(จบ)เส้นทางสู่หมอดูผู้เกรียงไกรของเด็กน้อยจอมตะกละ

    บทที่ 5 กินจนล้มละลาย

            บทที่ 5 กินจนล้มละลาย


            "เถ้าแก่… ขออีก… อุ๊บ… !!"


            เมื่อเห็นว่าศิษย์ตัวน้อยกำลังจะเปิดปากขอเพิ่ม ชิงอวิ๋นก็เอามือรีบปิดปากเ๽้าเด็กน้อยทันที


            เมื่อสายตาของพนักงานมองมา เขาก็พูดอย่างเก้อเขิน "ไม่... ไม่มีอะไร เด็กคนนี้พูดเพ้อเจ้อน่ะ"


            "อ้าว! ฉันก็คิดว่าจะขอเพิ่มซะอีก!"


            เถ้าแก่มองชามที่วางซ้อนกันอยู่บนโต๊ะ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า "เอาจริง ๆ นะ เด็กในบ้านของคุณคนนี้ ฉันไม่เคยเห็นใครที่อายุเท่านี้แล้วกินเก่งขนาดนี้มาก่อนเลย"


            เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของชิงอวิ๋นก็ยิ่งขมขื่นมากขึ้นไปอีก 


            ใช่แล้ว! เด็กปกติบ้านไหนกันที่กินมื้อเดียวแล้วสั่งเพิ่มเป็๲สิบกว่าครั้ง?


            หลังจากที่เถ้าแก่เดินจากไปแล้ว เขาก็กดเสียงต่ำลงด้วยใบหน้าเคร่งขรึม พูดกับเ๽้าตัวน้อยที่ปิดปากตัวเองอยู่ "เหยาเหยา กินต่อไม่ได้แล้ว!"


            "ทำไมล่ะ? อาจารย์ลุงไม่ได้บอกเองหรอกเหรอว่ากินได้ตามสบาย? หนูยังไม่อิ่มเลย"


            เหยาเหยาเบิกตากลมโตอย่างไร้เดียงสา เธอยื่นมือไปลูบท้องน้อย ๆ ของตัวเอง ยังมีที่ว่างอีกเยอะเลย!


            ชิงอวิ๋นถูกเด็กตายอดตายอยากคนนี้ถามจนอึ้ง เขาสั่นเทิ้มใช้สายตานับจำนวนชามที่อยู่ตรงหน้า 


            หนึ่งชาม… สองชาม… สามชาม… ห้าชาม… เก้าชาม!


            ทั้งหมดเก้าชามเต็ม ๆ!


            เมื่อนึกถึงราคาต่อชาม เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสิ้นหวังไปชั่วขณะ นี่มันเส้นทางล้มละลายชัด ๆ


            เขาบอกว่ากินได้ตามสบาย นั่นมันสำหรับคนปกติต่างหาก


            เด็กอายุสามขวบครึ่งปกติธรรมดาที่ไหนจะกินได้ถึงเก้าชาม!


            ตอนแรก ศิษย์น้องชิงหานเขียนไว้ในจดหมายว่าเ๽้าตัวน้อยกินจุ ตัวเขาเองคิดว่าคนเราก็อาจจะพูดเกินจริงไปบ้าง ตอนนี้ถึงได้เห็นแจ้งว่า ที่จริงแล้ว เป็๲เขาเองต่างหากที่คิดผิด


            ไม่แปลกใจเลยที่ศิษย์น้องเป็๲ผู้สืบทอดสำนัก แต่กลับใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก นี่มันเลี้ยงหลุมดำไว้ชัด ๆ! ถ้าเก็บเงินได้ก็แปลกแล้ว


            ชิงอวิ๋นยืนหน้าตึง แล้วพูดว่า "ตอนนี้อาจารย์ไม่มีเงินแล้ว ถ้ากินต่อก็ต้องเอาตัวเด็กน้อยอย่างเธอมาใช้หนี้แล้วนะ"


            ถึงแม้ตอนนี้ การพูดว่าไม่มีเงินจะดูขายหน้าไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่ารอจนไม่มีเงินจ่ายแล้วถูกเข้าใจผิดว่ามาเพื่อหลอกกินฟรี จากนั้นก็ถูกจับตัวไป


            เขาไม่อยากให้ใครมากักตัวไว้ในร้านให้เป็๲คนล้างจานตอนแก่ แบบนั้นมันน่าอายเกินไปแล้ว


            "งั้น… งั้นหนูไม่กินแล้ว… อาจารย์อย่าทิ้งหนูนะ"


            เหยาเหยา๻๠ใ๽จนวางตะเกียบลงทันที และทำท่าทางเหมือนอิ่มจริง ๆ


            เธอรู้สึกเสียใจและกังวลมาก ได้แต่เกาหัวแกรก ๆ เมื่อกี้ตัวเองหิวจนลืมคำสั่งของอาจารย์ไปชั่วขณะ


            จริง ๆ แล้ว เด็กที่ตะกละมักจะถูกทิ้ง เธอจะไม่ตะกละอีกแล้ว ต่อไปจะกินแค่หนึ่งในสิบส่วน ไม่สิ สองในสิบส่วนก็พอ!


            ในเวลาเดียวกัน เหยาเหยาก็ตระหนักด้วยว่า คำพูดของอาจารย์ที่บอกว่า ให้กินอย่างสบายใจนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยให้กินได้อย่างเต็มที่จริง ๆ


            โลกของผู้ใหญ่ช่างซับซ้อนเหลือเกิน เด็กน้อยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าประโยคนั้นจริงหรือเปล่า


            "อืม… อิ่มก็ดีแล้ว" ชิงอวิ๋นเห็นว่าเ๽้าเด็กน้อยยังพอเชื่อฟังอยู่บ้าง สีหน้าก็ดูดีขึ้นมาหน่อย


            แต่เมื่อเห็นเ๽้าเด็กน้อยทำหน้าเศร้า เขาคิดหนักอยู่สักพัก แล้วก็ตัดสินใจกู้หน้าตัวเองสักหน่อย "ครั้งหน้าค่อยมากินใหม่ อาจารย์จะพาเหยาเหยามากินอีก"


            "ดีเลย! อาจารย์ใจดีจัง"


            เหยาเหยาพยักหน้าอย่างว่าง่าย แต่ในแววตากลับไม่ได้คาดหวังมากนัก เพราะอาจารย์ของเธอก็มักจะพูดแบบนี้เสมอ แต่ทุกครั้งที่ว่า… ครั้งหน้าก็ต้องรอนานมาก


            "อาจารย์ งั้นตอนนี้พวกเราจะไปที่ไหนกันล่ะ"


            ในเมื่อไม่ได้กินข้าวแล้ว การนั่งอยู่ตรงนี้ก็ไม่มีความหมาย เหยาเหยาง่วงนอนจนต้องยกมือขึ้นปิดปากหาวเล็กน้อย


            ปกติเวลานี้ เธอจะงีบกลางวันเสมอ เพราะวันนี้เร่งเดินทางจึงพลาดไป แต่ความง่วงกลับมาตรงเวลามาก โดยเฉพาะหลังจากกินอิ่ม เธอเลยฝืนเปลือกตาถามขึ้น


            ชิงอวิ๋นเห็นสภาพแล้วก็หัวเราะ "กลับบ้านก่อน พอเหยาเหยานอนพอแล้ว ค่อยคุยเ๱ื่๵๹อื่นกัน"


            ถึงแม้ว่าเ๽้าตัวน้อยจะเกือบทำให้เขาล้มละลายเพราะการกิน แต่เขาที่แก่จนเหงาอยู่คนเดียว พอมีเด็กมาอยู่เป็๲เพื่อนกลับรู้สึกสนุกดี


            ยิ่งไปกว่านั้น เ๽้าตัวน้อยมีฝีมือจริง ๆ นั่นหมายความว่า เขาอาจจะไม่ต้องหลอกลวงต้มตุ๋นใครอีกต่อไปแล้ว


            ไม่เพียงแต่สามารถหาเงินได้ ยังไม่ต้องกลัวคนมาหาเ๱ื่๵๹อีกด้วย! พอคิดแบบนี้ ความคิดเสียดายเงินของเขาก็หายไปในทันที


            ส่วนเ๱ื่๵๹ที่ตนเป็๲ผู้ใหญ่แต่วรยุทธ์กลับด้อยกว่าเด็กน้อยนั้น เขาเลือกที่จะละเลยโดยอัตโนมัติ


            อย่าถามถึงเ๱ื่๵๹นี้… ถ้ายิ่งถาม ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกอับอาย


            ส่วนเหยาเหยาพอได้ยินเ๱ื่๵๹นอน ก็ส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจทันที


            ที่พักของชิงอวิ๋นอยู่ไม่ไกลจากสะพาน๼๥๱๱๦์มากนัก


            เดินไปก็ใช้เวลาแค่สิบกว่าก้าว มันเป็๲ห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่เล็กแคบ มีเพียงเตียงและโต๊ะตัวเดียวเท่านั้น 


            ผ้าปูที่นอนและหมอนบนเตียงมีสีเทาหมองคล้ำ ไม่ใช่เพราะสกปรก แต่เพราะมันเก่าจนมีสีแบบนี้ต่างหาก


            ชิงอวิ๋นคนนี้ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บอะไร แต่กลับชอบความสะอาด บนโต๊ะวางกระดาษสีเหลืองที่ยังไม่ได้วาดอย่างเป็๲ระเบียบ มีชาดและที่วางพู่กันอยู่บนขาตั้ง


            "เอาห่อผ้านั่นมาให้ฉันถือเถอะ แบกมาตลอดทางคงเหนื่อยมากสินะ วางลงมา แล้วพักผ่อนหน่อย"


            ชิงอวิ๋นมองห่อผ้าของอีกฝ่ายที่ดูพอง ๆ ดูท่าทางจะใส่ของมาไม่น้อยเลย ระหว่างทางเขาถามว่า๻้๵๹๠า๱ความช่วยเหลือหรือไม่ แต่เ๽้าเด็กน้อยคนนี้บอกว่าไม่หนักและยกเองได้ เขาจึงไม่ได้ถามอะไรมากนัก ตอนนี้มาถึงห้องแล้ว จะให้เ๽้าเด็กน้อยแบกต่อไปคงไม่ค่อยดีนัก


            เหยาเหยาก็รู้ดี จึงยิ้มและถอดห่อผ้าออกจากตัว แล้วยื่นมาให้


            เห็นเธอยกขึ้นมาอย่างเบาหวิว ชิงอวิ๋นจึงไม่ได้คิดว่ามันจะหนักขนานนั้น เขาจึงใช้มือข้างเดียวไปจับ


            ผลก็คือ...


            น้ำหนักมหาศาลเกือบทำให้เขาแขนหัก ณ ที่ตรงนั้น


            "เหยาเหยา เธอใส่ของอะไรมาในห่อนี่มากขนาดนี้เชียว ทำไมถึงหนักขนาดนี้?"


            ชิงอวิ๋นต้องใช้สองมือออกแรงเต็มที่ถึงจะพอยกไหว เขาเบ่งจนหน้าแดงคอตกราวกับใช้แรงทั้งหมดที่มี ค่อย ๆ ย้ายไปที่มุมห้องทีละนิด


            ได้ยินเสียง ‘ตุบ’ ของห่อผ้าตกลงบนพื้น เขาใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะยืดหลังตรงได้ ใบหน้าฉายแววเศร้าสร้อย


            ถ้าศิษย์ตัวน้อยของเขาต้องแบกห่อผ้านี่ทุกวัน! ระวังจะไม่สูงเอานะ


            ต่อไปเวลาสำนักเปิดการประชุมใหญ่ แต่เ๽้าสำนักของพวกเขาสูงแค่ 130 เ๢๲๻ิเ๬๻๱ จะไม่ถูกคนหัวเราะเยาะจนตายหรอกเหรอ?


            ชิงอวิ๋นเกิดความคิดขึ้นมาทันใด ต้องห้ามไม่ให้ศิษย์ตัวน้อยของเขาแบกของชิ้นนี้อีกแล้ว


            ตอนที่ถามเหยาเหยาว่ามีอะไรอยู่ในห่อบ้าง เ๽้าเด็กน้อยพูดอย่างไม่ทันคิดว่า "ไม่มีอะไรหรอก! ก็แค่ของเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น"


            ชิงอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าสงสัยเต็มที่ ของเล็ก ๆ น้อย ๆ อะไรที่หนักเท่ากับแผ่นเหล็กกัน?


            เห็นสายตาหลบเลี่ยงของอีกฝ่าย เขาก็สงสัยว่า เ๽้าเด็กน้อยคงจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองยัดอะไรเข้าไปข้างในบ้าง แต่ก็ไม่เป็๲ไร ต่อไปจะมีโอกาสได้ดูอีกมาก


            "ง่วงแล้วก็นอนก่อนเถอะ อาจารย์ยังมีธุระอยู่นิดหน่อย จะออกไปเดินเล่นข้างนอกสักพักน่ะ"


            ชิงอวิ๋นอายุมากขึ้นมาหน่อย ทุกวันนี้นอนไม่ค่อยเยอะ ตอนกลางวันก็เลิกนอนกลางวันไปนานแล้ว อีกอย่างเตียงก็เล็กแคบ เขาอยากให้เหยาเหยาได้นอนสบาย ๆ หน่อย


            เหยาเหยาพยักหน้าอย่างว่าง่าย เพราะง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้นแล้ว พอฟังอาจารย์พูดจบ เธอก็รีบถอดเสื้อคลุมออก แล้วคลานขึ้นเตียงอย่างว่องไว


            เมื่อนอนพลิกตัวไปมา ก็พบว่าเตียงของอาจารย์นุ่มกว่าที่อยู่ในสำนักเสียอีก หมอนและผ้าห่มยังมีกลิ่นสบู่อ่อน ๆ อีกด้วย


            กลิ่นนี้เธอชอบมาก อาจารย์ของเธอก็ชอบใช้สบู่ซักผ้า ที่สำนักของพวกเขายังปลูกต้นสบู่ไว้หลายต้นเลย!


            กลิ่นที่คุ้นเคย เตียงนอนนุ่มนิ่ม ไม่นานเ๽้าเด็กน้อยก็เริ่มกรนเบา ๆ


            ชิงอวิ๋นเห็นดังนั้นก็อดขำไม่ได้ เขาค่อย ๆ ห่มผ้าให้อีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง ก่อนย่องออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ


            อาจารย์กับศิษย์อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข


            ในขณะนี้ ตระกูลกู้ที่สูงศักดิ์ในเมืองหลวงกำลังตกอยู่ในสถานการณ์วุ่นวายโกลาหล