ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

    ตอนที่ 78 วิธีขับลมปราณเป็นพิษ NC18+

              จุนเปย์พาเขาขึ้นลิฟต์มายังชั้นบนของอาคารซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นในส่วนของเขตที่พัก มีคู่ชายหญิงเดินกะหนุงกะหนิงสวนผ่านไปหลายคู่บริเวณโถงทางเดินยาว


              “ที่ที่เราจะไปไม่ใช่ลานฝึกงั้นเหรอครับ”


              เขาคิดว่าคงไม่มีลานฝึกที่ไหนอยู่ในโซนแบบนี้แน่


              “ตอนนี้ร่างกายนายมีลมปราณที่เป็นพิษสะสมมากเกินไปทำให้ไม่สามารถโคจรพลังต้นกำเนิดได้อย่างเต็มที่ก่อนจะเริ่มทำการฝึกจำเป็นต้องขจัดออกเสีย ที่ผ่านมานายคงแทบไม่เคยขับมันออกเลยงั้นสิ”


              “ลมปราณเป็นพิษงั้นเหรอครับ...มันร้ายแรงยังไง?”


              จุนเปย์เกิดอาการชะงักกึกเหมือนลืมไปว่าอีกฝ่ายยังเป็นมือใหม่และไม่เข้าใจสิ่งที่ตนกำลังสื่อ


              “อาการลมปราณเป็นพิษเกิดจากลมปราณต่างสายของคู่ต่อสู้ซึมผ่านร่างกายผ่านการปะทะ ทำให้เกิดลมปราณตกค้างต่างสายตีกันในร่าง ทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจเพราะมีวิชาบางประเภทถูกออกแบบมาเพื่อแฝงลมปราณตัวเองเข้าไปปั่นป่วนโจมตีศัตรูจากภายในอยู่ด้วยซึ่งนี่เป็นสิ่งที่นายต้องระวังไว้เสมอ และถ่ายเทมันออกจากร่างเสียบ้าง”


              “แล้วผมต้องทำยังไงเพื่อจะขับมันออกจากร่างได้ครับ”


              “ปกติใช้วิธีโคจรแบบเฉพาะก็สามารถขับออกได้แต่วิธีนั้นมันใช้เวลานานเกินไป— อะแฮ่ม...ส่วนทางลัดที่ทุกคนนิยมใช้กันคือการเร่งปราณก่อนกำเนิดผ่านการผสมหยินและหยางเพื่อขับปราณที่เป็นพิษออกจากร่าง”


              เรย์เอียงคอเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ


              “มีคนที่จะช่วยขับมันให้นายได้เอาเป็นว่าตามฉันมาก็แล้วกัน— อ้าว อิจิกะไหนว่าถูกลากตัวกลับบ้านไปแล้วไงยัยเด็กบ้า”


              ขณะจุนเปย์กำลังหันหลังออกเดินต่อก็ปะหน้าเข้ากับเด็กสาวคนหนึ่งบริเวณแยกทางเดินยาวซึ่งเรย์มองเห็นอีกฝ่ายไม่ชัดเนื่องจากร่างกำยำของจุนเปย์ยืนบังเธอไว้เกือบมิดชิด


              “อย่าทักให้อารมณ์เสียสิ...นี่ลูกศิษย์คนใหม่ของคุณจุนเปย์เหรอ”


              เสียงเล็กใสอันคุ้นเคยดังขึ้นเหมือนเขาเพิ่งได้ยินจากที่ไหนมาก่อน


              “ก็ไม่เชิงหมอนี่เพิ่งผ่านการตื่นรู้ได้ไม่นาน ความรู้ของโลกฝั่งนี้แทบเป็นศูนย์”


              จุนเปย์ยักไหล่ตอบเด็กสาวคนดังกล่าว


              “ว้าวงั้นก็เป็นผลไม้ที่ยังไม่สุกงอมดีน่ะสิ—"


              เด็กสาวคนดังกล่าวชะโงกหน้าโผล่ออกมามองเขาด้วยน้ำเสียงกึ่งหยอกเย้า


     


     

              ทันทีเมื่อเรย์ได้เห็นหน้าอีกฝ่ายก็จำได้ทันทีว่าเธอคือคนที่เดินมาชนเขาเมื่อก่อนหน้า เมื่อได้มาอยู่ใต้แสงไฟ ผิวสีน้ำผึ้งของเด็กสาวซึ่งสะท้อนออกมานั้น ยิ่งทำให้เห็นถึงความสวยเปรี้ยวผ่านภาพลักษณ์การแต่งตัวด้วยสปอร์ตบรา และกางเกงสปอร์ตสั้นเว้าสูงนั่น


              ดวงตากลมโตสีมรกตรับเข้ากับผมทรงทวินเทลสีเขียวเข้ม ใบหน้าของเธอยังดูอ่อนเยาว์เกินกว่าจะมาอยู่ในสถานที่แบบนี้ได้


              “แค่มองจากตรงนี้ก็รู้ว่ากำลังภายในปั่นป่วนมากนี่คงกำลังพาเขาไปให้คุณคาเอเดะช่วยปรับสมดุลหยินหยางล่ะสิ”


              “ก็ใช่...แล้วคุณคาเอเดะอยู่หรือเปล่า”


              “กำลังรับแขกของหัวหน้าอยู่บนชั้นพิเศษน่ะตอนนี้ไม่ว่างหรอก”


              “เอ๊ะหัวหน้ามาที่นี่ด้วยรึ?”


              จุนเปย์เลิกคิ้วอย่างแปลกใจไม่คิดว่าวันนี้หัวหน้ากิลด์ของตนจะโผล่มา


              “เปล่าหัวหน้าวานให้ฉันพาแขกมาส่งเฉย ๆ น่ะ”


              เด็กสาวว่าเช่นนั้นก่อนจะเดินหรี่ตาวนรอบตัวเรย์หนึ่งรอบ


              เขาจำกลิ่นหอมของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มาจากเด็กสาวคนนี้ได้


              “อะ...นายมันคนที่ฉันเจอข้างล่างนี่ใช่ไหม”


              เรย์พยักหน้าเบา ๆเพื่อเป็นการยืนยันให้เด็กสาวว่าเธอเข้าใจถูกต้องแล้ว


              “เอาแบบนี้ดีไหมคุณจุนเปย์ฉันจะจัดการปรับสมดุลให้เขาเอง พอดีฉันเพิ่งกลับออกมาจากดันเจี้ยนกำลังหาคนช่วยปรับสมดุลให้อยู่เหมือนกัน”


              สายตาของเธอรู้สึกจะมองตรงมาที่ตัวเขาอยู่ตลอด และไม่ใช่สายตาออดอ้อนหว่านเสน่ห์ซึ่งย่อมแน่นอนเพราะไม่ได้หลงตัวเองจนจะเข้าใจไปขนาดนั้นได้และไม่ได้ไร้หัวจิตหัวใจขนาดที่ถูกอีกฝ่ายจ้องมองกันแบบนี้แล้วจะไม่รู้สึกตัว


              แต่พร้อมกันนั้นเขาก็ไม่เข้าใจความหมายในสายตาของเธอ


              “เฮ้ ๆไม่ดีมั้งยัยเด็กบ้า เธอก็ให้แฟนตัวเองช่วยทำสิ เธอเป็นสมาชิกกิลด์นะไม่ได้มีหน้าที่บริการแบบผู้หญิงเหล่านั้น เดี๋ยวหมอนั่นก็ได้มาเอาเรื่องกับฉันอีกหรอกรอบที่แล้วยังไม่เคลียร์จนฉันต้องเสียลูกศิษย์มือดีไปคนหนึ่งเลยนะ เธอยังไม่เข็ดอีกรึไง”


              จุนเปย์ถึงกับร่ายยาวเป็นชุดเมื่อรู้ถึงเจตนาของอิจิกะ


              “โอ๊ย~ อย่าพูดถึงหมอนั่นอีกจะได้ไหม ฟังแล้วอารมณ์เสียชะมัด น่ารำคาญคอยถ่วงแข้งถ่วงขา ฉันเพิ่งซัดจนน่วมแล้วไล่กลับไปเมื่อกี้นี้เอง แล้วอีกอย่าง...ถ้าคุณไม่บอก ฉันไม่พูดหมอนั่นก็ไม่มีทางรู้หรอก”


              อิจิกะเบ้ปากค้อนอย่างน่าหมั่นไส้นิด ๆทำเอาจุนเปย์ต้องเกาหัวด้วยความรำคาญ


              “โว๊ะ! ฉันไม่รู้ด้วยแล้ว อยากจะทำอะไรก็เชิญเสร็จแล้วพามาส่งที่ห้องฝึกซ้อมด้วยล่ะ และอย่าให้หนักมือเกินไปนักเขายังต้องไปฝึกฝนกับฉันต่อเข้าใจไหม”


              คนพูดกลอกตากำชับเสียงเข้มทั้งที่เข้าใจตรรกะเธอเป็นอย่างดี แต่ก็แอบเหนื่อยใจกับพฤติกรรมของอีกฝ่าย


              จุนเปย์ปล่อยเรย์ทิ้งไว้กับเด็กสาวก่อนหันหลังก้าวยาว ๆ เดินจากไปด้วยความละเหี่ยใจราวกับรู้อนาคตล่วงหน้าว่าความวุ่นวายจะต้องตกมาอยู่ที่ตนอย่างแน่นอน


              “วู้! ขอบคุณที่เข้าใจนะคะ— เอาล่ะไปกันเถอะ”


              เด็กสาวทำท่าดีใจก่อนจะหันมาคว้าแขน...ไม่สิ— ลากเขาเดินไปยังอีกเส้นทางหนึ่งเพื่อขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบน



     

              “นายเพิ่งมาสมัครเข้ากิลด์วันนี้เหรอ”


              เด็กสาวเอ่ยถามขึ้นหลังจากเปิดประตูพาเขาเข้ามายังห้องพักหรู


              เด็กสาวถามห้วน ๆ เพราะคาดคะเนจากสายตาแล้วเข้าใจว่าอายุคงมากกว่าเธอไม่กี่ปีเศษ


              “เปล่าผมแค่มาขอคำแนะนำจากคุณโทคิตะเกี่ยวกับทักษะการต่อสู้เฉย ๆ น่ะ”


              เมื่อถอดรองเท้าเดินเข้ามาก็พบเตียงขนาดคิงไซซ์ตั้งอยู่กลางห้องภายในถูกตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม โดยทางด้านขวาของเตียงเป็นกระจกระเบียงใสมองเห็นวิวเมืองจากมุมสูงส่วนด้านซ้ายเป็นห้องน้ำซึ่งกั้นด้วยกระจกใสไร้ม่านปิดบัง


              “เห~ แปลกนะ ปกติคุณจุนเปย์ไม่ค่อยพาคนนอกมาที่นี่สักเท่าไหร่”


              เด็กสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ขณะหันหลังให้เขาเธอวางเท้าข้างหนึ่งลงบนเตียง เพื่อรูดถุงน่องยาวเหนือเข่าทั้งสองข้างออกผ่านอิริยาบถอันสุดแสนเซ็กซี่ยั่วยวนใจ


              เรย์สะบัดศีรษะหนึ่งครั้งเขาก็ไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขนาดที่จะไม่เข้าใจบทสนทนาระหว่างจุนเปย์และเด็กสาวที่ชื่ออิจิกะก่อนหน้านี้แต่ก็ยังไม่รู้ถึงขนาดที่ว่าต้องทำไปถึงขั้นไหนกันแน่


              ตอนนี้จึงได้แต่ทำตัวเงอะงะอย่างไม่รู้ว่าตนเองควรอยู่ตรงไหน


              “อ่าวทำไมยังยืนบื้ออยู่ตรงนี้ล่ะ— ตรงนั้นน่ะ... มีห้องน้ำอยู่เห็นไหมไปชำระร่างกายและจิตใจให้สะอาดก่อนที่เราจะเริ่มกันซะสิ”


              เด็กสาวเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นว่าเขากำลังยืนหันหลังให้


              “แต่ห้องน้ำนั่นไม่มีแต่กระจกใสกั้นเองนะจะให้ฉันอาบต่อหน้าเธองั้นเหรอ”


              เขาขมวดคิ้วมองไปยังห้องอาบน้ำซึ่งถูกกั้นด้วยผนังกระจกใส


              “โอ๊ย~นี่นายเป็นเชอร์รี่บอยรึไงกัน ไม่ต้องอายฉันหรอก รีบเข้าไปอาบซะ!”


              เมื่ออีกฝ่ายว่าอย่างนั้นเขาจึงถอดถอนหายใจหนึ่งเฮือกใหญ่แล้วยืนหันหลังลงมือเปลื้องผ้าต่อหน้าอีกฝ่ายก่อนจะหยิบเสื้อคลุมเดินเข้าห้องน้ำไป


              รู้สึกอยากหยิกแก้มตัวเองที่เผลอไปพยักหน้ารับคำแบบไม่ทันยั้งคิดได้แต่แสดงออกภายนอกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


     



              เขายืนหันหลังอาบน้ำใต้ฝักบัวเพียงครู่เดียวก็ได้ยินเสียงเปิดประตูตามหลังเข้ามา


              มือคู่เล็กโอบแทรกผ่านใต้วงแขนของเขาจากทางด้านหลังแล้วกดครีมอาบน้ำจากเครื่องหน้าตาแปลกๆ ที่ติดผนังอยู่เบื้องหน้า


              แผ่นหลังของเขาสัมผัสได้ถึงทรวงอกเปลือยเปล่ากำลังแนบชิดอย่างน่าหวาดเสียวมือบางของเด็กสาวใช้ครีมลูบไล้ทั่วร่างกายของเขา ตั้งแต่ส่วนบนค่อย ๆเลื่อนต่ำลงถึงหัวหน่าว


              เรย์ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักเมื่อเธอรู้สึกได้ว่าร่างกายเขากำลังแข็งเกร็ง


              ปลายนิ้วของเด็กสาวค่อย ๆกอบกุมแก่นกายความเป็นชายไว้


              แค่สัมผัสโดนเบา ๆก็รู้สึกเลือดลมสูบฉีดขึ้นทันที


              “เห~ แข็งสู้มือทันทีเลยนะ”


              เด็กสาวกระซิบด้วยเสียงบีบให้หวานเล้าโลมด้วยการกำแก่นกายรูดเข้าออกอย่างเบามือ


              เรย์ไม่ปล่อยให้อิจิกะเล่นกับร่างกายของเขาอยู่ฝ่ายเดียว


              เขาใช้ครีมอาบน้ำชโลมไปบนร่างของเธอแล้วลงมือทำความสะอาดให้บ้างทุกซอกมุม


              “ก็ทำได้ไม่เลวเหมือนกันนี่นาพ่อเชอร์รี่—อุปส์”


              เขาส่งลิ้นเข้าไปชอนไชปากที่กำลังเจื้อยแจ้ว โอบกอดร่างเล็กเปลือยเปล่าที่ดูเปล่งปลั่ง ยอดปทุมถันตื่นตัวอุ้งมือร้อนผ่าวประคองทรวกอกเธอเอาไว้ไล้เล็มเธอด้วยจูบช้า ๆ จนถึงเนินอกอิ่ม ลิ้มรสชาติยอดอกแข็งขึงของเธอด้วยความอ่อนโยนก่อนจะใช้สัมผัสที่หนักหน่วงขึ้นจากปลายลิ้นอันแข็งแรงและเปียกชื้นอย่างไม่อาจหักห้ามอารมณ์


              มืดของเด็กสาวโอบกอดจับหัวเขากดไว้กับเต้าคู่งามอย่างเร่งเร้าปล่อยให้ร่างหนาโลมเลียเนื้อตัวไปทั่วสะพรางกายภายใต้ละอองน้ำจากฝักบัว


              เรย์ย่อตัวลงต่ำจนพบร่องที่กำลังเปียกชื้นฝ่ามือร้อนร้อนระอุจับเข่าเธอให้แยกจากกัน และเริ่มตวัดลิ้นเลียไล้ไปรอบ ๆกลีบดอกไม้งามอย่างหยอกเย้า


              ร่างเล็กกระตุกสั่นสะท้าน


              “ซีดส์... อืม...”


              เขากระตุ้นปลุกเร้าด้วยการดูดครอบครองเธอสอดแทรกปลายลิ้นแข็งรุกเร้าลึกลงไป ตวัดลิ้มรสแทบทุกอณูของเธออย่างหิวกระหายราวกับนักพเนจรบนผืนทรายที่ได้ค้นพบบ่อน้ำแห่งโอเอซิส


              อิจิกะยกสะโพกเด้งรับเรียวลิ้นเพียงครู่เดียวก็ทนความซุกซนนี้ไม่ไหวอีกต่อไป มือบางจิกเส้นผมสีเทาเบา ๆ เพื่อดึงเขาขึ้นมาด้านบน ทันทีที่หน้าอยู่ระดับเดียวกันก็ประกบปากแลกเอนไซม์อย่างดูดดื่ม


              ขณะที่เรย์กำลังจะเพิ่มระดับไปอีกขั้นเด็กสาวกลับดันอกเขาออกแล้วมองด้วยสายตาเย้ายวนมือบางก้มลงหยิบผ้าเช็ดตัวและหันหลังเดินออกจากห้องน้ำไป


              เห็นเช่นนั้นเขาก็ไม่รีบร้อน ลงมือเช็ดร่างกายตัวเองให้แห้งเสร็จแล้วจึงเดินตามร่างเล็กไปด้านนอก


              ภาพที่เห็นทำเอาหัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะเมื่อเด็กสาวหันหลังก้มตัวลงเกือบสี่สิบห้าองศา ใช้มือยันกระจกใสริมระเบียงบิดสะโพกยั่วยวนไปมา


              “เป็นร่างกายที่มีเสน่ห์ไม่เบาเลยใช่ไหมล่ะ?ถึงกับสะดุดตาจนแข็งเต็มที่เสียขนาดนั้น”


              เรย์รับรู้ถึงแรงปรารถนาไม่อาจปฏิเสธคำเชื้อเชิญนั้นรีบเดินตรงเข้าไปประกบบั้นท้าย ใช้แก่นกายถูไถบนร่องที่กำลังชื้นแฉะได้ที่


              ทัศนียภาพด้านนอกผ่านกระจกใสซึ่งไม่มีอะไรบดบังหากมีใครมองเข้ามายิ่งเพิ่มความเร้าใจขึ้นไปอีกระดับ


              “...ใช่แล้วมันดูงดงามไปทุกส่วนเลยครับ”


              เขากระซิบด้วยเสียงสั่นพร่าขณะที่เบื้องล่างร่อนรับเสียดสีแก่นกายราวกับเชื้อเชิญสายตาเขาพลางสำรวจเรือนร่างด้านหลังของเด็กสาวซึ่งมองเห็นขี้แมลงวันหนึ่งเม็ดมือเขาลูบไล้ไปบนรอยสายรัดยกทรงตัดกับผิวสีน้ำผึ้งอย่างเข้ากันด้วยความเสน่หาพร้อมกับกับครางด้วยความพึ่งพาใจต่อรสสัมผัสจากผิวเปลือยเปล่า


              เมื่อแก่นกายถูกชโลมไปด้วยน้ำรักจนมากพอเด็กสาวแอ่นก้นสูงถ่างขากว้างอย่างรู้งานเรย์ทาบมือบนสะโพกโน้มตัวบดแท่งอุ่นร้อนแข็งแรงแทรกชอนเข้าไปข้างใน


              “อ่าห์... ซี๊ดส์~แน่นเหลือเกิน”


              เด็กสาวเกร็งก้นส่ายนิดหน่อยด้วยความคับแน่นพร้อมกัดฟันระงับความเสียวซ่าน เหลี่ยวหลังมองเขาด้วยสายตาเร่าร้อนสุดฤทธิ์


              เรย์รับรู้ได้ถึงความร้อนผ่าวและเปียกชุ่มอย่างเต็มที่ตรงกลีบเนื้อไหวระริกของเธอเขาจึงเริ่มขยับเข้าออกภายในตัวเธอด้วยสิ่งที่ร้อนรุ่มและล้นปรี่ด้วยไฟปรารถนาปลดปล่อยทุกการควบคุม กระแทกกระทั้นเข้าไปในตัวเด็กสาวอย่างเต็มที่


              สะโพกเด็กสาวดันขึ้นลงรับจังหวะเข้าออกเต้าใหญ่สวยงามเกินวัยห้อยสั่นไหวตามแรงกระแทกจากด้านหลัง ขณะมือของเขาเลื่อนไล้ไปยังจุดที่ไวต่อความรู้สึกที่สุดของเธอ


              เขารับรู้ถึงอาการสูดหายใจลึกและเสียงสะท้านของเธอที่เปล่งออกมาจากลำคอ


              ตอนนี้มีแต่เพียงเสียงลมหายใจฮึด...ฮาด...ผ่านความทรมานในห้วงกามอารมณ์ผสมเสียงสะโพกอัดกับแก้มก้นดังเป็นจังหวะคลอเคลียเกิดเป็นบทบรรเลงเพลงรักแสนเร่าร้อน


              เขาขยับสะโพกเข้าออกอยู่สักพักจึงกระซิบบอกให้เด็กสาวพลิกตัวกลับมาก่อนจะดันแผ่นหลังอีกฝ่ายชิดกระจกระเบียงหน้าต่างโดยที่แก่นกายอุ่นร้อนยังไม่แยกห่างออกจากร่องรักเลยสักมิลเดียว


              “ฉันก็หลงนึกว่านายเป็นไก่อ่อนนิ่งๆ ที่เอาแต่หวาดกลัวซะอีก...อืมส์~”


              เด็กสาวหัวเราะพลางเอามือกอดท้ายทอยเขาขณะที่ปากของเรย์งับอยู่กับติ่งหูและซอกคอของอิจิกะ


              เขาช้อนขาเด็กสาวยกขึ้นทั้งสองข้างจนตัวลอยปล่อยปลายเท้าทั้งสองห้อยต่องแต่งตามแรกกระแทก


              “อูยส์...อาห์~ มันเสียวเหลือเกิน—”


              น้ำหนักตัวเด็กสาวที่ขย่มลงมาเมื่อเจอกับแก่นกายที่เคลื่อนสะโพกสวนขึ้นไปทำเอาอิจิกะจิกเล็บลงบนหลังเขาและครวญครางลั่นห้อง


              ท่านี้กระทุ้งลึกถึงปากมดลูกมันเต็มไปด้วยความเสียวกระสันซาบซ่าน


              เตียงคิงไซส์กลางห้องตั้งโดดเด่นอยู่เช่นนั้นแต่ทั้งคู่กลับมองข้ามไม่เคยใช้งาน เรย์จึงหมุนตัวอุ้มเด็กสาวกลับไปยังเตียงกว้างโดยทุกก้าวย่างที่ออกเดินมันเต็มไปด้วยความหนักหน่วงทางอารมณ์ดั่งเสาเข็มที่กำลังถูกปั่นจั่นตอกลงมา


              เรย์วางแผ่นหลังหญิงสาวพาดบนขอบเตียงทว่าก่อนที่จะได้ทำอะไรเพิ่มเติมเด็กสาวกลับจับเรย์ทุ่มไปยังกลางเตียงกว้างร่างบางพลิกตัวกลับมาขึ้นคร่อมเขาไว้ด้านบน


              “ชักจะได้ใจเกินไปหน่อยแล้วนะ”


              อิจิกะคิดว่าตนต้องทำอะไรสักอย่างบ้างเพื่อให้ชายตรงหน้ารู้ว่าใครกันแน่ที่กำลังเป็นฝ่ายคุมเกม


              เด็กสาวกระดกก้นใช้ร่องอันเปียกชื้นถูไถไปมากับแก่นกายส่วนมือบางก็ทำหน้าที่ประสานลูบไล้ร่างหนาเพิ่มอุณหภูมิความซาบซ่าน


              เธอไม่รีบร้อนสอดใส่ใช้ทั้งมือและเรียวลิ้นชอนไชไปบนแผงอกกว้าง ค่อย ๆ เคลื่อนใบหน้าจนสายตาประสานกัน


              สายตาช่ำเฉื่อมที่มองสบกันเต็มไปด้วยความต้องการอันน่าเคลิบเคลิ้ม


              เด็กสาวเป็นฝ่ายแลบลิ้นเชื้อเชิญทั้งคู่ใช้ปลายลิ้นเข้าคลอเคลียหยอกเย้าบรรเทาความเสียวสะท้าน


              “อ้อนวอนฉันสิ”


              เธอส่งเสียงกระซิบกระซาบอย่างล่อลวงใจ


              “...ได้โปรดทำต่อเถอะ”


              นัยน์ตาขาหรี่ปรือด้วยแรงตัณหาอันท่วมท้นขณะวิงวอนขอให้เธอเป็นฝ่ายควบคุมทุกจังหวะตามแต่ใจเธอต้องการ


              เธอพอใจกับคำตอบนั่นยกก้นขึ้นแล้วเอื้อมมือข้างหนึ่งกำแก่นกายของเขาไว้แน่นนำมันมาเขี่ยร่องเนื้ออุ่นจัดของเธอไปมาแล้วส่งสายตาท้าทายให้เขาแล้วกดสะโพกลงจนแก่นกายพลุบหายเข้าไปยังร่องลึกเต็มผนัง


              ครั้งนี้เธอคิดเป็นฝ่ายคุมเกมมือบางยันแผงอก ร่อนสะโพกหนักเบาตามจังหวะอารมณ์


              แต่ดูเหมือนเธอคงไม่ถึงใจจึงเริ่มยกตัวสูงแล้วควบหนักขึ้น


              เขามองเห็นแก่นกายพลุบเข้าพลุบออกอย่างชัดเจนยิ่งดูยิ่งเร้าในอารมณ์ จนไม่สามารถทนอยู่เฉย ๆ ได้ เด้งสะโพกสวนอีกฝ่ายกลับหลายทีเอือมมือขย่ำเคล้งคลึงเต้าคู่งามที่กำลังสั่นสะท้านท้าทายสายตา ตอบสนองทุกความเคลื่อนไหวเร่าร้อนของเธอด้วยปลายนิ้ว


              ท่อนล่างยังคงโยกรับกันเป็นจังหวะจะโคนดังสนั่นลั่นห้อง


              ผ่านไปหลายนาทีเรย์เริ่มสัมผัสได้ถึงอาการขมิบตอดรัดมากกว่าปกติเขารีบโอบตัวเด็กสาวจับนอนหงายลงใต้ร่างในท่ามิชชันนารี ยกข้อเท้าทั้งสองข้างของเธอขึ้นมาไว้บนบ่าท่านี้ทำให้มองเห็นเรือนร่างและนมสวยงามแผ่ฐานออกกว้างในท่านอนหงายมันสั่นกระเพื่อมส่ายไหวไปมาตามแรงกระแทก


              เขาสาวเข้าออกช้า ๆ เนิบ ๆ เน้น ๆ แล้วค่อยเร่งตามระดับความเสียวกระสันที่พุ่งขึ้นชนเพดาน


              “อ่าห์...... อาห์......อะ...อะ...อะ.อืมมมส์”


              เด็กสาวเม้มริมฝีปากล่างตาปรือเธอเสียงเปล่งออกมาตามจังหวะเข้าออก ประสานกับเสียงครางกระเส่าของเขาอย่างกลมกลืน


              เรย์สาวสะโพกเข้าออกในท่ามิชชันนารีได้สักพักดึงลำตัวของอิจิกะขึ้นมาจัดตำแหน่งอยู่ในท่าตั้งฉากคร่อมตักเขาไว้ทั้งคู่อยู่ในท่านั่งหันหน้าเข้าหากัน มือคู่บางโอบลอบคอ ขาสองข้างเกี่ยวรอบเอวหนาท่านี้ทำให้เต้ากลมกลึงหย่อนลงตามแรงโน้มถ่วงโลก


              เด็กสาวโหนตัวทิ้งน้ำหนักขย่มลงมาครอบครองทั้งหมดนั้นของเขาและฝังกายเขาไว้แนบแน่นในตัวเธอ


              เขาใช้ปากกดลงบนยอดอกลิ้นซุกซนบรรจบกับจุดอ่อนไหวที่สุดตรงนั้นปากเขานุ่มนวลทว่าร้อนผ่าวและเรียกร้องต้องการอย่างที่สุด


              เรย์สัมผัสถึงน้ำหนักตัวที่กระแทกขึ้นลงอย่างหนักหน่วงอิจิกะเร่งจังหวะขย่มรัวจนรู้สึกได้ถึงร่องหลืบแห่งรักที่ขมิบตัวรัดแก่นกายถี่ขึ้นเป็นสัญญาณ


              ร่างสองร่างกอดรัดกันแนบสนิทราวกับจะกลืนร่างเป็นคนคนเดียวกัน


              แก่นกายสอดใส่จมลึก ท้องชนท้อง อกแนบอกปากกระกบ ลิ้นเกาะเกี่ยว มือช่วยกันลูบไล้ทั่วแผ่นหลังและสะโพก


              เขากระซิบในตอนท้ายบอกอีกฝ่ายว่าให้ช้าลงเพราะตนกำลังจะถึงปลายทางแล้ว


              ทว่าเธอกลับไม่ฟังและยังเพิ่มความเร็วราวกับต้องการแกล้งกัน


              “ปลดปล่อยออกมาให้เต็มที่เพราะนี่คือส่วนสำคัญที่สุดในการปรับสมดุลยังไงล่ะ”


              เธอกระซิบบอกได้ไม่นานร่างละมุนก็กระตุกเกร็งดิ้นเร่าอยู่บนตัวเขา


              เรย์ถูกความเร่งเร้าของเธอทำให้ไม่สามารถถอนกายออกมาได้ทันร่างบางเกร็งกระตุกสั่นระริกถึงจุดสุดยอดส่วนร่างหนาสะโพกแกร่งก็กระตุกหยัดไปข้างหน้าระเบิดพร่างในตัวเธออย่างไร้การควบคุมตัวเขาสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้นเกินบรรยาย

    คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน ที่คุณอ่าน