คำพูดของซูฮุ่ยิทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ามีสีหน้าไม่พอใจในทันทีแต่เมื่อนางได้เห็นว่าสายตาของลูกชายมีความตึงเครียดมากกว่าปกติ อีกทั้งยังมีรุ่ยอ๋องคอยยืนกดดันอยู่ตรงนี้ทำให้นางจำต้องยอมรับแล้วเอ่ยกับลูกชายด้วยน้ำเสียงเ็า
“เช่นนั้นพวกเราก็ไปพูดคุยกันที่เรือนของข้าก็แล้วกัน”เมื่อเอ่ยจบฮูหยินผู้เฒ่าก็ขยับกายลุกขึ้นภายใต้การช่วยประคับประคองของซูเหม่ยเหยาเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันของรุ่ยอ๋องนางจึงได้ย่อกายคารวะพลางเอ่ยปากขออภัยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“ต้องขออภัยท่านอ๋องด้วยเพคะที่คนในจวนของหม่อมฉันสร้างความเดือดร้อนให้” เมื่อเอ่ยจบนางก็หันไปมองทางผู้คนภายในจวนและญาติสนิทของสกุลซูที่ตั้งใจมามุงดูเื่สนุกอยู่จนเต็มเรือนของซูเหม่ยถิงแล้วเอ่ยกับคนเ่าั้ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“พวกเ้ากลับไปทำหน้าที่ของตนเองได้แล้วส่วนเ้าจงออกไปรับรองแเื่ให้ดีอย่าให้พวกเขารู้สึกผิดสังเกตที่สามีของเ้ากลับเข้ามาในเขตเรือนชั้นในเช่นนี้”คำพูดประโยคหลังฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยกับเวินหานเซียงด้วยน้ำเสียงโกรธ เกรี้ยวเวินหานเซียงจึงรีบรับคำแล้วเดินจากไปในทันที
“ข้าขอพูดคุยกับคุณหนูใหญ่ได้หรือไม่ขอเป็บริเวณกลางสวนทางด้านนั้นก็แล้วกันมีความเป็ส่วนตัวและอยู่ภายใต้สายตาของผู้คนข้าจะได้ไม่ถูกกล่าวหาว่าลักลอบเข้ามาโอบกอดสตรีในเรือนหลังของผู้อื่นอีก” เมื่อรุ่ยอ๋องเอ่ยเช่นนี้ซูเหม่ยเหยาก็ผงะไปทางด้านหลังในทันทีแต่เมื่อเห็นว่าตนเองยังมีฮูหยินผู้เฒ่าเป็ที่พึ่งอยู่จึงได้ทำการคารวะอำลาตามธรรมเนียมแล้วรีบเดินติดตามฮูหยินผู้เฒ่าออกไปในทันที
“ทำตามที่ท่านอ๋องเห็นสมควรเลยพ่ะย่ะค่ะส่วนเื่ที่ท่านอ๋องพูดคุยกับกระหม่อมเอาไว้ขอกระหม่อมปรึกษากับท่านแม่ของกระหม่อมก่อน”เมื่อซูฮุ่ยิเอ่ยเช่นนี้รุ่ยอ๋องก็พยักหน้าเขาจึงได้ส่งสัญญาณให้ซูเหม่ยถิงเดินตามเขาไปบริเวณสวนด้านนอก
“ท่านอ๋องไปพูดคุยสิ่งใดกับท่านพ่อของหม่อมฉันกันแน่เพคะ”ซูเหม่ยถิงเอ่ยถามออกมาเสียงเบาเมื่อคิดว่าอยู่ห่างจากผู้อื่นพอสมควรแล้ว
“ข้าก็แค่บอกกับพ่อของเ้าไปตามตรงว่าเ้ากับข้าถูกคนในจวนวางยาและยามนี้เ้าก็เป็คนของข้าไปแล้ว”เมื่อเขาพูดเช่นนี้ซูเหม่ยถิงก็ทำสีหน้าไม่ชอบใจในการจัดการของเขาในทันที
“ทำไม!หรือเ้ากำลังคิดว่าขอแค่ผู้อื่นไม่รู้ว่าพวกเรามีอะไรกันแล้วเ้าก็จะสามารถใช้ฐานะคุณหนูใหญ่ของเ้าแต่งเข้าตำหนักบูรพาได้หรือ” เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้ซูเหม่ยถิงก็ส่ายหน้า
“ไม่ใช่เช่นนั้นเพคะหม่อมฉันแค่ไม่อยากทำให้พวกคนชั่วเ่าั้รู้ว่าตนเองสามารถทำลายหม่อมฉันได้สำเร็จต่างหากเพคะ”เมื่อซูเหม่ยถิงเอ่ยเช่นนี้รุ่ยอ๋องก็ส่ายหน้า
“เ้าช่างไร้เดียงสาเสียจริงแค่พวกเขายืนยันว่าจะตรวจพรหมจรรย์ของเ้าก่อนที่จะเสนอชื่อและยื่นเทียบชะตาชีวิตของเ้าก็ถือว่าย่อยยับอับปางแล้วมิสู้ยอมรับไปตามความเป็จริงแล้วจัดการคนที่ลงมือวางยาพวกเราในภายหลังจะไม่เป็การดีกว่าหรือ”คำพูดประโยคนี้ของรุ่ยอ๋องทำให้ซูเหม่ยถิงส่ายหน้า
“ท่านอ๋องทรงยังไม่เข้าใจผู้มีอำนาจสูงสุดในเรือนหลังของจวนสกุลซูแห่งนี้ก็คือฮูหยินผู้เฒ่าหากไม่มีนางคอยให้ท้ายเวินหานเซียงหรือจะกล้าลงมือเช่นนี้ยามนี้ต่อให้ฮูหยินผู้เฒ่ารู้ว่านางและคนสกุลเวินเป็ผู้ลงมือก็คงจะลงโทษเวินหานเซียงผู้นั้นแค่พอหอมปากหอมคอเพียงเท่านั้น”คำพูดของซูเหม่ยถิงทำให้รุ่ยอ๋องหัวเราะออกมาเบาๆ
“เ้าจะกลัวอันใดวันหน้าค่อยลงมือก็ยังไม่สายแม้ว่าวันหน้าเ้าจะไม่ได้เป็ไท่จื่อเฟยแต่การได้เป็พระชายาของท่านอ๋องเช่นข้าผู้อื่นก็ยากจะรังแกเ้าได้ส่วนตำแหน่งไท่จื่อเฟยนั้นในเมื่อเ้าไม่ได้ก็จงอย่าปล่อยให้คนที่ทำร้ายเ้าได้ไปก็เท่านั้น”คำพูดของรุ่ยอ๋องทำให้ซูเหม่ยถิงจ้องมองเขาด้วยสายตาจับผิดในทันที
“เหตุใดหม่อมฉันจึงได้รู้สึกว่าท่านอ๋องกำลังรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นเคราะห์ร้ายของผู้อื่นกันเล่าเพคะ”คำพูดของซูเหม่ยถิงทำให้เขาเลิกคิ้วขึ้นแล้วถามนางด้วยน้ำเสียงยียวน
“เหตุใดเ้าจึงไม่คิดบ้างเล่าว่าข้าอาจจะกำลังลุ่มหลงเ้าอยู่จนถึงขั้นช่วยเหลือเ้าด้วยการมอบตำแหน่งพระชายาให้อีกทั้งยังคิดจะช่วยเ้าก่อความวุ่นวาย ไม่ใช่สิ!กำลังจะช่วยเ้าแก้แค้นคนที่วางแผนทำลายเ้าเ่าั้ต่างหาก” คำพูดของเขาทำให้ซูเหม่ยถิงเลิกคิ้วขึ้น
ความบาดหมางระหว่างองค์ชายใหญ่และองค์ชายรองเป็ที่พูดถึงกันอย่างแพร่หลายคนหนึ่งคือองค์ชายใหญ่ที่ถือกำเนิดจากจางกุ้ยเฟยที่ฝ่าาทรงโปรดปรานส่วนอีกคนคือองค์ชายรองที่ถือกำเนิดจากหยางฮองเฮาผู้เป็ใหญ่ในวังหลังแม้ว่ายามนี้จะมีการแต่งตั้งตำแหน่งไท่จื่ออย่างเป็ทางการแล้วแต่ฐานะขององค์ไท่จื่อเซียวหยวนก็ยังไม่มั่นคงอยู่ดีถึงอย่างไรองค์ชายที่ถือกำเนิดจากองค์ฮองเฮาก็มีความชอบธรรมในการได้รับการแต่งตั้งให้เป็องค์ไท่จื่อมากกว่าแม้ว่าองค์ฮองเฮาจะยืนยันว่าทรงยินยอมรับการตัดสินพระทัยของเซียวหลิงฮ่องเต้แล้วแต่บรรดาขุนนางที่อยู่ใต้อาณัติของสกุลหยางก็ต่างพร้อมใจกันสนับสนุนรุ่ยอ๋องผู้นี้อยู่ดี คนผู้นี้กำลังคิดจะใช้นางเป็เครื่องมือสร้างความวุ่นวายให้องค์ไท่จื่อแต่นางกลับรู้สึกยินดีที่จะให้เขาใช้เป็เครื่องมือ
‘หึหึถึงอย่างไรการได้เป็พระสุณิสาขององค์ฮองเฮาก็ไม่ได้ถือว่าต่ำต้อยกว่าไท่จื่อเฟยเท่าใดนักตำแหน่งอาจจะต่ำกว่าก็จริงแต่สถานะในวังอาจจะดีมากกว่ายามนี้ขอเพียงองค์ฮองเฮารู้ว่าพระโอรสมีสตรีที่พึงใจต่อให้นางเป็แค่ชาวบ้านธรรมดาพระนางก็สามารถหาตำแหน่งที่คู่ควรจนสามารถแต่งเข้าราชวงศ์ได้อยู่ดี’
“ขอบพระทัยรุ่ยอ๋องมากเพคะที่ทรงลุ่มหลงในตัวของหม่อมฉัน ฐานะที่ท่านอ๋องทรงประทานให้หม่อมฉันวันหน้าหม่อมฉันจะใช้มันให้เกิดประโยชน์มากที่สุดเพคะ” เมื่อซูเหม่ยถิงเอ่ยเช่นนี้รุ่ยอ๋องก็พยักหน้า
“เื่สาวใช้ของเ้าข้าคงจะช่วยเ้าไม่ได้แล้วแต่เมื่อกลับจวนอ๋องเมื่อไหร่ข้าจะส่งคนของข้ามาให้เ้าคอยใช้สอย อย่างน้อยก็น่าจะช่วยเหลือเ้าเื่การหลีกเลี่ยงการถูกลอบทำร้ายและถูกลักลอบวางยาได้”เมื่อเขาพูดเช่นนี้ซูเหม่ยถิงก็ทำการคารวะขอบคุณอย่างเต็มพิธีการในทันที
“ขอบพระทัยท่านอ๋องมากเพคะ”เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้เขาก็พยักหน้าแล้วเดินจากไปทิ้งให้ซูเหม่ยถิงยืนจ้องมองเงาหลังของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในเมื่อนางได้ถือกำเนิดใหม่ในร่างนี้นางก็ตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตให้ดีส่วนคนร้ายที่ทำลายชีวิตน้อยๆ ของเ้าของร่างนี้นางจะเป็คนทวงคืนความเป็ธรรมและลงมือล้างแค้นให้แก่เ้าของร่างตัวจริงที่จากไปให้ได้