ตอนที่ 2 ปล่อยเด็กสาวคนนั้นเสีย
ระหว่างทางไป๋เพ่ยเพ่ยก็ตะล่อมหลอกถามจึงพอเข้าใจสถานการณ์คร่าว ๆ มากขึ้น เด็กสาวที่อยู่ข้างกายนางในตอนนี้และคนที่นางกำลังจะไปช่วยนั้น ทั้งคู่คือ ‘ลูกสาวบุญธรรม’ ของเ้าของร่างเดิม กล่าวให้ถูกต้องคือลูกของพี่ชายเซี่ยเหล่าเอ้อร์
ด้วยเพราะครอบครัวลูกชายคนโตของตระกูลเซี่ยนั้นไม่มีใครแล้ว นี่จึงเป็เหตุผลที่พวกนางทั้งสองต้องมาอยู่ในความดูแลของลูกคนรอง ซึ่งนำไปสู่เหตุการณ์คุกเข่าขอร้องของเซี่ยเหมียวเหมียวในตอนแรกเริ่มที่ไป๋เพ่ยเพ่ยข้ามเวลามา
นอกจากนี้ ดูเหมือนว่าเ้าของร่างเดิมเองก็มีลูกที่ตนให้กำเนิดอยู่ด้วย ส่วนที่ว่ากี่คนนั้น ไป๋เพ่ยเพ่ยเกรงว่าจะเผยให้เห็นพิรุธ นางจึงไม่ได้เอ่ยถามรายละเอียดอะไรนัก
ระหว่างทางป้าหลิวพบเจอใครก็ดึงคนนั้นมา ้าจะรวบรวมกลุ่มคนให้แก่ไป๋เพ่ยเพ่ย
ไป๋เพ่ยเพ่ยมองดูผู้คนมากมายที่ติดตามนางไปยังบ้านตระกูลเฉียว หัวใจของนางก็พลันเปี่ยมล้นด้วยความหาญกล้า
นางขอบคุณป้าหลิวคนนี้จากใจจริง หากไม่ใช่เพราะป้าหลิว นางคงไม่ดึงคนพวกนี้มาร่วมด้วยได้ หญิงสาวรู้สึกมั่นใจมากขึ้น เมื่อใดที่เื่นี้จบลง จะต้องไปขอบคุณป้าหลิวและชาวบ้านที่กระตือรือร้นเป็อย่างดี
อันที่จริง ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่รู้ว่าการที่ป้าหลิวดึงผู้คนมามากมายถึงเพียงนี้ก็เพื่อคอย ‘ดูแลควบคุม’ นางโดยเฉพาะ เ้าของร่างคนเดิมนั้นมีชื่อเสียงที่ไม่ดีเป็ที่เลื่องลือ ป้าหลิวเองกลัวว่าตนเพียงคนเดียวจะรับมือไป๋เพ่ยเพ่ยไม่ได้ คนเยอะพละกำลังก็มาก เมื่อชักชวนผู้คนมาได้ในใจของนางก็ยิ่งมั่นใจ
โชคดีที่ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่รู้ หากนางรู้ขึ้นมา...
ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงหมู่บ้านซานเอา หมู่บ้านข้างเคียงกับหมู่บ้านหนิงซาน
เมื่อพวกเขามาถึงบ้านตระกูลเฉียว บรรดาผู้ชายในครอบครัวนั้นไม่อยู่ มีเพียงแม่เฒ่าเฉียวและเจิงชุ่ยชุ่ย ผู้เป็สะใภ้ใหญ่ที่อยู่ที่นั่น
เจิงชุ่ยชุ่ยกวาดพื้นไปพลาง ก่นด่าสาปแช่งไปพลาง ด่าว่าเซี่ยต้ายาเอาแต่อู้งานอยู่บนเตียง ตระกูลเฉียวรับนางมาเป็สะใภ้ก็นับว่าซวยไปหลายชาติ
“เ้าด่าใคร?”
ไป๋เพ่ยเพ่ยเหวี่ยงไม้คานในมือจนเกิดเสียงดังพรึ่บ พร้อมเสียงเอ่ยซักถาม ก่อนจะฟาดมันตรงลงไปยังเจิงชุ่ยชุ่ย
เมื่อจู่ ๆ ก็มีไม้คานฟาดลงมาตรงหน้า เจิงชุ่ยชุ่ยก็กลัวเสียจนใจจะขาด “ช่วยด้วย! มีคนจะฆ่าข้า!”
นางกลัวถึงขั้นโยนไม้กวาดในมือทิ้ง
ไป๋เพ่ยเพ่ยเองไม่ได้ตีโดนคน ทั้งยังไม่ได้ไล่ตามไป หญิงสาวหันหน้าไปหาเซี่ยเหมียวเหมียวพลางเอ่ย “เหมียวเหมียว เ้ารู้ไหมว่าพี่สาวของเ้าอยู่บ้านหลังใด?”
“รู้เ้าค่ะ!" เซี่ยเหมียวเหมียวชี้ไปยังเพิงไม้ซึ่งอยู่ตรงมุมไกลสุดของลานบ้านตระกูลเฉียวแล้วกล่าวว่า "บ้านที่ผุพังที่สุดหลังนั้นเ้าค่ะ"
แล้วมองเรือนที่อยู่ข้าง ๆ ซึ่งประกอบด้วยห้องโถงใหญ่และเรือนข้าง สี่ห้องใหญ่เรียงกันเป็แถว ทั้งหมดล้วนสร้างขึ้นจากดินอย่างดี ทว่าเมื่อมองยังทางที่เซี่ยเหมียวเหมียวชี้ไปกลับเป็เพิงไม้ที่ทรุดโทรมที่สุด ซ้ำผนังยังเป็เพียงหญ้าแห้ง ความโกรธของไป๋เพ่ยเพ่ยก็ปะทุขึ้นโดยพลัน
มีอย่างที่ไหนกันที่ให้คนท้องหรือป่วยหนักมานอนในห้องที่มีสภาพเช่นนี้? นี่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็การกลั่นแกล้งกันอีกหรือ
หญิงสาวระงับโทสะแล้วผลักเปิดประตูด้วยมือข้างหนึ่ง บอกว่าเป็ประตู แต่จริง ๆ แล้วเป็แค่หญ้าแห้ง ไม่มีแม้แต่สลักประตู เพียงใช้มือดันก็สามารถเปิดออกได้
และพบเข้ากับเตียงหญ้าแห้งที่ถูกเปิดออก ใต้ฟูกนอนชุ่มไปด้วยเื ครึ่งหนึ่งบดบังไว้ด้วยร่างกายส่วนบนที่เต็มไปด้วยรอยช้ำเืช้ำหนอง ใบหน้าเล็กขนาดเท่าฝ่ามือไร้สีเื ดวงตาทั้งสองปิดแน่น ไม่รู้ว่าคนยังมีสติอยู่หรือไม่
ไป๋เพ่ยเพ่ยเกือบจะคิดว่านางหมดลมไปแล้วจึงรีบวิ่งเข้าไปเพื่อปฐมพยาบาล หญิงสาวกดเข้าที่ร่องเล็ก ๆ ระหว่างจมูกถึงริมฝีปากบน จากนั้นจึงจับชีพจร หลังจากพลิกไปพลิกมาอยู่หลายหน ในที่สุดเด็กสาวก็ได้สติฟื้นคืน
“...ท่านแม่ เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่ได้?” เซี่ยต้ายาที่เพิ่งลืมตาขึ้นมา เมื่อมองเห็นผู้มาเยี่ยมอย่างชัดเจน ใบหน้าก็พลันปรากฏร่องรอยแห่งความกลัว
ไม่เหมือนการพบเจอคนในครอบครัว แต่ราวกับเจอสิ่งที่เลวร้ายเสียมากกว่า
เมื่อนึกถึง ‘ภาพลักษณ์แม่เลี้ยง’ ของเ้าของร่างเดิม ไป๋เพ่ยเพ่ยก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าอุปนิสัยของเ้าของเดิมอาจแย่กว่าที่นางคิดเสียอีก
“ไม่ต้องกลัว แม่อยู่นี่แล้ว แม่จะปกป้องเ้าเอง!”
โดยไม่สนใจการปฏิเสธจากจิตใต้สำนึกของเซี่ยต้ายา ไป๋เพ่ยเพ่ยคว้าข้อมือของเด็กสาวไว้ด้วยท่าทีห่วงใย ไม่ว่าเ้าของร่างเดิมจะเคยเป็เช่นไร ต่อจากนี้ไปนางจะรับ่ต่อ และถือโอกาสนี้แปลงโฉมนางเสียใหม่
ด้วยการทำเช่นนี้ ในอนาคตเมื่อนางแตกต่างจากเ้าของร่างเดิม หญิงสาวก็สามารถโยนไปได้ว่าตนนั้นะเือารมณ์จากเื่ของเซี่ยต้าหยาจึงกลับเนื้อกลับตัวใหม่อย่างฉับพลัน
มนุษย์ เมื่อมีแรงกระตุ้น ก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปบ้างเป็เื่ปกติ
ป้าหลิวเดินตามเข้ามาและเห็นใบหน้าที่บวมช้ำ รวมถึงร่างกายที่เต็มไปด้วยาแของเซี่ยต้ายา ก็ต่างพากันสูดลมหายใจเข้าอย่างแรงพร้อมกับชาวบ้านคนอื่น ๆ
ได้ยินมาลูกชายคนรองของตระกูลเฉียวทุบตีลูกสะใภ้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะรุนแรงถึงเพียงนี้?!
ให้ตายสิ!
เ้าเด็กนี่คงไม่ได้จะตีจนตายหรอกใช่ไหม?!
...
ชั่วขณะหนึ่ง ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่างพากันก่นด่าสาปแช่งเฉียวเล่อเซิง ลูกชายคนรองของตระกูลเฉียวว่าไม่เอาถ่าน
ป้าหลิวยังพูดกับไป๋เพ่ยเพ่ยอีกว่า “เห็นแล้วหรือยัง บาปกรรมที่เ้าสร้างขึ้น หากในเวลานั้นเ้าไม่ทำเกินไป ตระกูลเฉียวจะมาระบายความโกรธแค้นลงที่ร่างกายต้ายาหรือ? เ้าดูสิว่าต้ายาช่างน่าสงสารนัก แม้ว่านางจะไม่ใช่ลูกในไส้ของเ้า แต่เ้าเองก็เลี้ยงนางมากับมือ เ้ากลับไม่รู้จักปวดใจเสียบ้างหรืออย่างไร...”
“ข้าปวดใจสิ ทำไมจะไม่เ็ปหัวใจเล่า? หัวใจข้าแตกสลายเจียนตาย เกลียดจนอยากจะหั่นลูกชายคนรองของตระกูลเฉียวเป็ชิ้น ๆ” ภรรยาของตัวเองยังตบตีอย่างไร้ปรานีถึงเพียงนี้ นี่คือสิ่งที่คนทั่วไปทำกันอย่างนั้นหรือ?
ไม่ได้!
เื่นี้จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ หากนางไม่เอาคืนให้เซี่ยต้ายา เช่นนั้นก็ไม่ใช่ไป๋เพ่ยเพ่ยแล้ว
ยังดีที่ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่ได้พูดกล่าวอะไรออกมา ด้วยเพราะยิ่งพูด ป้าหลิวก็ยิ่งไม่เชื่อ ซ้ำจะยิ่งคิดว่าไป๋เพ่ยเพ่ยวางแผนทำอะไรบางอย่าง เตรียมพร้อมจงใจหาเื่ นางรู้สึกว่าต้องจับตาดูหญิงสาวให้มากกว่านี้สักหน่อย จะปล่อยให้ไป๋เพ่ยเพ่ยฉวยโอกาสนี้ไม่ได้
ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่รู้เื่นี้ ตอนนี้นางมุ่งความสนใจไปที่การช่วยชีวิตเด็ก เซี่ยต้ายานั้นได้สติแล้ว แต่เืของนางยังคงไหลอยู่ ด้วยความรีบร้อนของหญิงสาว เธอจึงไม่ได้นำเข็มติดตัวมาด้วย และมีเพียงป้าหลิวเท่านั้นที่นางคุ้นเคยมากที่สุดในหมู่คนเหล่านี้ นางจึงเอ่ยกับป้าหลิว “พี่สะใภ้ ช่วยหาเข็มให้สักสองสามด้ามได้หรือไม่ ต้ายาตกเืหนัก จำเป็ต้องหยุดเืทันที...”
“ตกเืหนักจริง ๆ ด้วย?! นี่... คือการก่อกรรมทำเข็ญจริง ๆ!” เดิมทีคิดว่า ‘ตกเือย่างหนัก’ ที่เซี่ยเหมียวเหมียวกล่าวบอกนั้นเป็การพูดเกินจริง เมื่อพวกเขามาถึงแล้วจะยังสามารถช่วยเซี่ยต้ายาเอาไว้ได้ แต่ในท้ายที่สุดแล้ว...”
ป้าหลิวพลันรู้สึกเศร้าโศกในใจ เด็กสาวดี ๆ คนหนึ่ง แต่งงานได้ไม่กี่ปีก็จะถูกเอาชีวิตไปแล้ว?!
นี่คงไม่ใช่แค่เื่ค่าสิดสอดจำนวนสูงลิบลิ่วหรอกกระมัง? ตระกูลเฉียวนั้นทำเกินไปแล้วจริง ๆ!
“พี่สะใภ้ ชีวิตของต้ายานี้จะช่วยไว้ได้หรือไม่ เกรงว่าจะขึ้นอยู่กับท่านแล้ว” ไป๋เพ่ยเพ่ยเอ่ยด้วยสีหน้าอ้อนวอน "ไม่ทราบว่าพี่สะใภ้พอจะช่วยหาเข็มให้ข้าสักสองสามด้ามได้หรือไม่ เข็มเย็บผ้าก็ได้ ขอเพียงมีเข็ม บางทีข้าอาจช่วยชีวิตต้ายาได้"
“ตกเืหนักอย่างนี้แล้ว เ้าจะช่วยชีวิตนางได้อย่างไรอีก?”
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ เมื่อก่อนข้าเคยเรียนวิชาฝังเข็มจากสำนักฟางหลางมาบ้าง กล่าวกันว่าสามารถหยุดอาหารตกเืได้”
"จริงหรือ?!"
"จริงเ้าค่ะ!"
“รอเดี๋ยว ข้าจะไปหาเข็มมาให้” แม้ป้าหลิวจะรู้สึกสับสนว่าไป๋เพ่ยเพ่ยจะมีทักษะเช่นนี้ได้อย่างไร ด้วยเพราะก่อนหน้าก็ไม่เคยได้ยินเื่นี้มาก่อนก็ตาม
แต่ตอนนี้ไม่มีทางอื่นที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว นางเองเ็ปหัวใจนักเพราะเฝ้ามองดูเซี่ยต้ายาเติบโตมา ขอเพียงสามารถรักษาม้าตายเหมือนม้าเป็*[1] นางก็รับหันหลังเพื่อไปหายืมเข็มมาทันที
ป้าหลิวลืมไปชั่วขณะหนึ่งว่าต้องจับตาดูอย่าให้ไป๋เพ่ยเพ่ยคิดสิ่งไม่ดีขึ้นมาได้
ในเวลาเดียวกัน ไป๋เพ่ยเพ่ยขอให้เซี่ยเหมียวเหมียวเข้ามาจับมือของเซี่ยต้ายาเอาไว้ และช่วยปลอบประโลมเซี่ยต้ายา เพื่อที่เซี่ยต้ายาจะได้ไม่ยอมแพ้ "ต้ายา เ้าได้ยินหรือไม่ แม้เ้าจะตกเือย่างหนักแต่ก็ยังมีวิธีที่จะช่วยเ้าได้ เมื่อป้าหลิวหยิบยืมเข็มมา แม่จะช่วยชีวิตเ้าเอง เ้าต้องอดทนไว้นะ!”
“พี่สาว ข้าไม่อยากพรากจากกับท่าน! ได้โปรดอย่าทิ้งข้าไว้เพียงลำพัง!” เมื่อเซี่ยเหมียวเหมียวได้ยินดังนั้นก็หวาดกลัวอย่างยิ่ง กลัวว่าเซี่ยต้ายาจะหลับตาลงจริง ๆ เด็กสาวเอ่ยพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
เซี่ยต้ายาเองก็น้ำตาไหลเช่นกัน นางอยากจะพูด แต่นางก็ไม่มีแรง จึงทำได้เพียงมองดูอาสะใภ้รองและน้องสาวอย่างเงียบ ๆ ด้วยความรู้สึกทุกข์ทรมานอย่างยิ่งในหัวใจ
นางคิดว่าอาสะใภ้รองไม่ชอบตนและน้องสาว แต่เด็กสาวไม่คาดคิดว่าเมื่อประสบปัญหาจริง ๆ คนที่มาช่วยเหลือนางกลับเป็อาสะใภ้รอง
ในชั่วขณะหนึ่ง อารมณ์ของนางปนเปซับซ้อน
*[1] รักษาม้าตายเหมือนม้าเป็ เปรียบเทียบเื่ที่รู้ชัดว่าไม่มีความหวังแล้ว แต่ยังมีความหวังเลือนราง