ตอนที่ 8 การพบพี่สาวครั้งแรก
เมื่อได้เข้าห้องพักฟางผิงและหนิงเอ๋อก็พักผ่อนอยู่ในห้อง ฟางผิงนอนมองเพดานคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยส่วนหนิงเอ๋อก็นั่งหลับที่โต๊ะ จนถึงเวลา่บ่ายพ่อบ้านเฉินได้มาตามฟางผิงไปพบเสนาจางและฮูหยินจางอีกครั้งฟางผิงและหนิงเอ๋อได้ออกจากห้องพักไปพบที่ห้องโถงของจวน
“นั่งก่อนสิ ฟางผิง”เสนาจางบอกกับลูกสาวโดยที่ฮูหยินจางนั่งอยู่ข้าง ๆ ฟางผิงไปนั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับทั้งสองโดยมีหนิงเอ๋อยืนอยู่ข้าง ๆ
“ฟางผิงหยางอวี่ถงเล่าเื่อดีตให้เ้าฟังหมดแล้วใช่ไม่ ข้าไม่รู้ว่าเ้าจะโกรธข้ากับแม่เ้าหรือไม่จะยอมรับพวกเราในฐานะพ่อและแม่ผู้ให้กำเนิดเ้าได้ไม่แต่วันนี้พ่อกับแม่อยากจะบอกแค่ว่าพ่อกับแม่ยอมทำผิดกฎของแคว้นเหลียงก็เพื่อจะรักษาชีวิตพวกเ้าสองพี่น้องไว้ให้ได้”เสนาจางเล่าความรู้สึกตัวเองและภรรยาออกไปโดยที่ฮูหยินจางได้นั่งร้องไห้อยู่ข้าง ๆ ส่วนฟางผิงยังคงนั่งฟังอย่างนิ่ง ๆ
“พ่อดีใจนะ ที่ได้ยกเ้าให้อวี่ถงไปมันทำให้เ้าได้เติบโตขึ้นมาได้อย่างแข็งแกร่งและสง่างามช่วยเหลือปกป้องบ้านเมืองได้ขนาดนี้”
“ถ้าอย่างนั้นจะให้ข้ากลับมาทำไมไม่ปล่อยข้าทำหน้าที่ปกป้องชายแดนต่อไป”ฟางผิงถามกลับ
“เพราะตอนนี้ชายแดนสงบสุขแล้วแต่ในราชสำนักอาจจะเกิดสั่นคลอนอำนาจขึ้นอวี่ถงสอนเ้าให้ปกป้องบ้านเมือง ออกรบเพื่อราษฎรเช่นเดียวกับข้าที่สอนให้เซียวเหยาสละความสุขส่วนตนถวายตัวไปเป็สนมของฮ่องเต้เพื่อคานอำนาจในวังหลวงจากฝ่ายฮองเฮาจนทำให้นางมีจุดจบชีวิตที่น่าอนาจใจเยี่ยงนี้”ยิ่งเสนาจางพูดถึงเซียวเหยาฮูหยินจางก็ยิ่งร้องไห้มากยิ่งขึ้น
“แม่กับพ่อผิดเองที่ส่งให้เซียวเหยาเข้าวังไปเป็สนมของฮ่องเต้ ทั้งที่นางรักอยู่กับเว่ยอ๋อง”ฮูหยินจางพูดความรู้สึกผิดของตัวเองทั้งน้ำตา
“เว่ยอ๋องเป็ใคร แล้วเขายอมให้นางไปเป็พระสนมเหรอ”ฟางผิงถามอย่างสงสัย
“เว่ยอ๋องเป็น้องชายต่างมารดาของฮ่องเต้มารดาของเว่ยอ๋องเป็สนมเล็ก ๆ ในวังหลังเขาจึงเป็องค์ชายที่ทุกคนมองข้ามมีแค่เซียวเหยาเท่านั้นที่อยู่เคียงข้างเขา เขาทั้งสองคนรักกันมากแต่เมื่อมีราชโองการของอดีตฮ่องเต้ออกมาให้เซียวเหยาเข้าคัดเลือกพระชายารัชทายาทในตอนนั้นเขาจะขัดราชโองการได้อย่างไร”เสนาจางอธิบายให้กับฟางผิงได้ฟัง
“ชีวิตคุณหนูเซียวเหยาน่าสงสารมากเลยนะคะคุณหนู”หนิงเอ๋อที่รู้สึกว่าชีวิตของเซียวเหยาน่าสงสารมาก ซึ่งตอนแรกนางสงสารฟางผิงที่พ่อแม่ไม่ได้เลือกแต่เมื่อรู้ว่าชีวิตเซียวเหยาลำบากอยู่แต่กับความทุกข์ใจไม่สามารถทำสิ่งได้ได้ตามใจอยากเลยมันช่างแตกต่างกับคุณหนูของนางที่ทั้งอิสระ ได้ทำทุกอย่างตามที่ใจอยากจะทำ
“แล้วท่านรู้ไม่ว่าใครเป็คนลงมือทำร้ายเซียวเหยา”ฟางผิงถามต่อเสนาจางได้แต่ส่ายหน้า
“ข้าเองก็บอกไม่ได้ว่าใครคือคนสั่งการให้ลงมือ สภาพเซียวเหยาตอนที่ข้าไปเห็นนาง นางสิ้นลมอยู่ในเกี้ยวอย่างเดียวดายทั้งที่กำลังจะกลับบ้านมาเยี่ยมแม่ของนางข้ารู้ดีว่าตลอดเวลาที่นางอยู่ในวังหลวงนางไม่ได้มีความสุขแม้ว่านางจะได้รับพระเมตตาจากฮ่องเต้ก็เถอะ”เสนาจางบอกเล่าทั้งน้ำตาเขาเองก็รู้สึกผิดกับเซียวเหยามากเหมือนกัน
“ข้าขอเจอนางหน่อยได้หรือไม่พี่สาวของข้า”ฟางผิงบอกกับเสนาจางคำว่าพี่สาวทำให้เสนาจางและฮูหยินเงยหน้าขึ้นมากมองนาง
“ได้สิ เ้าตามข้ามา”เสนาจางเดินออกไปเขานำทางฟางผิงมาห้องเก็บป้ายิญญาของตระกูลจาง เมื่อเปิดเข้าไปก็พบป้ายิญญาอันสุดที่ถูกแอบซ้อนไว้หลังสุดเป็ชื่อจางเซียวเหยา
“ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้พวกเราไม่สามารถจัดพิธีใด ๆ ให้นางได้ไม่สามารถจัดงานไว้อาลัยนางได้ทำได้แค่รีบนำร่างไปฝั่งและแอบเก็บป้ายิญญานางเอาไว้”เสนาจางหยิบป้ายิญญาของเซียวเหยาออกมาวางไว้หน้าสุดให้ฟางผิงดู
“หนิงเอ๋อ เ้าไปเอาเหล้ามาให้ข้า 2ถ้วย”ฟางผิงบอกหนิงเอ๋อ
“เ้าค่ะ คุณหนู”หนิงเอ๋อรีบออกไปไม่นานก็กลับมาพร้อมเหล้าใส่ถ้วยมา 2 ถ้วยส่งให้ฟางผิง
“ข้าขออยู่ที่นี่คนเดียวสักครู่”ฟางผิงพูดขณะยืนจ้องมองป้ายิญญาพี่สาวตัวเองทุกคนเดินออกจากห้องออกไปอย่างเงียบ ๆ หลังจากทุกคนออกไปกันหมดแล้วฟางผิงเอาถ้วยเหล้าถ้วยหนึ่งวางไว้หน้าป้ายิญญา และอีกถ้วยนางถือไว้ก่อนทำความเคารพป้ายิญญาพี่สาวตนเองและกระดกเหล้าในถ้ายตัวเองจนหมดในครั้งเดียวก่อนเช็ดปากและวางถ้วยเหล้าไว้
“พี่เซียวเหยา ท่านคงไม่รู้ใช่ไม่ว่าท่านยังมีน้องสาวด้วยแปลกดีเนอะตอนเกิดมาเราออกมาพร้อมกันด้วยซ้ำแต่เรากลับไม่เคยรู้ว่าอีกคนมียังตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ด้วยข้ายังไม่เคยได้เห็นเลยว่าท่านหน้าตาเหมือนข้าจริงไม่ นิสัยใจคอท่านเป็อย่างไรแต่ข้าต้องมาเจอท่านมองเห็นท่านเพียงแค่ป้ายิญญาแบบนี้”ฟางผิงพูดกับป้ายิญญาทั้งน้ำตา
“ใครทำกับท่านแบบนี้ใครมันช่างโหดร้ายกับผู้หญิงที่น่าสงสารอย่างท่านได้ลงคอข้าหยางฟางผิงขอสัญญาต่อหน้าป้ายิญญาของพี่เซียวเหยาว่าจะลากคอมันมากราบป้ายิญญาท่านให้ได้ไม่ว่ามันจะเป็ใครก็ตาม” ฟางผิงหยิบมีดสั้นมากรีดที่ฝ่ามือตนเองเพื่อให้เืหยดลงบนพื้นหน้าป้ายิญญาพี่สาวเพื่อเป็การสาบานด้วยเืก่อนจะเช็ดน้ำตาและเดินออกจากห้องเก็บป้ายิญญาไป และพบว่าทุกคนยืนรอนางอยู่ที่ลานหน้าห้อง
“คุณหนูค่ะ มือท่านมีเืไหล”หนิงเอ๋อใเมื่อเห็นเืที่ฝ่ามือฟางผิง
“นิดหน่อยนะไปเอายาของท่านปู่ที่ให้มากับผ้าพันแผลมาให้ข้า”ฟางผิงบอกกับหนิงเอ๋อ
“ตามหมอดีกว่าไม่ลูกเืออกเยอะขนาดนั้น”ฮูหยินจางบอกด้วยความเป็ห่วง
“ไม่ต้องหรอก ตอนอยู่ในสนามรบเจอมาเยอะกว่านี้อีกและส่วนใหญ่พวกข้าก็ทำแผลกันเองแบบนี้แหละ ข้าชินแล้ว”ฟางผิงบอกอย่างยิ้ม ๆไม่นานหนิงเอ๋อก็นำยาและผ้าพันแผลมาให้ฟางผิง ฟางผิงรับยามาและใส่ลงบนแผลด้วยสีหน้านิ่งเฉยก่อนให้หนิงเอ๋อช่วยพันแผลให้นางจนเสร็จ
“ขอบใจเ้ามากหนิงเอ๋อ”ฟางผิงใช้มือตบไหล่หนิงเอ๋อเบา ๆ
“งั้นเราไปหาลือที่ในห้องรับรองกันต่อเถอะ”เสนาจางบอกก่อนจะเดินนำไปห้องรับรอง
“ฟางผิงหลังจากวันนี้ไปเ้าและหนิงเอ๋อต้องรับการฝึกมารยาทในวังหลวงและศึกษาจำหน้าคนที่อยู่ในวังหลวงควบคู่กันไป”เสนาจางบอก
“หนิงเอ๋อจะได้เข้าวังไปกับคุณหนูจริง ๆเหรอ”หนิงเอ๋อดีใจจนะโโลดเต้น
“ใช่ จางกุ้ยเฟยต้องมีคนรับใช้คนสนิทข้าจะให้เ้าเข้าไปกับฟางผิงด้วย”
“แล้วคนจะไม่สงสัยเหรอว่าคนรับใช้คนเก่าไปไหน”ฟางผิงถามอย่างสงสัย
“ให้บอกว่านางขอกลับบ้านเกิดไปดูแลพ่อแม่ที่ชายแดน”เสนาจางคิดคำตอบให้ฟางผิงพยักหน้า
“เื่มารยาท ให้ท่านแม่เ้าเป็คนสอนส่วนการจดจำใบหน้า ข้าให้คนเขียนภาพเหมือนพวกเขามาให้เ้าได้จนจำแล้ว”เสนาจางบอก
“คืนนี้ดึกมากแล้วข้าว่าให้ลูกไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”ฮูหยินจางเอยปากบอกเสนาจางพยักหน้าเห็นด้วย ฟางผิงกำลังจะเดินกลับห้องพัก
“เดี๋ยวก่อนฟางผิง”ฟางผิงหันกลับมาเมื่อเสนาจางเรียก
“ข้าไม่รู้ว่าเ้าจะลำบากใจแค่ไหนนะ แต่หลังจากวันนี้ไปเ้าต้องเรียกข้ากับฮูหยินว่าท่านพ่อท่านแม่เพื่อไม่ให้คนอื่นผิดสังเกต”เสนาจางพูดอย่างเสียงอ่อนเขาไม่กล้าเรียกร้องให้ลูกเรียกตัวเองว่าพ่อ แต่เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต เขาต้องบอกไป
“ได้ ท่านพ่อ ท่านแม่ข้าไปพักก่อน”พูดจบฟางผิงก็เดินออกไปพร้อมหนิงเอ๋อปล่อยให้สองสามีภรรยายืนยิ้มอย่างดีใจ ที่ลูกยอมเรียกพวกเขาว่าพ่อแม่แล้ว
ในวังหลวง
วันนี้เป็วันที่ 3แล้วที่จางกุ้ยเฟยหายเงียบไป มีข่าวลือเกิดขึ้นในวังหลวงมากมาย ฮ่องเต้ที่กำลังนั่งรอข่าวจากใครบางคนอยู่ในห้องทรงพระอักษรอย่างใจจดใจจ่อ
“ว่ายังไงหลินกงกง ตกลงว่าฉินฟงได้ข่าวมาหรือยัง”ฮ่องเต้ถามขันทีคนสนิท
“เดี๋ยวฉินฟงก็คงจะมาแล้วพะยะค่ะ”หลินกงกงกราบทูลฮ่องเต้ไม่ทันขาดคำองครักษ์คนสนิทส่วนพระองค์ที่ชื่อฉินฟงก็เข้ามา
“ถวายบังคมฝ่าา”
“ลุกขึ้น ๆตกลงเื่ที่ให้ไปสืบเป็ยังไงบ้าง”
“เป็อย่างที่ข่าวลือออกมาระหว่างทางไปวัดลั่วซาน มีร่องรอยการต่อสู้เกิดขึ้นและมีคนเห็นเหตุการณ์ว่ามีคนเสียชีวิตมากมายแต่วันรุ่งขึ้นคนที่เห็นเหตุการณ์แจ้งทางการให้ไปตรวจสอบกลับไม่พบศพหรือหลักฐานใดๆ นอกจากร่องรอยคราบเื คงจะมีคนมาจัดการปกปิดอำพลางศพพะยะค่ะ”
“แล้วที่จวนเสนาจางละ?”
“เสนาจางขอลาไม่มาทำงาน 3 วันแล้ว แต่ที่จวนปกติพะยะค่ะทุกคนไม่มีใครจะพูดหรือแต่งชุดไว้ทุกข์แต่อย่างใด และวันนี้มีรถม้ามาที่จอดเหมือนจะมาส่งคนสองคนพะยะค่ะ”
“ใครกัน แล้วตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ฉินฟงไปสืบเื่นี้ต่อให้ได้ข้อมูลให้มากที่สุด”
“นั้นนะสิ พะยะค่ะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่หม่อมฉันงงไปหมดแล้ว”หลินกงกงเอียงคอคิด ท่าทางของหลินกงกงทำให้ฮ่องเต้ที่กำลังเครียดเครียดมากกว่าเดิมไปอีก