อาติแฟก: หอคอยเนินสีเื
หอคอยเนินสีเื สิ่งประดิษฐ์โบราณที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจลึกลับ สร้างขึ้นจากหินสีแดงฉานที่ดูคล้ายเืสดๆ ไหลรินอยู่ตลอดเวลา ว่ากันว่าหอคอยนี้เป็ที่สิงสถิตของิญญาอสูรเงาที่ทรงพลัง และเป็แหล่งพลังงานเวทมนตร์อันไร้ขีดจำกัด
คุณสมบัติ:
รายละเอียดเพิ่มเติม:
ข้อควรระวัง:
เพชรมองลายละเอียดของหอคอยที่ช่องไอเท็นบนหน้าต่างสถานะของเขา รอยยิ้มจางๆ ปากฏบนหน้าเขา
"นี่มัน... เกินความคาดหมายไปไกลโข!" เสียงอุทานดังออกมาจากริมฝีปากของเพชร ด้วยความยินดีที่เอ่อล้นจนแทบจะควบคุมไม่อยู่ เมื่อพิจารณาถึงสถานะของตนเองในปัจจุบัน เขาพบว่าตนเองได้ทะยานขึ้นสู่ระดับ 3 อย่างเต็มภาคภูมิ พลังงานภายในร่างกายของเขาพลุ่งพล่านถึง 30 หน่วย และเมื่อนำมาคูณด้วย 10 ตามเงื่อนไขพิเศษเฉพาะตัวของเขา นั่นหมายความว่าเขาจะมีพลังงานสูงถึง 300 หน่วย ซึ่งเป็ตัวเลขที่น่าตกตะลึง เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับผู้ที่มีระดับ 3 ทั่วไปแล้ว พลังงานของเขาเทียบเท่ากับผู้ที่มีระดับสูงกว่าถึง 10 เท่า นั่นหมายความว่าเขามีความสามารถในการต่อสู้ข้ามระดับได้อย่างน่าอัศจรรย์
โดยที่เขาไม่ทันได้ตระหนักเลยว่า หอคอยที่เขาสามารถพิชิตมานั้น เป็สถานที่ที่แม้แต่ผู้ที่มีระดับ 30 ก็ยังต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างแสนสาหัส แต่เขากลับสามารถพิชิตมันได้สำเร็จในระดับเพียง 3 เท่านั้น ความสำเร็จครั้งนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับพลังจิตแปผันกายาอันทรงพลังของเขา ซึ่งเป็ความสามารถพิเศษที่ช่วยให้เขาสามารถเอาชนะอุปสรรคอันยิ่งใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็ไปไม่ได้
เพชรใช่โลหิตสีแดงสดไหลรินจากปลายนิ้วของเขา ัักับพื้นผิวเย็นเยียบของอาร์ติแฟกต์โบราณ แสงสีแดงเข้มวาบขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำดังสะท้อนก้องในหัวของเขา "พันธสัญญาสำเร็จ"
ทันใดนั้น เสียงก้องกังวานดังก้องในห้วงความคิดของเขา "ติ่ง... ได้รับฉายา: จักรพรรดิ์เนินสีเื"
เขาเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นอย่างรวดเร็ว พบว่ามีช่องฉายาปรากฏขึ้นมาใหม่ เขาจดจ่อสายตาไปยังรายละเอียดของฉายาที่ได้รับ
จักรพรรดิ์เนินสีเื
หลังจากที่เพชรตรวจสอบสถานะร่างกายของตนเองอย่างละเอียดถี่ถ้วน จนแน่ใจว่าไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ หลงเหลืออยู่ เขาจึงหยิบอาร์ติแฟกต์ขึ้นมาใช้งาน เพื่อส่งตัวเองออกจากหอคอย
แสงสีทองสว่างวาบวาบโอบล้อมร่างของเขา ก่อนที่ภาพทิวทัศน์จะแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อแสงจางหายไป เพชรพบว่าตนเองกลับมาอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจีอีกครั้ง ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เขาเดินไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อน ปล่อยให้สายลมเย็นๆ พัดผ่านร่างกาย
เมื่อเดินไปได้สักพัก เพชรก็พบว่าทุ่งหญ้าสิ้นสุดลงแล้ว เบื้องหน้าของเขาปรากฏภาพของป่าไม้โบราณที่สูงใหญ่ตระหง่าน ต้นไม้แต่ละต้นสูงเสียดฟ้าจนยากจะมองเห็นยอดได้หมดสิ้น เขาพยายามเงยหน้ามองขึ้นไป แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นยอดไม้ได้เลย ราวกับว่ายอดไม้เ่าั้ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ
ท่ามกลางป่าไม้โบราณ มีทางเดินเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะเดินได้เพียงคนเดียวทอดยาวเข้าไปในป่า เพชรตัดสินใจเดินไปตามทางนั้น บรรยากาศภายในป่าเงียบสงัดจนน่าขนลุก แทบจะไม่ได้ยินเสียงใดๆ เลย นอกจากเสียงฝีเท้าของเขาที่กระทบกับพื้นดิน
หลังจากที่เพชรเดินลึกเข้าไปในป่าโบราณได้สักพัก ทางเดินเล็กๆ ที่เขาเดินตามมาก็เริ่มแตกออกเป็ทางแยกมากมาย เขาหยุดยืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเลือกเดินไปทางซ้าย
ทางเดินที่เขาเลือกนั้นวกวนและซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม เขาเดินไปตามทางที่คดเคี้ยว ผ่านต้นไม้สูงใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยมอสสีเขียวชอุ่ม บางครั้งเขาก็พบกับสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่พวกมันก็ไม่ได้เข้ามาทำร้ายเขา
อย่างไรก็ตาม ทางเดินในป่าแห่งนี้ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อเพชรเดินไปได้สักพัก เขาก็เริ่มรู้สึกว่าตนเองกำลังเดินวนอยู่ในที่เดิม เขาพยายามจดจำเส้นทางที่ผ่านมา แต่ก็พบว่าทางแยกต่างๆ นั้นคล้ายคลึงกันจนยากที่จะแยกแยะได้
ในที่สุด เขาก็ต้องยอมรับว่าตนเองหลงทางเสียแล้ว เขาเลี้ยวไปมาหลายครั้ง แต่ก็กลับมายังจุดเดิมอยู่เสมอ ราวกับว่าป่าแห่งนี้กำลังเล่นตลกกับเขา
"หรือว่าที่นี่จะเป็ป่าวงกต?" เพชรพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ทางแยกมากมายที่อยู่เบื้องหน้า เขาตระหนักได้ว่าการหลงทางในป่าแห่งนี้ไม่ใช่เื่บังเอิญ แต่เป็กับดักที่ถูกวางไว้อย่างตั้งใจ
เขาหยุดยืนครุ่นคิด พยายามรวบรวมสมาธิและวิเคราะห์สถานการณ์ ป่าแห่งนี้ไม่ได้เป็เพียงแค่ป่าธรรมดา แต่เป็เขาวงกตที่ซับซ้อนและอันตราย มันถูกออกแบบมาเพื่อหลอกล่อและกักขังผู้ที่หลงเข้ามา
เพชรตัดสินใจที่จะไม่ยอมแพ้ เขาเริ่มมองหาเบาะแสและรูปแบบของทางเดิน พยายามจดจำเส้นทางที่ผ่านมา และสังเกตสิ่งผิดปกติรอบตัว เขาตระหนักว่าการหลงทางในป่าแห่งนี้ไม่ใช่แค่เื่ของทิศทาง แต่เป็การทดสอบสติปัญญาและความอดทนของเขา
เพชรตัดสินใจที่จะใช้ประสาทััทั้งหมดที่มีอยู่ เขาสูดลมหายใจลึก ัักลิ่นอับชื้นของมอสและดิน สดับฟังเสียงกระซิบของสายลมที่พัดผ่านใบไม้ และสังเกตการเปลี่ยนแปลงของแสงเงาที่ลอดผ่านเรือนยอดไม้
เขาพบว่าต้นไม้บางต้นมีร่องรอยของการแกะสลักเป็สัญลักษณ์แปลกๆ บางครั้งเขาก็พบเศษซากของสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้ว ซึ่งดูเหมือนจะหลงทางและอดตายอยู่ในป่าแห่งนี้
เพชรเริ่มสังเกตเห็นรูปแบบของการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม เขาพบว่าแสงแดดจะส่องลงมาในบางจุดของป่าเป็เวลาสั้นๆ ในแต่ละวัน และทิศทางของลมจะเปลี่ยนแปลงไปตาม่เวลา
เขาตัดสินใจที่จะใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็เบาะแสในการหาทางออกจากป่าวงกต เขาเริ่มทำเครื่องหมายบนต้นไม้เพื่อจดจำเส้นทางที่ผ่านมา และพยายามเดินตามทิศทางของแสงแดดและลม
อย่างไรก็ตาม ป่าวงกตแห่งนี้ไม่ได้ยอมให้เขาหลุดพ้นไปง่ายๆ ทางเดินยังคงวกวนและซับซ้อน และกับดักต่างๆ ก็ยังคงปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เพชรก็ไม่ยอมท้อถอย เขายังคงเดินหน้าต่อไป ด้วยความหวังว่าจะหาทางออกจากป่าแห่งนี้ได้ในที่สุด
ความมุ่งมั่นของเพชรไม่เคยสั่นคลอน แม้ว่าป่าวงกตจะพยายามทดสอบเขาอย่างหนักหน่วงก็ตาม เขาเริ่มสังเกตเห็นว่าทางเดินบางเส้นทางมีลักษณะที่แตกต่างจากเส้นทางอื่นๆ บางเส้นทางมีร่องรอยของเท้าสัตว์ประหลาด บางเส้นทางมีกลิ่นเหม็นเน่า และบางเส้นทางมีแสงสว่างที่ผิดปกติ
เขาตัดสินใจที่จะลองเดินตามเส้นทางที่มีลักษณะแตกต่างจากเส้นทางอื่นๆ เขาเชื่อว่าเส้นทางเหล่านี้อาจนำเขาไปสู่ทางออกของป่าวงกต
เมื่อเขาเดินไปตามเส้นทางที่มีร่องรอยของเท้าสัตว์ประหลาด เขาก็พบกับถ้ำลึกลับแห่งหนึ่ง ปากถ้ำถูกปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์หนาทึบ ภายในถ้ำมีเสียงคำรามแ่เบา
เพชรตัดสินใจที่จะเข้าไปสำรวจถ้ำ เขาเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
เมื่อเขาเข้าไปในถ้ำ เขาก็พบกับสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายหมี แต่มีเขี้ยวแหลมคมและดวงตาสีแดงฉาน สัตว์ประหลาดตัวนั้นคำรามเสียงดัง และพุ่งเข้าโจมตีเพชร
เพชรหลบหลีกการโจมตีของสัตว์ประหลาด และตอบโต้ด้วยการใช้พลังจิตแปรันกายา เขาโจมตีสัตว์ประหลาดด้วยพลังจิต ทำให้สัตว์ประหลาดได้รับาเ็สาหัส
สัตว์ประหลาดพยายามที่จะต่อสู้ แต่ก็ไม่สามารถต้านทานพลังจิตของเพชรได้ ในที่สุด สัตว์ประหลาดก็ล้มลงและสิ้นใจ
เพชรสำรวจซากของสัตว์ประหลาด และพบว่ามันมีเขี้ยวที่ทำจากหินสีแดง เขี้ยวนี้มีพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมา
เพชรเก็บเขี้ยวของสัตว์ประหลาด และเดินลึกเข้าไปในถ้ำ เขาพบว่าถ้ำแห่งนี้มีทางออกอีกทางหนึ่ง ซึ่งนำเขาไปยังส่วนลึกของป่าวงกต