ณ ห้องประกายอัสนีในพระราชวังอัสนีดารา
เทพอัสนีย์และเหล่าเทพและเทพีกำลังประชุมกันถึงเื่การหายตัวไปของเทพเหมันต์ ห้องประชุมเต็มไปด้วยความกังวลและความโกรธเคืองที่เทพเหมันต์ซึ่งเป็พระมหาชายาของเทพอัสนีย์ถูกลักพาตัวไป โดยมีเทพัเขียวนำเสนอให้ทุ่มกำลังบุกเข้าไปในเขานารีนิทรา ซึ่งเชื่อว่ามีทางเข้าเมืองเมฆอัคคีที่นั่น
เทพัเขียวพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น "เราควรทุ่มกำลังบุกไปยังกลางเขานารีนิทรา เพื่อหาทางเข้าเมืองเมฆอัคคีให้พบ และช่วยพระมหาชายาเทพเหมันต์ออกมาให้ได้"
ก่อนที่เทพัเขียวจะพูดจบ ประตูมิติแห่งอัสนีดาราก็เปิดออก พร้อมกับเทพเหมันต์ที่ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าทุกคน นางอุ้มร่างของภัทรา นางมารจิ้งจอกโลหิตที่หมดสติอยู่มาด้วย โดยที่ภัทราเหลือเพียงบราและกางเกงในเท่านั้น
เทพอัสนีย์ลุกขึ้นด้วยความดีใจและโล่งใจ "น้องนีเ้ากลับมาได้อย่างไร? และนั่น... ทำไมเ้าถึงอุ้มภัทรามาด้วยล่ะ"
เทพวารีมองด้วยความใและสงสัย "น้องสาวของข้า... ทำไมเ้าใส่เสื้อผ้าของภัทรา? แล้วทำไมภัทราถึงล่อนจ้อนขนาดนั้น"
เทพเหมันต์ ยืนตรงอย่างสงบแต่จริงจัง "มีเื่ที่พวกท่านต้องรู้เกี่ยวกับภัทราผู้นี้ ข้าขอให้ทุกคนออกจากห้องนี้ก่อน ข้า้าพูดคุยเฉพาะกับเทพีทั้งห้าและเทพอัสนีย์เท่านั้น"
ทุกคนในห้องที่ไม่ใช่เทพีทั้งห้าและเทพอัสนีย์มองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ แต่ก็เคารพในคำสั่งของเทพเหมันต์และทยอยออกไปจากห้องประชุม
เมื่อห้องประกายอัสนี เหลือแต่เทพีทั้งห้าและเทพอัสนีย์
เทพอัสนีย์พูดด้วยความเป็ห่วง "ทำไมนางมารจิ้งจอกโลหิตจึงอยู่ในสภาพนี้?"
เทพเหมันต์ทำหน้าแปลกใจ “ท่านพี่ท่านรู้หรือว่านางเป็มาร”
เทพอัสนีย์ยิ้มเยือกเย็นแล้วกล่าวว่า “ไม่มีมารที่ไหนรอดพ้นดวงตาที่สามของพี่ไปได้ แต่ที่พี่ไม่พูดก็เพราะอยากให้เ้าสืบหาความจริงว่านางเข้ามาทำอะไรที่นี่ จึงส่งนางไปอยู่กับเ้า”
เทพเหมันต์ถอนหายใจและอธิบายต่อไปว่า "ข้าถูกลักพาตัวไปยังเมืองเมฆอัคคีโดยนางมารจิ้งจอกโลหิตผู้นี้ นางใช้เข็มมารแมงป่องเหมันต์สะกดพลังของข้า แต่ข้าสามารถทะลวงพลังและหนีออกมาได้ ข้านำเสื้อผ้าของนางมารมาใส่แทน เพราะของข้าถูกทำลายไป"
เทพวารีขมวดคิ้ว "เ้าคิดจะทำอย่างไรกับนางต่อไป?"
เทพเหมันต์หันไปมองภัทราที่หมดสติ "ข้า้าให้พวกเราสืบสวนเื่นี้อย่างถี่ถ้วน นางไม่ใช่เพียงแค่นางมารธรรมดา นางแฝงตัวเข้ามาในวังของเรา มาเป็ที่ปรึกษาของข้า เพื่อสืบความลับและวางแผนการทำาเพื่อยึดพิภพอัสนี นางควรถูกไต่สวนและลงโทษตามกฎของวัง"
เทพอัสนีย์พยักหน้าอย่างหนักแน่น "ข้าจะให้จัดการเตรียมห้องสอบสวนและคุมขังนางมารจิ้งจอกโลหิตผู้นี้เพื่อการไต่สวนทันที เราต้องรู้ว่านางมาจากที่ใดและมีแผนการอะไรบ้าง"
เทวีอัคนีมองด้วยความโกรธ "การที่นางกล้ามาลักพาตัวมหาชายาถือเป็การท้าทายวังเราโดยตรง ข้าจะเป็คนคุมสอบสวนนางเอง"
เทพเหมันต์พยักหน้าช้าๆ "ข้าจะร่วมมือกับท่านในการสอบสวนครั้งนี้ ข้าเชื่อว่านางยังมีเื่ที่เรายังไม่รู้อีกมาก"
เทพีแห่งดินพูดด้วยความกังวล "ข้าจะช่วยเฝ้าดูแลนางในคุกใต้ดิน และตรวจสอบว่านางยังมีความลับอะไรอยู่บ้าง"
เทพอัสนีย์สรุปด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ตกลง ขอให้จัดการทุกอย่างตามแผนการนี้ ให้เทพเหมันต์เป็ตุลาการพิจารณาคดีมีอำนาจสูงสุดในการวินิจฉัยคดี เทวีอัคนีเป็ผู้สอบสวน เทพวารีดูแลผู้ต้องหา ท่านเทพีทุกคนเตรียมพร้อม ทุกอย่างต้องทำอย่างรอบคอบ เราจะไม่ให้เื่นี้เกิดขึ้นอีก"
เทพเหมันต์พยักหน้ารับคำ และทุกคนต่างเตรียมพร้อมสำหรับการสอบสวนและไต่สวนต่อไป
เวลา 18.00 น.ณ คุกใต้ดิน พระราชวังอัสนีดารา
เสียงโซ่กระทบกันดังสะท้อนในคุกใต้ดินที่มืดมิดและเย็นะเื กลิ่นความชื้นและสนิมปะปนอยู่ในอากาศ ภัทราถูกมัดตรึงอยู่กับไม้กางเขน ทั้งร่างกายของเธออ่อนแรง และเธอสวมเพียงกางเกงในและบราเท่านั้น
เสียงฝีเท้าเบาๆ เดินเข้ามาใกล้ เทพวารีปรากฏตัวขึ้นในเงามืด ถือชามโจ๊กในมือ
เทพวารีกล่าวด้วยเสียงนุ่มนวล "ภัทรา เ้าหิวหรือไม่? ข้านำโจ๊กมาให้เ้า"
เทพวารีค่อยๆ ใช้ช้อนตักโจ๊กในชามขึ้นมาเป่าแล้วป้อนให้ภัทรา พลางยิ้มอ่อนโยน
ภัทราดวงตาคลอน้ำตา รู้สึกซึ้งใจ "ท่านอาจารย์ ท่านช่างดีต่อข้าเหลือเกิน" น้ำตานางหลั่งไหลออกมาจากดวงตา
เทพวารียิ้มอย่างอบอุ่นและลูบศีรษะภัทราเบาๆ "เ้าเป็ศิษย์ก็เหมือนเป็ลูกข้านั่นแหละ จะดีจะร้ายก็เป็ลูกข้าจะไม่ให้ข้าห่วงได้อย่างไร ถึงใครจะมองเ้าเป็มารจิ้งจอกที่น่ารังเกียจอย่างไร แต่ในสายตาข้าแล้วเ้าก็คือ ภัทรา เด็กน้อยที่เฉลียวฉลาด น่ารัก ช่างพูด ขี้ประจบ ของข้าอยู่ดี"
ภัทรานิ่งเงียบ น้ำตายังไหลอยู่ แต่ใบหน้าแฝงไปด้วยความอบอุ่นที่ได้รับจากคำพูดของอาจารย์
เงาสะท้อนของไฟจากคบเพลิงสั่นไหวในความมืด คุกใต้ดินยังคงเงียบสงบ มีเพียงเสียงสะอื้นเบาๆ ของภัทราที่ซึมซาบกับความอบอุ่นจากคำพูดอาจารย์ของนาง
ภัทราน้ำเสียงแ่เบาแต่แฝงด้วยความเย้ายวน "ท่านอาจารย์... ท่านช่วยปล่อยข้าไปเถอะนะ"
เทพวารีเริ่มลังเล แม้จะเป็เทพีแห่งน้ำที่ใจเย็นและมีสติปัญญาล้ำเลิศ แต่คำพูดของศิษย์รักก็ทำให้เธอหวั่นไหว
เทพวารีกล่าวด้วยเสียงอ่อนโยน "ภัทรา ข้าไม่อยากให้เ้าเ็ป แต่ข้าก็ต้องทำหน้าที่ของข้า"
ทันใดนั้น เทวีอัคคีเดินเข้ามาพร้อมแส้ที่เต็มไปด้วยเปลวไฟอยู่ในมือของนาง ดวงตานางแฝงไปด้วยความโกรธและความเด็ดเดี่ยว
เทวีอัคคีเสียงแข็ง "ขอเชิญท่านเทพีแห่งน้ำออกไปก่อน ข้าไม่้าให้ท่านอ่อนข้อให้มารผู้นี้ ข้าจะทำให้มันพูดความจริงให้ได้"
เทพวารีลังเลเล็กน้อย แต่ก็เดินออกจากห้อง ทิ้งภัทราไว้กับเทวีอัคคีที่ตอนนี้เริ่มแกว่งแส้อัคคีอย่างรุนแรง
เทวีอัคคีเสียงเคร่งเครียด "เ้าคิดว่าจะปิดบังอะไรจากข้าได้หรือ นางมาร! แส้อัคคีนี้จะทำให้เ้ารู้ว่าการปกปิดความจริงมันเ็ปเพียงใด"
เทวีอัคคีฟาดแส้ลงไปยังร่างของภัทรา เปลวไฟลุกลามทันทีที่กระทบผิวของเธอ ภัทรากัดฟันแน่นแม้ความเ็ปจะทวีความรุนแรงขึ้น แต่เธอก็ยังไม่ปริปาก
ภัทราเสียงแหบสั่น "ท่าน... คิดว่าแส้นี้จะทำให้ข้าเปลี่ยนใจได้หรือ? ข้าเคยผ่านอะไรที่โหดร้ายกว่านี้มามากมายนัก แส้ขี้ประติ๋วของท่านนี่ช่างกระจอกมาก"
ในขณะที่ความตึงเครียดเพิ่มขึ้น เทพเหมันต์เดินเข้ามาในห้อง ร่างของนางปล่อยไอเย็นที่ทำให้บรรยากาศร้อนระอุเริ่มสงบลง
เทพเหมันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ "หยุดได้แล้ว เทพีแห่งไฟ ข้าจะจัดการเื่นี้เอง"
เทวีอัคคีมองเทพเหมันต์ด้วยความไม่พอใจแต่ก็ยอมเดินออกจากห้อง ปล่อยให้ภัทราอยู่กับเทพเหมันต์เพียงลำพัง
ภัทรายิ้มเยือกเย็น "ข้าเดาว่าท่านก็คงไม่ต่างจากคนอื่นๆ ที่้าให้ข้าพูด แต่ข้ามีข้อเสนอให้ท่าน"
ภัทรามองไปยังเทพเหมันต์ สายตาเ้าเล่ห์แสดงออกอย่างชัดเจน
ภัทรา "ถ้าท่านช่วยข้าพ้นข้อกล่าวหา ข้าจะเก็บความลับที่ท่านถูกจับไปเปลื้องผ้าและโดนมารพยัคขาวกอดจูบไม่ให้หลุดออกไป"
เทพเหมันต์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ความเย็นในห้องดูเหมือนจะหนาวเหน็บมากขึ้น
เทพเหมันต์เสียงเรียบแต่แฝงด้วยอำนาจ "ความลับนั้นไม่ใช่สิ่งที่เ้าจะใช้ต่อรองกับข้าได้ แต่ข้ามีข้อเสนอที่ดีกว่านั้น ถ้าเ้า้าความคุ้มครอง เ้าต้องยอมรับสามข้อนี้ ข้อแรกเ้าต้องสาบานเืกับข้าว่าจะไม่ทรยศต่อข้าและเหล่าเทพทั้งหลาย ข้อที่สองเ้าต้องยอมมอบตัวเป็ศิษย์ข้า ข้อสุดท้ายเ้าต้องเปลี่ยนมาเป็เทพ แล้วข้าจะลบเื่เลวร้ายในวันนี้ไปให้หมด"
ภัทรามองเทพเหมันต์อย่างประเมินผล แต่สุดท้ายก็พยักหน้าเล็กน้อย
ภัทรา "ตกลง... ข้าจะทำตามข้อเสนอของท่าน"
แสงสลัวจากโคมไฟที่คุกใต้ดินสะท้อนบนผนังหินที่เย็นชื้น ภัทราถูกมัดตรึงอยู่กับไม้กางเขน ในสภาพอ่อนล้าจากการถูกจองจำ เทพเหมันต์ยืนอยู่เบื้องหน้านาง ดวงตาจ้องมองด้วยความเข้มงวด
เทพเหมันต์ยกนิ้วชี้และนิ้วกลางขึ้น ดึงหยดเืของตนและของภัทราออกมา "นี่คือกระบวนการสาบานเืของข้า วันใดที่เ้าทรยศต่อข้า มนต์นี้จะทำลายแก่นิญญาของเ้าในทันที"
เทพเหมันต์รวมเืทั้งสองหยดเข้าด้วยกัน ใช้ปราณเหมันต์หล่อหลอมจนกลายเป็ดวงแสงสว่างสดใส แล้วส่งเข้าไปยังศีรษะของภัทรา มนต์นั้นซึมเข้าไปเคลือบแก่นิญญาของนางไว้อย่างมั่นคง จากนั้นก็แก้มัดนางออกแล้วใช้พลังเหมันต์รักษาาแและร่องรอยการถูกจองจำของภัทราจนหายเป็ปกติในทันที
ภัทราดวงตาเต็มไปด้วยความเคารพและยอมจำนน นั่งคุกเข่าลง "ข้าน้อยขอคารวะท่านเทพเหมันต์เป็อาจารย์ ข้าขอปฏิญาณว่าจะจงรักภักดีตลอดไป"
เทพเหมันต์ยิ้มอย่างพอใจ "ดีแล้ว หากเ้าซื่อสัตย์ ก็เป็สิ่งดีกับตัวเ้าเอง"
เทพเหมันต์พาภัทราออกจากคุกใต้ดิน พวกเขาเดินไปยังห้องประกายอัสนีซึ่งเป็ท้องพระโรงหลักของพระราชวังอัสนีดารา ก่อนจะนำร่างคำสอบสวนไปติดประกาศไว้ทั่วพระราชวัง ข้อความนั้นประกาศอย่างชัดเจน
ประกาศที่ติดไว้ทั่วพระราชวังอัสนีดารา มีใจความประกาศว่า
"ภัทราผู้เป็มารจิ้งจอกโลหิต มิได้มีความผิดใด ๆ ที่ผ่านมากระทำไปเพราะถูกมารพยัคขาวบังคับ แต่นางจงรักภักดีต่อพระมหาชายายิ่งนัก แผนที่พระราชวังนางก็มิได้ส่งให้มารพยัคขาวแต่กลับส่งคืนให้พระมหาชายา บัดนี้นางได้มอบตัวเป็ศิษย์พระชายาแล้ว ต่อไปห้ามทุกคนให้ร้ายนางอีก"
เสียงกระซิบกระซาบและความสงสัยจากคนในพระราชวังที่ได้เห็นประกาศนั้น ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็ความเข้าใจ เมื่อพวกเขาได้ตระหนักถึงความกล้าหาญและความเสียสละของภัทรา
ณ ห้องประกายอัสนีซึ่งเป็ท้องพระโรงหลักของพระราชวังอัสนีดารา บัลลังก์อัสนีที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งสูงสุด ทำจากทองคำเจิดจรัสตกแต่งด้วยอัญมณีประกายแสงแพรวพราว เทพอัสนีย์ประทับบนบัลลังก์นั้นดูช่างเปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมี
เสียงในท้องพระโรงเงียบลงทันทีที่เทพเหมันต์พาภัทราเดินเข้ามา
เมื่อเทพเหมันต์พาภัทราเข้ามายังห้องโถงอันโอ่อ่าแห่งนี้ เทพอัสนีย์มองลงมาจากบัลลังก์ด้วยสายตาเฉียบขาดแต่แฝงด้วยความพึงพอใจ "น้องนีเ้าจัดการเื่ต่าง ๆ ได้ดีมาก พี่ยินดีที่เห็นความพยายามของเ้าจนเป็ผลสำเร็จ"
เทพเหมันต์โค้งคำนับ "น้องแค่ทำตามความปรารถนาของท่านพี่เท่านั้น"
เทพอัสนีย์ยิ้มเล็กน้อย "ต่อไปนี้เป็หน้าที่ของพี่เอง พี่จะพาภัทราไปสร้างเป็มหาเทพและเทพีคนที่ 6 คือเทพีแห่งแสง ประจำตำหนักแสง ดังนั้นนางก็จะเป็พระสนมของพี่ด้วย"
ภัทรายืนเงียบ ฟังด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
เทพเหมันต์แววตาสะท้อนความคิด ตระหนักได้ทันทีถึงความเ้าเล่ห์ของเทพอัสนีย์ นี่คงเป็แผนของท่านแต่แรก... นางนึกในใจว่า "ที่ให้ข้าจัดการเื่นี้ เพราะท่านรู้ดีว่าข้าจะสามารถฝึกฝนภัทราให้กลายเป็พระสนมได้โดยสมบูรณ์และเต็มใจ" เทพเหมันต์ยิ้มเบา ๆ กับความคิดของตน แววตาเต็มไปด้วยความเคารพและชื่นชม เทพเหมันต์นึกในใจ "ท่านช่างล้ำลึกเสียจริง ๆ... เทพอัสนีย์... สามีข้า..."