ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 2 บทที่ 36 ซื้อใจคน

            วางหนังสือลงในแผงขายของบนเสียนอวี๋เสร็จหลินหวั่นชิวนำเศษผ้า เส้นด้าย และใยฝ้ายไปใส่ในห้องหัตถกรรม

            จากนั้นเลือกทำเป็นผ้าห่มกับผ้าปูที่นอนสองชุดรองเท้าผ้าสี่คู่ ถุงเท้าแปดคู่ หลินหวั่นชิวกะขนาดเอาเอง ทำเป็นชุดผ้าฝ้ายบางขนาด 120140 160 และ 190 เซนติเมตร อีกหนึ่งชุด

            นางเห็นแถบความคืบหน้าในห้องหัตถกรรมค่อยๆเคลื่อนไปข้างหน้า ไม่ถึงสิบนาที ของที่นางต้องการก็เสร็จหมดพวกมันเข้าไปอยู่ในช่องเก็บของบนเสียนอวี๋โดยอัตโนมัติ

            หลินหวั่นชิวรีบหยิบออกมาดูทีละชิ้นฝีเย็บทำออกมาได้ดีมาก ไม่ต้องพูดถึงผ้าปูที่นอนกับผ้าห่มหากไม่มองดูอย่างละเอียดก็แทบมองไม่ออกเลยว่าของทั้งหมดทำมาจากเศษผ้า

            ส่วนรองเท้ายิ่งมองไม่ออกเข้าไปใหญ่ไม่ต่างกระไรกับรองเท้าใหม่ที่ขายในร้านค้าเลย

            ฮ่าฮ่าฮ่า หลินหวั่นชิวหัวเราะในใจ

            นางแยกส่วนของสองพี่น้องตระกูลเจียงไว้ด้านข้างและใช้ผ้ามาห่อส่วนของตัวเองกับเจียงหงหย่วนก่อนนำไปเก็บภายในตู้

            ทำทุกอย่างเสร็จสิ้นแต่ยังมีวัตถุดิบเหลือหลินหวั่นชิวคิดไม่ออกว่าจะทำสิ่งใดเพิ่มจึงนำวัตถุดิบออกมาก่อน

            นางถอนหายใจกับตัวเองอีกครั้งว่าระบบของเสียนอวี๋จะใช้ดีเกินไปเสียแล้ว หากไม่มีระบบของเสียนอวี๋การเดินทางทะลุมิติของนางคงลำบากและยากแค้นแสนเข็ญกว่านี้มาก

            ต่อมาคือกระดาษที่ตู้ซิวจู๋ให้มาหลินหวั่นชิวตัดกระดาษออกมาครึ่งหนึ่งอีกครึ่งหนึ่งเก็บไว้ในช่องเก็บของบนเสียนอวี๋เช่นเดียวกับหนังสือที่นางเอากลับมาจากร้านหนังสือ

            นางยังไม่อยากให้คนตระกูลเจียงรู้ว่าตัวเองคัดหนังสือเพื่อหาเงินเพราะก่อนหน้านี้หลินหวั่นชิวยังคิดไม่ออกว่าควรจะอธิบายเรื่องที่ตัวเองรู้หนังสือให้ผู้อื่นฟังว่าอย่างไร

            “พี่สะใภ้ อาหารเสร็จแล้วขอรับ” ผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้เจียงหงหนิงมาเคาะประตู

            “เดี๋ยวข้าไปกินที่ห้องครัวเอง” หลินหวั่นชิวยังคงไม่หยุดมือนางเก็บของเสร็จก็นำพู่กัน หมึกกระดาษและคัมภีร์ตรีอักษรเล่มเก่าที่เถ้าแก่ร้านหนังสือให้มาถือออกจากห้อง

            “เจียงหงหนิง!” หลินหวั่นชิวถือของตะโกนไปทางห้องข้างๆ

            คงเพราะกลัวกระอักกระอ่วนเจียงหงหนิงมาเรียกหลินหวั่นชิวกินข้าวเสร็จถึงได้เข้าไปแอบในห้อง

            เจียงหงหนิงเดินออกมามองหลินหวั่นชิวอย่างทำตัวไม่ถูก “พี่สะใภ้ มีกระไรหรือ?”

            หลินหวั่นชิวยัดของในมือใส่หน้าอกเขา “ข้าซื้อให้พวกเจ้า” พูดจบก็เดินเข้าห้องครัวออกไปจ่ายตลาดตั้งแต่เช้า ทนหิวมาตั้งนาน

            เจียงหงหนิงตะลึงงันเมื่อเห็นของในอ้อมอก

            กระดาษ พู่กันและหมึก!

            จู่ๆเขาก็รู้สึกปวดร้าวในลำคอขึ้นมา น้ำตาหยดลงอย่างกลั้นไม่อยู่

            หมู่บ้านข้างๆ มีโรงเรียนส่วนตัวเวลาไปเก็บหญ้าจูเฉ่า เขาจะแอบเข้าไปฟังอาจารย์สอนหนังสือที่ใต้กำแพงอิจฉาพวกเด็กๆ ที่ได้ไปเรียนหนังสืออย่างมาก

            เขาอยากไปเรียนแต่ก็รู้ถึงสถานการณ์ที่บ้าน ไม่กล้าเอ่ยปากพูดเรื่องนี้กับต้าเกอ

            คิดไม่ถึง

            คิดไม่ถึงว่าเจียงหงหนิงคนนี้จะมีวันที่ได้ครอบครองของพวกนี้เช่นกัน!

            เจียงหงหนิงรู้สึกว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องจริงเป็นเหมือนดั่งความฝันแค่ข้าวพวกเขายังกินไม่อิ่ม จะกล้าเพ้อฝันถึงกระดาษ พู่กัน และหมึกได้อย่างไรกัน…

            เจียงหงหนิงที่ตั้งสติได้รีบวิ่งไปทางห้องครัวเพื่อคืนของให้หลินหวั่นชิว “พี่สะใภ้ ข้าไม่ต้องการพี่สะใภ้เอาไปเปลี่ยนเป็น…เป็นเสบียงเถิด”

            หลินหวั่นชิวไม่ได้เพิกเฉยต่อความดิ้นรนและเสียดายในแววตาของเขาคงจนและอดอยากจนรู้สึกกลัวสินะ ไม่แปลกที่เด็กคนนี้จะตระหนี่ไม่แปลกที่เขาหน้าดำเมื่อเห็นนางซื้อของกองโตกลับมาบ้าน

            หลินหวั่นชิวไม่รับคืน “ข้าให้ก็รับไปเอ้อร์เกอเจ้ารู้หนังสือหรือไม่? ถ้ารู้ก็ขอให้เขาสอนเจ้า!”

            เจียงหงหนิงร้อนใจ “แต่ว่าพี่สะใภ้ บ้านพวกเรา…”

            หลินหวั่นชิวมองเขาเย็นๆ “วางใจเถิด ข้ามีวิธีหาเงินของข้าวันหน้าข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเจ้าต้องทนหิว ต้าเกอเจ้าช่วยชีวิตข้าไว้ข้ากำลังตอบแทนเขา! เจ้ากับหงป๋อแค่บังเอิญโชคดีไปด้วยเท่านั้นข้าแยกแยะบุญคุณกับความแค้นออกอย่างชัดเจน!”

            พูดจบก็ใช้ตะเกียบชี้ไปที่โจ๊กในชามกับหมั่นโถวเนื้อหยาบในมือพูดกับเจียงหงหนิงว่า “วันหลังเจ้าห้ามต้มโจ๊กเหลวเช่นนี้อีก แล้วก็ในหมั่นโถวห้ามใส่ธัญพืชเนื้อหยาบมากขนาดนี้! ข้ามีวิธีหาเงินตอนอยู่บ้านตระกูลหลินข้าแค่ไม่อยากใช้ความสามารถหาเงินให้หมาป่าที่อยากเอาชีวิตข้าทุกเมื่อฝูงนั้นตอนนี้…ข้าออกมาจากบ้านตระกูลหลินแล้วไม่อยากปฏิบัติต่อตัวเองอย่างไม่ยุติธรรม!”

            ถึงเจียงหงหนิงจะพยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่อย่างไรแต่เขาก็ยังคงเป็นเด็กเขาเชื่อว่าที่หลินหวั่นชิวพูดเป็นเรื่องจริง

            “ข้าขอเตือนไว้นะว่าห้ามเอาออกไปพูดด้านนอกเด็ดขาดต้าเกอเจ้าไม่ค่อยอยู่บ้าน หากครอบครัวหลินรู้เข้าและบุกมาแย่งของไปพวกเราคงต้านไม่ไหว” หลินหวั่นชิวกำชับเจียงหงหนิงเพิ่มอีกหนึ่งประโยค

            เจียงหงหนิงนึกถึงประสบการณ์บางอย่างของตัวเองรีบตอบว่า “พี่สะใภ้วางใจเถิดข้าจะไม่บอกใครทั้งสื้น”

            “เอ่อคือ…พี่สะใภ้…ข้าขอบคุณท่านมาก” ถึงจะอายเพียงไรเจียงหงหนิงก็ยังพูดออกมา

            เขาพูดจบก็เดินจากไปไม่กล้าสบตาหลินหวั่นชิว

            “เป็นกระไรหรือ?” เจียงหงป๋อถามเมื่อเห็นเขาหอบของกองหนึ่งเข้ามา

            เจียงหงหนิงวางของลงที่หัวเตียงพูดกับเจียงหงป๋อว่า “พี่สะใภ้ใช้เงินที่แอบเก็บไว้มาซื้อเสบียงเข้าบ้านทั้งยังซื้อกระดาษ พู่กันและหมึกให้พวกเรา…”

            เจียงหงป๋อเงียบเขามองของบนหัวเตียง เอื้อมมือไปลูบอย่างสั่นเทา ตลอดหลายปีที่เขาล้มป่วยไม่มีนาทีไหนที่เขาไม่อยากเรียนหนังสือ

            “หงหนิง…พี่สะใภ้เป็นคนดี” เจียงหงป๋อพูดขึ้นหลังจากที่ผ่านไปสักพัก “วันหน้าพวกเราต้องมองพี่สะใภ้เป็นคนในครอบครัวนางต่างจากสองคนที่หนีไปก่อนหน้านี้”

            “อื้ม ข้าเข้าใจแล้วเอ้อร์เกอ” เจียงหงหนิงพยักหน้าในใจรู้สึกผิดมากเช่นกัน รู้สึกผิดที่ก่อนหน้านี้ปฏิบัติกับหลินหวั่นชิวไม่ดีอีกทั้งยังเกือบทำนางโดนจับถ่วงน้ำ

            “เอ้อร์เกอพักผ่อนเถิดข้าจะไปดูว่าพี่สะใภ้ว่ากินเสร็จหรือยัง ถ้ากินเสร็จแล้วข้าจะได้ล้างชาม”

            สายตาเจียงหงป๋อหยุดมองที่ ‘คัมภีร์ตรีอักษร’ เก่าๆ เล่มนั้น “อื้ม เจ้าไปเถิดเสร็จแล้วเอ้อร์เกอจะสอนหนังสือให้”

            เจียงหงหนิงได้ยินดังนั้นก็ยิ้มทันที “ขอบคุณเอ้อร์เกอ!”

            เจียงหงป๋อ “พวกเราควรขอบคุณพี่สะใภ้”

            หลินหวั่นชิวไม่รู้เลยว่าการกระทำนี้ของตัวเองซื้อใจเด็กน้อยทั้งสองได้แล้วนางคิดว่าต้องใช้เวลาอีกสักพักจึงจะได้รับการยอมรับจากเด็กทั้งสอง

            “พี่สะใภ้วางไว้เถิดข้าจะเก็บกวาดเอง!” เจียงหงหนิงเข้าห้องครัวมาเห็นว่าหลินหวั่นชิวกินเสร็จแล้วก็รีบเข้ามาเก็บชามและตะเกียบ

            หลินหวั่นชิวไม่ใช่คนช่างตามใจเด็กแต่ก็ไม่ใช่คนเสแสร้ง “ได้ เจ้าเก็บกวาดเถิด จริงสิบ่ายนี้อากาศไม่เย็น มีแดดออกเจ้าอย่าลืมเปิดหน้าต่างระบายอากาศให้เอ้อร์เกอของเจ้าด้วย”

            “อื้ม…ข้ารู้แล้วพี่สะใภ้” เจียงหงหนิงอารมณ์ดีเรียกว่าพี่สะใภ้ได้เบิกบานยิ่งขึ้น

            หลินหวั่นชิวปิดประตูลงเมื่อกลับห้องนอนหลับบนเตียงงีบหนึ่งแล้วลุกมาอ่านคัมภีร์หลุนอวี่[1]

            นางคุ้นเคยกับคัมภีร์หลุนอวี่ไม่เท่ากับตำราตรีร้อยพันก่อนคัดจึงต้องอ่านทั้งหมดก่อนหนึ่งรอบ แม้จะเป็นอักษรตัวจีนตัวเต็มแต่เมื่อก่อนผลงานส่วนใหญ่ที่นางคัดด้วยปากกาก็เป็นอักษรจีนตัวเต็มอยู่แล้วด้วยเหตุนี้จึงอ่านได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่มีอุปสรรคแม้แต่น้อย

     

           เชิงอรรถ

            [1]คัมภีร์หลุนอวี่ (论语) เป็นคัมภีร์ของสำนักขงจื้อ

             

     

    คล้ายกับเรื่องภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367