บทที่ 10
“ต้องขอโทษด้วยนะครับ วัตถุดิบวันนี้หมดแล้ว... เอาไว้ผมจะมาวันพรุ่งนี้ใหม่นะครับ” โอ๊ตกล่าวกับลูกค้ามากมากที่ยังยืนรอหน้าร้านแพนเค้กของเขา และอาจจะเรียกได้ว่ามหาศาลเลยก็ว่าได้“อะไรกัน!.. หมดแล้วเหรอเนี่ย ฉันยังไม่กินมันเลยสักชิ้นนะ ม้ายยย” หลายๆคนบ่นออกมาเป็นเสียงเดียวกัน พวกเขาเหล่านั้นต่างมองเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่สามารถสั่งมันมาทานได้ แน่นอนว่าคนพวกนั้นต่างก็รีบเดินออกไปจากจุดนี้หลังจากรู้ถึงรสชาติของมัน ราวกับหวงแพนเค้กแบบแปลกๆ ไม่มีทางเลยที่พวกคนที่ยังไม่ได้ลองจะเข้าใจถึงรสชาติสวรรค์ แม้ว่าคนที่ยังไม่ได้กินจะพยายามขอร้องซื้อต่อในราคาที่สูงกว่า แต่เหล่าคนที่มีแพนเค้กอยู่ในมือพวกเขาก็ไม่ยอมจะซื้อ-ขายมันเลยสักชิ้น ราวกับว่าแพนเค้กนี้เป็นสมบัติระดับชาติอย่างไรอย่างนั้น โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นเขาก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ และเริ่มเก็บของทันที“มาวันแรกก็โชคดีเลยหลานโอ๊ต..” ยายไก่ปิ้งเอ่ยทักกับโอ๊ต เธอรู้ว่ามันเป็นอะไร ร้านที่ถูกใจ 5 สาวนั้นก็มักจะเป็นอย่างนี้เสมอมา ครั้งหนึ่งยายคนนี้เองก็เคยพบเจอในชีวิตแล้ว แต่สำหรับโอ๊ตเขาไม่รู้อะไรเลย และคิดว่าตัวเองโชคดีจริงๆเหมือนกับที่ยายบอกนั่นแหละ“นั่นสิครับ.. จริงสิครับคุณยาย ผมเอาไก่ปิ้ง 3 ไม้กับข้าวสักห่อนะครับ” โอ๊ตตอบกลับ และเขาก็ไม่ลืมที่จะอุดหนุนแกตามสัญญา“ขอบใจมากนะหลาน.. เอาไว้พรุ่งนี้ก็มาช่วยอุดหนุนยายอีกนะ..” ยายแกกล่าวพร้อมกับหยิบตามที่โอ๊ตสั่งใส่ถุง โอ๊ตตอบกลับอย่างเป็นกันเอง และพวกเขาก็คุยกันนิดหน่อย ก่อนที่โอ๊ตจะเข็นรถเข็นกลับหอพักของตัวเอง พร้อมกับความคิดในใจที่คิดว่าวันนี้เขาโชคดีที่ขายหมด และอยากจะนับตังค์มันเลยซะตอนนี้“ขายแค่ไม่ถึงสองชั่วโมง.. พวกโรงเรียนลูกคุณหนูนี่ขายดีจริงๆนะ หรือว่าเราจะย้ายมาขายที่นี่เลยดีนะ” โอ๊ตเข็นไปคิดไป แต่เขาก็ยังตัดสินใจไม่ได้ บางทีการที่เขาขายดีในวันนี้ก็ไม่ได้แปลว่าจะขายดีในวันพรุ่งนี้ โอ๊ตเข็นรถของตัวเองจนมาถึงห้องพักที่เขาอาศัย และเขาก็ต้องแปลกใจ เพราะว่าลุงเกษมได้ยืนรอเขาอยู่หน้าห้อง“อ่าวว ตาโอ๊ตมาแล้วเหรอ.. นี่ๆ แพนเค้กของเอ็งขายดีมากเลยล่ะ.. ไอติมของลุงเองก็หมดด้วย” ลุงเกษมกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น วันนี้เป็นวันดีสำหรับเขา เขาจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าวันสุดท้ายที่ขายไอศกรีมหมดมันเป็นวันไหน จะไม่ให้เขารู้สึกตื่นเต้นได้อย่างไรล่ะ“จริงเหรอครับเนี่ย.. ว่าแต่ขายหมดเลยหรือเปล่าครับ..” โอ๊ตที่ได้ยินก็คิดตาม ขายดีไม่ได้แปลว่าขายหมดซะเมื่อไหร่ ลุงเกษมที่ได้ยินก็หัวเราะเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับ“แน่นอนสิ! แพนเค้กของเอ็งหมดก่อนไอติมของลุงอีก.. จะเป็นอะไรไหมถ้าลุงจะสั่งทำสัก 150 ชิ้นเลยน่ะ ส่วนนี่เงินค่าแพนเค้กของเอ็ง” ลุงเกษมกล่าวพร้อมกับยื่นแบงก์พันให้กับโอ๊ต เขามีแผนที่จะเพิ่มการผลิตไอศกรีมของเขาให้มากขึ้นกว่าเดิมอีกสักครึ่งเท่า จึงสั่งแพนเค้กเพิ่มอีก 50 ชิ้นต่อวัน“ขอบคุณมากครับลุง แต่ถ้าอย่างนี้ลุงก็ไม่ได้อะไรเลยน่ะสิครับ.. เอาอย่างนี้ดีไหมครับ ผมจะให้ลุง 20 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายทั้งหมดเป็นค่าฝากขายน่ะครับ” โอ๊ตกล่าว การที่เขาจะเอากำไรเต็มๆคนเดียว ทั้งๆที่ลุงแกเป็นคนเหนื่อยกับการขาย ถ้าไม่มีผลตอบแทนเลยมันคงจะดูไม่ดีสักเท่าไร“เอาตามที่เอ็งว่ามาก็ได้ จะได้ไม่ลำบากใจ.. แต่วันนี้เอ็งไม่ต้องให้ลุงนะ เอ็งเก็บเอาไว้ทำทุนเถอะ” ลุงเกษมรู้ดีว่าเด็กคนนี้คิดอะไรอยู่ ถ้าเขาปฏิเสธการรับเงินในส่วนนี้ มันจะทำให้เด็กน้อยคนนี้ลำบากใจมากกว่าเดิม และคิดว่าตัวเองเอาเปรียบเขาได้ ดังนั้นเขาจึงรับข้อเสนอไปแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก“จะดีเหรอครับลุงเกษม.. ผมคิดว่า..” โอ๊ตกล่าวยังไม่ทันจบ ลุงแกก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน“ดีแล้วล่ะ ลุงเองก็อยากขอบใจเอ็งเหมือนกัน เพราะแพนเค้กของเอ็งทำให้วันนี้ไอติมลุงขายหมด.. คิดว่ามันเป็นคำขอบคุณของลุงก็แล้วกัน” ลุงเกษมกล่าว พวกเขาคุยกันถึงลูกค้าที่เป็นลูกค้าของลุงแกอย่างสนุกสนานอยู่สักพัก ก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันกลับห้องพัก โอ๊ตมองไปยังเงินที่กองอยู่บนโต๊ะ มันเป็นเงินที่เขาค้าขายได้ทั้งหมดในวันนี้ และน้ำตาของเขาแทบจะไหลออกมา เพราะมันเป็นการค่าที่เขาได้กำไรมากที่สุดในชีวิตจริงๆ“มาเริ่มนับเงินกันดีกว่า..” โอ๊ตเริ่มนับเงินของตัวเองอย่างมีความสุข ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และเขาก็ต้องอึ้งตกใจอีกครั้งเพราะเงินที่ค้าขายได้ในวันนี้มันมีมากถึง 5,820 บาท“5,820 บาท ค่าวัตถุดิบ 1,080 บาท ค่าจิปาถะจำพวกกระดาษห่อ ไม้เสียบ แก๊ส ตีสักวันละ 100 บาท ก็เป็น 5,820-1,080-100 เท่ากับ 4,640 บาท.. พระเจ้า! บ้าไปแล้ว เราได้กำไร 4 พันกว่าบาท.. ถ้าขายทุกวันเท่านี้ ก็ราวๆแสนต้นๆ นี่ฉันจะมีเงินเดือนเป็นแสนเลยเหรอเนี่ย..”โอ๊ตจดการคำนวณลงกระดาษของตัวเองอย่างตกใจ เขาฝันถึงกำไรต่อเดือนที่จะได้รับเงินมา ทั้งๆที่เขาขายมันเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น ในหัวใจเริ่มมีไฟที่ทำงานนี้มากขึ้นไปอีก แต่จู่ๆเขาเหมือนนึกขึ้นมาได้ว่าการค้ามันก็มีทั้งขึ้น และลง บางทีเขาอาจจะดีใจจนเกินไปหน่อย ถ้าหวังเอาไว้มาก ตอนผิดหวังมันก็จะยิ่งเจ็บมากกว่าการตั้งความหวังเอาไว้แบบน้อยๆ“อื้มมม เราใช้วัตถุดิบ 2 ชุดในการทำแป้งแพนเค้ก ลุงเกษมเองก็สั่งเพิ่มอีก 50 ชิ้นต่อวัน ถ้าเราจะเพิ่มกำลังซื้อเป็นวันละ 3 ชุดก็ไม่น่าจะเป็นอะไร.. แล้วถ้ามันเหลือล่ะ ... มันก็ใช้ขายได้สองวันนี่นา ต้องปรับตามหน้างานล่ะนะ” โอ๊ตกล่าวกับตัวเอง ถ้า 3 ชุดมันขายไม่หมด เขาก็แค่เก็บส่วนที่เหลือเอาไว้ขายในวันถัดไป แล้วก็ซื้อวัตถุดิบอีกวันเหลือแค่เพียงสองชุดก็น่าจะพอไหว“โอเค ตกลงเอาตามนี้แหละ จะว่าไปแล้วรีบไปร้านเจ๊หมึกดีกว่า..” เมื่อโอ๊ตตัดสินใจได้ดังนั้น เขาก็รีบมุ่งหน้าไปที่ร้านของเจ๊หมึกในทันที แน่นอนว่าเจ๊แกก็แปลกใจไม่น้อยเลยที่โอ๊ตสั่งมันมากกว่าปกติ และแถมยังกลับมาภายในวันเดียว จากปกติเขาจะวันเว้นวัน โอ๊ตให้เหตุผลว่าเขากำลังลองทดสอบสูตรใหม่อยู่ เจ๊หมึกแกก็ไม่ได้ติดใจอะไร ดีเสียอีกเธอจะได้ขายของมากขึ้น หลังจากกลับมาที่ห้องพัก เขาก็เริ่มลงมือทำแป้งแพนเค้กของเขาสำหรับเอาไว้ขายพรุ่งนี้ในทันที มันใช้เวลาไม่นานเท่าไร ในใจคิดถึงเหตุการณ์ที่พลิกผันชีวิตของตัวเอง ที่มันกลายเป็นอย่างนี้ได้ เขาจะต้องขอบคุณระบบกาชาปริศนานั่น และก็อดตื่นเต้นไม่ได้ว่าวันพรุ่งนี้เขาจะได้อาชีพอะไรในตอนเช้า“จริงสิ! เราจะจัดการยังไงกับรถยนต์เจ้าปัญหานั้นดีล่ะ..” มีอย่างหนึ่งที่มันค้างคาใจเขามาตลอด มันคือรถเบนซ์คันหรู ถ้าเขายังอ้างเหตุผลเหมือนกับที่เอ่ยกับป้าเพ็ญ สักวันความลับมันคงจะแตกว่ารถคันนี้มันเป็นของเขา ดังนั้นต้องรีบหาวิธีจัดการ“ขายไปเลยจะดีกว่าไหมนะ..” โอ๊ตคิด แต่เขาก็ต้องยกเลิกความคิดนั้นในทันที เพราะเขาอยากจะคืนมันให้กับเจ้าของแบบที่เจ้าของเขาให้มา แบบไหนแบบนั้นเลย แต่มันก็ลำบากกับการจัดการไม่น้อย แต่ในระหว่างที่กำลังใช้ความคิดอยู่นั้นเอง เขาก็ต้องตกใจกับยอดเงินในบัญชีที่เด้งเข้ามาแจ้งเตือนที่โทรศัพท์ ‘ฝากเงิน/เงินเข้า.. 6,829,274.36 จาก MKBANK/x456xxx เข้า x846xxx เวลา 20.01 น.’ “เงินนี่มันมาจากไหนกันล่ะเนี่ย เข้ามาตั้งหกล้านกว่าบาท..” โอ๊ตอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ แต่แล้วความสงสัยทั้งหมดของเขาก็ต้องหายไป เมื่อมีอีเมลปริศนาแจ้งเตือนเข้ามาด้วยเช่นกัน“หืออ.. ดราก้อน999.. อย่าบอกนะว่ามันถูกโอนมาจากคาสิโนน่ะ.. ฉิบหายแล้วไง ถ้าพวกกรมนู้นกรมนี้เข้ามายุ่งวุ่นวายแล้วล่ะก็..” โอ๊ตเพียงแค่อ่านหัวข้ออีเมลเข้าก็รู้ได้ทันทีเลยว่ามันเป็นรายได้ที่ได้มาจากคาสิโนที่มาเก๊า นับว่ามันเป็นอะไรที่เลวมาก เขานึกถึงภาพของตัวเองกำลังนอนกินข้าวแดงในคุกแล้วในตอนนี้“เอาไงดี เอาไงดีเนี่ยยย..” โอ๊ตเดินไปเดินมาพร้อมกับใช้ความคิด ถ้าเป็นคนปกติคนอื่นเขาคงจะใช้เงินนี้อย่างสบายใจ แต่มันไม่สำหรับโอ๊ตที่มีปณิธานที่แน่วแน่ว่าจะนำทุกอย่างไปคืนให้กับตาแก่นั่น เขาจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว“ถ้าเราเปิดบัญชีเพิ่ม แล้วใช้อีกบัญชีหนึ่งแทนจะดีกว่าไหมนะ.. ไม่สิ! ถึงยังไงบัญชีนั้นก็ยังเป็นชื่อของเราอยู่..อ๊ากกก คิดไม่ออกแล้วโว๊ยยย เอาไงดีวะเนี่ย” โอ๊ตคิดจนแทบหัวจะระเบิด เรื่องรถยนต์ก็เรื่องหนึ่งแล้ว ยังจะมีเรื่องเงินจำนวนมากนี้มาอีก เมื่อคิดไม่ออกดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะอาบน้ำนอนไปก่อนด้วยความเครียด และหวังลึกๆว่าทั้งหมดมันจะเป็นความฝันที่เป็นเพียงแค่ฝันร้ายเท่านั้น ..เช้าวันใหม่ที่แสนจะสดใส..“เหมือนไม่ได้นอนเลยแฮะ” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับรู้สึกว่าตัวเองเพลียๆ แม้ว่าจะพยายามคิดว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นเพียงแค่ความฝันก็ตาม แต่ทุกอย่างมันก็ยังเป็นความจริงเหมือนเดิม แต่ความเพลียนั้นก็ถูกย้อมใจโดยระบบที่อยู่ตรงหน้า และเขาสามารถสุ่มมันได้หนึ่งครั้ง“รออะไรล่ะ สุ่มกาชากันเลยเถอะ....” โอ๊ตเลื่อนมือไปแตะที่การสุ่มในทันที พร้อมกับลุ้นไปด้วยว่าเขาจะได้อะไร ไม่นานนักวงล้อกาชาก็เริ่มหมุนช้าลง และมันทำให้โอ๊ตแทบจะหัวใจวาย เพราะว่า...“สีขาว.. อาชีพพิเศษสีขาวล่ะ....”