หลังจากเอาขนดอกไม้มาบริเวณศาลานางก็ให้พ่อบ้านไปตามคนงานที่ว่างมาช่วยกันปลูกดอกไม้
"เสี่ยวเปา เดี๋ยวแม่จะปลูกดอกไม้บริเวณนี่อาจจะเสียงดังหน่อยเ้าจะกลับไปคัดอักษรที่เรือนหรือไม่" ลี่เซียนที่เดินมาพร้อมกับวางจานของว่างข้างๆเด็กน้อยถามขึ้น เมื่อเห็นเด็กน้อยส่ายหน้าเบาๆจึงก้มลงจูบที่ศีรษะเล็ก
"งั้นถ้าเสียงดังรบกวน เ้าบอกสามารถบอกแม่ได้ หรือหากเ้าเบื่อก็สามารถมาปลูกดอกไม้เป็เพื่อนแม่ได้นะ" ลี่เซียนเอ่ยแล้วลูบศีรษะเล็กเบาๆ เมื่อเห็นเด็กน้อยพยักหน้า
หลังจากนั้นลี่เซียนก็ลงมือปลูกดอกไม้รอบๆ เรือนั้แ่เช้าจนเย็นโดยมีเสี่ยวเปาเข้ามาช่วย่เย็นๆ ภาพที่เฉินเทียนอี้เห็นขณะนี้คือสองแม่ลูกคุยกันยิ้มและหัวเราะใส่กันสองมือก็ช่วยกันกลบดินมองดูแล้วรู้สึกอบอุ่นในใจ เขามองดูสักพักจึงเข้าไปสอบถาม
"ทำอะไรอยู่รึ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียกสายตาสองแม่ลูกหันมอง
"ข้าช่วยท่านแม่ปลูกดอกไม้ขอรับ" เสี่ยวเปาตอบเสร็จก็ยิ้มให้เขา
"สนุกรึไม่" ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้สองแม่ลูก
"สนุกขอรับ"
"ใกล้เสร็จรึยังเล่า นี่ใกล้เวลาอาหารเย็นแล้วไม่หิวกันรึ"
"จริงด้วย!! ข้าปลูกเพลินเลย แต่ใกล้เสร็จแล้วเ้าค่ะ ท่านพี่พาเสี่ยวเปาไปอาบน้ำก่อนนะเ้าคะ เดี๋ยวข้าตามไป" ลี่เซียนรีบบอกสามี
วันเวลาก็ผ่านไปครึ่งปีแล้วที่ลี่เซียนได้ย้อนกลับมา ชีวิตประจำวันของนางนั้นเรียบง่ายมาก ตื่นมารดน้ำต้นไม้ดอกไม้ สายหน่อยก็พาเสี่ยวเปามานั่งคัดอักษรที่ศาลาริมน้ำที่บรรยาการรอบๆศาลาตอนนี้ดูร่มรื่นกว่าแต่ก่อนมากทั้งยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้พลัดพาให้ได้สดชื่น ตอนเย็นมานางก็เข้าครัวทำอาหารและของว่างส่วนตอนกลางคืนนางก็สลับนอนสามีกับเสี่ยวเปาแต่ส่วนใหญ่นางจะนอนกับเสี่ยวเปามากกว่า หากนางเบื่อๆนางก็ออกไปที่ร้านกับสามีโดยให้เสี่ยวเปาออกไปดูบรรยากาศการทำงานที่ร้านสลับช่วยเสี่ยวเอ้อขายผ้า ซึ่งหากวันไหนนางไปหน้าร้านทางร้านจะขายผ้าได้มากกว่าปกติและยังมีการสั่งจองสินค้าล่วงหน้าเสมอ
"เ้าเหนื่อยหรือไม่" เสียงสามีถามขึ้น
"ไม่เลยเ้าค่ะ สนุกดี" ลี่เซียนหันมายิ้มและตอบสามี
"หิวรึไม่เสี่ยวเปา" ลี่เซียนหันถามเด็กน้อยที่นางพามาด้วยเนื่องจากนางกลัวเขาเบื่อ และวันนี้ก็เป็อีกวันที่ผู้คนออกมาจับจ่ายซื้อผ้าที่ร้านของนางจนแน่นร้าน ซึ่งนางออกไปช่วยเสี่ยวเอ้อแนะนำผ้าเหมือนครั้งก่อนๆ โดยมีเสี่ยวเปานั่งอยู่ข้างๆโต๊ะหลงจู๊มองนางทำงาน
"ข้ารอท่านได้ขอรับ" เสี่ยวเปาตอบพร้อมยิ้มให้นาง
ลี่เซียนได้ยินดังนั้นจึงยิ้มให้เสี่ยวเปาพลางลูบแก้มเล็กเบาๆ นางรู้สึกว่าลูกของนางตามใจนางมาก ั้แ่เขาเริ่มเปิดใจให้นางไม่ว่านางจะทำอะไรให้ทานก็ทาน พาหนีการนั่งฝึกคัดอักษรที่เขาชอบไปเที่ยวเล่นรอบจวนเขาก็ยังยิ้มให้นาง หรือดึงดั้นพาเขามาเดินเล่นที่ร้านผ้าขณะที่เฉินเทียนอี้คัดค้านเพราะกลัวเด็กน้อยเบื่อและไม่มีเวลาดูแลเต็มที่ เนื่องจากงานที่ต้องดูหน้างานเกือบตลอดเวลาทั้งยังต้องตรวจสินค้าและบัญชีในแต่ละวันอีก แต่เด็กน้อยก็ไม่มีท่าทีที่อึดอัดหรืองอแงอยากกลับจวนเลย กลับกันเขากับยิ้มให้นางทุกครั้งที่นางหันมามองเขา ตอนแรกนางคิดว่าที่เขาชอบคัดอักษรเพราะไม่มีอะไรอย่างอื่นทำและไม่มีเพื่อนเล่นเพราะเขาไม่ค่อยได้ออกนอกจวนหรือเพราะเขาไม่ค่อยพูดหรือยิ้มให้คนอื่นก็ตาม แต่พอนางลากเขาไปนู้นนี่ ชวนเขาคุยหรือหางานอย่างอื่นให้เขาช่วยนางทำ ถึงเขาจะไปกับนางทุกทีแต่ในมือยังถือหนังสือคัดอักษรไปด้วยในทุกที่หากมี่ไหนว่างเขาก็จะหยิบมาคัดทันที ที่จริงนางก็ปลาบปลื้มใจที่ว่าด้วยอายุเพียงสามขวบกว่าเขามีความขยันและมุ่งมั่นขนาดนี้ แต่ติดที่เขามีท่าทางที่เป็ผู้ใหญ่เกินตัวไปหน่อย
นางอยากให้เขามี่เวลาที่เป็เด็กจริงๆ อยากให้เขาบอกในสิ่งที่เขาอยากทำหรือในสิ่งที่เขาไม่ชอบไม่้าทำ อยากให้เขาสดใสร่าเริงและวิ่งเล่นซุกซนเช่นเด็กคนอื่น อยากให้ร้องไห้โวยวายใส่นางในสิ่งที่เขาอัดอั้นใจ อยากให้เขาวิ่งเข้ามากอดนางและฟ้องเื่ต่างๆที่ไม่ได้ดั่งใจเขาบ้าง เหมือนครั้งที่นางยังเป็เด็กที่วิ่งเข้าหาบิดาร้องไห้โวยวายในสิ่งที่ไม่ได้ดั่งใจตน แต่บิดากลับยิ้มและกอดนางไว้พูดคุยกับนางอย่างมีเหตุมีผล มิเคยด่าว่าและเฆียนตีนางสักครั้งมันทำให้นางรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่นึกถึง บิดาของนางทำให้นางรู้สึกว่าจะมีคนเคียงข้างและไม่ทอดทิ้งนางไว้ด้านหลังถึงแม้บิดาจะไม่ได้มีนางเป็ลูกเพียงคนเดียวก็ตาม
เพราะเมื่อใดที่เขาอยู่คนเดียว เผลอตัวหรือเหม่อลอย นางมักเห็นใบหน้าที่นิ่งเรียบของเขา บรรยากาศรอบตัวดูอึมครึ้ม แววตาดูว่างเปล่าแลโศกเศร้า ซึ่งแรกๆที่นางมองเขานางรู้สึกวูบโหวง หน่วงในใจลึกๆ ยิ่งเขาเหม่อลอยบ่อยเท่าไหร่นางยิ่งกลัว กลัวเขาปิดกั้นตัวเองไม่เปิดใจให้นางหรือคนอื่นๆ เมื่อก่อนนางไม่ได้สนใจว่าเขาจะเป็ตายร้ายดียังไงเนื่องจากนางเกลียดเขายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด แต่เมื่อนางย้อนกลับมาครานี้ สิ่งที่นางทำไปก่อนหน้านี้มันย้อนกลับมาทำให้นางทรมานใจและโศกเศร้าจนอยากร้องไห้วันละหลายๆรอบกับสิ่งที่นางทำกับเขา ลูกชายที่นางไม่รักไม่เลี้ยงไม่แม้แต่จะมองเขา ทั้งยังทอดทิ้งเขาและปล่อยให้ตายอย่างเดียวดาย...
เสี่ยวเปาเห็นมารดาของตนเหม่อลอยขณะมองเขาและกุ้มแก้มเขาอยู่นาน จึงส่งเสียงเรียกเบาๆพลางเอียงหน้าซบมือมารดาที่แนบแก้มเขาอยู่ไว้
"ท่านแม่ขอรับ" ลี่เซียนสะดุ้งเบาๆและตื่นจากภวังค์ เมื่อเห็นภาพตรงหน้าจึงยิ้มด้วยความเอ็นดูและจูบที่หน้าผากเล็กเบาๆ ทำให้เด็กน้อยยิ้มกว้างขึ้นแก้มขาวๆของเขาเริ่มมีแดงหน่อยๆเฉกเช่นทุกครั้งที่นางจูบหน้าผากหรือหอมแก้มเขา ตอนนี้นางมองเสี่ยวเปาด้วยความโล่งใจ เพราะลูกของนางยิ้มเยอะขึ้น พูดคุยกับนางมากขึ้น แววตาสดใสกว่าแต่ก่อนมากแถมยังติดนางแบบสุดๆ แม้จะติดเป็อันดับสองน้อยกว่าสมุดฝึกคัดอักษรของเขาก็เถอะ แต่ก็คงมากกว่าบิดาเขาแหละมั้ง นางคิดเข้าข้างตัวเองและยิ้มออกมาราวกับเป็ผู้ชนะ
"อืมมม งั้นพวกเราไปหาอะไรทานกันก่อนดีรึไม่เล่า เราไปตามบิดาเ้ากันเถอะ" พูดแล้วก็จูงมือเล็กลงจากเก้าอี้และเดินเข้าไปข้างในร้าน