So Bad....รักร้ายของนายสารเลวChapter.............................14
วันนี้ผมตื่นเช้าเป็นพิเศษ คงเป็นเพราะรู้สึกดี ที่มีคนตัวเล็กนอนอยู่ข้างกาย น้ำอุ่นเป็นของผมแล้ว เวลานี้วินาทีนี้เราคือครอบครัวเดียวกัน เมื่อคืนผมไม่ได้ป้องกันใดๆทั้ง ซึ่งแตกต่างจากผู้หญิงที่ผ่านๆมา ผมจะรอบคอบทุกครั้ง แต่ไม่ใช่กับน้ำอุ่นผมตั้งใจไม่ใส่ถุงยาง เพราะผมอยากให้เธอท้อง มันอาจจะรวบรัด แต่ผมคิดดีแล้ว ตลอดเวลาที่ผมได้อยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงคนนี้ ผมสัมผัสได้ว่าเธอเหมาะสมที่จะเป็นแม่ของลูก เธอเป็นแม่บ้านที่ดี แม่ครัวที่น่ารัก อีกทั้งยังเป็นแม่อุ่นของปุยนุ่นลูกสาวที่ผมรักสุดหัวใจอีกด้วยผมใช้มือเกลี่ยผมที่ปกปิดใบหน้าของเธออกเบาๆ ต่อไปนี้ไม่ต้องลำบาก ไม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไปแล้วนะ
"อื้อออ ตื่นแล้วหรอคะ" คนตัวเล็กในอ้อมกอดของผมค่อยๆขยับกาย แต่ก็ยังอยู่ในอ้อมกอดของผมอยู่ รู้สึกดีจังแฮะที่ตืนมาแล้วเจอหน้าเธอเป็นคนแรก
"สักพักแล้ว ป๊ากวนรึป่าว"
"ไม่ค่ะ " เธอย่นจมูกใส่ผม ผมอดไม่ได้ที่จะงับไปที่ปลายจมูกของเธออย่าหมั่นเขี้ยว
"อื้อ เจ็บนะคะ" เธองุดหน้าหลบผมในทันที
"ป๊าต้องไปญี่ปุ่นสามวันนะ อยู่ได้มั้ย" ผมกำลังพร่ำบอกคนตัวเล็กที่ซุกอยู่ในอ้อมกอด เมื่อวันก่อนพ่อผมโทรมาหาว่างานที่นั่นยุ่งมากผมก็เลยต่องบินไปช่วย สามวันก็คงจะเสร็จเรียบร้อยดี
"ได้ค่ะ อุ่นอยู่ได้" ผมรู้ว่าน้ำอุ่นเก่งอยู่แล้ว
"เลิกทำงานได้แล้วนะ รู้มั้ย ต่อไปนี้ป๊าจะเลี้ยงอุ่นกับลูกเอง" ตอนนี้ผมมีสิทธิ์ที่จะห้ามเธอไม่ให้ทำงานเต็มตัวแล้ว เหนื่อยมามากพอแล้วต่อไปนี้ผมจะเป็นคนเลี้ยงเธอกับปุยนุ่นเอง
"แต่ จะให้อุ่นอยู่เฉยๆ อุ่นทำไม่ได้จริงๆ" ดื้อจริงๆแม่คนนี้
"เอาแบบนี้นะ ต่อไปนี้อุ่นมีหน้าที่ทำความสะอาดคอนโดของป๊าเหมือนเดิม ป๊าก็จะให้เงินเดือนอุ่นเหมือนเดิม แต่...ห้ามทำงานกลางคืนห้ามรับงานเพิ่ม ตกลงมั้ย"
"ตกลงค่ะ ฟอดดด ขอบคุณนะคะ" ถ้ารู้ว่าน่ารักแบบนี้จับทำเมียซะตั้งนานแล้ว ไม่ไปญี่ปุ่นได้มั้ยวะ
"ทำแบบนี้อยากโดนอีกรึไง ฮื้มม"
"ไปญี่ปุ่นวันไหนคะ"
"พรุ่งนี้" ผมคงจะคิดถึงสองแม่ลูกคู่นี้มากเลยทีเดียว แค่สามวันเท่านั้น ถ้าไม่ติดว่าเป็นเรื่องงานผมก็จะหอบทั้งสองคนไปด้วยอยู่หรอก แต่เพราะกลัวงานยุ่งจนไม่มีเวลา ให้รออยู่ที่นี่แหละดีแล้ว
"จะคิดถึงอุ่นกับลูกมั้ยคะ"
"คิดถึงสิ ป๊าไปทำงาน จะรีบกลับมาทำลูก "
"ป๊า " น้ำอุ่นตีมาที่แขนของผมหลายที คงจะอายหล่ะสิ ได้แกล้งเมียตัวเองนี่มันมีความสุขแบบนี้นี่เอง...........................................
วันต่อมา"ปุยนุ่นเสร็จรึยังคะ"
"เสร็จแล้วค่ะ" วันนี้เป็นวันที่ป๊าของปุยนุ่นต้องบินไปญี่ปุ่น นี่ก็ใกล้เวลาที่เราต้องไปสนามบินกันแล้ว
"ไปค่ะ"
"ป๊ะป๋าขา" เมื่อลงมาถึงข้างล่างก็เห็นว่าตอนนี้ทุกคนพร้อมแล้ว กระเป๋าหลายใบวางกันเรียงอยู่ ส่วนคุณย่าวันนี้ท่านติดธุระคงจะไปส่งไม่ได้ ก็จะมีแค่ฉันกับปุยนุ่น คนขับรถของที่บ้านเดินมายกกระเป๋าขึ้นรถ
"ครับ พร้อมจะไปส่งป๊ะป๋ารึยัง"
"พร้อมค่ะ " จากนั้นพวกเราก็เดินขึ้นรถแล้วมุ่งหน้าสู่สนามบิน...................................................สนามบินอีกครึ่งชั่วโมงเครื่องก็จะออกแล้ว ปุยนุ่นยังคงกอดร่างป๊ะป๋าไว้แน่น แถมยังร้องไห้ออกมาเป็นระยะๆ ฉันไม่คิดเลยว่าปุยนุ่นจะติดป๊ะป๋าของแกขนาดนี้ เด็กอ้วนตาแดงก่ำร้องไห้สะอึกอื้นจนคนอุ้มไม่อยากจะขึ้นเครื่อง ในใจฉันก็อดสงสารลูกไม่ได้
"ป๊ะป๋าไปแค่สามวันเอง ไม่ร้องนะครับ เดี๋ยวป๊ะป๋าก็กลับมาแล้ว" ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปตามหลังเด็กน้อย เด็กอ้วนเอาแต่ซุกหน้าซบบ่า ทั้งที่เมื่อคืนก็คุยกันรู้เรื่องแล้ว
"อึก ฮื่ออ แล้วปุยนุ่นจะนอนกอดใคร อึก คิดถึงป๊ะป๋า"
"ปุยนุ่นขา กอดแม่อุ่นไงคะ แม่อุ่นยังอยู่นะ มาเร็วป๊ะป๋าต้องขึ้นเครื่องแล้วนะ" ฉันต้องพูดเกลี้ยกล่อมอีกแรงดูเหมือนปุยนุ่นจะไม่ยอมปล่อยป๊ะป๋าไปง่ายๆ
"อื่ออ ไม่เอา ไม่เอา ฮื่อออ" ร้องหนักเข้าไปใหญ่
"เอาแบบนี้ ถ้าป๊ะป๋ากลับมา ป๊ะป๋าจะพาปุยนุ่นไปโรงเรียน อยากไปมั้ย" มันเป็นข้อเสนอที่ดี เพราะตอนนี้ปุยนุ่นอยากไปโรงเรียนมาก อีกไม่กี่วันก็จะถึงกำหนดเข้าโรงเรียนของปุยนุ่นแล้ว
"จริงนะคะ อึก จริงๆนะ " เหมือนจะได้ผล ปุยนุ่นยอมคลายอ้อมกอด แล้วหันหน้ามาสบตากับป๊ะป๋า
"ป๊ะป๊าเคยโกหกปุยนุ่นหรอลูก ป๊ะป๋าสัญญา
" ฉันยืนมองสองพ่อลูกแล้วอดยิ้มไม่ได้ ไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็นผู้ชายน่ารักแบบนี้ ปุยนุ่นยอมให้ป๊ะป๋าปล่อยเดิน เด็กอ้วนสวมกอดป๊ะป๋าเป็นครั้งสุดท้าย
"กอดแม่หน่อยสิ" ก่อนจะเดินจากไปเขาก็หันมาสวมกอดฉัน ตั้งสามวัน แค่สามวันเองฉันได้แต่ปลอบใจตัวเอง ว่าไม่นานเขาก็จะกลับมา ฉันซุกอยู่ในอ้อมกอดของเขาอยู่นานพอสมควร
" ดูแลลูกให้ดี ป๊าจะรีบกลับ สั่งอะไรไว้ทำตามด้วยนะ "
"ค่าาา" ใครจะไม่ทำตามหล่ะ เล่นขู่ไว้ซะน่ากลัวเลย เขาให้ฉันกับลูกไปอยู่ที่คอนโดของเขา ถ้าเขากลับมาแล้วจะให้คนไปย้ายของมาอยู่ด้วยกัน ส่วนคอนโดเก่าของฉัน ฉันขอเก็บไว้เพราะเป็นสมบัติชิ้นเดียวของพี่น้ำหวานที่ฉันเหลืออยู่และเป็นของชิ้นสุดท้ายที่พี่น้ำหวานทิ้งไว้ให้ฉัน ส่วนเรื่องงาน เขาห้ามฉันรับงานทุกอย่าง ยิ่งงานกลางคืนก็สั่งห้ามทำโดยเด็ดขาด ส่วนเรื่องปุยนุ่นเขาจะเป็นคนรับผิดชอบเองทั้งหมด เขาให้คนคอยติดตามดูฉันอยู่ตลอดเวลา เห็นฉันเป็นนักโทษรึยังไงกัน
"ป๊าไปนะ ถึงแล้วจะโทรหา " ฉันมองคนตัวโตที่เดินจากไปจนลับตา จากนั้นฉันก็พาปุยนุ่นเดินมาที่รถเพื่อกลับคอนโด ...........................................ญี่ปุ่นตอนนี้ผมก็มาถึงญี่ปุ่นแล้ว ในใจก็คิดถึงเด็กอ้วนที่ร้องไห้ขี้มูกโป่งไม่ยอมให้ผมมา กับ แม่อุ่นตัวหอมเนื้อนุ่มนิ่มซะเหลือเกิน เอาจริงๆผมไม่อยากมาเลย ยิ่งเห็นน้ำตาของเด็กอ้วนแล้วมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิดที่ทิ้งแกมา ส่วนน้ำอุ่นหน่ะหรอ ผมรู้สึกได้ตอนที่เธอกอดผมใจจริงแล้วเธอก็ไม่อยากให้ผมมาหรอกเชื่อมั้ย น้ำอุ่นเป็นแม่ที่เข้มแข็งมากจริงๆ ผมให้สัญญากับปุยนุ่นแล้วว่ากลับไปไทยผมจะพาปุยนุ่นไปโรงเรียน ซึ่งเธอก็ดีใจยกใหญ่หยุดร้องไห้ในทันทีพ่อส่งคนมารับผมที่สนามบิน ทีแรกก็กะว่าจะเข้าที่พักก่อน แต่เลยไปบริษัทก่อนก็แล้วกันอยากจะไปเช็คงานด้วยว่างานมีมากแค่ไหน เพราะผมให้สัญญากับลูกสาวแล้วว่าจะมาแค่สามวัน บริษัทที่ญี่ปุ่นเปิดได้ไม่กี่เดือน ช่วงนี้ก็จะวุ่นวายหน่อย พ่อผมเลยต้องให้ผมมาช่วยดู
"หวัดดีครับพ่อ" ผมเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของผู้บริหารสูงสุดของที่นี่ พ่อผมเป็นคนญี่ปุ่นมีเชื้อเกาหลีนิดหน่อย ส่วนแม่ผมไทยแท้ เพราะเหตุนี้ท่านจึงเลือกที่จะมาขยายสาขาที่นี่
"อ้าว ทำไมไม่เข้าที่พักก่อนหล่ะ"
"อยากจะเข้ามาดูงานก่อนว่าหนักแค่ไหน"
" จะรีบกลับไปหาลูกหาเมียหรอ ฮื้ม ไอ้เสือ" คงไม่ต้องบอกว่าพ่อรู้ได้ยังไง คงจะเป็นคุณย่าสุดเห่อชัวร์
"แม่ใช่มั้ยครับ"
"แกก็รู้ว่าแม่แกอยากมีหลานมากขนาดไหน ดูเอา ส่งรูปปุยนุ่นมาให้พ่อทุกวัน" พ่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเปิดข้อความไลน์ที่คุยกับแม่ให้ผมดู ในนั้นมีแต่รูปของปุยนุ่นเต็มไปหมด เฮ้อ คุณย่าขี้เห่อ ถ้าเกิดน้ำอุ่นท้องขึ้นมาอีกจริงๆไม่ดีใจจนบ้านแตกเลยหรอเนี่ย
"แม่นี่เป็นหนักนะครับ"
"แล้วนี่ทำไมไม่พามาด้วยหล่ะ"
"ว่าจะลุยงานให้เต็มที่ก่อนครับ " ผมทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ตรงหน้า แล้วหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาเปิดดู ผมต้องสะดุดกับรายชื่อลูกค้าที่จะมาร่วมลงทุนในครั้งนี้ เอกวัฒน์ ศิริไพศาล นี่มันนามสกุลเดียวกับปุยนุ่น
"เอ่อ พ่อลืมบอก มีคนไทยสนใจมาร่วมลงทันกับเราในครั้งนี้ด้วยนะ เห็นว่าเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่"
"คนนี้รึป่าวครับ" ผมยื่นแฟ้มเอกสารให้พ่อดูชื่อที่ผมนั่งอ่านเมื่อสักครู่
"ใช่ๆ พรุ่งนี้เขาจะมาคุยกับเราที่นี่" คนที่จะมาร่วมลงทุนกับบริษัทของผมต้องไม่ธรรมดา บริษัทของผมต่างเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก นักธุรกิจมากมายต่างพากันจับจ้องลงทุน อยากจะรู้จังว่าคนๆนี้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับปุยนุ่น.....................................................