คฤหาสน์ตระกูลลี่
“ อีกเจ็ดวัน ทางสำนักเทพยุทธ์จะทำการเปิดป่าิญญาแสนปี นับเป็โอกาสอันดีที่จะให้เด็ก ๆ รุ่นใหม่ของเราได้มีประสบการณ์ต่อสู้ในครั้งนี้ ด้านในเคยมีกระดูกิญญาแสนปี ที่ยังคงมีจิติญญาหลงเหลืออยู่ ถ้าหากใครได้มา จะทำให้คนผู้นั้นมีพลัง ิญญาแสนปีไว้คอยปกป้อง ลี่อี้ ลี่เอ้อ ลี่ซาน พวกเ้าเตรียมตัวไว้
อีกเจ็ดวัน ออกเดินทาง ลี่สงอัน เ้าเข้าไปคุ้มครองพวกเขา” หัวหน้าตระกูลลี่มู่สั่งให้ลี่สงอัน ผู้มีพลังระดับปรมาจารย์ อัครพรหมเทพ ไปคุ้มครองทุกๆ คน
ส่วนเทียนนั้น หลังจากที่รู้จักกับนายท่านสี่กับผู้เฒ่าอินทรี ก็ได้เข้ามาพบปะกันมากขึ้น ซึ่งเวลานี้เทียนมีลำดับใน ทำเนียบนักสู้ของสนามเทพยุทธ์ ลำดับที่ 9ไปแล้ว และยังไม่เคยแพ้ใครมาก่อน วันนี้เทียนสู้กับอันดับแปด ของสนามเทพยุทธ์
“ ซูเทียน ไอ้หนุ่มหมัด์ อันดับ 9 ของสนามเทพยุทธ์ พลังเทพยุทธ์ ระดับ 32 ิญญายุทธ์ ระดับ 35 สัตว์ิญญา กระรอกสามสี ชนะรวดมา 40 ครั้งไม่เคยแพ้ใคร พบกับ เหว่ยชิง เ้าอสรพิษ อันดับ 8 พลังเทพยุทธ์ระดับ 33 ิญญายุทธ์ ระดับ 33 สัตว์ิญญางูสามหัวสีทอง คู่นี้ประวัติไม่แตกต่างกันมากนัก วันนี้ทุกคนจะรู้ว่าใครจะอยู่ใครจะไป เชิญพบกับประลองที่น่าตื่นตาตื่นใจของทั้งคู่ เริ่มต่อสู้ได้เลย”
โฆษกประกาศเสร็จ เทียนมองเห็น งูสามตัวที่โผล่ออกมาไม่ใช่เป็เพียงเงาิญญาแต่เป็ งูสามหัวตัวเป็ ๆ
“ ไหวไหม เสี่ยวไป๋” เทียนถามเบาๆ
“ สบายมาก ไอ้พวกสัตว์ชั้นต่ำพวกนี้ กล้าชูคอใส่ข้าเยี่ยงนี้เชียวหรือ” เสี่ยวไป๋พูดออกมา เทียนไม่เข้าใจที่มันพูดออกมาเท่าไร แต่ไม่ทันได้คิดงูทั้งสามตัวพุ่งออกมา เข้าโจมตี เทียนพร้อมกัน ทั้งสามจุด ั้แ่ หัว ลำตัว และ่ขา เ้าเสี่ยวไป๋ ะโเข้าไปเกาะหัวงูแล้วพ่นไฟใส่หัวงูตัวแรก หัวงูไหม้กลายเป็เถ้าถ่านทันที
เทียนปล่อยให้เสี่ยวไป๋จัดการงูอีกสองตัว แล้วใช้ทวนกลีบดอกบัว พุ่งใส่เหว่ยชิง ที่ยังยืนนิ่งไม่ขยับ แต่พอเห็นเทียนมาใกล้ ก็ปล่อยพลังสัตว์ิญญาออกมาอีกตัว กลายเป็แมงมุม หัวสิงโต พุ่งเข้าใส่เทียน แต่เทียนแทงด้วยทวนกลีบดอกบัวออกไปจากปลายทวน มีกลีบดอกบัว 8 กลีบ พุ่งออกไปเป็ใบมีดตัด ขาทั้งแปดของแมงมุม จนขาดแล้วก็ ปลายแหลมของทวนพุ่งเข้าเจาะหัวสิงโต จนะเิตายทันที แต่เหว่ยชิงไม่จบเพียงแค่นี้ กลับปล่อยิญญาสัตว์ออกมาอีกตัว เป็เสือตัวใหญ่ เข้าตะปบเทียนอย่างรวดเร็ว
เทียนใช้ทวนฟาดเข้ากลางลำตัวจนร่างมันกระเด็นไปด้านข้าง แต่เหว่ยชิงตอนนี้กลายเป็มนุษย์ ค้างคาวไปแล้ว บินโฉบเข้ามาแล้ว พ่นไฟใส่เทียน แต่เทียนใช้เกราะสร้างม่านป้องกันไฟ ทำให้ไม่สามารถทำอะไรเทียนได้ เทียนใช้ทวนชี้ไปที่ มนุษย์ค้างคาวตัวนี้ ปรากฏมีเข็มนับร้อย พุ่งออกจากทวนกลีบดอกบัวโจมตีเข้าใส่มนุษย์ค้างคาว ฉึก ๆๆๆๆ ร่างพรุนไปทั่วตัว มันร้องเสียงดังลั่น เทียนยิงลูกะเิเพลิง์ออกจากทวนเข้าใส่อีก ตูม ! ร่างมนุษย์ค้างคาว ะเิเป็ชิ้น ๆ เรียบร้อยไม่เหลือซาก ส่วนงูหลังจากถูกเผาไปทั้งสามตัวแล้ว เสี่ยวไป๋ก็พุ่งเข้ามาอ้าปากกว้างกว่า หัวเสือแล้วงับลงไปหัวเสือขาดออกจากร่างทันที เทียนหันมาเห็นพอดี ยังใ ส่วนคนที่สนาม
ไม่ต้องพูดถึง ต่างใถึงกับยืนขึ้น ไม่คิดว่ากระรอก จะกัดหัวเสือขาดสะบั้นได้อย่างง่ายดาย มันคายหัวเสือทิ้ง บอกว่าไม่อร่อยแล้วแบมือออกมา เทียนโยนน้ำทิพย์ให้มัน 1 ขวด เพราะว่าได้สัญญากับเสี่ยวไป๋แล้วว่า ถ้าชนะจะให้มันครั้งละ 1 ขวด เทียนแข่งเสร็จ นายท่านสี่ก็ได้เรียกเข้าไปหาบอกว่ามีคนแนะนำให้รู้จัก
“ นายท่านสี่” เทียนเข้าไปในห้องทักทายเสร็จก็เห็นเด็กสาววัย 9ปียืนถือดาบ์ที่เทียนมอบให้
“ อาเทียน นี่คือ ลูกสาวข้า อวี้หลัน”
“ คุณหนูอวี้หลัน”
“ พี่เทียน” เทียนสะดุ้ง นี่เธอไม่รู้กระมังว่าเราเป็เด็กแค่ 6 ขวบ นายท่านสี่กับเฒ่าอินทรีทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
“ เอาล่ะ พอดีอวี้หลัน อยากมาขอบคุณเธอน่ะ ที่มอบกระบี่์ให้ อวี้หลันชอบมากเอาไปกอดนอนด้วยทุกคืน เป็ยังไงบ้างเห็นพลังยุทธของ พี่เทียน แล้ว” นายท่านสี่เอ่ยถามลูกสาว
“ พี่เทียนฝีมือสุดยอด อวี้หลันอยากขอคำชี้แนะบ้างจะได้ไหม” อวี้หลันอยากลองสู้กับเทียนดูบ้าง เทียนมองพลังเทพของอวี้หลันมีเพียงระดับ 20 ิญญายุทธ์ก็ 20 ยังห่างไกลกับเทียนมาก เทียนพยักหน้า ไม่อยากให้เสียน้ำใจ
“ เดี๋ยวก่อน เจอหน้ากันก็จะต่อสู้กันแล้ว อาเทียน ทวนที่เธอใช้เรียกว่าอะไร ไม่ใช่อาวุธธรรมดา ท่าจะเป็ระดับ์อีกชิ้นใช่ไหม” นายท่านสี่เอ่ยถามด้วยความสนใจ
“ ใช่ มันเรียกว่า ทวน กลีบดอกบัว มีอาวุธลับแบ่งออกเป็ คมมีดกลีบดอกบัว 8 กลีบ มีเข็มวายุออกจากลำตัวทวน แล้ด้านในทวนสามารถยิงะเิเพลิง์ได้ อีก18ลูก” เทียนไม่ปิดบัง
“ พี่เทียน เวลาสู้กับข้าท่านห้ามใช้ทวนกลีบดอกบัวนี้นะ” อวี้หลันเอ่ยออกมาทันที ทุกคนหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“ ไม่เลว อาวุธที่ดี” นายท่านสี่เอ่ย
“ ไปกันเถอะ ที่บ้านข้ามีสนามประลอง พวกเราไปกันเดี๋ยวนี้เลย”
นายท่านสี่มองหน้าเทียนให้ช่วยไปประลองกับลูกสาวให้หน่อย เทียนจึงต้องตามไปบ้านของนายท่านสี่ พอไปถึง อวี้หลันก็ไปลานประลองหน้าบ้านทันที นายหญิงแม่ของอวี้หลันออกมาพร้อมกับ พี่ชายอวี้หลัน นามว่า อวี้คัง ออกมายืนดู
ด้วยเช่นกัน เทียนค่อยๆ เดินเข้าไปที่กลางลานประลอง แล้วเดินไปหยิบกระบี่ธรรมดา ที่วางเอาไว้เป็อาวุธสำหรับซ้อม เทียนเคาะกระบี่ใส่พลังเข้าไปแล้วอัพเกรด กระบี่ซ้อมไร้คมอันนี้ กลายเป็กระบี่์ขึ้นมาทันที โดยที่ไม่มีผู้ใดรู้สักคน อวี้หลันชักกระบี่์ออกมา แล้วเริ่มร่ายรำกระบี่ออกมา มองดูสวยงามเหมือนแสดงโชว์เลย เทียนเองยังอึ้งกับท่ากระบี่ของ อวี้หลัน ที่ส่องประกายเป็ลำแสงออกมา กระทบสายตา คู่ต่อสู้เพียงเห็นขบวนท่าร่ายรำแบบนี้ ไม่น่ามีใครอยากสู้อยากชื่นชมมากกว่า อวี้หลันเริ่มโจมตีเทียนด้วยความรวดเร็ว เงากระบี่ พรายพรั่งไปด้วยลำแสงพุ่งเข้าหาเทียน ไปทั่วทุกจุดโดยไม่มีจุดใดใดให้ตอบโต้ ได้เลย แต่เทียนสามารถมองเห็นแนวทางกระบี่ เหมือนเป็การเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ จึงแค่ยกกระบี่ตั้งรับไม่ได้ถอยหลัง ทุกกระบวนท่าที่ฟันมาเทียนปัดทิ้งไปจนหมด
อวี้หลันใช้ท่ากระบี่ที่สอง กลายเป็ิญญากระบี่พุ่งออกมา ทั่วทิศทางมากมายนับหมื่นกระบี่พุ่งเข้าใส่เทียนไม่หยุดหย่อน เทียนวาดกระบี่หมุนเป็วงกลม กลายเป็หลุมมิติ เงากระบี่ของอวี้หลันถูกดูดเข้ามาจนหมด อวี้หลิงพุ่งร่างพร้อมกระบี่ เข้าใส่เทียน เทียนปัดออกไปก็มีร่างอวี้หลันเพิ่มขึ้นมาหลายคน
เทียนยิ้มนิดหนึ่ง ร่างอวี้หลันนับสิบจู่โจมใส่เทียนพร้อมกัน เทียนเก็บกระบี่ซ้อมไว้ในมิติส่วนตัว แล้วใช้นิ้วสองนิ้วคีบ กระบี่พร้อมร่างจริง ที่กำลังทิ่มใส่เทียน เงาร่างที่เหลือค่อย ๆ หายไป เทียนยังใช้นิ้วคีบกระบี่์ไม่ปล่อย
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุด อวี้หลันก็หมดทางสู้ เห็นไหม พี่เทียนเขาเก่งแค่ไหน” นายท่านสี่รีบเอ่ยออกมา
“ พี่เทียนขึ้โกง เขาเป็เ้าของกระบี่ เขารู้ว่าิญญากระบี่เล่มไหนคือของจริง” อวี้หลันไม่ยอมแพ้ เทียนได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไร
“ เ้าคือ ซูเทียน ที่มอบกระบี่ให้กับ อวี้หลัน” นายหญิงแม่ของอวี้หลันมองเทียนั้แ่หัวยันเท้า
“ นายหญิง” เทียนคำนำตอบ
“ ไม่เลว หน้าตาคมคาย นี่เ้าแต่งงานแล้วหรือยัง” นายหญิงถามตรงๆเลย เทียนถึงกับอึ้งหันไปมองหน้านายท่านสี่ ที่อมยิ้ม ไม่พูดออกมา เทียนมองหน้าเฒ่าอินทรี ก็ทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น
“ เื่นี้ข้ายังไม่คิด ขอรับ” เทียนตอบตามตรง
“ ดีแล้ว ยังเป็หนุ่ม อย่าเพิ่งคิดตอนนี้ รอ สี่ห้าปีค่อยๆ คิดดีกว่านะ” นายหญิงพูดออกมาแบบนี้มีความหมายอะไรหรือเปล่า
“ นี่คือ อวี้คัง เป็ศิษย์สำนักเทพยุทธ์ อยู่ลำดับที่ 4 ของสนามเทพยุทธ์ด้วย" นายท่านสี่แนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน
“ ท่านพ่อ ข้าขออนุญาต ประลองกับ อาเทียนสักท่าสองท่า” อวี้คัง วัย 24ปี ขอนายท่านสี่
“ ก็ลองดูซิ อาเทียน ลองสู้กับอาคังหน่อยก็แล้วกัน” นายท่านสี่อนุญาต
“ อาเทียน พวกเรามาประลองพลังกายธรรมดาก็พอ ไม่ต้องใส่พลังยุทธ์”
เทียนพยักหน้า อวี้คังโจมตีทันทีด้วยหมัดขวาเข้าใบหน้า เทียนไม่ได้หลบแต่ใช้เท้าเตะเข้าลำตัว จนร่างอวี้คังเซถลาไปด้านข้าง แล้วพุ่งโจมตีเทียนอีกครั้งด้วยเท้าขวา เทียนหมุนตัวสองรอบแล้วถีบเข้าลำตัว จนอวี้คังล้มไปนอนกับพื้น ทุกคนยืนนิ่งอึ้งไม่พูดอะไรออกมา
“ ข้าสู้เ้าด้วยทักษะมนุษย์ธรรมดาไม่ได้ งั้นลองใส่กันให้เต็มสูบไปเลย” อวี้คังพูดจบ ก็มีร่างสัตว์ิญญาออกมากกลายเป็หมาป่าสีขาวตัวใหญ่ ออกมาพร้อมกันทีเดียวสามตัว เทียนใช้มือตบที่อกเรียกเสี่ยวไป๋ออกมา ก็พุ่งเข้าใส่หมาป่าสีขาวทั้งสามตัว ทั้งพ่นไฟ ทั้งไล่กัดหัว อวี้คัง เรียกิญญาดาบออกมา กลายเป็ดาบั์ฟาดใส่เทียนทันที เทียนใช้ถุงมือ์ต่อยใส่ดาบั์จนหักสะบั้น และพลังที่มากกว่าก็กระแทกใส่อวี้คังจนกระเด็นไปไกล เฒ่าอินทรีต้องไปคอยรับเอาไว้ ไม่เช่นนั้นชนกำแพงเจ็บตัวแน่
ส่วนหมาป่า สามตัวก็ถูกกัดหัวขาดไปสอง โดยเผาไปหนึ่งจนร่างหายไป เทียนโยนขวดน้ำทิพย์ให้มันตามสัญญา
“ เห็นไหม อาคัง ข้าเตือนเ้าแล้ว อย่าประมาท อย่าคิดว่าพลังเทพยุทธ์ของคนอื่นจะน้อยกว่าของเรา ไม่แน่เสมอไปว่าจะเอาชนะได้โดยง่าย” นายท่านสี่เอ่ยกับ ลูกชาย
วันนี้เทียนเลยต้องกินอาหารเย็นที่บ้านของนายท่านสี่ โดยที่ นายหญิงชอบเทียนเป็มาก หวังว่าในอนาคต ลูกสาวโตขึ้น จะจับให้ทั้งคู่แต่งงานกัน
“ อาเทียน อีกเจ็ดวัน ทางสำนักเทพยุทธ์ จะเปิดป่าิญญาแสนปี เพื่อล่าสัตว์ิญญา เ้าสนใจจะเข้าไปฝึกตนที่ข้างในนั้นไหม” นายท่านสี่เอ่ยถามเทียน
“ ข้าไม่อยากเข่นฆ่าสัตว์ิญญาที่ไร้ทางสู้” เทียนบอกตามตรง
“ เ้าคิดเช่นนี้ก็ไม่ถูกต้องนัก ข้างในป่าิญญา ใช่ว่าสัตว์ิญญาจะเป็ผู้ถูกล่าฝ่ายเดียว มนุษย์ที่เข้าไป ก็ถูกล่าเช่นกัน สัตว์ิญญาระดับสีทองมีระดับหมื่นปี แสนปี สัตว์แต่ละตัวมีอำนาจมีพลัง หากได้เจอใช่ว่าระดับปรมาจารย์ อัครพรหมเทพ จะเป็คู่ต่อสู้ของมันไม่ ยิ่งถ้าอายุแสนปีพวกมันตายไปแล้วแต่พลังิญญามันยังคงอยู่ไม่หายไปไหน ถ้าใครนำกระดูกิญญามาหลอมรวมกับพลังได้ ระดับ อัครพรหมเทพ ก็สู้ไม่ได้” นายท่านสี่บอก
“ พี่เทียนไปกับพวกเราเถอะ พวกเราเข้าไปกันยังไม่เป็ร้อย คน มีปู่อินทรีไปคุ้มครองด้วย ไม่มีปัญหาหรอก” อวี้หลันก็เข้าไปด้วยเช่นกัน
“ ใช่แล้วอาเทียน เ้าเข้าไปเจอสัตว์ที่อ่อนแอ เ้าก็อย่าไปล่าพวกมัน พวกเราก็ไม่เคยล่าสัตว์ระดับต่ำเลย พวกเราล่าสัตว์หมื่นปีสีทอง ขึ้นไป เท่านั้น” อวี้คังเอ่ย
“ การเปิดป่าิญญาแสนปีครั้งนี้ มีคนของจักรวรรดิเหวินิ และอีก 5 จักรวรรดิ แล้วก็มี 15 สำนักตระกูลในดินแดนเทพยุทธ์ แล้วคนของสำนักเทพยุทธ์อีก ” เฒ่าอินทรีพูดให้เทียนฟัง ซึ่งก็ได้ผล พอรู้ว่า มีคนของจักรวรรดิ เหวินิมาด้วยเทียนตอบตกลงทันที นายท่านสี่โยนป้ายสำนักเทพยุทธ์ให้เทียนหนึ่งอัน แล้วกล่าวว่า
“ อีก เจ็ดวัน มาเจอกันที่หน้าสนามเทพยุทธ์ พวกเราจะออกเดินทางไปพร้อมกัน...”