ตอน 6 ปมขัดซ่อนเงื่อน
"เสด็จพี่ รอเยว่ชางด้วย"อวี๋เยว่ชางที่ไม่มีใครให้ความสนใจ รีบเดินต้อยๆตามเข้าไปในตำหนักหลวง
"สะ สะ เสด็จพี่ นั่นแท่นบรรทมัของท่านแม้แต่ข้ายังไม่มีสิทธิ์ขึ้นประทับ แล้วนางเป็ผู้ใดกันถึงได้มีอำนาจบาตรใหญ่เพียงนั้น" องค์หญิงอย่างนางเริ่มฟึดฟัดไม่พอใจ
"อวี๋เยว่ชาง... เ้าไม่เห็นหรืออย่างไรว่านางาเ็สาหัส เป็ถึงองค์หญิง เหตุใดแล้งน้ำใจนักาาอย่างข้ามิได้ยึดติดบัลลังก์ตั่งทอง ขอเพียงช่วยเหลือผู้อื่นข้ายินดีทั้งนั้น"ลู่เปียนตำหนิอวี๋เยว่ชางต่อหน้าโม่เติ้งถู
"เสด็จพี่ ท่านกล้าตำหนิข้าต่อหน้าผู้อื่นแล้วอย่างนี้ข้าจะสู้หน้าพบผู้ใดได้" อวี๋เยว่ชางมีท่าทีไม่พอใจเริ่มสร้างความรำคาญให้แก่หมอหลวง
"ต้าเชียง พานางกลับตำหนัก หากนางยังดึงดันข้าอนุญาตให้เ้าแบกนางกลับไป" ลู่เปียนสั่งต้าเชียงให้จัดการนางให้สงบซะ
"ขอรับฝ่าา"
"ปล่อยนะ ปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้"ราชองครักษ์ร่างกำยำอย่างต้าเชียงจำต้องโอบอุ้มองค์หญิงอย่างนางขึ้นพาดบ่าแบกกลับส่งเข้าตำหนักสุดแสนน่าอับอาย
"องค์หญิงขอรับ หากท่านยังไม่ลดเสียงให้เบาลง มีแต่จะทำให้ท่านเสื่อมเสียมากขึ้นไปอีก"ต้าเชียงกล่าวตักเตือนองค์หญิงด้วยความใจเย็น
กระทั่งไปถึงกลางทาง นางเริ่มมีท่าทีสงบลง ต้าเชียงผู้ร่างกำยำจึงค่อยยอมปล่อยนางลงเดินเหินเองแต่โดยดี
"ตำหนักของข้าอยู่ไม่ไกลไม่จำเป็ต้องให้เ้ามาใช้กำลังแบกหาม ราชองครักษ์ต่ำต้อยเช่นเ้านับเป็บารมีใหญ่ที่ได้โอบอุ้มกายข้า" อวี๋เยว่ชางเดินจากไปอย่างไม่ไยดี
"เอ๊อะ!! ต้าเชียง ตามข้ามาทำไมอีก"แม้จะเดินห่างไปไกล ดูเหมือนจะทิ้งระยะ ต้าเชียงก็ยังคงติดตามนางไป
"ทูลองค์หญิงขอรับ คำสั่งของฝ่าาต้าเชียงไม่อาจขัดได้ องค์หญิงโปรดอภัย" ต้าเชียงคุกเข่าลงข้างหลังนาง
"หากอยากตามก็ตามมาเถอะ ไอ้คนต้อยต่ำ " อวี๋เยว่ชางองค์หญิงร้ายๆผู้เอาแต่ใจเอาแต่พ่นคำหยาบคายด่าทอต้าเชียงตลอดทาง
แม้กระทั่งถึงตำหนักของนางแล้ว จะบรรทมหลับต้าเชียงก็ยังคงยืนมองที่ปลายเตียง
"เฮ๊ะ.... ต้าเชียง นี่เ้าบ้าไปแล้วหรืออย่างไรยืนมองขนาดนั้น ข้าจะหลับลงหรือ" อวี๋เยว่ชางเริ่มหงุดหงิด
"ถ้าจะตามติดเป็เงาขนาดนั้นมิสู้ลงมานอนให้ข้ากอดเป็หนุนนอนเถอะ" อวี๋เยว่ชางพูดจบลุกขึ้นกระชากแขนต้าเชียงลงนอนบนเตียงใหญ่ กอดรัดแน่นไม่ให้ดิ้น
"อะ อะ องค์หญิงขอรับ เื่นี้ไม่ดีไม่งามไม่ถูกไม่ควรนัก" ต้าเชียงตัวสั่น ใจเต้นรัวแรง แทบไม่เป็ตัวของตัวเองเหงื่อไหลหยดเป็เม็ดๆ วิ่งพรวดออกมาจากตำหนักของอวี๋เยว่ชาง
หลบแจ้นไปยังตำหนักใหญ่
"ฝ่าาขอรับ องค์หญิงบรรทมเป็ที่เรียบร้อยต้าเชียงต้องขอตัวกลับไปรักษาการ ตามเดิมได้หรือไม่ ภาระหน้าที่ที่ว่าให้เฝ้าดูแลองค์หญิงคงไม่เหมาะกับข้าสักเท่าไหร่"ต้าเชียงคุกเข่ารายงานไปพร้อมมีสีหน้าที่ผิดปกติ
"ต้าเชียง เกิดอะไรขึ้นกับเ้านางทำอะไรให้เ้าลำบากใจหรือ ถึงได้ไม่เป็ตัวของตัวเอง"ลู่เปียนจับสังเกตราชองครักษ์ของตัวเอง กล่าวซักถามด้วยความเป็ห่วง
แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความเงียบงัน
"เอาเถอะ ในเมื่อเ้ามีความลำบากใจที่จะพูดข้าก็จะไม่ขอซักถาม"
"ขอบพระทัยฝ่าา"
"อวี๋เยว่ชาง น้องหญิงของข้า นิสัยนางร้ายกาจเอาแต่ใจ เกินเยียวยา แม้แต่ตัวข้าเอง ก็แสนเข็ญที่จะหาวิธีมากำราบนาง ั้แ่ขึ้นเป็ใหญ่เื่ราวมากมายรอให้แก้ปัญหา บ้านเมืองต้องมาก่อน"
"ต้าเชียงพักนี้ต้องลำบากเ้าคอยตามติดนางแล้ว"ฝ่าากล่าวรับสั่งเหมือนขอความเห็นใจจากต้าเชียงอยู่เนืองๆ
ณ ตำหนักขององค์หญิงอวี๋เยว่ชาง
"ฮะฮะ ฮ่าาาาา เ้าคนต่ำต้อย ไม่ว่าด่าทอสารพัดเ้าทนได้เพียงข้าใช้วิธีนี้ ทำเอาเ้ากลัวจนตัวสั่น" อวี๋เยว่ชางพึมพำออกมาพลางเดินไปเป่าตะเกียงให้ดับลง พร้อมเอนกายลงบนเตียงใหญ่หลับใหลไปตามเวลา
ณ จวนสกุลหรง
"ท่านพ่อ !! ท่านพ่อ!!! ปล่อยข้า " เสียงะโเรียกของหรงสือเซียวดังจากคุกหลังจวน
"หรงสือเซียว เ้านี่ช่างดื้อรั้นไร้ประโยชน์เสียจริงหากเ้าเชื่อฟังข้าได้ครึ่งหนึ่งของพี่ใหญ่ทั้งสองของเ้า คงดีไม่น้อย"
ตาเฒ่าหรงตือโส่วยังคงอยู่ ยืนมือไคว้หลังเดินไปมาสั่งสอนบุตรชายที่ดื้อรั้นอยู่หน้าคุก
"นายท่านขอรับ จวนสกุลหลิวที่ท่านให้ไปจัดการถูกกวาดล้างเรียบร้อยแล้ว"กลุ่มคนนิรนามที่ตาเฒ่าหรงตือโส่วเก็บมาชุบเลี้ยงไว้ใช้งาน กล่าวรายงานความสำเร็จ
"ไม่นะท่านพ่อ ไม่นะ!!! เหตุใดท่านโเี้ปานนี้"
"หุบปากของเ้าซะ กล้าดียังไงมาตำหนิข้าหากไม่ใช่เพราะข้าคอยวางแผนกวาดล้างสกุลใหญ่ มีหรือที่สกุลหรงของเราจะมั่งคั่ง อำนาจล้นมือได้ขนาดนี้"ผู้เป็พ่อเริ่มมีโทสะมาก เฝ้าสั่งสอนไอ้ลูกคนที่เขาคิดว่าไม่รักดี
"เช่นนั้น หลิวจิ่นเฟยนาง... นางก็คงโดนท่านสังหาร" สือเซียวพูดด้วยน้ำเสียงละห้อย แขนขาอ่อนแรง
"แน่นอนว่าทุกคนในจวนโดนกวาดล้างข้าบอกเ้าั้แ่ 18 ปีก่อนแล้วว่า ยังไงซะเ้ากับนางก็ไม่มีวันสมหวัง "
"ในเมื่อแผนการสังหารคนสกุลหลิวสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีก็จงปล่อยหมาบ้าอย่างคุณชายสามของพวกเ้าออกมาเถอะ " ตาเฒ่าหรงตือโส่วเดินหันหลังให้คุณชายสามอย่างสือเซียวเอื้อนปากมุบมิบสั่งให้บ่าวเปิดประตูคุก
ทันทีที่เขาได้รับการปลดปล่อย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวลุกลี้ลุกลนจะไปหานางอันเป็ที่รักให้ได้ ในใจหวังว่าจะช่วยเหลือนางไว้ทันเวลา
"หรงสือเซียว!!!หากเ้ากล้าขัดคำสั่งของข้าแม้แต่ก้าวเดียว เ้าจะต้องกลับมารับโทษโบย ตามกฎจวน 20ไม้" ตาเฒ่าหรงตือโส่วโกรธจนตัวสั่น
"ท่านพ่อ ไม่ว่าท่านจะกีดกันข้ากับนาง มานานถึง 18ปี สือเซียวไม่ขอโกรธเคือง ดังนั้นครั้งนี้ปล่อยให้ข้าได้พบนางสักครั้งเถอะ" สือเซียวพูดไป พลางปาดน้ำตา
"เพื่อนางแล้ว ต่อให้ท่านโบยข้าจนตายข้าก็ยินยอมสิ้นลมไปพร้อมกับนาง ครองรักกันในปรโลก"สือเซียวพูดทิ้งทวนไว้ก่อนออกจากจวนไป
ณ จวนสกุลหลิว
"หลิวจิ่นเฟย !!! หลิวจิ่นเฟย!! ข้ามาช่วยเ้า..." สือเซียวะโเรียกนางด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ใครจะรู้ว่า หลิวเว่ยเหนียง คุณหนูรองสกุลหลาน น้องสาวของหลิวจิ่นเฟยจะยังรอดชีวิตนอนหายใจรวยรินจมกองเื แม้แต่เปล่งเสียงออกมายังทำไม่ได้
เมื่อได้ยินเสียงคน เพื่อขอความช่วยเหลือแล้วนางทำได้เพียงแค่ยกมือเล็กๆชูขึ้น แต่ทว่าหรงสือเซียวดันเข้าใจผิดคิดไปเองว่านั่นคือหลิวจิ่นเฟยที่ตนตามหา และนางกำลังขานรับเสียงเรียกด้วยการยกมือ
หรงสือเซียวไม่รอช้า รีบเข้าช่วยเหลือนาง พลิกร่างนางขึ้นอย่างเบามือแต่เขาเองกลับต้องผงะเมื่อพบว่าใบหน้าของนางโดนคมดาบบั่นเละซะจนแยกไม่ออกว่านางคือหลิวเว่ยเหนียง(คุณหนูรองสกุลหลิว)มิใช่หลิวจิ่นเฟย ตามที่เขาเข้าใจ
หรงสือเซียวผู้คลั่งรัก เกิดความเวทนา และปวดใจเป็สุดกอดร่างของนางแน่น น้ำตาไหลนองเป็สาย เสียงสะอื้นเหือดสะบั้นเหมือนคนจวนจะขาดใจ
"ข้าขอโทษที่มาช้า ข้าผิดเอง ผิดที่ข้าเอาล่ะเด็กดี กลับไปกับข้า ไม่ว่าเ้าจะเป็อย่างไรข้าจะดูแลเ้าไปชั่วชีวิต" หรงสือเซียวผู้คลั่งรักพานางกลับจวนทำการรักษาได้ทันเวลา
หลังจากที่พานางกลับถึงจวน มันช่างขัดใจผู้เป็พ่อยิ่งนัก แต่ทว่าสภาพของนางไม่ต่างจากผีอยู่ก็เหมือนตาย มันยิ่งทำให้ตาเฒ่าหรงตือโส่วสะใจจึงยอมให้นางรั้งอยู่เป็เบี้ยในเรือน
ส่วนคุณชายสามอย่างหรงสือเซียวก็ต้องรับบทลงโทษ เป็การโบยไม้หวายกว่า20 ไม้ เขาเองกระอักเืเป็ลิ้มๆได้เพื่อนาง