เจนเนตรซื้อคอนโดติดกับคอนโดของเพียงฟ้าเพื่อสะดวกต่อการไปมาหาสู่กันทั้งสองชอบนั่งคุยในวันหยุดเช่นนี้เป็ประจำเมื่อเห็นว่าสายแล้วเธอจึงขอตัวกลับห้องของตัวเอง
อาบน้ำแต่งตัวเพื่อออกไปข้างนอกวันนี้ได้นัดนิธิศเอาไว้่เที่ยงเห็นเขาบอกว่าจะชวนเจนเนตรไปทานข้าวต่อด้วยดูหนัง
ไม่นานเจนเนตรก็เดินทางมาถึงที่ร้านอาหารเห็นนิธิศนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เธอจึงเดินเข้าไปในร้านก่อนจะตรงไปที่โต๊ะของนิธิศ
“คุณมาเร็วไปไหม”
ชายหนุ่มยกข้อแขนขึ้นมาดูนาฬิกาพบว่าเพิ่งจะสิบเอ็ดโมงครึ่งเขานัดเจนเนตรเอาไว้เที่ยงตรง ที่เขาต้องมาก่อนเวลาเพราะร้านอาหารที่นี่ไม่รับจองโต๊ะอาหารอร่อยถูกปากมากเขาก็เลยต้องมานั่งจองโต๊ะจิบน้ำรอเธอไปพลาง
“ก็เพราะฉันรู้ว่าคุณต้องมาก่อนเวลายังไงล่ะคะ”
ส่งยิ้มให้นิธิศก่อนจะหย่อนกายนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเขานั่งรออาหารที่เขาได้สั่งเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว พลางมองสำรวจใบหน้าคมคายนิธิศมีผิวสีขาวเหลืองไข่ รูปร่างสูงสมาร์ตชวนมองเสียจนบางครั้งเจนเนตรก็เผลอมองเพลินอย่างลืมตัว
“คุณเอาแต่จ้องผมแบบนี้ผมก็เขินแย่สิครับ”
“วันนี้คุณดูล้อหล่อฉันก็เลยมองเพลินไปหน่อย”
เจนเนตรหยอกเย้าอย่างอารมณ์ดีเวลาอยู่กับเขาทำให้เธออารมณ์ดีเป็พิเศษ ไม่รู้สิ อาจเป็เพราะคนตรงหน้าใจเย็นผิดจากชายหนุ่มคนอื่นๆที่เคยเจอก็เลยทำให้เธอชื่นชอบตรงส่วนนี้ของเขาส่วนหนึ่ง
ไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟทั้งสองทานข้าวด้วยกันอย่างมีความสุขหลังจากทานข้าวเสร็จนิธิศก็ชวนเจนเนตรไปดูหนังต่อตามที่แพลนเอาไว้ั้แ่แรก
เจนเนตรกับนิธิศเข้ามาในโรงหนังหลังจากเลือกหนังที่อยากดูได้แล้วมานั่งตรงกลางของแถวที่นั่ง นั่งเคียงคู่กันรอเวลาหนังฉาย ขณะที่กำลังนั่งรอเพลินๆอยู่นั้นมีใครคนหนึ่งเดินเข้ามานั่งข้างขวาของเธอ
เผลอเหลือบไปมองแวบหนึ่งเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็ใครเจนเนตรถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตื่นใอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น
“ใเหรอที่เห็นผม”
นั่นคือประโยคแรกที่ปกป้องเอ่ยเมื่อได้พบกันอีกครั้งเจนเนตรทำตัวไม่ถูก เพราะฝั่งซ้ายคือคู่เดตส่วนฝั่งขวาคือคนคุยที่เธอเต๊าะเขาเล่นไปวันๆ ไม่ได้จริงจังด้วย
“มาเดตกับแฟนเหรอ”
ปกป้องกระซิบเสียงแ่แอบชำเลืองมองชายหนุ่มหน้าตาดีที่นั่งถัดจากเจนเนตรนึกไม่ถึงว่าหญิงสาวจะมีแฟนอยู่ก่อนแล้ว ทำไมเธอถึงให้ความหวังลมๆ แล้งๆ กับเขาเขาอุตส่าห์ตั้งหน้าตั้งตารอวันที่เธอจะยอมออกมาเดตด้วย
แต่นี่อะไรเธอคิดหลอกเขาอย่างงั้นเหรอ!?
ใครที่คิดหลอกปกป้องอย่าได้หวังเลยว่าชีวิตนี้จะมีความสุขเขาจะตามรังควานชีวิตของเจนเนตรให้วุ่นวายเลยคอยดู
“เขาไม่ได้เป็แฟนฉัน”
เมื่อเห็นแววตาดำมืดของอีกฝ่ายในความมืดสลัวเจนเนตรถึงกับเสียวสันหลังวาบขึ้นมาก่อนจะเอ่ยตามจริงให้ปกป้องรับรู้
เจนเนตรไม่ได้หลอกนิธิศอีกอย่างเธอก็ไม่เคยหลอกปกป้องด้วย ในเมื่อเธอโสดไม่ได้ผูกมัดอยู่ที่ใครก็มีสิทธิ์คุยเผื่อเลือกไม่ใช่เหรอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงโกรธขนาดนั้น
ทั้งที่เ้าตัวก็มีหญิงสาวคนอื่นอยู่ในสต๊อกไม่รู้ตั้งกี่คน
แบบนี้มันไม่แฟร์สำหรับผู้หญิงเลยผู้ชายคิดว่าตัวเองคบซ้อนได้ฝ่ายเดียวหรือไรผู้หญิงอย่างเจนเนตรไม่มีสิทธิ์คบใครหลายคนเลยเหรอ
ผู้ชายร้ายกาจ!
เจนเนตรจะไม่มีวันหลงรักผู้ชายแบบนี้อีกเป็ครั้งที่สองในเมื่อปกป้องเข้ามาเล่นในชีวิตของเธอ อย่าได้หวังเลยว่าเธอจะปรานีผู้ชายเช่นเขา
คนอย่างนี้ต้องให้บทเรียนอย่างสาสมก่อนจะปล่อยไป
“คุณจะบอกว่าเขาเป็แค่คนคุยของคุณเหมือนผมงั้นเหรอ”
เลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่งผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจใช่เล่น ทีแรกปกป้องคิดว่าเจนเนตรจะเรียบร้อย อ่อนหวานน่ารักใสๆ เหมือนเด็กสาววัยยี่สิบเสียอีก เพราะหน้าตาของเธอยังละอ่อนเหมือนสาวแรกรุ่นเขาจึงคิดว่าอายุของเธอไม่น่าเกินยี่สิบสามปี
แต่ดูพฤติกรรมของเจนเนตรในวันนี้แล้วคล้ายช่ำชองในเื่ผู้ชายเกินคาดหมายของปกป้องตกลงเธออายุเท่าไรกันแน่
“ใช่ค่ะ”
สมิงสาว!
กวางตัวน้อยน่ารักก่อนหน้านี้หายไปไหนตอนนี้ตรงหน้าของปกป้องมีเพียงสมิงสาวตัวร้ายอยู่เท่านั้นใบหน้าสวยหวานซ่อนด้วยหนามแหลมคมเอาไว้อยู่ มันพร้อมจะทิ่มแทงเขาทุกเมื่อเช่นนั้นเหรอ
อย่างนี้ต้องปราบสมิงสาวร้ายตัวนี้ให้สิ้นซากรับรองเลยว่าเจนเนตรจะต้องร้องครางขอชีวิตภายใต้ร่างกายแกร่งของปกป้องอย่างแน่นอนถึงตอนนั้นเขาจะไม่ออมมือให้เด็ดขาด โทษฐานที่เธอมาให้ความหวังเขาตั้งหลายวัน
“คุณมาล้อเล่นกับความรู้สึกของผมได้ยังไง”
“อย่าบอกนะว่าแค่คุยกันไม่กี่วันคุณก็ตกหลุมรักฉันแล้ว”
เจนเนตรเค้นเสียงเสือร้ายอย่างปกป้องคงไม่เคยรักใครหรอก เขามีหัวใจเสียที่ไหนล่ะผู้ชายเ้าชู้อย่างนั้นไม่เคยมอบหัวใจให้หญิงสาวคนไหนทั้งนั้น ข้อนี้เธอรู้ดีเพียงแต่เขาคาดคั้นหาความรู้สึกจากเธอ เธอก็จะถามตอบเพื่อให้อีกฝ่ายเลิกตามตอแยเสียที
ไม่อย่างงั้นอย่าหวังเลยว่าปกป้องจะรอดจากกรงเล็บของเจนเนตรไปได้ทางที่ดีเขาควรรีบถอนตัวตอนนี้ยังไม่สาย อย่าให้เธอต้องร้าย
“ถ้าบอกว่าใช่ล่ะ”
หึ! คำหวานพวกนี้เอามาใช้กับเธอไม่ได้หรอก
เจนเนตรยิ้มเล็กน้อยแสร้งทำสีหน้าไร้เดียงสาคล้อยตามไปกับคำหวานหยาดเยิ้มของปกป้องช้อนสายตาหวานเยิ้มมองเขาด้วยความเอียงอายเล็กน้อย
นิธิศหันไปเห็นชายหนุ่มที่นั่งข้างๆเจนเนตรพอดี เห็นว่าชายหนุ่มคนนั้นกำลังสนอกสนใจเธอทำให้เขาต้องกระแอมออกมาเล็กน้อยเพื่อเรียกเจนเนตร
“เป็อะไรรึเปล่าคะ”
“ปละ…เปล่า แค่คันคอนิดหน่อย ว่าแต่ใครเหรอครับ” เหลือบมองชายหนุ่มข้างๆเจนเนตร
“อ้อคนรู้จักค่ะ”
“แนะนำให้ผมรู้จักบ้างสิครับ”
“ได้สิคะ”เจนเนตรหันไปมองชายหนุ่มฝั่งซ้ายมือก่อนจะเอ่ยขึ้น “คุณปกป้องคะ นี่คือคุณนิธิศค่ะทำความรู้จักกันไว้สิคะ”
“สวัสดีครับผมปกป้อง โพธสุธน”
“ผมนิธิศพลางกูร ยินดีที่ได้รู้จัก”