจากบริเวณเตียงคนป่วย เธอเข้าใจว่าเขาคงหงุดหงิดจากเื่เมื่อกี้
“อุ๊บ!”
“เป็อะไรหรือเปล่าเพลง” พอเห็นว่าเพลงขวัญทำท่าเหมือนพะอืดพะอมจึงถาม
“เปล่าค่ะ อุ๊บ! มะ...ไม่เป็ไรค่ะ” เพียงฝันพยายามตอบไป แม้ตอนนี้จะเหม็นบุหรี่จนอยากอ้วกอีกแล้ว เธอรอจังหวะที่ศวิตากำลังตั้งใจเทข้าวต้มใส่ชาม หันไปส่งสายตาอาฆาตรใส่คนบนเตียง
[หยุด-สูบ-เดี๋ยวนี้ จะ-อ้วก!] แอบบอกแบบไม่มีเสียง ซึ่งศรัณย์ก็ดูเหมือนจะเข้าใจเพราะเขารีบดับบุหรี่ทันที
[โทษที] ลืมไปเสียสนิทว่าเมียแพ้ท้องอยู่
“หือ? หยุดสูบแล้ว? ดีจัง” ศวิตาจมูกดีจึงรู้ว่ากลิ่นบุหรี่เริ่มซาลง ไม่ต้องหันไม่ดูก็รู้ว่าเขาคงดับมันไปแล้ว “เสร็จแล้ว ยกข้าวต้มไปให้ศรัณย์กันเถอะจ๊ะ”
ศวิตากับเพลงขวัญยกถาดอาหารสำหรับพวกเธอและสามีของศวิตามานั่งทานใกล้ ๆ ศรัณย์ แต่ละคนต่างก้มหน้าก้มตาทานอาหาร มีเพียงคนป่วยที่ดูจะพบปัญหาในการกิน
เคร้ง!
“ให้ผมช่วย...” ธรณ์ที่เฝ้าดูความเรียบร้อยอยู่ห่าง ๆ เห็นว่านายตักข้าวต้มเข้าปากอย่างอยากลำบากจึงอาสาช่วย เป็คณินเสียงเองที่รู้ทันนายรีบสะกิดให้เพื่อนเงียบปาก แล้วพยักพเยิดไปทางศวิตา
“เพลงป้อนข้าวรัณย์หน่อยเถอะ กินเองจะหกเลอะหมดแล้ว” พี่สาวคนโตรีบฉวยโอกาสกระชับสัมพันธ์
“ได้ค่ะ” เพลงขวัญจึงจำต้องลุกไปป้อนข้าวต้มให้คนป่วย แต่เพราะไม่เต็มใจจึงยัดข้าวต้มร้อน ๆ เข้าปากชายหนุ่มไปเต็มคำ
“อะ...โอ้ย ร้อน” ศรัณย์โวยทันที
“ร้อนเหรอ? เพลงเป่าข้าวให้รัณย์หน่อยสิ สงสัยมันจะร้อนไป” พี่สะใภ้กำกับ
“...ได้ค่ะ” กัดฟันตอบ แล้วหันมาพูดกับคนป่วยแบบไม่มีเสียง
[สำออย] โดนแทงที่ท้องทะลุถึงมือหรือไง ถึงกินข้าวเองไม่ได้
แต่ศวิตากลับเข้าใจว่าสองคนผัวเมียคุยกุกกิ๊กกันจึงยิ้มดีใจ “เห็นสองคนคอยดูแลกันแบบนี้พี่ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย ถือว่าการป่วยครั้งนี้ของศรัณย์ไม่แย่เท่าไหร่ เพราะมันช่วยทำให้คนที่ไม่ถูกกันหันมาปรับความเข้าใจกันมากขึ้น อีกหน่อยก็ คงรักกันและมีหลานให้พี่ได้สักคน”
“ดูคุณพูดเข้าสิ เมื่อก่อนสองคนนี้ก็ไม่ได้แย่ใส่กันเสียหน่อย” เตชัสเห็นว่าภรรยาพูดเว่อร์เกินไป ถึงทั้งคู่จะไม่แสดงออกว่ารักกัน แต่พวกเขาก็คงไม่เกลียดกันหรอกมั้ง
“ไม่แย่ก็เหมือนแย่นะพี่ชัส เมียอยู่บ้านหนึ่ง ผัวอยู่อีกบ้านหนึ่งจะไปดีได้ยังไง วัน ๆ ตารัณย์ก็ทำแต่งานไม่เคยสนใจเมียเลยสักนิด มีตอนนี้นี่ล่ะค่อยแยแสเมียขึ้นมาบ้าง สงสัยหัวกระแทกหินจนเปลี่ยนไปเป็คนละคนมั้ง” ศวิตาพูดติดตลกกับสามี
“พี่ก็พูดเว่อร์ไป ตอนนี้ผมก็เปลี่ยนไปแล้วไง ทำดีกับเมียบ้างไม่ดีเหรอ”
“...” เพียงฝันแอบเบ๊ะปาก ทำดีกับผีสิ! พอถูกเธอรู้ความลับก็สั่งลูกน้องเก็บเธอก่อนเลย เหอะ ๆ ผัวประเสริฐ!!
“ดีจ้ะดี ดูแลกันแบบนี้ดีที่สุดเลย” ศวิตายิ้มดีใจที่น้องเริ่มทำดีกับเมีย
นึกไปถึงเมื่อปีก่อน เธอยังจำได้ว่าเพลงขวัญกับศรัณย์ได้เจอกันครั้งแรกก็วันแต่งงานเลย ด้วยผลประโยชน์ตอบแทนของสองตระกูลทำให้สองคนนี้ต้องแต่งงานกันทั้งที่ไม่ได้รักกัน ชีวิตคู่ของพวกเขาจึงมีแต่ความห่างเหิน แม้ศรัณย์จะเป็คนเ้าชู้และรักสนุกกับผู้หญิงเกือบทุกคน แต่กับเพลงขวัญเขาไม่แม้แต่จะแยแส ศรัณย์แทบจะไม่กลับมาบ้าน เขาปล่อยให้เพลงขวัญอยู่คฤหาสน์หลังใหญ่คนเดียว ส่วนตนเองไปค้างที่อื่น น้อยครั้งนักจะเห็นหน้าเขากลับมาหาภรรยา แต่ดูจากตอนนี้เธอคงไม่ต้องห่วงแล้ว เื่ราวเลวร้ายจะทำให้พวกเขาเข้าใกล้กันและรักกันได้ในสักวัน
พี่สาวคนโตมองดูภรรยาป้อนข้าวให้แล้วแอบอมยิ้มเงียบ ๆ ดูจนสบายใจแล้วว่าทั้งคู่คงอยู่ด้วยกันได้ จึงขอตัวกลับบ้านกับสามี
“หน้าไปโดนอะไรมา” พอศวิตาและเตชัสกลับไปแล้ว ศรัณย์ก็ถามขึ้น
“...” เพียงฝันแอบลูบหน้าตัวเอง ไม่คิดว่าเขาจะเห็น เธออุตส่าห์ไปเติมรองพื้นปิดรอยตบแล้วเชียว
“ว่าไง ไปทะเลาะกับใครมา” เขาดึงแขนให้เธอเข้ามาใกล้ ๆ จับคางมนหันหน้ามาดูให้ชัด ๆ ” รอยตบ?”
“ไม่ต้องมายุ่ง” เพียงฝันปัดมือเขาออก “ไม่อยากเห็นหน้า เหม็นบุหรี่”
“หึ! โดนตบแล้วอย่ามาพาลใส่ผัวสิ” เขาบีบแก้มข้างที่ไม่มีรอยนิ้วมืออย่างหมั่นเขี้ยว” พ่อตบมาใช่มั้ย”
“คุณรู้?”
“อือ ให้ไอ้เด่นมันไปดูกล้องวงจรปิดมา” ที่สูบบุหรี่ก็เพราะหงุดหงิดที่คนของเขาโดนทำร้าย
อืม...พูดได้เต็มปากว่าคนของตัวเองก็ไม่ผิดหรอก ตอนนี้เธอเป็เมียและแม่ของลูก จะบึ้งตึงใส่กันให้มันได้อะไร ชีวิตเราจะมีความสุขได้ สถาบันครอบครัวต้องเหนียวแน่นก่อน
“สั่งเก็บมั้ย?”
“เก็บใคร นั่นพ่อฉันนะ” เพียงฝันแย้งให้แทนเ้าของร่าง
“คราวนี้เขาจะเอาอะไรอีกล่ะ เงิน? ที่ดิน? สัมปทาน?” ศรัณย์พอรู้มาบ้างว่าเพลงขวัญไม่ใช่ลูกรักของพงศ์ภัค และเขาส่งเธอมาแต่งงานกับตนเองก็เพื่อจะปลอกลอกผลประโยชน์จากพิภักด์ดาศร ด้วยเหตุนี้เองเมื่อก่อนเขาจึงไม่อยากอยู่ใกล้ชิดกับเพลงขวัญเพราะไม่อยากตกเป็คนโง่ในสายตาใคร
“ลูก...เขาจะเอาลูก” เพียงฝันยอมบอก
“หึ! พ่อคุณนี่มันแผนสูงจริง ๆ” เพียงแค่รู้สิ่งที่ฝั่งนั้น้าเขาก็เดาออกแล้วว่าพงศ์ภัค้าทุกอย่างของพิภักดิ์ดาศร บางทีเื่ะเิและเื่คนร้ายเมื่อคืน อาจเป็เขาที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ชายหนุ่มปัดสิ่งที่คิดในใจออกไป ตอนนี้เขาควรโฟกัสที่เมียและลูกก่อน “ช่างเถอะอย่าไปใส่ใจ มาทาแผลดีกว่า ผมทาให้"
ศรัณย์แบมือขอตลับยาจากคณิน มือขวาคนสนิทจึงรีบส่งยาที่เตรียมมาให้ ศรัณย์ค่อย ๆ ทายาลงไปที่แก้มซีกซ้ายของเพลงขวัญอย่างเบามือ ทางด้านหญิงสาวก็แอบเกร็งที่จู่ ๆ ชายหนุ่มก็มาทำดีกับเธอ
ทั้งที่ความจริงแล้วทุกครั้งที่เพลงขวัญถูกพ่อตี ก็เป็ศรัณย์เสมอที่หายามาให้ เขานะเป็คนประเภทปากร้าย แต่ใจดี
“ทายาให้แล้วก็เลิกเหม็นขี้หน้าผัวสักที ดูสิป้อนข้าวจนผัวลิ้นพองหมดแล้ว” บรรยากาศโรแมนติกกำลังดำเนินไปด้วยดีอยู่แล้ว หากศรัณย์ไม่แลบลิ้นโชว์รอยพองแดง ๆ ให้คนทำดู
“หยี้! คนบ้า! อย่ามาแลบลิ้นแบบนี้น่าเกลียด!” นึกว่าหล่อแล้วทำอะไรก็ได้หรือไง “แล้วมือน่ะปล่อยได้แล้ว มากอดทำไม อย่ามาทำเป็สนิทกันนะ” เพียงฝันสะบัดตัวออกห่างจากสองแขนอบอุ่น
“แล้วสนิทกันหน่อยไม่ได้หรือไง ลูกหนึ่งแล้วนะ”
“ไม่" ถ้าเป็เพลงขวัญอาจจะยอมญาติดีด้วย แต่กับเธอไม่มีทางเด็ดขาด! คนสนิทกันที่ไหนจะอยากจับเขาเข้าคุกทุกสิบนาที!
“คิดดี ๆ คิดใหม่”
“ไม่! ปล่อยเลยเหม็นบุหรี่" บอกว่าเหม็นบุหรี่ยังแกล้งเอาหน้ามาใกล้อีก มันน่านัก! “ปล่อยยยย”
“ไม่ปล่อย!” แถมกอดแน่นกว่าเดิม
โอ้ย!! ผีเข้าหรือไง อยู่ ๆ ก็มาวอแวเธอ ไหนพี่วิบอกว่าเขาไม่แยแสเมียไม่ใช่เหรอ เมื่อวานยังอยากจะยิงเมียทิ้งอยู่เลย ตอนนี้ทำไมกลายเป็แบบนี้ไปได้
“นายใหญ่แปลกไปหรือเปล่าว่ะ” ธรณ์ที่ยืนมองผัวไล่กอดเมียอยู่จากระยะไกลกระซิบถามเพื่อน
“เออ สงสัยจะผีเข้า อยากจีบเมียตัวเอง” เมื่อก่อนเห็นทำแค่คอยดูแลอยู่ห่าง ๆ มาตอนนี้คงไม่ห่างแล้วมั้ง
“สงสารนายหญิงดีมั้ยว่ะ คุณเพลงขวัญตัวนิดเดียวจะไปสู้ยังไงไหว” เมื่อก่อนตอนไม่แยแสเค้าก็คอยแกล้งอยู่บ่อย ๆ มาตอนนี้อยากจีบเค้าจะไปอีท่าไหนกันล่ะเนี่ย
“ไหวไม่ไหวก็ลูกหนึ่งกันไปแล้ว ปล่อยเค้าไปเถอะ” คณินว่า ขณะค่อย ๆ ก้าวถอยหลังเมื่อเห็นนายส่งสัญญาณไล่ คงจะอยากจู้จี้กับเมียลำพัง
“พวกเราควรออกไปใช่มั้ยว่ะ”
“แยกเขี้ยวใส่ขนาดนั้น มึงจะอยู่ทำซากอะไรล่ะ!” ว่าแล้วก็รีบพากันออกไปจากห้องทันที
กลางดึกคืนนั้น ขณะที่ทุกคนเข้าสู่นิทรากันหมดแล้ว มีชายหนึ่งคนเดินแยกจากกลุ่มออกมาหาที่เงียบ ๆ เพื่อโทรหาใครบางคน รอสายไม่นานคน ๆ นั้นก็รับ
[ว่าไง]
“ไหนบอกจะยัดคดียาไอซ์ให้อย่างเดียว แล้วที่มึงส่งคนของมึงมาฆ่ามันหมายความว่ายังไง!!”
[ใจเย็นก่อน...มึงมั่นใจว่าเป็คนของกูขนาดนี้แสดงว่าคงเห็นรอยสักบนตัวมันแล้วสิ]
“แผนตื้น ๆ แบบบนั้นมันจับไม่ได้ก็โง่แล้ว วันหลังจะทำอะไรก็ปรึกษากูก่อน!”
[เออ! ครั้งต่อไปกูจะปรึกษามึงก่อน] ปลายสายนึกฉุนที่อีกฝ่ายทำเหมือนอยู่เหนือกว่าเขา [แล้วที่มันจับคนของกูไปขังไว้ มึงช่วยเก็บมันให้กูด้วย อย่าให้มันมีชีวิตรอดมาสาวถึงเราได้]
“เื่นั้นไม่ต้องห่วง มันชิงกินยาพิษตายไปแล้ว ทั้งหมดเป็แผนลวงของศรัณย์ มันกำลังตามล่าเราอยู่”
[หึ! ถ้างั้นก็แล้วไป มึงเองก็ระวังรอยสักของมึงเอาไว้เหอะ!! ซ่อนให้มิดละกัน]
ปิ๊บ!
“แม่งเอ้ย!!” คนถูดตัดสายสถบด้วยความโมโห รู้สึกปวดแปลบที่บริเวณข้อเท้าซ้ายราวกับระแวง
ชายหนุ่มอัดบุหรี่เข้าปอดปรับอารมณ์ตึงเครียดให้สงบลงอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจเดินกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนร่วมงานคอยคุ้มกันนายใหญ่ตระกูลพิพักดิ์ดาศร
.......................................................................
วันนี้อาจจะปวดหัวหน่อยมีหลายปมให้แก้เกิ๊นนนน
แต่พระนางเราก็เริ่มหวาน ๆ กันหน่อยแล้วน้า