ตอนที่ 15
“มาแล้วๆ ลองกินกันดู ข้าไม่รู้ว่าจะถูกปากพวกเ้าหรือเปล่า” นิลกาฬพูด
ทุกคนยกเว้นหลินกับยูกิ ยังไม่กล้าลองกิน เพราะอาหารที่นิลกาฬทำมาแต่ละอย่างพวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน แต่กลิ่นของอาหาร มันช่างหอมเป็อย่างมาก คริส เสวียนซิน เขาดินและเขาใหญ่ ต่างมองหน้ากันและกัน ไม่มีใครกล้าที่จะลองกินก่อน
“พวกเ้าจะรออะไรกันละ ข้าเห็นว่าเ้าหิวไม่ใช่หรอ เสวียนซินเ้าลองกินดูสิ” นิลกาฬถาม
“พวกเ้าไม่ต้องกลัวไปหรอถึงกับข้าวจะดูหน้าตาแปลกๆ แต่ว่าอร่อยชัวเชื่อข้าสิ” หลินบอก
“ในเมื่อพวกเ้าไม่กินกัน งั้นพวกข้า 3 คน กินกันก่อนละ ข้าเองก็หิวเหมือนกัน” นิลกาฬพูด
เมือเห็นว่าพวกเขานั้นไม่กล้าที่จะลองกิน นิลกาฬก็นั่งลงตรงกลางระหว่างหลินกับยูกิ แล้วเริ่มกินอาหารทันที
เมื่อพวกเขาเห็น นิลกาฬ หลิน และยูกิ กินกันอย่างอร่อยนั้น
“ข้าจะเชื่อที่ลูกพี่หญิงบอกก็แล้วกัน” เขาดินเริ่มตักอาหารมากิน หลังจากที่เขากินแล้วนั้น
“อร่อยเหาะไปเลยลูกพี่~!!” เขาดินะโนออกมา และเริ่มกอนอาหารต่อทันที พวกเขาที่เหลือเมื่อเห็นเขาดินกินอย่างอร่อย พวกเขาก็เริ่มกินตามทันที
“อืม อร่อยจริงๆด้วย” คริสพูด
เสวียนซินก็ค่อยๆเปิดผ้าคลุมหน้าของนางออก ใบหน้าของนางดูคม สวยและดูเ็า ดวงตาสีทอง ผิวขาวเหลือง ผมยาวสีขาว ระหว่างคิ้วของนางมาจุดสีแดงเป็รูปวงกลม แต่ว่าบนหัวของนางนั้น มีหูสัตว์ 2 อันกระดิกอยู่ เมื่อมองดูดีๆแล้ว เป็หูของจิ้งจอก ทุกคนใเป็อยากมาก
“ท่านเสวียนซิน ท่านมาจากเผ่าจิ้งจอกหรือ หรือว่าท่าน..” ยูกิถาม
“ข้ามาจาก 12 ตระกลูใหญ่ แต่ตัวข้าก็ไม่ได้มีความสำคัญต่อตระกลูขนาดนั้น” เสวียนซินพูด
นิลกาฬเห็นว่าสถานการณ์ดูอึดอัดๆ
“ลองกินดูสิ เสวียนซิน ถึงหน้าตาอาหารที่ข้าทำจะดูไม่ค่อยดีแค่ข้ารับรองเื่รสชาติว่าอร่อยชัว” นิลกาฬพูด
“จากกลิ่นที่ข้าได้ััข้าสามารถบอกได้ว่าอาหารของเ้าไม่มีพิษ แต่ข้าไม่แน่ใจว่ามันจะอร่อยจริงๆ หรือว่าเพียงแค่มีกลิ่นหอม แต่ดูจากที่พวกเขากินกัน แสดงว่าฝีมือการทำอาหารของเ้าจะต้องไม่ธรรมดาแน่ ถึงทำให้อาหารที่หน้าตาดูไม่น่าจะกินได้ ให้อร่อยได้ถึงขนาดนี้” เสวียนซินพูดด้วยเสียงเ็า
นิลกาฬยิ้มแบบเจื่อนๆ
เสวียนซินก็เริ่มกินอาหารเขาไป เมื่อนางกินแล้วนั้น นางก็ค่อยๆยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เพียงพักเดียวนางก็กับมาทำหน้าเ็าเหมือนเดิม นางหันมองรอบๆ พบว่ามีใครสังเกตุเห็นไหม นางกับเห็นนิลกาฬมองจ้องนางอยู่แล้วก็ยิ้มให้แก่นาง
‘ไอ้เ้าบ้านี้มันต้องเห็นข้าตอนนั้นแน่ๆ’ เสวียนซินคิด
‘นางจะต้องเกลียดข้าแน่ๆ ข้าไปทำอะไรให้นางเกลียดกันนะ’ นิลกาฬคิด
หลังจากทุกคนกินอิ่มกันแล้ว
“อาหารของเพื่อนลูกพี่หญิงอร่อยจริงๆว่าไหม เขาใหญ่”
“ใช่แล้วเขาดิน อร่อยจริงๆ”
“หึ ก็พอกินได้” เสวียนซินพูด
“คือว่า ถ้าท่านไม่ว่าอะไร ท่านพอจะสอนข้าทำอาหารพวกนี้ได้ไหมท่านนิล ข้าอยากให้ ท่านพ่อและท่านแม่ ได้ลองกินดู” คริสพูด
“ข้าไม่มีปัญหาหรอก อาหารที่ข้าทำมันเป็แค่อาหารพื้นบ้านของข้า ไม่ได้เป็สูตรลับอะไร” นิลกาฬบอก
“หลังจากนี้พวกเ้าจะไปที่ไหนกันต่อ” หลินถาม
“พวกข้าว่าจะไปฝึกที่ลานประลองกัน” เขาดินพูด
“ข้าเองยังไม่รู้เลยว่าจะทำอะไรต่อ พวกลูกพี่หญิงจะทำอะไรกันต่อ” คริสถาม
“ข้าว่าจะฝึกวิชาที่ห้องแรงโน้นถ่วง เ้าละนิลเ้าจะไปไหน” หลินถาม
“ข้าว่าจะไปเพิ่มพลังซะหน่อย ยูกิพอจะมีสถานที่ดีๆแนะนำบ้างไหม” นิลกาฬถาม
“จริงๆแล้วมันเป็ที่สำหรับพวกปี 2 แต่ถ้าผ่านการทดสอบพวกเราที่อยู่ปี 1 ก็สามารถเข้าไปได้” ยูกิพูด
“เป็สถานที่แบบไหนหรอยูกิ” นิลกาฬถาม
“ขนาดเื่ของดันเจี้ยนเ้ายังไม่รู้จักอีกหรอ” เสวียนซินพูด
“ก็ข้าเป็เด็กบ้านนอก ความรู้ของข้าเองก็ไม่ได้มีมากมายอะไร” นิลกาฬพูดหร้อมกับยักไหล่
‘ในโลกนี้มีดันเจี้ยนด้วยยังงั้นหรอ’ นิลกาฬคิด
“ถ้าเ้าจะไปข้าก็จะไปด้วย” หลินพูด
“งั้นก็จะรอช้าอยู่ทำไม ไปกันเถอะ ยูกิช่วยนำทางที”
“อืม”
เป็ตึกไม้ขนาดใหญ่ มีประมาณ 5 ชั้น ด้านในตึกจะมีทางลงไปยังดันเจี้ยน
“พวกข้า้าที่จะเข้ารับการทดสอบเพื่อที่จะลงไปในดันเจี้ยน” นิลกาฬพูด
“หือ พวกเ้านะหรือ้ารับการทดสอบเข้าดันเจี้ยน” ผู้คุมมองอย่างไม่ใส่ใจ
“ใช่แล้วครับ”
“ถ้าเช่นนั้นพวกเ้าตามข้ามา”
ผู้คุมได้พาพวกนิลกาฬมายังห้องทดสอบ ภายในห้องทดสอบจะมีลานประลองเล็กๆขนาด 20 ตารางเมตร
“พวกเ้าจะต้องฆ่ามอนสเตอร์ระดับสามัญให้ได้ถึงจะผ่านการทดสอบ พวกเ้าใครจะเป็คนทดสอบคนแรก” ผู้คุมพูด
“ข้าเองๆ” หลินยกมือ
ผู้คุมมองมาที่หลิน “เ้าไม่ต้องทดสอบก็สามารถเข้าไปได้”
“ข้าละ” ยูกิถาม
“ท่านหญิงก็เช่นกันท่านสามารถเข้าดันเจี้ยนได้เลย” ผู้คุมพูดด้วยความสุภาพ
“แต่เ้าต้องเข้ารับการทดสอบ โดยปกติระดับปุถุชนจะไม่สามารถสู้กับมอนสเตอร์ระดับสามัญได้ ข้ากลัวว่าถ้าเ้าเข้าไปในดันเจี้ยนแล้วเ้าจะเอาตัวเองไม่รอด” ผู้คุมบอก
“แต่ว่า..” นิลกาฬห้ามไม่ให้ยูกิพูดอะไร
“ข้าจะต้องทำยังไงบ้างถึงจะผ่านการทดสอบ” นิลกาฬถาม
“เ้าจะต้องขึ้นไปบนลานประลองแล้วทางเราจะปล่อยมอนสเตอร์ระดับสามัญออกมาทั้งหมด 3 ตัว ถ้าเ้ามีความสามารถพอก็สามารถเข้าดันเจี้ยนได้” ผู้คุมพูด
ดูจากลักษณะผู้คุมเหมือนกับว่าไม่อยากให้นิลกาฬผ่านการทดสอบ แต่เมื่อเขาเห็นว่านิลกาฬมากับท่านหญิงยูกิและเด็กสาวที่มีพลังแปลกๆแผ่ออกมาเขาเลยต้องให้นิลกาฬเข้ารับการทดสอบ
“ถ้าเช่นนั้น ท่านปล่อยมาพร้อมกันเลยทั้ง 3 ตัวเลย จะได้ไม่เสียเวลาของท่าน และก็ข้า” นิลกาฬยิ้มให้กับผู้คุม
ผู้คุมใมาก เขาหันไปทางยูกิเพื่อขอคำยืนยัน ยูกิก็พยักหน้ากลับ
“เช่นนั้นก็ย่อมได้”
นิลกาฬเดินขึ้นไปบนลานประลองทันที บาเรียทั้ง 4 ทางก็ปรากฏ พื้นที่ลานประลองอีกฝั่งก็มาหลุม 3 หลุม โผล่ออกมาและมีมอนสเตอร์ 3 ตัวออกมาจากหลุม
“ท่านหญิงท่านจะไม่ห้ามเขาหน่อยหรอ เขาอาจจะตายได้นะขอรับท่านหญิง”
“ข้าว่าท่านดูที่ลานประลองดีกว่า ที่จะมาโน้มน้าวข้า” ยูกิพูด
“แต่ว่าคุณหนู..”
“ท่านผู้คุม ข้าจัดการมอนสเตอร์ทั้งหมดแล้ว” นิลกาฬพูด
เมื่อคุมได้ยินนิลกาฬพูด ก็ใเป็อย่างมาก เขารีบหันไปทางนิลกาฬทันที
เขาพบว่ามอนสเตอร์ที่ออกมาจากดันเจี้ยนนั้นตายทั้งหมดแล้วทั้ง 3 ตัว
และมันก็กำลังค่อยๆ สลายหายไป แล้วมีลูกแก้วสีแดง สีน้ำตาลเหลือง และสีเขียว กองอยู่ตรงที่มอนสเตอร์ตาย
มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนจะแปลกไปจากมอนสเตอร์ข้างนอก มอนสเตอร์ด้านนอกเมื่อตายแล้วจะไม่สลายหายไป แต่มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนนั้นเมื่อตายแล้วจะสลายและหายไปทันที จะเหลือเพียงลูกแก้วธาตุ แต่ยังสามารถได้รับผลึกิญญาเหมือนกัน บางคนโชดดีก็สามารถพบอัญมนี ยาเสริมพลังต่างๆหรือพวกแร่ชนิดต่างๆได้ จากการฆ่ามอนสเตอร์ในดันเจี้ยน
“เ้าชื่อว่าอะไร” ผู้คุมถาม
“ข้าชื่อ นิลกาฬ” นิลกาฬพูดพร้อมกับคำนับให้แก่ผู้คุม
“จ..เ้า เป็เ้านั้นเอง มาๆ พวกท่านทั้งหมดเอาบัตรประจำตัวมา ข้าจะลงอักขระว่าพวกท่านสามารถเข้าดันเจี้ยนได้” ผู้คุมรีบจัดการเื่เข้าดันเจี้ยนให้แก่พวกเขาทันที
“ถ้าท่านจะทำให้พวกเขา ท่านก็ทำให้ข้าด้วยได้หรือไม่” เป็เสียงของหญิงสาว เมื่อทุกคนหันมาก็พบกับเสวียนซิน ผู้คุมขมวดคิ้วทันที เขาไม่สามารถตรวจสอบระดับของนางได้ แสดงว่านางจะต้องมาผลึกิญญาปกปิดพลัง นางจะต้องเป็คุณหนูจากตระกลูใหญ่แน่ๆ
“ได้ เดียวข้าจะจัดการให้”
่ที่ผู้คุมกำลังลงอักขระนั้น
“ท่านเสวียนซิน ท่านจะเข้าไปในกันเจี้ยนกับพวกข้าหรือ” ยูกิถาม
“ในตอนแรกข้าแค่เป็ห่วงพวกเ้ากลัวว่าพวกเ้าจะมีตัวถ่วงไปด้วย ข้าเลยว่าจะไปกับพวกเ้าด้วย แต่เมื่อข้ามาถึงพวกเ้าก็กำลังจะเข้าไปในดันเจี้ยนกันแล้ว เท่าที่ข้าดูพวกเ้าทั้ง 2 ไม่น่าจะได้รับการทดสอบ แต่เ้าหมอนั้นต้องเข้ารับการทดสอบแน่ๆ ทำไมพวกเ้าหมอนั้นถึงได้ผ่านการทดสอบกันไวขนาดนี้ แต่ก็เอาเถอะยังไงก็มีข้าและพวกเ้าทั้ง 2 คนแล้ว การเข้าดันเจี้ยนก็เป็เื่ง่ายๆแล้ว เ้าควรขอบคุณพวกข้านะนิลกาฬ” เสวียนซินพูด
“อ..อืมๆ ขอบใจเ้ามากๆ เสวียนซิน” นิลกาฬตอบ
‘เออข้าไปทำอะไรนางไว้ยังงั้นหรือ ทำไมนางถึงต้องตามข้ามาด้วย ข้าไปทำอะไรให้นางเกลียดกันแน่’ นิลกาฬคิดแล้วอยากจะร้องไห้
“ข้าได้ลงอักขระในบัตรประจำตัวพวกท่านแล้ว ทีนี้พวกท่านก็สามารถเข้าดันเจี้ยนได้ตลอดเวลา ถ้าของชิ้นใดที่พวกท่านได้จากดันเจี้ยนแล้วไม่้าโปรดนำมาขายให้กับพวกเราด้วยก็จะเป็การดีมากๆ” ผู้คุมพูด
พวกนิลกาฬก็รับบัตรประตัวของแต่คนกลับไป และเตรียมที่จะเข้าไปในดันเจี้ยน
“จำเอาไว้ให้ดีนะ ถ้าพวกเราเจอมอนสเตอร์ระดับชั้นยอดขึ้นไปให้หนีทันทีเข้าใจไหม” เสวียนซินถาม
ทั้ง 3 คน หันมามองหน้ากัน
“ถ้ามอนสเตอร์ระดับกษัตริย์โผล่มาพวกเราก็ไม่กลัว จริงไหมยูกินะ” หลินบอก
“ใช่แล้วท่านเสวียนซิน ท่านไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอก พวกเราเข้าดันเจี้ยนมาเพื่อที่จะสำรวจดูเฉยๆว่าเป็เช่นไร” ยูกิพูด
“..” เสวียนซินก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เมื่อนิลกาฬเห็นท่าไม่ดี
“ไปกันเถอะ ข้าอยากจะจัดการพวกมอนสเตอร์เต็มทนแล้ว” นิลกาฬ
“หึ อย่างเ้านะหรือจะจัดการมอนสเตอร์ได้ ข้ายังสงสัยอยู่ว่าทำไมเ้าถึงสามารถมาอยู่ห้อง S ได้ยังไง ห้อง S คือความหวังของโรงเรียน และเป็ห้องที่รวมเด็กที่มีพร์ และอัจฉริยะ เ้าคงจะมาอยู่ในห้อง S นี้เพราะยูกิสินะ” เสวียนซินพูด
“เ้า..” นิลกาฬห้ามหลินเอาไว้
“ท่านเสวียนซินท่านจะพูดยังไงก็ได้ นั้นเป็สิทธิ์ของท่าน แต่อย่าได้มาว่าเพื่อนคนสำคัญของข้าแบบนี้อีกเป็อันขาด โดยปกติแล้วข้าจะเป็คนที่ใจเย็นและมีมารยาท แต่ถ้าใครไม่มีมารยาทต่อเพื่อนของข้า ข้าก็จะไม่มีมารยาทกับคนผู้นั้นเช่นกัน” ยูกิพูดด้วยความน้พำดสียงจริงจัง
“นิท่าน..” เสวียนซินเหมือน้าจะพูดแต่ก็ไม่พูดออกมา
ยูกิเองก็กำลังโมโห
‘มันอะไรกันนัก กันหนา วะเนี่ยวันนี้ ข้าแค่อยากจะรู้ว่าดันเจี้ยนมันเป็ยังไงก็เท่านั้น ทำไมถ้าได้เกิดเื่แบบนี้กับข้าด้วย พระพุทธคุณ ข้าอยากจะรู้ว่าข้าไปทำอะไรให้แม่นางเสวียนซิน นางถึงได้เกลียดข้ามากขนาดนี้’
นิลกาฬอยากจะร้องไห้
“เอาละๆ พวกเ้าก็อย่าทะเลาะกันเลย นิลแค่อยากจะรู้ว่าดันเจี้ยนมันเป็ยังไง ข้อเองก็อยากรู้เช่นกัน ถ้าพวกเ้ายังทะเลาะกันอีก ข้ากับนิลจะไปกันแค่ 2 คน พวกเ้าก็กลับไปที่พักของพวกเ้าได้เลย เข้าใจไหม” หลินพูดพร้อมกับยิ้มให้กับยูกิะเสวียนซิน
ทั้ง 2 คนรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว โดยไม่รู้สาเหตุ
““อ..อืม พวกข้าเข้าใจแล้ว”” ทั้ง 2 ตอบพร้อมกัน
“ดีมาก งั้นพวกเราไปกันเถอะนิล” หลินรีบเขาไปควงแขนนิลกาฬแล้วลากเขาเข้าไปในดันเจี้ยนทันที
“พวกเราไม่ได้มาเดินเล่นกันนะหลิน เดินให้มันดีๆหน่อย และเ้าจะเบียดข้าทำไมเนี่ย” นิลกาฬบ่น แต่หลินก็ไม่ได้ตอบอะไร และยิ้มให้กับเขา
“ก็ได้ๆ พวกเรามาเดินเล่นกันก็แล้วกัน” นิลกาฬจนใจยอม
“เย้~ ข้าชนะ” หลินดีใจ
เมื่อเห็นนิลกาฬกับหลินเดินไปไกลแล้วพวกนางทั้ง 2 ก็ได้สติกลับมาทันที
และมองหน้ากัน พวกนางคิดในใจว่า ไม่ว่าจะเื่อะไรก็ตามแต่ พวกนางจะไม่ทำให้หลินโกรธเป็อันขาด