เมืองอันเหียงนั้น ตอนนี้อยู่ภายใต้การปกครองของเตียวก๊ก ถือเป็เมืองหน้าด่านสำคัญก่อนจะถึงเมืองกิลกกุ๋น ผู้คนหนาแน่นนับว่าคึกคักทีเดียว ตึกรามบ้านช่องล้วนปักธงเหลืองเป็สัญลักษณ์ ตามประตูบ้านต่างเขียนตัวอักษรว่าชวด
ทหารรักษาการภายในเมือง ต่างสวมชุดเกราะโพกผ้าเหลือง ตั้งแถวเดินตรวจตราความเรียบร้อยกันอย่างเข้มงวด การจะผ่านเข้าเมืองได้นั้น จะต้องมีใบรับรองจากหัวหน้าทหาร แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น ถ้าหากมีเงินมากพอ
แน่นอนหม่าเหลียงย่อมมีเงินอยู่พอสมควร เขาได้รับเงินจากเ้าเมืองกว่างหยาง 100 ตำลึง หลังจากขายม้าศึกหลายสิบตัว จากนั้นจึงแบ่งเงินออกเป็ 3 ถุง ถุงแรกถูกใช้ไป 30ตำลึง ให้กับทหารเมืองกว่างหยางที่มัดตัวเขา เพื่อส่งให้กับนายกองหวังป่าที่หน้าเมือง
การมัดตัวนักโทษตามปกติสมัยนิยมนั้น จะต้องมัดแขนไขว้หลังรั้งคออย่างแ่า ต่อให้มีพละกำลังมหาศาล ก็มิอาจดิ้นหลุดออกมาได้ แต่พรานหนุ่มได้ใช้เงินก้อนนี้ติดสินบนทหาร ทำให้เขาถูกมัดเพียงแค่ข้อมือเท่านั้น มิหนำซ้ำยังปาดเชือกให้เป็รอยบาก จะได้กระชากให้ขาดได้โดยง่าย นี่จึงเป็เหตุผลสำคัญ ที่ทำให้เขาสามารถฆ่าหวังป่าได้อย่างง่ายดาย เพราะข้าศึกย่ามใจไม่ระมัดระวังตนนั่นเอง
"ฮึ.ผ่านฉลุย ขอแค่มีเงินมากพอ ก็สามารถซื้อได้ทุกอย่างที่้า" พรานหนุ่มยิ้มแก้มปริ
การกระทำของหม่าเหลียงนั้น อยู่ในสายตาของขอทานน้อยคนหนึ่งตลอดเวลา พอเขาเดินลับสายตา มันก็หยิบนกหวีดขึ้นมาเป่า แล้วแสร้งผล็อยหลับตามเดิม
"ตายละซี! ถามทางคนที่นี่ตั้งหลายครั้ง แต่ก็ยังหลงทางอยู่ดี อืม.แต่ว่าทางเดินของเมืองนี้ ดูแปลกประหลาดพิกล แถมบ้านเรือนก็สร้างคล้ายๆกันไปหมด เอ.แล้วจะไปทางไหนดีวะเนี่ย" หม่าเหลียงเกาหัวแกรกๆยืนงงอยู่อย่างนั้น
ที่ชายหนุ่มสงสัยนั้นนับว่าถูกต้อง หลังจากเตียวก๊กยึดเมืองนี้ได้แล้ว มันก็สั่งให้ทหารปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ ก่อตั้งค่ายกลลวงตาขึ้นมา ตามตำราวิชาเซียนที่ตนได้มาจากผู้วิเศษนั่นเอง
"นี่ลุง จะไปไหนเหรอ?" เสียงหวานๆดังขึ้นข้างหู หม่าเหลียงหันขวับไปมอง พอไม่เห็นใครให้รู้สึกขนพองสยองเกล้า
"ลุง หนูอยู่ตรงนี้ ก้มหน้าลงมาสิ"
"อ้าว.ที่แท้ ก็เป็เด็กนี่เอง" ชายหนุ่มรู้สึกฉิว นึกว่าถูกผีหลอกกลางวันแสกๆ
เด็กหญิงวัย 10 ขวบดวงตากลมโตห่มผ้าปุปะร้องทัก ถึงแม้จะดูซอมซ่อยากไร้ แต่ใบหน้าเล็กนั่นกลับดูงดงามอย่างประหลาด
"ลุง.คงเพิ่งมาเมืองนี้ซินะ และกำลังหาโรงหมออยู่ใช่ไหม?"
"ใช่ๆ เอ.แล้วหลานสาวรู้ได้ยังไง" พรานหนุ่มชักเริ่มระวังตัว
"แหม.ธนูปักหลังเห็นอยู่ทนโท่ เืแห้งเกรอะกังเกาะตามเสื้อผ้า ใครเห็นก็รู้ว่าลุง ได้รับาเ็มา"
"แฮ่ะๆ.มันก็จริงอย่างที่หนูพูดแหล่ะ" หม่าเหลียงรับฟัง จึงเริ่มคลายความหวาดระแวง
เด็กหญิงทำตาวาวเดินวนรอบกาย
"พวกลุงยาม ตาบอดหรืออย่างไร ถึงปล่อยให้คนแปลกหน้า อีกทั้งาเ็จากการสู้รบ เข้าเมืองมาได้ "
พรานป่าได้ฟังพลางยิ้มกว้าง แววตาดุดันราวกับพยัคฆ์ กลิ่นอายความตายโพยพุ่งออกมา 'สงสัย.ต้องสร้างบาปกรรมอีกครั้ง'
เด็กน้อยยิ้มพรายอย่างรู้เท่าทัน
"ลุงกำลังคิด จะฆ่าหนูอยู่ซินะ"
'อ้าว.ยายเด็กนี่ดันรู้ทัน' เขารู้สึกอับอาย จนสีหน้าสุกคล้ายลูกมะเขือเทศ
"ไม่ต้องกังวลหรอกนะ หนูไม่คิดทำร้ายลุงหรอก แค่อยากได้ค่าขนมเท่านั้นเอง" กล่าวจบ เด็กผู้หญิงฮัมเพลงเดินนำหน้า แล้วกระดิกนิ้วชี้เรียก "ตามมาสิ.หนูจะพาไปหาหมอ"
"ฮึ.ยายเด็กนรก กระดิกนิ้วเรียกกู ยังกับหมา" หม่าเหลียงเดินตามอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
ครั้นเดินวกไปวนมาอยู่หลายครั้ง จนมาถึงหน้าค่ายฝึกทหาร ชายหนุ่มเห็นดังนั้นแสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที
"นังเด็กปีศาจ ทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?"
เด็กหญิงทำแก้มป่องเมื่อถูกดุ "ก็พามาหาหมอไง ดูโน่น.ลุงเห็นประตูใหญ่ตรงกันข้ามนั่นไหม มันคือโรงหมอทหาร"
"อ้าว.แล้วทำไมถึงไม่พาลุงไป ที่ร้านยาหรือโรงหมอชาวบ้านล่ะ!" ชายหนุ่มเริ่มแสดงกิริยากร้าวร้าว
"ก็ตอนนี้.มันไม่มีร้านยาหรือโรงหมอชาวบ้านแล้ว หลังจากเมืองอันเหียงถูกตีแตก บรรดาหมอยาทั้งหมดต่างถูกกวาดต้อนมารวมกันไว้ที่นี่ หากชาวบ้าน้ารักษา จะต้องเสียค่าตรวจหนึ่งตำลึง ส่วนค่าสมุนไพรก็คิดแยกต่างหาก" เด็กหญิงอธิบายซะยาวยืด
"อ๋อ.ที่แท้เป็อย่างนี้นี่เอง"
เด็กหญิงแบมือขอเงินทันที ที่ธุระแล้วเสร็จ
"ลุง เงินค่าขนมของหนู"
หม่าเหลียงหยิบเหรียญทองแดงห้าเหรียญส่งให้ เด็กน้อยเบ้ปากปัดเหรียญเ่าั้ลงพื้นดังกริ๊งกร๊าง ชายหนุ่มใกับการกระทำของเธอ
"10 ตำลึง" เด็กหญิงขึ้นเสียงสูง
"หาา.10 ตำลัง จะปล้นกันหรือไง ไม่ให้โว๊ย.." เขาตวาดเสียงดังทำหน้าบึ้งตึง
"น้องจินหลิง เกิดอะไรขึ้น ใครรังแกเธอ"
เด็กหญิงวิ่งหลบฉาก ไปด้านหลังของเด็กชายวัย 12 ขวบ แล้วชี้มาที่เขาด้วยความโกรธ
"พี่ตู้ห่าว เขาไม่ยอมจ่ายเงินให้หนู"
เด็กแซ่ตู้เดินกร่างราวกับนักเลงโต มันตวาดเสียงกร้าว
"ถ้าไม่อยากเจ็บตัว ก็จ่ายตังมาซะดีๆ"
"ใช่แล้ว.เอาเงินมา ถ้าไม่อยากถูกกระทืบ"
สิ้นเสียง.ก็มีกลุ่มขอทานราวยี่สิบคนวิ่งเข้ามารุมล้อม แต่ละคนนับว่ายังเล็กนัก คนที่อายุมากที่สุดไม่เกิน 15 ปี ส่วนเด็กอายุน้อยที่สุดก็คือไอ้หนูวัย 5 ขวบ ขนยังไม่ขึ้นหัวสักเส้น แถมยังแปะกอเอี๊ยะบนกบาล มันดูดจุกนมกระดิกเท้าอย่างกับจิ๊กโก๋
หม่าเหลียงพอเห็นแก๊งฟันน้ำนม แล้วอดขำไม่ได้
"โอ๊ย.ตายๆ นี่กูตกอับ จนถูกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม.ข่มขู่" พรานหนุ่มหัวร่องอหายน้ำตาเล็ด
ตู้ห่าวโกรธจัดจนควันออกหู ที่ถูกดูถูกอย่างแรง
"พวกมึง.จะมัวชักช้าอยู่ทำไม รุมกระทืบมันเลย" ไม่ทันสิ้นเสียงคำสั่ง ไอ้เด็กหัวเกรียนก็วิ่งเร่เข้ามาราวกับกระทิงเปลี่ยว เอาหัวโล้นกระแทกเข้าหว่างขาหม่าเหลียงอย่างจัง
ชายหนุ่มไม่ทันระวังตัวด้วยนึกประมาท ถูกกระแทกเข้าที่กล่องดวงใจอย่างแรง จนทิ้งตัวร้องจ๊ากหน้าเขียวหน้าเหลือง ขดตัวเป็กุ้งดีดดิ้นเจ็บจุกเจียนตาย
"โอย.โอ๊ย..ไข่กูแตกแล้วๆ" หม่าเหลียงเอามือกุมช้างน้อยแน่น
"ก๊ากกๆๆ.สุดติ่งไปเลย น้องหยางเฉิน" ขอทานที่แสร้งหลับอยู่หน้าประตูเมือง ปรบมือหัวเราะลั่น
"มิได้ๆ พี่จ้าวเหว่ยเื่เล็กน้อย" ทารกกัดหัวจุกนม ประสานมือตอบ
ตู้ห่าวเองก็เข้ามาโอบกอด ผู้มีศักดิ์เป็หลานชายด้วยความยินดี
"พี่ชาย พวกเรามีโชคจริงๆ ตาลุงนี่.มีเงินอยู่ในถุงเกือบ 20 ตำลึงแน่ะ" จินหลิงล้วงเงินออกจากเสื้อของหม่าเหลียง แล้วยิ้มกริ่มจนตาโค้งเป็วงพระจันทร์