ณ. เซฟเฮาส์ของนายวิรุณ...
คนเก่าแก่ที่เฝ้าบ้านรัตน์นิรันดร์สองคน ถูกนำมาที่เซฟเฮาส์ของนายวิรุณ วิรุณไม่ต้องใช้กำลังบังคับอะไรมากมายเพราะทั้งสองนั้นก็แก่เกินที่จะต้องทำร้ายร่างกาย แค่จับมาแล้วขู่นิดๆหน่อยๆ วิรุณก็รู้ถึงตำแหน่งกบดานของนายขจรศักดิ์กับข้าวขวัญได้โดยง่าย
"มึงเอาลุงกับป้าไปเก็บไว้ในห้องสักสองคืน ดูข้าวดูน้ำให้ด้วย เสร็จเื่แล้วค่อยปล่อย"
นายวิรุณสั่งลูกน้อง แล้วหันมาพูดกับมือขวาคนสำคัญ
"กูอยากได้แต่ข้าวขวัญ ฝากฆ่าไอ้ทิวให้กูด้วย เพราะมันทำให้กูเจ็บตัว ส่วนไอ้เสี่ยขจรศักดิ์นั่นก็แล้วแต่พวกมึง ถ้ารอดพวกมึงไปได้ ตำรวจก็รอสอยมันอยู่ดี"
วิรุณสั่งให้พงษ์และลูกน้องอีกสามคน ไปนำตัวข้าวขวัญมาให้เขาที่เซฟเฮาส์แห่งนี้
"สวย สวยเหมือนขวัญเรือนไม่มีผิด"
วิรุณพึมพำ และยังนึกถึงใบหน้าสวยหวานราวกับปั้นของข้าวขวัญ ซึ่งถอดแบบขวัญเรือนออกมาได้อย่างไม่มีที่ติ เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ขวัญเรือนคือหญิงสาวที่เขารักและ้าจะแต่งงานด้วยมาตลอด แต่เขาก็แพ้เสี่ยขจรศักดิ์ ที่ได้เปรียบเพราะเป็เ้าหนี้รายใหญ่ของครอบครัวของขวัญเรือน แต่ไม่เป็ไร ข้าวขวัญเผลอๆสวยกว่าขวัญเรือนเสียอีก อีกทั้งยังเด็กกว่า เพราะได้ผิวสีน้ำผึ้งเนียนสวยมาจากฝั่งพ่อ ใบหน้าสวยคมมาจากทางแม่ แล้วรูปร่างโปร่งบางระหงนั้นก็ไม่ผิดอะไรกับขวัญเรือนตอนสาวๆเลย แล้วยิ่งเขาได้กอบกุมหน้าอกของหญิงสาวคราวลูกแล้ว ถึงแม้ว่าจะได้ััผ่านเสื้อก็เถอะ มันก็ยิ่งทำให้ความหื่นของเขาพุ่งไม่หยุด เฮ้อ!วันนั้น ถ้าเขาไม่โดนไอ้ทิวทุบหัวจนสลบ เขาคงได้เผด็จศึกข้าวขวัญเรียบร้อยไปแล้ว
ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบห้าคิดแค้นทิวไทไม่หาย เขาอยากจะฆ่ามันด้วยซ้ำ เพราะตอนที่เขารู้สึกตัวกลางพงหญ้านั้น กางเกงของเขานั้นหลุดลุ่ยไม่มีดีเพราะมันทุบหัวเขาตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ดีนะ ที่ไม่มีใครมาเห็นเข้า เพราะระดับนายวิรุณอย่างเขา คงไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน กว่าจะโทรเรียกลูกน้องมารับได้ เขาต้องซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้าอยู่นานสองนาน หากได้ข้าวขวัญมาเป็เมียคราวนี้ เขาจะมีความสุขที่สุด เพราะได้เหยียบหัวใจทั้งขวัญเรือนและเสี่ยขจรศักดิ์
"พงษ์ มึงออกพรุ่งนี้เช้าเลย เอาตัวข้าวขวัญมาให้ได้ ถ้าเอามาได้ กูจะเพิ่มตังค์ให้พวกมึงงามๆเลย"
"ครับนาย" พงษ์รับคำสั่งนายทันที พงษ์เองก็เห็นข้าวขวัญในวันนั้นแล้วเช่นกัน เขาไม่แปลกใจเลยที่นายของเขาอยากได้ เพราะเขาเองก็ยังอยากได้ข้าวขวัญไม่แพ้นายเช่นกัน ไอ้พงษ์ขอได้ซักทีจะเป็พระคุณเลยทีเดียวแหละนาย
"นาย ฉันขอไปกับไอ้พงษ์ด้วยได้ไหม ฉันจะไปฆ่าไอ้ทิวมันให้นายเอง"
นายบุญมองมือข้างขวาของตัวเองที่พันผ้าพันแผลไว้ ไอ้ทิวมือดีของเสี่ยขจรศักดิ์ยิงจนนิ้วนางและนิ้วก้อยของเขาขาดกระจุย จนตอนนี้เขาต้องหัดยิงปืนมือซ้ายโดยใช้มือขวาประคองแทน ซึ่งมันก็ไม่แม่นเหมือนเดิม ทำให้ศักดิ์ศรีของไอ้เสือบุญมือขวาของนายวิรุณดูด้อยค่าไปมาก
เขาต้องฆ่าไอ้ทิวให้ได้!!
"มึงอยากไปก็ไป เอาผู้หญิงมาให้ได้ก็แล้วกัน"
ป๋องกับชาญ เด็กหนุ่มทั้งสอง นั่งอยู่บนระเบียงบ้านพักที่อยู่ห่างจากปากประตูสวนอยู่ประมาณห้าสิบเมตร พวกเขามองเห็นรถกระบะสีน้ำเงินจอดซ่อนอยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ปากทางเข้าไร่ั้แ่เช้ามืดแล้ว แม้ว่ารถนั้นจะใช้กลุ่มต้นไม้ใหญ่บริเวณหน้าไร่บังไว้ก็จริง แต่ก็ไม่พ้นกล้องส่องทางไกลราคาร้อยเก้าเก้าของป๋องไปได้
"กูว่าโทรบอกลุงนพดีกว่า กูว่าตำรวจแน่เลย" ป๋องพูดกับชาญ
"กูก็ว่าเหมือนมึงนั่นแหละ?"
ทิวไทได้รับข่าวทันทีหลังจากที่ลุงนพวางสายจากป๋อง ทิวไทคิดว่าไม่น่าจะใช่ตำรวจ เพราะถ้าเป็ตำรวจคงเข้ามาในไร่ทันทีเพราะมีอำนาจตามกฏหมายอยู่แล้ว เขาคิดว่าน่าจะเป็ใครอื่นไปไม่ได้นอกจากพวกเสี่ยวิรุณอย่างแน่นอน ทิวไทค่อนข้างมั่นใจการคาดเดาของตนเอง นายวิรุณหูตาไวกว่าที่เขาคิดไว้มา เขาต้องไม่ประมาทนายวิรุณนี่เสียแล้ว
"ไอ้หนุ่ม" ลุงนพกวักมือเรียกเขาอยู่ที่เชิงบันไดบ้าน
"คุณหนูอยู่ไหน?" ลุงนพกระซิบกระซาบกับเขา
"อยู่ในห้องครับ"
"ดีละ นี่ ไอ้ป๋องมันเข้าไปในตลาด มันบอกว่ามีคนถามว่าสวนของนายขจรศักดิ์อยู่ที่ไหนด้วยนะ แล้วก็ถามว่ามีใครอยู่ที่สวน พวกเพื่อนในตลาดมันบอกไอ้ป๋องมา"
"แสดงว่าพวกมันมีมากกว่าที่ผมคิดไว้" ทิวไทตั้งข้อสงสัย
"ใช่ ลุงว่ามันน่าจะมีมากกว่าสองคน อาจจะสี่ห้าคนนะ มันคงไปถามให้แน่ใจว่าเอ็งพาคุณหนูมาที่นี่ ลุงว่ามันน่าจะมาคืนนี้แหละ เพราะถ้าเอ็งว่าไม่ใช่ตำรวจ มันก็คงไม่น่าจะรอให้นานไปกว่านี้"
"ได้ครับลุง มันเจอผมแน่..."
ก๊อกๆๆ ก๊อก ๆๆ
"..."
เสียงเคาะประตูห้อง ข้าวขวัญจึงเดินไปเปิดประตู ร่างสูงใหญ่ของทิวไทยืนเท้าแขนอยู่หน้าประตู
"มีอะไร?"
"คุณไม่ระวังตัวเลยนี่ แค่มีคนเคาะประตูก็เปิดให้ง่ายๆแล้วหรือไง?"
เจอหน้าปุ๊บ เขาก็ต่อว่าเธอทันที
"ก็บ้านนี้จะมีใครขึ้นมาได้ นอกจากนายกับป้าสาย แล้วก็ลุงนพ" ข้าวขวัญเบื่อความเ้ากี้เ้าการของนายทิวเป็อย่างมาก ไม่ว่าเธอจะหยิบจับทำอะไร ดูเหมือนว่าจะอยู่ในสายตาเขาไปเสียหมด แล้วเขาก็เข้มงวดกับเธอไปเสียทุกเื่
"เป็อันว่าถ้าเขายังไม่บอกว่าเป็ใคร ก็ไม่ต้องเปิดประตู ไม่ว่าที่ไหนทั้งนั้น ยิ่งที่ที่ปลอดภัย คุณยิ่งต้องระวัง ตกลงตามนี่นะ?"
"นายพูดมากน่ารำคาญ ฉันอยากอยู่คนเดียว" ข้าวขวัญทำท่าจะปิดประตูแต่ทิวไทเอามือยันประตูไว้ ข้าวขวัญจึงปล่อยมือออกจากประตู
"งั้นจะพูดอะไรก็รีบๆพูดมา ฉันจะนอน"
"ยังนอนไม่ได้ ผมเอาไอ้นี่มาให้..."
ชายหนุ่มยื่นวัตถุในมือให้ ข้าวขวัญมองเฉยๆแต่ไม่รับมา
"ฉันยิงปืนไม่เป็ ฉันไม่เอา"
ข้าวขวัญกลัวปืน แต่เธอก็ไม่พูดให้เขารู้ เธอจึงเดินกลับไปนั่งกระแทกตัวลงบนเตียงด้วยใบหน้าที่งอง้ำ
"นี่นายกำลังจะบอกฉันว่าอันตรายยังไม่หมดหรือยังไง คราวนี้ใครอีกหล่ะ?"
"ผมก็แค่อยากให้คุณระวังตัว เราไม่รู้หรอกว่าเราจะต้องเจออะไรอีกบ้าง"
ทิวไทเดินตามเข้ามาในห้องนอน แล้วนั่งลงใกล้ๆข้าวขวัญ
"เอาของดีมาให้ก็ไม่เอา"
"ที่ผ่านมาฉันยังไม่รู้เลยว่าฉันเจอกับอะไร ไม่เห็นนายจะบอกฉันสักคำ แล้วนี่ฉันยังต้องเจออะไรอีก นายก็ยังไม่รู้อีก"
"คุณอย่าบ่นนักเลย รับไปก็สิ้นเื่ ผมบอกแล้วไง เชื่อผมแล้วก็อยู่ใกล้ผม เท่านี้คุณก็จะปลอดภัย"
"ฉันไม่ชอบปืน ฉันไม่เอา"
"แต่คุณไม่มีทางเลือก เชื่อผมสิ ผมเลือกอันที่ใช้ง่ายที่สุดมาให้คุณแล้ว แค่ง้างนกก็ยิงได้เลย ยิงได้ในระยะสามเมตรห้าเมตรนี่แหละ ถ้าจวนตัว"
บังคับ บังคับ แล้วก็บังคับ! ี้เีจะเถียง นี่ติดแค่ว่าไม่ใช่เ้าถิ่นแค่นั้นเอง ไม่อย่างนั้นข้าวขวัญคงหนีไปไกลแล้ว แต่นี่ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองอยู่ส่วนไหนของประเทศไทย มันน่าแค้นใจนายทิวนัก
"ฉันเริ่มจะสงสัย ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทั้งเื่พ่อของฉัน แล้วก็ตัวนาย นายทิว นายเป็ใครกันแน่? นายคงไม่ใช่พนักงานแอทมินธรรมดา ๆ ของบริษัทพ่อของฉันอย่างที่นายบอกหรอกใช่มั้ย?"
ข้าวขวัญมองหน้าเขาราวกับว่าคำตอบมันจะหลุดออกมาตามรูขุมขนของเขาอย่างนั้นแหล่ะ
"ทำไม หน้าตาผมมันไม่เหมือนหนุ่มออฟฟิศหรือยังไง? ผมว่าผมก็หล่ออยู่นะ"
ทิวไทยิ้มแถมยังยักคิ้วข้างเดียวให้เธออีก หญิงสาวมองใบหน้าคมเข้มที่ตอนนี้โกนหนวดเคราออกหมดแล้ว เขาดูดีเหมือนหนุ่มออฟฟิศนั่นแหล่ะ แต่ที่ทำให้เธอสงสัยก็คือการใช้ปืนและวิธีการต่อสู้ของเขาที่มันดุเดือด เฉียบขาด แล้วก็...ทำให้เธออุ่นใจเวลามีเขาอยู่ใกล้ๆ
ข้าวขวัญเหลือบมองปืนในมือของนายทิว จริงๆแล้วเธอเองก็ควรจะมีไว้ป้องกันตัว โดยเฉพาะใน่เวลานี้ ที่ยังไม่รู้ว่าอะไรเป็อะไร แต่ปืนกับผู้หญิง มันเป็เื่ที่ไกลตัวกันเกินไปอยู่ดี แล้วเธอก็ไม่คิดว่าเธอจะกล้ายิงใครได้ ในที่สุดทิวไทก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับปืนในมือ
"ลงไปข้างล่างกัน คุณต้องซ้อมยิงปืนตอนนี้เลย"
เสียงคำสั่งลอยมาก่อนที่เ้าของคำสั่งจะหายวับออกไป