ตอนที่8 : ทางเลือก
‘วิธีที่ที่จะเป็ผู้สื่อิญญาได้’
นิโคลัสนึกย้อนคำพูดของมิสเตอร์เอ็ดวินในใจจากคีย์เวิร์ดดังกล่าวดูเหมือนการเป็ผู้สื่อิญญาจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกกำหนดไว้แต่กำเนิดแต่อาจเป็การเติมเต็มเงื่อนไขบางอย่างนิโคลัสอดจะนึกถึงพลังที่ตนได้รับผ่านกระจกสีเทาเขาสงสัยว่ามันจะเป็แบบเดียวกันหรือไม่
“มิสเตอร์เอ็ดวินกระผมขอเรียนถามเกี่ยวกับวิธีที่คุณว่าได้หรือไม่ครับ” นิโคลัสกล่าวอย่างนอบน้อม
“เช่นนั้นผมจะถือว่าคุณสนใจโอกาสนี้”
มิสเตอร์เอ็ดวินกล่าวอย่างพอใจก่อนอธิบายเพิ่มเติมว่า
“เราไม่รู้ว่าในโลกนี้มีวิธีที่จะก้าวข้ามความเป็มนุษย์ขึ้นเป็ผู้มีพลังวิเศษอยู่กี่วิธีแต่วิธีที่แพร่หลายและถูกใช้มากที่สุดคือการใช้โพชั่น ในกรณีของผู้สื่อิญญาเราเรียกโพชั่นว่า“ยาปลุกิญญา” มันจะช่วยปรับสภาพของร่างกายมนุษย์ให้สามารถเชื่อมต่อกับโลกิญญาและรับเอาพลังิญญาเข้ามาในร่างกายได้แน่นอนว่าสูตรปรุงยาเป็ความลับภายในองค์กรของเราที่ไม่สามารถเปิดเผยได้”
‘ถ้าจะหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ก็คงเหมือนกับการที่มนุษย์ดื่มสารเคมีบางอย่างเข้าไปและทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของพันธุกรรมอะไรทำนองนั้นสินะ’
นิโคลัสพยายามนึกภาพตามซึ่งเสียงของมิสเตอร์เอ็ดวินก็อธิบายต่อว่า
“นอกเหนือจากการใช้โพชั่นแล้วเพื่อที่จะเพิ่มโอกาสสำเร็จยังจำเป็ต้องเสริมด้วยพิธีกรรมซึ่งเรียกว่า “บททดสอบแห่งการเกิดใหม่”ซึ่งปกติพิธีกรรมนี้จะถูกจัดขึ้นโดยโบสถ์”
นี่เท่ากับว่าโบสถ์ต่างๆ นั้น มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะสร้างผู้มีพลังวิเศษขึ้นมาจากธาตุอากาศถ้าคนทุกคนสามารถกลายเป็ผู้มีพลังวิเศษได้ทำไมถึงไม่มีการแจกจ่ายโพชั่นเหล่านี้ในวงกว้างนิโคลัสเดาว่ามันน่าจะมีขีดจำกัดบางอย่างที่ทำให้เป็เช่นนั้น
แน่นอนว่าคีย์เวิร์ดของประโยคที่มิสเตอร์เอ็ดวินได้กล่าวคือคำว่า ‘โอกาสสำเร็จ’
“จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากพิธีกรรมล้มเหลวหรือครับ?”
คำถามนั้นทำให้มุมปากของมิสเตอร์เอ็ดวินขยับขึ้นเล็กน้อยดูเหมือนคำใบ้เล็กๆของเขาจะถูกมองออกโดยนิโคลัส
“ความตาย คุณพาร์เลย์”มิเตอร์เอ็ดวินพูดเบาๆ แต่นิโคลัสได้ยินมันอย่างชัดแจ้งเหมือนถูกกระซิบอยู่ข้างหู
“ถ้าคุณล้มเหลวที่จะกลายเป็ผู้สื่อิญญาคุณก็ตาย... แต่ผมคิดว่าการตายอาจจะดีซะยิ่งกว่า ถ้าคิดถึงอีกความเป็ไปได้อีกอย่างที่อาจเกิดขึ้นกับคุณหากคุณล้มเหลว...” เขาเว้น่เล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ
“ถ้าคุณโชคไม่ดีคุณอาจจะกลายเป็เพียง ซากศพที่มีชีวิต”
.....
เสียงสนทนาภายในห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือบัดนี้ได้เงียบลงร่างของนิโคลัสหายไปจากห้อง คงเหลือแต่ชายชุดขาวที่ยังคงนั่งอยู่บนโต๊ะโดยสงบ
“ทำไมคุณถึงเสนอทางเลือกผู้สื่อิญญาให้กับเขาล่ะครับ”
เสียงราบเรียบดังขึ้นจากด้านหนึ่งของห้องร่างของโรเมโร่ก้าวออกมาจากมุมมืดแล้วหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าชายชุดขาว
“ทั้ง ๆ ที่เขาเป็แค่คนธรรมดา”
เสียงที่ปกติไม่แสดงถึงอารมณ์ของโรเมโร่ครั้งนี้กลับเผยให้เห็นถึงความคลางแคลงใจ
ความจริงแล้วนิโคลัสยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับเื่นี้อยู่เล็กน้อยเนื่องจากการจะกลายเป็ผู้สื่อิญญานั้น ไม่ใช่ว่าคนทุกคนจะสามารถเป็กันได้ โดยปกติแล้วโบสถ์หรือองค์กรผู้มีพลังวิเศษต่างๆ มักเลือกสรรบุคคลผู้มีพร์ั้แ่เด็กเพียงหยิบมือหนึ่งมาเพื่อฝึกฝนจนสามารถทนทานกับฤทธิ์ของโพชั่นได้ในกรณีของผู้สื่อิญญานั้น ผู้ฝึกหัดจะต้องเป็ผู้ที่ััได้ถึงพลังิญญาและมีร่างกายที่แข็งแรงเพียงพอที่จะสามารถดื่มยาปลุกิญญาและรับพลังิญญาเข้าสู่ร่างกายนั่นเป็เหตุผลว่าทำไมจึงมีผู้มีพลังวิเศษแค่เพียงหยิบมือเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรบนทวีป
“หากคนธรรมดาที่ไม่ได้รับการฝึกฝนดื่มยาปลุกิญญาเข้าไปแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีทางรอด แม้แต่คนที่ได้รับการฝึกฝนมาแต่เล็กประกอบกับพิธีกรรมทางจัดโดยโบสถ์หรือองค์กรก็แทบมีโอกาสรอดไม่ถึง 1 ใน 10ข้อเสนอของคุณก็ไม่ต่างอะไรกับเสนอทางตายให้กับเขานี่ยังไม่รวมโอกาสที่ร่างกายของเขาปฏิเสธพลังิญญาจากโพชั่นและอาจกลายพันธุ์ไปเป็ซากโสมม(Abomination) อีก”
ซากโสมมคือคำที่ใช้เรียกสิ่งล้มเหลวที่เกิดขึ้นจากการดื่มโพชั่น พวกมันไม่ต่างจากซากศพที่ยังมีชีวิต ซึ่งยิ่งพวกมันมีชีวิตอยู่บนโลกนานเท่าใดก็ยิ่งเป็อันตรายกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆมากขึ้นเท่านั้นโดยปกติแล้วหากมีการพบเห็นซากโสมมเหล่านี้พวกมันก็จะถูกกำจัดโดยทันทีเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายในภายหลัง
มิสเตอร์เอ็ดวินวางหนังสือในมือลงสีหน้าของเขาเคร่งขรึม ดวงตาเหลือบมองไปยังข้างกายซึ่งว่างเปล่า
“ผมเองก็แปลกใจ...”
เขากล่าวด้วยแววตาเปล่งประกายด้วยความพิศวง
“นิโคลัส พาร์เลย์หายตัวไปจากที่พักั้แ่เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมก่อนจะมีคนพบเห็นเขาอีกครั้งในวันที่ 11 ตุลาคมที่น่าแปลกคือพฤติกรรมของเขาหลังจากที่กลับมานั้นแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงในวันถัดมาเขาถูกจู่โจมโดยิญญาอาฆาตที่เกือบจะวิวัฒนาการเป็สเปกเตอร์ แต่เขากลับรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์คุณไม่คิดว่านั่นเป็เื่ที่น่าสนใจเหรอ โรเมโร่”
อัยการโรเมโร่ไม่ได้ตอบอะไรเขายังคงจับจ้องไปที่ผู้บังคับบัญชาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เื่ที่เขาบอกกับเรานั้นเป็เื่จริงแน่นอนแต่ผมรู้สึกว่าเขายังปกปิดอะไรบางอย่างไว้ผมมั่นใจว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเขาและเวลาเท่านั้นที่จะทำให้คำตอบนั้นค่อยๆเผยออกมา...”
ความเงียบปกคลุมห้องดูเหมือนเหตุผลเพียงเท่านั้นยังไม่เพียงพอจะคลายความสงสัยของผู้ใต้บังคับบัญชาเขามิสเตอร์เอ็ดวินอดจะยิ้มแห้งออกมาไม่ได้ เขาชักสงสัยว่าใครกันแน่ที่มียศสูงกว่าเขาหรือชายตรงหน้า
“...แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ผมเสนอทางเลือกนั้นให้เขา”
กล่าวจบมิสเตอร์เอ็ดวินก็ดีดนิ้วขึ้นทันใดนั้นไอเย็นสีดำก็ปกคลุมบรรยากาศโดยรอบและก่อตัวขึ้นเป็รูปร่างเื้ัเขาเผยให้เห็นร่างสีดำที่ปกคลุมไว้ด้วยไอจางที่แผ่ออกมาจากเนื้อหนังมันมีลักษณะคล้ายกับมนุษย์ซึ่งมี 3 หัวประกอบด้วยอวัยวะที่ต่างกันใบหน้าแรกเต็มไปด้วยดวงตาน่าขยะแขยงทั่วใบหน้า มันสอดส่องไปมาราวกับกำลังเฝ้าสังเกตการณ์โดยรอบใบหน้าที่สองนั้นเป็แผลเหวอะหวะมีเพียงหูสองข้างที่บิดเบี้ยว ใบหน้าสุดท้ายประกอบด้วยปากกว้างที่เต็มไปด้วยฟันอันแหลมคมมันขยับไปมาราวกับกำลังกระซิบบางอย่าง มันไม่มีขาแต่มีมือขนาดใหญ่สองข้างที่ประกอบไปด้วยกรงเล็บยาวที่แหลมคมน่าสยดสยอง
“นิโคลัสรู้สึกได้ถึงภูติพันธะของผมนอกจากนี้ยังสามารถระบุตำแหน่งที่อยู่ของมันได้อย่างชัดเจนนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกหัดทั่วไปจะสามารถััถึงได้...”
ทันทีที่ได้ฟังโรเมโร่ก็ชะงักค้างไปเล็กน้อย และก็ไม่ใช่เื่แปลกที่จะเป็เช่นนั้น
‘ภูติพันธะ’ คือิญญาพันธะสัญญาของผู้สื่อิญญาระดับสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งภูติพันธะของมิสเตอร์เอ็ดวินที่อยู่เบื้องหน้าเขาเป็ภูติพันธะที่มีระดับเทียบได้กับสเปกเตอร์ หากมันไม่้าให้ใครเห็น แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่สามารถััถึงการมีอยู่ของมันได้เหมือนดังที่เขาเพิ่งสามารถรับรู้ถึงตัวตนของภูติพันธะเบื้องหน้าได้เพราะมิสเตอร์เอ็ดวินส่งสัญญาณให้มันปรากฏตัวขึ้นเท่านั้น
“ถ้าตัดสินจากเหตุผลข้อนี้ไม่ใช่แค่ความเข้ากันกับโพชั่น ผมคิดว่าเขาน่าจะมีโอกาสผ่านบททดสอบแห่งการเกิดใหม่ได้สูงบางทีอาจจะมีโอกาสสูงที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลยก็เป็ได้”
เมื่อได้ยินดังนั้นโรเมโร่นิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนกล่าวถามว่า
“เขาได้ให้คำตอบกับคุณรึยัง?”
“เขาไม่ได้พูดอะไรซึ่งก็เข้าใจได้ ด้วยความเสี่ยงขนาดนั้น คงไม่มีใครที่สามารถตัดสินใจได้เลยในทันที”
มิสเตอร์เอ็ดวินกล่าวพลางนึกย้อนไปถึงบทสนทนาของนิโคลัสกับตน
“ผมรู้ว่าเขายังมีเื่ที่ต้องคิดอีกมาก็เลยให้เวลาเขาตัดสินใจ และส่งเขากลับไปก่อน... โรเมโร่ถ้ายังไงคุณช่วยแจ้งหน่วยสอดแนมให้คอยจับตาดูเขาไว้อย่างใกล้ชิดด้วย”
เมื่อได้ยินดังนั้นอัยการโรเมโร่ก็พยักหน้าตอบ ก่อนจะสาวเทาเดินไปที่ประตูแต่ก่อนที่เขาจะออกจากห้องไป เขาหยุดฝีเท้าแล้วหันมาเอ่ยถามกับมิสเตอร์เอ็ดวินขึ้นว่า
“เมื่อสักครู่คุณบอกว่า นิโคลัสมีโอกาสผ่านบททดสอบแห่งการเกิดใหม่สูงที่สุดเท่าที่คุณเคยเห็นคุณพอจะประมาณได้มั้ยว่าเขามีโอกาสผ่านกี่เปอร์เซ็นต์”
คำถามนั้นทำให้มิสเตอร์เอ็ดวินปล่อยตัวพิงกับพนักเก้าอี้เล็กน้อยเขาเคาะนิ้วกับเก้าอี้เป็จังหวะบางทีนิสัยเช่นนี้อาจส่งต่อไล่สายบังคับบัญชามาเป็ทอดๆ
หลังครุ่นคิดสัดพักเขาก็เอ่ยตอบเบาๆอย่างยิ้มแย้มว่า
“สักสามสิบเปอร์เซ็นต์ล่ะมั้ง”
14.10.550
Nicolas Parlay
Judicial representative