ตอนที่ 3 หาเื่ใส่ตัว
"นี่เ้า!!!" ชายหนุ่มลิ้นชาพูดไม่ออกชั่วขณะ
"จะช้าหรือเร็วมันก็เป็ของท่าน" นางหัวเราะยียวนอวดเบ่งถึงชัยชนะก่อนจะทิ้งตัวซบไหล่แกร่งแต่เขากระเถิบหนี
[สตรีหน้ามึน ทำข้าปวดกระบาลยิ่งนัก]
"เงียบปาก! ข้าจะอ่านตำรา" น้ำเสียงดุดันตะคอกนางจนเสียสติสัมปชัญญะ ชายหนุ่มชักมือม้วนกลับตามสัญชาตญาณ เขาผินหน้าหลบเพื่อซ่อนใบหน้าแดงก่ำทว่าหลังหูบางกลับปรากฏสีชมพูเรื่อให้ฝ่ายตรงข้ามเห็นอยู่ดี
"เร่เข้ามา เร่เข้ามาเถิดเ้าค่า ถั่วเขียวสดใหม่ร้านข้าราคาถูกกว่าใครๆ" เสียงพ่อค้าเล็ดลอดเข้ามาเป็จังหวะ
ระหว่างที่เหอเหยาผล็อยหลับหนึ่งเค่อหลังจากต้องทนอุดอู้ในรถม้าที่เงียบสงัดราวป่าช้าตั้งสามชั่วยาม นางก็รู้ได้ทันทีว่าเดินทางมาถึง'เมืองกวานผิง'แถบชายแดนแล้ว ก่อนที่รถม้าจะเคลื่อนมาจอดเทียบจวนสกุลหยวน นางกรายมือเปิดม่านชมวิถีชีวิตเรียบง่ายตลอดทาง
จวนสกุลหยวน เมืองกวานผิง
ตายแทนใต้หล้า เพื่อนวิญญูชนแม้เป็ผีก็สุขสำราญ
"ลูกข้ากลับมาแล้ว" หยวนฮูหยินและผู้าุโหยวนลู่ถังกล่าวประโยคนี้พร้อมเพรียงราวนัดหมายไว้ก่อนแล้ว
"ท่านแม่... บุตรสาวสกุลหลินเกรงว่าจะไม่เรียบร้อยเฉกเช่นท่านคิด" เหรินม่อเดินเข้าจวนพร้อมนางอย่างผ่าเผย ซ้ำยังเดินนำหน้าไม่รีรอแสดงออกถึงอำนาจในถิ่นตน เขาพูดเช่นนี้หวังฟ้องมารดาให้เปลี่ยนแิเสียใหม่พร้อมอ้าแขนรับกอดอันอบอุ่นจากอกมารดา
"ไหนดูซิ เหอเอ๋อร์ลูกข้ากลับมาแล้ว พี่หยวนของเ้ารังแกสะใภ้คนนี้ของแม่หรือไม่" หยวนฮูหยินเดินเลยบุตรชายไปด้านหลังอ้าแขนกอดเหอเหยาอย่างอบอุ่น ส่วนในใจของผู้เฒ่าหยวนราวได้พบสหายเก่าที่พลัดพรากไปนาน
"ท่านแม่ ข้ามิใช่หรือที่เป็ลูกท่าน" ชายหนุ่มหน้าเสียหมุนตัวกลับไปมองภาพบิดาโอบกอดหญิงสาว ฟองอากาศในหัวของเขาแตกละเอียดเป็เศษเสี่ยง หากปล่อยหลินเหอเหยาคนนี้ไว้ในจวนเกรงว่ายากจะจัดการ หัวร้างข้างแตกอย่างไรก็ต้องกะเตงนางเข้าค่ายทหาร
"ลูกข้าแล้วอย่างไร วันๆเอาแต่หมกตัวอยู่ในค่าย หลายปีมานี้ได้พบหน้าก็บุญแล้ว ส่วนเ้าก็รีบคว้าชัยกลับมาแต่งงานมีบุตรให้แม่สักคนเถิด" หยวนฮูหยินเอ็นดูสะใภ้แซ่หลินเสมือนลูกในไส้ ทุกย่างก้าวทุกกริยาล้วนไม่กังขา ในเมื่อหมายมั่นปั้นมือให้นางเป็สะใภ้ หยวนฮูหยินเห็นบุตรชายโง่เง่าและห่างเหินจึงได้กระชากฝ่ามือสากของบุตรเข้ากุมอุ้งมือบางของนางไว้
"แต่ว่า..."
"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น... อุ่นเตียงวันนี้เลยก็ดี" หยวนฮูหยินหรี่ตาต่ำกระซิบข้างหูบุตรชายให้แสดงศักดิ์ดาแห่งบุรุษผู้กล้า ทำเหรินม่อขนลุกซู่เมื่อนึกว่าจะได้ร่วมรักกับนางบนเตียง
"ให้เวลาเ้าอยู่กับท่านแม่สองชั่วยาม ก่อนอาทิตย์ตกข้าจะพาเ้าเข้าค่ายทหาร" โทนเสียงทุ้มหันมาสั่งนางราวเห็นหญิงงามเป็ขุนพลใต้บัญชา
"เดี๋ยวนะอาเหริน หมายความว่าอย่างไร" หยวนฮูหยินใหญ่งงเป็ไก่ตาแตกชิงคว้าลำแขนบุตรชายมิให้เคลื่อนตัวห่างจนกว่าจะอธิบายให้ชัดเจน
"นางยินดีพักในค่ายร่วมกับลูกขอรับ"
"ท่านป้าไม่ต้องกังวลเ้าค่ะ เหอเหยาเต็มใจติดตามปรนนิบัติท่านพี่หยวน"
"โถ่เอ๊ยเหอเอ๋อร์ของป้า ข้าจะไม่ให้อาเหรินมีอนุเพื่อตอบแทนน้ำใจเ้า ส่วนเ้าเองก็ต้องตอบแทนพวกเราด้วยการมีบุตรสักสามสี่คน" นางลูบหลังมือเหอเหยาราวส่งนางไปออกรบ ทว่าครั้งที่เหรินม่อออกศึกต่างเมืองยังไม่อาวรณ์เพียงนี้
"ไอ๊หย๊า ฮูหยินเลิกกังวลได้หรือไม่ นางติดตามอาเหรินก็ดีมิใช่หรือ อย่างนั้นความสัมพันธ์พวกเขาจะได้คืบหน้า ครั้งหนุ่มสาวเ้าก็ติดตามข้าค้างแรมในป่าเหมือนกันมิใช่รึ" หยวนลู่ถิงปลอบประโลมภรรยาก่อนจะต้อนพวกเขาเข้าโถงน้ำชาทานอาหารเลิศรสเลี้ยงต้อนรับ
ยามเซินค่อมไปยามโหย่ว หมดเวลาพักผ่อนในจวนแล้ว เหรินม่อพานางควบม้าศึกโลดโผนเข้าค่าย เขากระตุกบังเหียนหวดแซ่ออกแรงตีบั้นท้ายอาชาแน่นเป็จังหวะหวังให้นางใกลัว แต่เวลานี้เหอเหยาไม่สนสิ่งใดเมื่อแผงอกอุ่นแนบแผ่นหลังเป็ระยะ หน้าขาแกร่งกระแทกบั้นท้ายงามงอนตับๆเสมือนร่อนตัวบนเตียง จินตนาการของหญิงสาวถือพรหมจรรย์ช่างลึกล้ำนัก
[นางไม่กลัวความเร็วรึ รังแกนางไม่ได้ด้วยวิธีนี้ก็ช่าง ข้าจะหาวิธีอื่นให้จงได้]
เขาขมวดคิ้วตลอดทางในขณะที่นางยิ้มร่าเริงสดใสราวโลกทั้งใบเป็สีชมพู
"ฮรี่" ขาหน้าอาชาคึกดีดยกสูงจนนางตัวสั่นเทาคล้ายลูกนกไร้ขน เพียงเท่านี้ก็ขโมยยิ้มเ้าเล่ห์ของเขาออกมาได้ ยิ่งนางปรายตามองสถานที่สุดกันดารและแห้งแล้งเหล่านี้เกิดหวั่นใจขึ้นมาบ้างเล็กน้อย สายลมแห้งหอบกลิ่นคาวเืของซากเนื้อเน่าปะทะหน้าเป็จังหวะ หญิงงามร่างบางถึงขั้นกระโจนตัวออกไปอ้วกข้างโพรงหญ้า
"ท่านแม่ทัพขอรับ... ผู้นี้คือ" แม่ทัพรองรุดตัวเข้าต้อนรับแต่ก็ต้องแปลกใจกับผู้ติดตามไม่คุ้นหน้า
"นางคือญาติผู้น้องของข้า ไม่มีอะไรให้สนใจเป็พิเศษ" น้ำเสียงเ็าตอบปัดเบี่ยงไร้เยื่อใย
"เหตุใดไม่บอกว่าข้าคือฮูหยินน้อยของท่าน" นางไม่พอใจยิ่งนักที่ได้ยินคำพูดปิดบังฐานะ หญิงสาวรีบปรี่ตัวเข้ามาจี้ทั้งที่มวลท้องอ้วก
"ยังไม่แต่งไม่ถือว่ามีพันธะ ไม่แน่ว่าหลังจากวันพรุ่งเ้าทนไม่ไหว วิ่งแจ้นกลับจินเป่ยถอนหมั้นกับข้าเช่นนั้นแล้วไม่เท่ากับว่าสกุลหยวนของเราขายหน้าหรอกเหรอ" เขาตอบกลับอย่างไม่ถนอมน้ำใจทำนางหน้าชาชั่วขณะ
[ข้าไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นแน่!]
เหอเหยาจิกนิ้วเรียวเข้าเนื้อแน่น แต่ไหนแต่ไรนางมิใช่สตรีที่ความอดทนต่ำจนละทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพียงเสี้ยวนาทีแม่ทัพรองคาบข่าวไปประกาศต่อหน่วยพลทั้งหลายให้ทราบถ้วนหน้า ว่าต่อจากนี้ค่ายทหารยากแค้นจะมีหญิงสาวเพิ่มเข้ามาหนึ่งคน
ชายหนุ่มนับพันต่างให้ความสนใจกับนางเป็พิเศษ ยามนี้พวกเขารับรู้เพียงสถานะผิวเผินว่านางเป็ญาติผู้น้องของแม่ทัพใหญ่หยวนที่ทำความผิดจนบิดาส่งมาดัดนิสัยที่ชายแดน 'หลี่เชี่ยน' ที่สะดุดตาในความงามของนางั้แ่แรกเห็นเสนอตัวเข้าช่วยเหลือทุกอย่าง ซ้ำยังขอเป็ผู้ติดตามคอยปรนเปรอมิให้สตรีเนื้อบางลำบากแม้แต่่เวลาเดียว
แต่แล้วเ้าหนุ่มหน้าหยกก็ต้องผิดหวัง เมื่อร่างใหญ่กำยำแทรกตัวเข้ามากำบังกายนาง น้ำเสียงเย็นๆกล่าวเชื่องช้าทำวงแตก "ขุนพลหลี่อย่าคิดว่าบิดาเ้าเป็ขุนนางใหญ่แล้วข้าจะไม่กล้าหมายหัว"
[หยวนเหรินม่อเ้าเสือแก่ จงใจกลั่นแกล้งกันชัดๆ หมาหวงก้างรึ? เช่นนั้นข้าจะเป็ก้างที่หอมหวานให้ท่านวิ่งตาม]
ด้วยฝีมือและความก๋ากั่นที่มีมากพอตัว หญิงสาวไม่วิตกกังวลเลยสักนิดแม้เขาจงใจขัดขวางมิให้นางมีคนรับใช้ ยามนี้นางมัวแต่คิดว่าจะทำอย่างไรให้เสือแก่ตัวนี้เชื่องและเชื่อฟัง หลังจากกันท่าคนหมู่มากสำเร็จก็ปล่อยนางยืนโง่หัวโด่ท่ามกลางลานกว้าง ส่วนตัวเขานั้นปลีกตัวเข้ากระโจมเพื่อพักผ่อนเอาแรง
"ท่านแม่ทัพขอรับ ทำเช่นนี้ไม่สมเกียรติเสียเลย บุรุษเยี่ยงข้าและท่านไม่สมควรรังแกสตรี" 'ตงฮุ่ย' ผู้ติดตามแม่ทัพหยวนเกิดความประหม่าเล็กน้อยก่อนจะพ่นคำติเตียนออกมาต่อหน้า
"เ้าเป็คนของข้าหรือของนาง" น้ำเสียงเรียบตั้งคำถามให้ตงฮุ่ยสำเหนียกตน แล้วจึงถอดเสื้อนอกพาดฉากกั้นเอนตัวนอนอย่างพึงพอใจ
[ตื่นมาหวังว่าข้าจะได้รับข่าวดี ว่าเ้าทนไม่ไหวร่ำไห้ขอกลับจินเป่ย ข้าอยากถอนหมั้นกับสตรีเช่นเ้าใจจะขาด] ยิ้มร้ายฉีกกว้างไปถึงโคนหู ั้แ่เติบใหญ่เขาไม่เคยยิ้มกว้างเท่านี้มาก่อน
[ที่แท้ท่านแม่ทัพของเราก็มีใจต่อนางเพียงนี้ หากแต่แสดงออกผิดวิธี บุรุษที่เอาแต่รบราฆ่าฟันจะไปเข้าใจเื่จำพวกรักหยกถนอมบุปผา[1]ได้อย่างไรกัน] ตงฮุ่ยเห็นรอยยิ้มหน่วยนั้นเผยออกมาก็แปลงสาส์นเลยเถิด เขาปลีกตัวออกมานอกกระโจมไขว้แขนแหงนมองท้องฟ้าอย่างสบายใจ
"จากนี้ข้าจะอาสาเป็คนคอยดึงด้ายสนเข็ม[2]ให้พวกท่านเอง"
รักหยกถนอมบุปผา [1] หมายถึง ดูแลและถนอมสตรีเป็อย่างดี
ดึงด้ายสนเข็ม [2] หมายถึง แม่สื่อที่คอยชักใยทำให้ผู้อื่นสมหวัง