คุณเคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่อึดอัดจนต้องรีบพูดอะไรบางอย่างออกไปเพื่อทำลายความเงียบนั้นไหมคะ? เช่น เวลาที่หัวหน้าถามว่า“งานนี้เสร็จทันพรุ่งนี้ไหม?” หรือเวลาที่เพื่อนขอให้เราทำอะไรที่ลำบากใจแล้วเราก็นิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะหลุดปากตอบไปว่า “...ก็ได้ค่ะ”เพียงเพราะทนความเงียบในวินาทีนั้นไม่ได้
ความจริงที่น่าทึ่งคือ ในโลกของการเจรจาต่อรอง
“ความเงียบ” ไม่ใช่ความพ่ายแพ้แต่มันคือเครื่องมือที่มีพลังมหาศาลในการควบคุมสถานการณ์ค่ะ
จิตวิทยาของ “ช่องว่างแห่งความเงียบ” มนุษย์เราโดยธรรมชาติจะรู้สึกอึดอัดเมื่อเกิดช่องว่างในการสนทนาและสัญชาตญาณของเราจะสั่งให้ “เติมเต็ม” ช่องว่างนั้นด้วยคำพูดซึ่งบ่อยครั้งคำพูดที่หลุดออกมาในสภาวะอึดอัดมักจะเป็การ “ยอมอ่อนข้อ” หรือการ“รับปาก” ในสิ่งที่เราไม่ได้้าจริง ๆคนที่ฉลาดในการสื่อสารจึงมักใช้ความเงียบเป็กลยุทธ์เพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกกดดันจนต้องเป็ฝ่ายพูดออกมาเองหรือเพื่อให้ตัวเองได้มีเวลาประมวลผลข้อมูลอย่างรอบคอบค่ะ
วิธีใช้ความเงียบเป็อาวุธ(อย่างสุภาพและทรงพลัง) เมื่อคุณถูกถามในเื่ที่ลำบากใจหรือถูกกดดันให้ตัดสินใจ ให้ลองทำตามขั้นตอนนี้ดูนะคะ
1. หยุดนิ่งสัก 3-5 วินาที: หลังจากที่อีกฝ่ายพูดจบอย่าเพิ่งรีบสวนกลับทันที ให้มองตาเขาด้วยความสงบนิ่ง (ไม่ใช่การจ้องจับผิดนะคะแต่เป็การมองแบบตั้งใจฟัง)
2. ใช้สีหน้าครุ่นคิด: การนิ่งโดยที่ทำท่าเหมือนกำลังใช้ความคิดจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าคุณกำลังพิจารณาเื่ของเขาอย่างจริงจังไม่ใช่การปฏิเสธแบบไร้น้ำใจ
3. รอให้อีกฝ่ายพูดต่อ: หลายครั้งพอเราเงียบไปสักพักอีกฝ่ายที่ทนความเงียบไม่ได้มักจะเริ่มพูดขยายความหรือเสนอเงื่อนไขที่ดีขึ้นมาให้เอง เช่น “เอ่อ... หรือถ้าพรุ่งนี้ไม่ทันวันมะรืนก็ได้นะจ้ะ” เห็นไหมคะ? คุณได้เงื่อนไขที่ดีขึ้นโดยที่ยังไม่ได้พูดสักคำเลย
ประโยชน์ของการนิ่งเงียบ การนิ่งเงียบช่วยให้คุณดู
เป็คน “สุขุม” และ “น่าเกรงขาม” ขึ้นมาทันทีค่ะมันส่งสัญญาณบอกอีกฝ่ายว่าคุณไม่ใช่คนที่จะถูกจูงใจได้ง่าย ๆและคุณให้ความสำคัญกับคำพูดของตัวเองมากพอที่จะไม่พูดอะไรพล่อย ๆ ออกไปการเป็คนนิ่งบ้างในจังหวะที่ควรนิ่ง จะทำให้เมื่อคุณเอ่ยปากพูดออกมาคำพูดของคุณจะมีน้ำหนักและคนจะตั้งใจฟังมากกว่าเดิมหลายเท่าค่ะ
สรุปใจความสำคัญ: ในวันที่คุณรู้สึกถูกกดดันจำไว้ว่าคุณไม่จำเป็ต้องมีคำตอบให้ใครทันทีเสมอไปการเงียบเพื่อทบทวนคือสิทธิของคุณและมักจะเป็จุดเริ่มต้นของการได้เปรียบในการสนทนาเสมอ ฝึกใช้ความเงียบให้เป็แล้วคุณจะพบว่าบางครั้ง “การไม่พูด” ก็คือการสื่อสารที่เสียงดังที่สุดค่ะ
ทริคที่ 4: พลังของการนิ่งเงียบ! อีกเพียงตอนเดียวจะจบทดลองอ่านแล้วนะคะ หากอยากอาวุธทางจิตวิทยาครบทั้ง 50 ทริค (220+ หน้า) สามารถอุดหนุนเล่มเต็มได้ค่ะ
