ฮวาหยางถามท่านหมอชราด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่าอาการของท่านแม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นเป็นอย่างไรบ้างในขณะนั้นเอง จิ้นอ๋องก็ก้าวเข้ามาในกระโจมพยาบาล พร้อมกับทหารรับใช้คนสนิทนั่นก็คือฮวาเสี่ยวซีที่ปลอมตัวมา
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของพวกเขาคือ ท่านแม่ทัพใหญ่ฮวานั่งอยู่บนเตียงไม้ใบหน้ายังคงมีร่องรอยความเหนื่อยล้า แต่ก็ดูดีขึ้นกว่าตอนแรกท่านหมอชรากำลังตั้งใจพันผ้าสีขาวสะอาดรอบแขนข้างหนึ่งของท่านแม่ทัพอย่างชำนาญ
เมื่อท่านแม่ทัพฮวาเจิ้นและฮวาหยางเห็นจิ้นอ๋องเดินเข้ามาทั้งสองก็เตรียมที่จะลงจากเตียงเพื่อทำความเคารพตามธรรมเนียมแต่จิ้นอ๋องรีบยกมือห้ามปรามด้วยท่าทีที่สุภาพแต่หนักแน่น
"ท่านแม่ทัพไม่ต้องลุกขึ้น ท่านรองแม่ทัพก็เช่นกันให้ท่านหมอจัดการบาดแผลให้เรียบร้อยเสียก่อน"จิ้นอ๋องกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเคารพ
เมื่อท่านหมอพันแผลเสร็จเรียบร้อยและถอยออกมาจิ้นอ๋องจึงก้าวเข้าไปใกล้เตียง มองไปยังท่านแม่ทัพฮวาเจิ้นด้วยความเป็นห่วง
"ท่านแม่ทัพดูอ่อนเพลียมาก มีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่?" จิ้นอ๋องเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยเขาหันไปทางท่านหมอชราเพื่อเป็นการยืนยันคำพูดเมื่อครู่ท่านหมอเงยหน้าขึ้นมองท่านอ๋องเพียงเล็กน้อยก่อนหน้าที่ท่านอ๋องจะเข้ามาเขาได้ทำการตรวจชีพจรของท่านแม่ทัพใหญ่ฮวาแล้วและมีสิ่งผิดปกติที่เขาเองก็นึกกังวล
จิ้นอ๋องหันไปทางท่านหมอชราด้วยสายตาที่เป็นคำถามรอคอยคำยืนยันถึงความอ่อนเพลียของท่านแม่ทัพใหญ่ฮวา
ท่านหมอชราเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สบตากับจิ้นอ๋องเพียงครู่เดียวก่อนจะหันกลับไปมองท่านแม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความกังวลบางอย่างที่ซ่อนไว้ก่อนหน้านี้เขาได้ตรวจชีพจรของท่านแม่ทัพแล้วและพบความผิดปกติบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ
"ท่านแม่ทัพใหญ่ฮวา..." ท่านหมอชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ชั่งตรึกตรอง"มีบางสิ่งบางอย่างที่ข้าตรวจพบ... ข้าใคร่ขอเรียนถามท่านว่า จะให้ข้ากล่าวต่อหน้าท่านอ๋อง...หรือว่าควรจะเรียนให้ท่านแม่ทัพทราบเป็นการส่วนตัวเสียก่อน?"
คำถามของท่านหมอสร้างความสงสัยให้กับทุกคนในกระโจมจิ้นอ๋องขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปยังท่านแม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นด้วยความใคร่รู้ฮวาหยางเองก็มีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัดส่วนฮวาเสี่ยวซีที่ยืนอยู่ด้านหลังจิ้นอ๋องนั้นหัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ไม่แน่นอน มีบางสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับท่านพ่ออย่างแน่นอน
ท่านหมอชราชำเลืองมองจิ้นอ๋องและฮวาหยางด้วยความลังเลก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วหันกลับไปมองฮวาเจิ้นอีกครั้ง
"เรียนท่านแม่ทัพ..."ท่านหมอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นเล็กน้อย"ชีพจรของท่านเต้นผิดปกติ... มันอ่อนแรงและเร็วผิดวิสัย...เหมือนกับว่าร่างกายของท่านกำลังต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมบางอย่าง..."
ฮวาเจิ้นฟังคำกล่าวของหมอชราด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยแต่ดวงตาของเขากลับฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก เขาเงียบไปครู่หนึ่งราวกับกำลังชั่งใจว่าจะเปิดเผยความจริงหรือไม่
จิ้นอ๋องสังเกตท่าทีของฮวาเจิ้นอย่างละเอียด เขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าอ่อนเพลียนั้น
"ท่านแม่ทัพมีสิ่งใดที่ผิดปกติหรือท่านหมอ?" จิ้นอ๋องเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่ก็แฝงไปด้วยความหนักแน่น"หากมีสิ่งใดที่พวกเราสามารถช่วยเหลือได้ ท่านโปรดบอกมาตามตรงเถิด"
ฮวาหยางเองก็มองบิดาด้วยความเป็นห่วง "ใช่ท่านหมอ... บิดาข้าไม่สบายตรงไหนหรือ? ท่านบอกพวกเรามาเถิด"
ทุกสายตาในกระโจมจับจ้องไปที่ฮวาเจิ้น รอคอยคำตอบจากท่านหมอชราด้วยความอดทนฮวาเสี่ยวซีเองก็กำมือแน่น ภาวนาให้บิดาของเธอปลอดภัย
เมื่อได้คนทั้งสองถามท่านหมอ ฮวาเสี่ยวซีก็รู้ซึ้งถึงความรักและความห่วงใยที่ตนเองมีต่อบิดาแค่ไหนแม้จะอยู่ในสถานะที่ปลอมตัวเป็นทหารชาย และไม่สามารถแสดงตัวตนที่แท้จริงได้แต่ความปรารถนาที่จะปกป้องบิดาให้ปลอดภัยนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าสิ่งใด
นางยืนอยู่เงียบๆ ด้านหลังจิ้นอ๋อง กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อรอฟังคำตอบจากท่านหมอชราอย่างตั้งใจ
ฮวาเจิ้นที่ยังคงเคร่งขรึมแต่ในใจกลับคิดว่าอาการอ่อนเพลียที่เป็นอยู่คงไม่มีอะไรน่ากังวลมากนักสาเหตุหลักก็คงมาจากการตรากตรำศึกหนักหน่วง และอีกส่วนหนึ่ง... ก็คงเป็นเพราะพิษรักจากหญิงสาวผู้นั้นที่ทำให้ร่างกายเขาอ่อนแรงลงไปบ้าง
"ข้าสบายดี" ฮวาเจิ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูหนักแน่น"เพียงแค่รู้สึกอ่อนเพลียจากการรบมาหลายวันเท่านั้นเองอีกประเดี๋ยวพักผ่อนก็คงจะดีขึ้น"
เขาชำเลืองมองจิ้นอ๋องและฮวาหยางอีกครั้งก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับท่านหมอชราอย่างตัดสินใจ "ท่านหมอมีสิ่งใดจะกล่าวก็กล่าวมาเถิด ไม่จำเป็นต้องเก็บเป็นความลับ"
ท่าทีของฮวาเจิ้นบ่งบอกว่าเขาไม่ได้คิดว่าอาการของตนเองร้ายแรงอะไรนักและไม่ต้องการให้เรื่องเล็กน้อยกลายเป็นประเด็นใหญ่โตต่อหน้าจิ้นอ๋องฮวาหยางยังคงมีสีหน้าเป็นห่วง แต่เมื่อเห็นบิดาพูดเช่นนั้นก็ได้แต่เงียบลง
ท่านหมอชรากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังทำลายความเงียบที่ปกคลุมกระโจม
"เรียนท่านอ๋อง ท่านรองแม่ทัพ... ในการตรวจร่างกายของท่านแม่ทัพใหญ่ฮวาข้าได้พบว่าท่านถูกพิษยาปลุกกำหนัด"
สิ้นคำของท่านหมอ บรรยากาศในกระโจมก็เต็มไปด้วยความตื่นตกใจฮวาหยางเบิกตากว้างด้วยความตกใจอย่างเห็นได้ชัดจิ้นอ๋องเองก็มีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นดวงตาคมกริบจับจ้องไปที่ท่านแม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นอย่างพิจารณา
"ท่านพ่อ!" ฮวาหยางอุทานด้วยความตกใจและเป็นห่วง "ท่านเป็นอย่างไรบ้างท่านรู้สึกตัวดีหรือไม่?"
จิ้นอ๋องเองก็ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล "ท่านแม่ทัพ...ท่านรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง? ท่านได้ทำการแก้พิษแล้วหรือไม่?"
ทุกสายตาในกระโจมจับจ้องไปที่ท่านแม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นรอคอยคำตอบจากเขาด้วยความกระวนกระวาย
ฮวาเสี่ยวซีที่ยืนอยู่ด้านหลังจิ้นอ๋องนั้นแทบกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของจิ้นอ๋องและพี่ชายใหญ่นางรู้สึกขบขันกับท่าทีที่เกินจริงของพวกเขาอย่างมากในใจรู้ดีว่าท่านพ่อของนางปลอดภัยดี และน่าจะมีความสุขเสียด้วยซ้ำไปหลังจาก "แก้พิษ"มาแล้วความคิดถึงใบหน้าแดงก่ำและท่าทางกระอักกระอ่วนของท่านพ่อเมื่อเล่าเรื่องให้ฟังทำให้มุมปากของนางกระตุกยิ้มอย่างอดไม่ได้
‘ช่างน่าขันเสียจริง... พวกท่านนี่ตกใจกันราวกับโลกจะแตก’ นางคิดในใจอย่างขบขัน ‘ท่านพ่อข้าสบายดีจะตายไป...แถมยังดูมีความสุขกว่าปกติเสียอีก... ช่างน่าหมั่นไส้จริงๆ’
ถึงกระนั้น ฮวาเสี่ยวซีก็ยังคงเก็บอาการหัวเราะไว้ได้นางรู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่ปลอดภัยและการแสดงท่าทีที่ไม่เหมาะสมอาจจะนำมาซึ่งความสงสัยได้นางจึงทำเพียงแค่ก้มหน้าลงเล็กน้อยพยายามควบคุมสีหน้าให้ดูสงบและเป็นห่วงเป็นใยตามสถานการณ์
ใบหน้าของแม่ทัพใหญ่ฮวาเจิ้นแดงก่ำขึ้นมาทันทีแม้ภายในกระโจมแห่งนี้จะมีแต่บุรุษแต่การที่ต้องเอ่ยถึงความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในป่าต่อหน้าบุตรชายคนโตอย่างฮวาหยางและจิ้นอ๋อง ผู้ที่เขานับถือและให้เกียรติก็ทำให้เขารู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างยิ่ง เรื่องส่วนตัวเช่นนั้นเขาไม่ใคร่อยากจะเปิดเผยให้ใครได้รับรู้โดยง่าย
แต่ดูเหมือนท่านหมอชราจะไม่ปล่อยให้เขาได้มีเวลาตั้งตัวหรือคิดหาคำตอบที่เหมาะสมเมื่อเจอคำถามตรงไปตรงมาที่จี้จุดสำคัญท่านแม่ทัพใหญ่ฮวาก็รู้ว่าคงหลีกเลี่ยงการตอบตามความจริงได้ยาก
"แต่... ท่านแม่ทัพใหญ่ได้รับพิษยาปลุกกำหนัด... แล้วท่านไปคลายพิษที่ใดมา?"ท่านหมอหันไปถามฮวาหยางด้วยความสงสัย "ในเมื่อท่านแม่ทัพใหญ่ฮวาขี่ม้าเตลิดเข้าไปในป่า...ตามลำพัง?"
"เอ่อ... คือว่า..." ฮวาเจิ้นเริ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักใบหน้าที่แดงก่ำยิ่งขึ้นไปอีก เขาชำเลืองมองฮวาหยางและจิ้นอ๋องด้วยความลำบากใจก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
"เรื่องมัน... ค่อนข้างจะซับซ้อนอยู่บ้าง..."เขาพยายามเรียบเรียงคำพูดแต่ก็ดูเหมือนจะยังไม่สามารถหาถ้อยคำที่เหมาะสมมาอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในป่าได้โดยง่าย