ทำไมต้องเจอตอนนี้ด้วย
สีหน้าสองแฝดที่มองตอบพี่สาวอาจไม่เห็นด้วยอยู่บ้างแต่เ้าตัวกลับตั้งใจเก็บพริกสีเขียวสีแดงโดยไม่ได้สนใจสายตาผู้ใดอีกทั้งยังแอบเด็ก ๆ นำต้นพริกเข้าไปไว้ในมิติ
แล้วหันไปชวนทั้งคู่เดินต่อ
" ไปต่อกันเถอะ "
เห็นความกระตือรือร้นของผู้เป็พี่เ้าเพชรและทับทิมจึงได้แต่เงียบไม่ได้แสดงท่าทีคัดค้านเด็กทั้งสองทำเป็มองไม่เห็นว่าพี่สาวเก็บอะไรบ้าง เอาเถอะ..
จะยอมกินจนกว่าพี่สาวจะหายโกรธก็แล้วกัน
แต่ต้องทนแสบร้อนสักหน่อย..
พลอยที่ไม่ได้รู้ถึงความคิดของน้องทั้งสองเดินเก็บพืชผักที่ตัวเองรู้จักใส่ตะกร้าด้านหลังส่วนต้นของมันก็จับโยนเข้ามิติเงียบ ๆ เพียงแค่นึกว่าให้มันเกิดอยู่ที่ใดไม่จำเป็ที่จะต้องเข้าไปปลูก
เห็นท่าทางแปลกๆ ของน้องชายและน้องสาว ก็พอจะเดาได้ว่าพวกเขาคิดอะไร
..แต่ก็ไม่ได้คิดเปิดโปง
ทำเป็มองไม่เห็นก้มเก็บผักพืชสมุนไพรที่พบเจอไปเรื่อย ๆ คาดว่าตอนนี้น่าจะได้เยอะมากพอควรถ้าเกิดว่าไม่มีมิติ พืชผักจำนวนมากที่เก็บไว้ คงไม่สามารถแบกลงไปเองได้โดยง่าย
แม้เด็กๆ จะสงสัยว่า พี่สาวเก็บพืชใส่ตะกร้าบนหลังจำนวนมาก เหตุใดถึงไม่เต็มสักทีต่อให้สงสัยมากเพียงใดแต่พวกเขาก็เป็เพียงเด็ก
" ... "
พอมีอะไรมาดึงดูดความสนใจ ก็เลิกคิดแล้ว
พลอยไพลินเดินมาเรื่อยๆ จนมาเจอต้นไม้ต้นหนึ่ง ดีจัง..มีต้นมะพร้าวด้วย หญิงสาวยิ้มกว้างทันทีเพราะกำลังคิดว่าอยากกินของหวาน จึงหันไปกล่าวกับน้องชายด้านหลัง
" เพชรพี่ฝากตะกร้าหน่อย "
เก็บตั้งเยอะแต่มีผักอยู่ครึ่งตะกร้า " ... "
น้องชายรับไปถือพร้อมเผยสีหน้าแปลกใจ
พี่..จะทำอะไร?
แม้จะงงแต่ท่าทางมองสำรวจไปรอบๆ กลับดึงดูดความสนใจของเด็กทั้งสองมากกว่าดังนั้นทับทิมจึงเอ่ยถามพี่สาวของตัวเอง " พี่พลอยกำลังหาอะไรเหรอจ๊ะ "
จึงตอบน้องไปว่า" พี่อยากได้ไม้ยาว ๆ จะสอยเอาผลต้นนี้ไปไว้ทำอาหารที่บ้าน "
ใครเขาเอาไปทำอาหารกันเนื้อแข็งขนาดนั้น...
" ผลไม้ต้นนี้กินได้แค่ตอนที่มันยังไม่แก่ไม่ใช่เหรอจ๊ะพี่ "ทับทิมยังคงสงสัย
" เดี๋ยวพี่จะทำของอร่อยให้กิน แต่ตอนนี้หาไม้ยาว ๆ มาก่อนจะสอยให้มันร่วง เฮ้อ..สงสัยจะไม่มี พี่ก็เลยคิดว่าพี่จะปีนไปเก็บ "
เด็กสองคนราวกับใบหน้าดำมืดต่างก็คิดตรงกันอย่างพร้อมเพรียง ไม่ใช่ว่าเตรียมปีนั้แ่แรกหรือ? แถวนี้ไม่มีต้นไผ่เสียหน่อยจะไปมีอะไรแบบนั้นได้ยังไง..
" ... "
พลอยคิดว่ามันไม่สูงมากนักอีกอย่างต้นมันสูงแค่สิบเมตร แต่เพราะต้นมันขึ้นไม่ตรงเอียงกะเท่เร่คล้ายล้มเพราะพายุ ทำให้ความสูงลดลงอยู่ที่ประมาณห้าหกเมตรเท่านั้นแต่ตอนนี้มันติดที่ว่า..
เธอนุ่งผ้าซิ่นอยู่
จึงเปลี่ยนวิธีการนุ่งผ้าใหม่โดยการแกะปมออกมาแล้วนุ่งโจงแบบสมัยที่จากมาแอบเอาเชือกเส้นเล็กและเข็มกลัดออกมาจากมิติแบบเนียน ๆ
" ... "
" ... "
ทำทีไม่สนสายตาแปลกประหลาดของน้องๆ
เ้าเพชรและทับทิมถึงอยากจะคัดค้านการกระทำของพี่สาวแต่ทั้งคู่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะเพียงพริบตาร่างระหงบอบบางพาตนเองปีนต้นมะพร้าวขึ้นไปได้ถึงทางกลางเรียบร้อยลืมภาพป่วยอะไรนั่นไปเถอะ ตอนนี้แข็งแรงจนปีนถึงยอดไม้แล้ว
ทั้งสองคนได้แต่หวังว่า ไม่มีใครผ่านมาเห็นเหตุการณ์นี้ก็เท่านั้น
ไม่เช่นนั้นชื่อเสียงของพี่สาวคงไม่เหลือดีทุกวันนี้ก็นับว่าไม่ค่อยดีอยู่แล้วถ้าเพิ่มเื่การถลกผ้าซิ่นปีนต้นไม้เข้าไปอีก คงได้เป็หัวข้อสนุกปากของชาวบ้านอยู่พักใหญ่อีกเป็แน่ยิ่งเลยวัยที่ต้องออกเรือนมาตั้งสองปีแล้ว ชื่อเสียงยิ่งต้องรักษาเอาไว้ให้จงดี
แต่เมื่อภาพที่ปรากฏอยู่ตรงนี้เหมือนเ้าตัวไม่สนภาพลักษณ์อันใดแม้แต่น้อย มีแต่น้อง ๆ ที่กำลังกังวลแทน
ปกติก็ได้ชื่อว่าเป็สาวเทื้อหาคนแต่งด้วยลำบากแล้วยังมีข่าวซุบซิบไม่ดีอีก
..พี่เขยคงไม่ได้มีกับเขาในเร็ววันแล้วเป็แน่
ตุบๆตุบๆ ตุบๆ ตุบๆ
เสียงลูกมะพร้าวแก่หล่นเป็จำนวนมากเพราะว่าถีบลงมาทั้งแซงอีกทั้งลูกมะพร้าวแก่แล้วจึงไม่ค่อยยึดติดกับแซงของมันสักเท่าใดนัก ส่วนมากจึงร่วงออกมาจากขั้วระนาว
ลูกกลมๆ กระจายเกลื่อนบนพื้น เด็กสองคนเดินถอยออกมาระหว่างนั้นเพราะถ้าพวกเขาอยู่ใกล้อาจจะเกิดอุบัติเหตุมะพร้าวร่วงใส่หัวได้รอให้พี่สาวของพวกเขาลงมาค่อยเก็บก็แล้วกัน
หลังจากร่างบอบบางลงมาจากต้นไม่เรียบร้อยแล้วจึงได้ตัดมะพร้าวสีเขียวที่ไม่อ่อนเกินไปหรือแก่เกินไปมาเฉาะแล้วยื่นให้เด็กทั้งสอง
มือน้อยถือลูกกลมสีเขียวด้วยความระมัดระวังแล้วค่อย ๆ ยกขึ้นดื่มน้ำที่ล้นปริ่มอยู่ เมื่อได้ลิ้มลองรสชาติหวานหอมไหลลงท้องไปร่างกายที่เต็มไปด้วยความร้อนเพราะแสงแดดแลดูผ่อนคลายและสดชื่นขึ้นมากจนทั้งคู่แสดงออกมาทางสีหน้า
" อร่อยไหม? "
สองแฝดพยักหน้าแทนเพราะกำลังใช้ช้อนที่พกมาด้วยคว้านเนื้อกิน ทั้งคู่เคี้ยวจนแก้มตุ่ยเลยทีเดียวเห็นเช่นนั้นคนเก็บพลันรู้สึกดีอยู่ในใจ ในมุมของเด็ก ๆ อะไรจะมีค่าเท่าขนมเท่าของกินได้อีก
เธอมองทั้งสองด้วยประกายอ่อนแสงอย่างเงียบๆ
นอกจากมะพร้าวแก่แล้วยังได้เอาลูกอ่อนลงมาด้วย มีแบบอ่อนที่เป็แบบยังไม่มีเนื้อ และแบบที่มีเนื้อไปถึงมะพร้าวทึนทึกแก่จนเป็สีน้ำตาล รวม ๆ แล้วก็ประมาณสิบกว่าลูก
ดังนั้นตอนนี้พี่น้องทั้งสามคนจึงกำลังนั่งกินมะพร้าวอ่อนและน้ำ ดีที่พกมีดพร้ามาด้วย ไม่งั้นคงต้องรอไปกินที่บ้านแทน
" กลับกันเถอะ " กินเสร็จคนพี่จึงชักชวนเด็ก ๆ กลับบ้าน
เด็กๆ ตกลงกันว่าจะกลับเพราะเห็นว่าใกล้เที่ยงแล้วคาดว่าบิดาน่าจะกลับถึงบ้านเรียบร้อย ถ้าไม่เห็นพวกเขาทั้งสามคนอาจจะทำให้ท่านเป็ห่วง
พลอยไพลินจึงทำทีเป็ว่าแบ่งลูกมะพร้าวใส่ตะกร้าให้เด็กทั้งสองคนคนละสองลูก แล้วเอาไว้ที่ตัวเองสองลูกทำทีเป็ซ่อนลูกมะพร้าวไว้ในพุ่มไม้แต่ความเป็จริงแล้วคือเธอโยนมันเข้ามิติทั้งหมดจัดการเสร็จจึงได้ชวนสองแฝดกลับบ้าน
พอกลับมาถึงก็เจอบิดารออยู่จริงๆ ท่าทางดูกระวนกระวายเป็ห่วงอยู่ไม่น้อย แต่พอเงยหน้าเห็นทั้งสามคนเดินเข้ามาสีหน้าจึงดีขึ้นมาก
ถึงอย่างนั้นก็ยังอดถามไม่ได้
" ไปไหนกันมา? "
ทับทิมและเพชรอ้ำอึ้งส่งสายตาไปยังผู้เป็พี่ด้วยใบหน้าเจื่อนเพราะกลัวบิดาดุเอาพลอยไพลินจึงได้ตอบเองเพราะถ้าให้พวกเขาพูดคงจะนาน
" ไปขึ้นเขาจ้ะ แค่อยากจะสำรวจดูว่ามีอะไรกินได้บ้างตอนนี้บ้านเราเหลือเสบียงน้อยนัก มีเพียงขนมปังที่บ้านใหญ่แบ่งมาให้ ผู้ใหญ่สองคนเด็กสองคนจะอิ่มได้ยังไง "
ได้ยินบุตรสาวคนโตอธิบายเช่นนั้นนายชิดผู้เป็พ่อจึงได้แต่ถอนหายใจ
นายชิดอยากจะทำอะไรได้มากกว่านี้ถึงปู่ย่าของพวกเขาจะตายไปแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็พ่อที่ดูแลบุตรได้ไม่ดีพอแล้วยังต้องอาศัยอยู่กับแบบครอบครัวใหญ่ และตนเองก็เป็น้องชายจึงไม่อยากเอาเื่แบบนี้มากระทบกระทั่งกัน ลำพังพี่ชายไม่เท่าไหร่หรอกนะ
แต่ผู้เป็พี่สะใภ้นั้นทำราวกับบ้านนี้อับจนนักหนา